กระเรียนหลงฟ้า บทที่16

กระเรียนหลงฟ้า บทที่16
กระเรียนหลงฟ้า16
อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part3

กระเรียนหลงฟ้า16

ชั่วโมงชิโนบิโนะโมโนะ

เมื่อดวงอาทิตย์ยิงลำแสงขนานไปกับพื้น เงาที่ไม่มีจุดสิ้นสุดของอูคาชิ เซดะก็ปรากฏที่ลานโล่งสนามหญ้าหน้าบ้านมินาโมโต เขายืนนิ่งอาบแสงสุดท้ายปล่อยให้สายลมพัดผ่านโดยไม่มีสิ่งใดไหวติง แม้กระทั้งชายเสื้อผ้าในชุดพลางสีดำที่ถูกรัดแนบไปกับลำตัวจนแทบจะกลืนเป็นผิวหนังชั้นนอกสุด เขาปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ก่อนจะประกบฝ่ามือทั้ง 2 เข้าหากันและเปลี่ยนรูปทรงมือและนิ้วไปเรื่อยๆ ตามศาสตร์เพื่อฝึกสมาธิในแบบนินจา กระทั้งมันประสานกันแน่นเหลือเพียงปลายนิ้วชี้ทั้ง 2 ชี้ขึ้นฟ้า เขานิ่งหลับตาปล่อยให้ลมหายใจผสานเป็นหนึ่งเดียวกับสายลม สักพักร่างในชุดพลางรัดตึงก็ค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้นช้าๆ

“โอ้!…เซดะคุณทำได้อย่างไร” ดาบไผ่อุทานเสียงดัง เขาพาชุดพลางที่คล้ายกันเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นตรงเข้าไปยังร่างที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ…

“สุดยอด…” สักพักร่างของเซดะก็ค่อยๆ ลดระดับต่ำลง จนฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง ยืนนิ่งอยู่กับพื้นอย่างสมบูรณ์แบบ

“ทุกอย่างมันอยู่ที่จิต…พลังของมันไม่มีขอบเขต…ขอเพียงรู้วิธีใช้”

“พลังจิต…”

“ใช่…พลังจิต…เจ้าเกิดมาพร้อมพรสวรรค์พิเศษ…เพียงแค่แนะ ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องทำได้ เอาละ…ขอต้อนรับสู่ชั่วโมงชิโนบิโนะโมโนะ” เซดะกล่าวเสียงหนักแน่นเช่นเดียวกับเมื่อวาน ดาบไผ่โค้งหัวต่ำตามฉบับของนินจาที่เคยเห็นเซดะกระทำบ่อยๆ ทั้งสองจ้องเข้าไปในดวงตาของกันและกันเหมือนทดสอบพลังซ่อนเร้นภายใน

“อย่าจ้องข้านานอย่างนั้น…เดี๋ยวข้าก็หลับพอดี” เซดะเอ่ยเมื่อรู้ว่าพลังที่มีสู้เด็กหนุ่มไม่ได้

“ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร…” ดาบไผ่ถาม

“นี่คือมรดกของอูคาชิ…มรดกของนินจาหรือที่เราเรียกตัวเองว่าชิโนบิ…เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นอาวุธตามคำบัญชาสวรรค์”

“เป็นมรดกของนินจา…พวกปลิงลมสันดานหนอน…” ดาบไผ่เผลอเปล่งเสียงความเกลียดชังลอดไรฟันออกมา แต่เสียงนั้นมันก็ยังไม่ต่ำพอ

“หึ!…สัญชาตญาณนักฆ่าเริ่มต้นขึ้นแล้ว” ทั้งคู่จ้องตากันอีก และก็เป็นเซดะเช่นเดิมที่หลุดพูดออกมาก่อน “ใช่…ร่างที่โผจากเงาสู่เงาที่เจ้าเทียวพ่นคำด่าว่า พวกปลิงลมสันดานหนอนนั้นแหละ…พวกมันอาจจะเป็นคนของ พวกนอกรีต หรือพวกนอกคอก ที่หวังครอบครองตัวเจ้า…ในเมืองไทยเวลานี้มีแค่ 2 กลุ่ม พวกมันแตกมาจากหุบเขาอิงะด้วยกันทั้งนั้น”

“ครอบครองผม ครอบครองเพื่ออะไร”

“พวกมันไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเป็นใครหรือลูกใครเพราะพรสวรรค์พิเศษเยี่ยงชิโนบิที่ติดตัวเจ้ามาตั้งแต่เกิดคือสมบัติโดยชอบธรรมของชิโนบิ จึงไม่แปลกอะไรที่พวกมันจะทวงคืน”

“แต่ผมไม่ใช่สิ่งของ” ดาบไผ่เริ่มมองเห็นความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังเคลือบแคลงไม่ชัด

“เจ้าเกิดมาเป็นอาวุธชิ้นเยี่ยมในรอบ 70 ปี ข้าจะตอบคำถามเจ้าภายหลัง…เอาละแสงสุดท้ายได้ลาฟ้าไปแล้วเห็นทีเราต้องเริ่มกันสักที…” พูดจบ เซดะก็ติดสมาธินิ่ง เขาเป่าลมออกทางปากยาวจนหมดกลั้น “เข้ามายืนข้างๆ ข้า อย่างนั้น เออๆ อย่างนั้น…แล้วทำตาม” เซดะแนะและปรับท่วงท่าที่เก้ๆ กังๆ ของดาบไผ่ให้พลิ้วไหวมากขึ้น “คราวหน้าข้าจะเปลี่ยนชุดของเจ้าให้รัดกว่านี้”

“นี้ก็รัดแล้วนะ” ดาบไผ่แย้งทั้งๆ ที่หลับตานิ่ง

“หากออกปฏิบัติงานด้วยชุดนี้ มีหวังกลิ่นของตัวเจ้าถึงจมูกศัตรูก่อนเป็นแน่” เซดะอธิบายก่อนเขาจะเป่าออกจากปากจนสุดกลั้นอีกเป็นครั้งที่ 2

“เอาละ…ชั่วโมงแรกเราเริ่มจากการประกบอิง หรือพลังจากฝ่ามือกันก่อนเพราะมันคือหัวใจของการฝึกสมาธิในขั้นที่สูงขึ้น…อย่างนั้นเจ้าทำตามข้า…เป็นการฝึกจิตให้นิ่ง…เพื่อจะได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของแหล่งพลังงานมหาศาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว” เชดะพูดเสียงดังและค่อยๆ เบาลง (จนปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำ) เขาเริ่มใช้เสียงสื่อเมื่อเห็นทุกอย่างเข้าที่ จนกระทั้งความมืดได้กลืนกินคนทั้งสองหายไป

(มันจะทำให้ผมลอยได้แบบคุณ…)

(อาจจะมากกว่านั้น…หลายเท่า)

(ผมรู้สึกว่าเท้าไม่ได้อยู่ที่พื้น)

(จิตควรนิ่งกว่านี้…ชั่วโมงชิโนบิต้องอาศัยป่าและความมืดเป็นหลัก)

(คุณกำลังจะทำอะไร)

(ข้ากำลังจะนำทางเจ้าไปยังลานฝึกที่เป็นความลับ) ไม่มีเสียงจากกระแสจิตดังออกมาอีก โคมไฟแสงสีอำพันสว่างขึ้นพร้อมๆ กัน ลานโล่งสนามหญ้าหน้าบ้านที่เคยมีทั้ง 2 ยืนอยู่ บัดนี้กลับไม่ปรากฏแม้แต่เงา มีเพียงยามแก่ๆ ที่วันๆ เอาแต่นั่งหลับเป็นหินล้มเท่านั้น ที่เดินเข้ามายืนในตำแหน่งที่เคยมีคนทั้งคู่ เขายิ้มจนริมฝีปากแนบสนิทเป็นเส้นตรง

“คุณชายอูคาชิ เจ้าคือคุณชายอูคาชิ เซดะ…ข้าเชื่อสนิทใจแล้วว่าท่านคือคุณชายมินาโมโต โคทาโร่จริงๆ…” ไชอินาริ โนอาน พึมพำ เหมือนน้ำตาที่ถูกความมืดอำพรางจะไหลล้นออกมาอีกคนหนึ่ง (ข้าจะคุ้มครอง จนกว่าคุณชายจะแกร่ง) ไม่ได้ยินเสียงพึมพำเป็นเพียงความรู้สึกที่ใช้นำร่างอ้วนพุ้ยลอยวูบหายตามไปอีกคน

อุคมการณ์ของนินจามี 3 ข้อคือ                                  

  1. ขจัดความชั่ว ในโลกมืด
  2. ผดุงความยุติธรรม ให้คงอยู่
  3. เกียติของชิโนบิ จะเปิดเผยไม่ได้

เสียงคำปฏิญาณตนกลางลานโล่งในป่าสีเขียวอมเหลืองของดวงตาชิโนบิ

“คาถาและวิชานินจา ตามหลักสูตรของโรงเรียนชิโนบิโนะโมโนะที่ข้าจะสอนเจ้านับตั้งแต่ชั่วโมงนี้…

: วิชาการพลางตัวและการซ่อนเงาในที่แจ้ง

: วิชากายทิพย์และการถอดร่าง

: วิชาสะกดจิตเบื้องต้น

: วิชาคาถาและคำสาปนินจา

: วิชาสะกดจิตขั้นสูง

: วิชาสื่อนัยน์เมะและฌาณสื่อญาณ

: วิชาการเลียนเสียงป่า การดักฟังและการแยกเสียง

: วิชาโผไร้เงาและการเคลื่อนที่

: วิชาการเข้าปะทะปักษาเหินลม

: วิชายาพิษกับอาวุธนินจา

: และวิชาต้องห้ามที่มีไว้สำหรับผู้ที่สามารถสอบอัครนินจัตสึผ่านแล้วเท่านั้น

“สอบอัครนินจัตสึ หมายความว่าอย่างไร” ดาบไผ่ถามทันทีที่เซดะเว้นช่องว่างเปิดโอกาส

“อ่านความเงียบให้ออก ศพแรกจากปลายดาบคาตานะคือผลสอบอัครนินจัตสึของนินจาเลือดซามูไร แต่หากพลาด…ความตายก็จะเป็นผลสอบอีกด้าน หรือถ้ารอดเจ้ามีสิทธิ์แก้ตัวได้อีกครั้ง แต่จะเป็นครั้งสุดท้าย”

“ฆ่าคน!” ดาบไผ่หลุดเสียงที่ไม่แน่ใจเบาๆ…เหมือนจะตกใจไม่น้อย

“ใช่…เสียงกระซิบในเงาสีดำ มันพร้อมจะพุ่งเข้ามากระชากวิญญาณของเจ้า…คนพวกนี้ไม่สมควรอยู่เพื่อกระทำความชั่ว…การสังหารจึงเท่ากับเราได้ช่วยให้ความดีเหลือตกค้างอยู่ในตัวเขาบ้าง และนั้นก็หมายถึงบทเรียนสุดท้ายของชิโนบิ และเจ้าก็จะได้เป็นชิโนบิเต็มตัว” เซดะอธิบายก่อนจะเน้นประโยคสุดท้ายให้หนักแน่นขึ้น จนดาบไผ่รู้สึกถึงความมืดคือโลกใหม่ของเขา

“ฆ่าคน!” เขาอุทานประโยคเดิม

“ท่านพ่อ…สวรรค์ส่งท่านมาเพื่อเป็นเพชฌฆาต…มิใช่ปิศาจจากนรก…อย่างบางคน” เซดะเผยอมุมปากที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังให้เห็น (ไอ้สารเลว…เซดะคุง) และสื่อจากแววตาที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็แจ้งพิรุธ

(เขาด่าตัวเอง)

“ข้ากลัวว่า…มันจะเผยตัวเข้าสักวัน” เซดะพูดต่อ

“เซดะคุง…ตัวคุณเองเนี้ยนะ” คิ้วของดาบไผ่ขมวดจวนจะเป็นปมถาม

“ไม่ใช่ข้า แต่เป็นอีกคน…ฮึๆ…อีกหนึ่งเทพอีกหนึ่งก็ต้องเป็นมาร ฮึๆ…” เขาปล่อยเสียงหัวเราะที่อึดอัดออกมา จนหน้าอกกระเพื่อมแรงๆ คล้ายจะสะใจ แต่ก็ไม่เชิงเจ็บปวด…

……….

เพชฌฆาตมุ่งมั่นหมั่นเก็บคำ…..อำพราง

แต่อันธพาลกร่างอวดอ้าง…..ยอตน……….

ดาบไผ่ ธารารักษ์

……….

จบ กระเรียนหลงฟ้า16 (บทที่16)

Spread the love