กระเรียนหลงฟ้า บทที่18

กระเรียนหลงฟ้า บทที่18
กระเรียนหลงฟ้า18
อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part3

กระเรียนหลงฟ้า18

ในความเงียบ

ค่ำคืนที่เงียบสงัด แสงสว่างจากโคมไฟสนามที่กระจายอยู่รอบบ้านมินาโมโต ได้พรางแสงระยิบระยับของหมู่ดาวบนท้องฟ้าเอาไว้ หากที่นี้เป็นบ้านธารารักษ์ที่จังหวัดเพชรบุรีคงได้เห็นพวกมันกระพริบแสงประหนึ่งแทนเสียงจากล้านคำ-ล้านเสียงหัวเราะ-ล้านคำยอกเย้าจากทิศเหนือจรดทิศใต้…แต่ในหัวใจของดาบไผ่ดูจะมีเพียงดวงดาวที่ทอแสงสีอำพันเหนือขอบฟ้าทางทิศใต้เท่านั้นที่ทำให้เขาอิ่มสุขตลอดทั้งคืนถ้าเห็นมัน “ดวงดาวแห่งนักรบโคทาโร่”…เวลาเดียวกันรอยยิ้มบวกนัยน์ตาที่แสนวิเศษของชายชราในชุดกิโมโนสีขาวก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“ท่านคือเทพหรือมารกันแน่นะ” (เซดะจะรู้เรื่องนี้หรือเปล่า…หรือว่าจะเป็นเขาเองที่ติดต่อกับเราตั้งแต่แรก แต่ใบหน้าที่อิ่มสุขของเซดะฟ้องความรู้สึกอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่เขา แล้วชายชราคนนั้นละเป็นใคร) เขายังติดอยู่กับคำถามเดิมที่ยังไม่ได้คำตอบ “หึๆ…เซดะ” เขาคิดวนกลับไปยังชายวัย 72 ปีอีกครั้ง “หึๆ….” เขาหลุดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเผลอคิดว่าชายคนที่กำลังนึกถึงคือลูกชายจริงๆ (อูคาชิ เซดะ…เวลาอยู่ใกล้ๆ คุณเหมือนเด็กขี้อ้อนจนรู้สึกว่าคุณคือลูกชายของผมจริงๆ เลยนะ) ดาบไผ่คิดไปเรื่อย (เราก็ชื่อ อูคาชิ เซดะ ลูกชายก็ชื่อ อูคาชิ เซดะ แต่คำพูดที่แฝงเลศนัยของชายชราในชุดกิโมโนสีขาวบอกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่คำตอบ ความเป็นอูคาชิ  เซดะคืออะไรกันแน่ หน้าที่ที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่แรกกับภาระอันหนักอึ้งต้องแบกรับละ อะไรกัน มันคืออะไร…บอกผมด้วย) ดาบไผ่เฝ้าคิดวนกับปริศนาเดิมๆ ไม่รู้จบ…ก่อนจะพ่นมันทิ้งออกมากับลมหายใจแรงๆ

ยิ่งเวลานี้การเรียนรู้ในศาสตร์ที่คิดว่ามีเฉพาะในนิยายแฟนตาซี กลับเป็นเรื่องจริงและมีอยู่จริงๆ มันเป็นความเจริญที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่แรก ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าเด็กหนุ่มธรรมดาๆจะสามารถสำเนาร่างของตัวเองปรากฏให้ผู้คนตะลึงงันได้ถึง 12 ร่างและสามารถใช้พลังลึกลับจากดวงตาทะลวงเข้าไปปิดจุดหลับในสมองได้อย่างไม่น่าเชื่อ พลานุภาพ ที่พระเจ้าให้มาเหนือกว่าพลังงานชั้นต่ำที่โลกวิทยาศาสตร์มีหลายเท่านัก อีกไม่นานการพิสูจน์และสร้างทฤษฎี 1+1=2 ของนักวิทยาศาสตร์คงกลายเป็นแค่เกมเด็กเล่น สิ่งที่คิดว่าเป็นเพียงเรื่องงมงาย ก็จะถูกรื้อฟื้นนำมาศึกษาใหม่…แต่คำถามอยู่ที่ว่า โลกใบนี้จะมีเวลาเหลือพอจะให้ศึกษาหรือเปล่าเท่านั้นเอง

: โลกในปัจจุบัน…เจริญขึ้นจริงๆ หรือ? กับการเพียรสร้างวัตถุสื่อสารในระยะไกลแทนกระแสจิตที่ทรงอานุภาพ แต่กลับไม่เพียรหาวิธีนำออกมาใช้

: วัตถุสิ่งของที่หลายคนยกย่องเป็นเครื่องหมายของความเก่ง-ฉลาดและมีอำนาจเหนือคนอื่น แท้ที่จริงมันคือขยะก้อนโตๆ แค่นั้นเองหรือเปล่า

: เราต้องผลาญพลังงานชั้นต่ำบนโลกให้หมดไป เหลือมนุษย์ให้น้อยที่สุดก่อนหรืออย่างไร แล้วจึงกลับมาเริ่มต้นค้นคว้าเรียนรู้ภูมิปัญญาเดิมๆ จากบันทึกเก่าๆ ที่เสมือนมรดกตกลืมของบรรพชน หากเวลานั้นมาถึงจรวดที่สร้างด้วยมูลค่ามหาศาล อาจจะเป็นเพียงวัตถุโบราณที่คนอีกยุคเห็นแล้วต้องขำในเชาว์ปัญญาต่ำต้อยของเราเอง มันน่าขันยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อพวกเขาเอามันไปเปรียบเทียบกับกระแสจิตที่พร้อมจะดึ่งร่างให้พุ่งตามไปได้ไวกว่าแสงหลายล้านเท่า…

เราจะเลือกอยู่กับโลกวิทยาศาสตร์หรือโลกแห่งจิณตะอะนาคะกันแน่ อูคาชิ   เซดะ! ดาบไผ่พึมพำ เสียงหัวเราะติดในลำคอพลอยทำให้แม่บ้านที่พึ่งเดินเข้ามาหยุดและอมยิ้มไปด้วย

“คุณชาย อาหารพร้อมแล้วค้ะ!” นางพูด

“เซดะไม่อยู่บ้าน ผมต้องกินข้าวคนเดียวซินะ…เอาไว้ก่อนยังไม่หิว” เขาตอบกลับพลางเอื้อมไปหยิบแก้วบรรจุน้ำสีอำพัน ที่วางบนโต๊ะกลางขึ้นมาดื่มจนหมด “ขอน้ำนี้”

“ชาหิมะ…ค้ะ”

“นั้นละ”

“ได้…ค้ะ!…” นางรับคำสั่งด้วยเสียงแหลมสูงไม่ชัดก่อนจะก้มหัวให้ในแบบญี่ปุ่น เท้าสองข้างที่เดินซอยสั้นๆ เป็นตุ๊กตาไขลานทำให้เขาอารมณ์ดีเสมอ “ฮึๆ…”

“คุณชาย!…นะ” นางหันกลับมาค้อนเหมือนจะรู้ทันก่อนใบหน้าบึ้งตึงๆ จะเดินหายเข้าไปในครัว

การอยู่บ้านกับคนใช้ยามแก่ๆ ที่วันๆ เอาแต่นั่งหลับเป็นหินล้มในป้อมยามและคนสวนอีก 2 คนที่หลังจากแดดหมดก็หมกตัวอยู่แต่ในเรือนเล็กตลอดเวลาไม่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยจากพวกปลิงลมสันดานหนอนเลยสักนิด แต่ยังดีหน่อยนับตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาอยู่กับเซดะ การติดตามไล่ล่าตัวเขาน้อยลง…แต่ก็ไม่วายจะเห็นพวกมันแวบๆ…อยู่เหนือกำแพงและผนังบนตึกสูงเป็นระยะๆ ยังดีที่ไม่น่ารำคาญเหมือนเมื่อก่อน

#อ่านความเงียบให้ออก แล้วสิ่งที่เจ้ามองไม่เห็นจะปรากฏชัดนัยน์ดวงตาชิโนบิ เจ้าจะปลอดภัยเมื่อมันรู้ว่าเจ้ารู้ทัน# คำพูดเซดะในชั่วโมงชิโนบิโนะโมโนะ ยังคงดังก้องอยู่ในหู

“คุณชายชาหิมะ…ได้แล้ว…ค้ะ!” เสียงแหลมสูงไม่ชัด ทำให้ดาบไผ่เผลออมยิ้มออกมาอีก เขาพยักหน้าขอบคุณ นางหลบสายตาก่อนจะวางถาดลงตรงหน้าอย่างระมัดระวัง

“วันนี้มีต้มจืดสาหร่ายที่คุณชายชอบด้วยนะ ค้ะ!…”

“อื้อ!เอาไว้ก่อน” เขาพูดขณะหยิบชาหิมะขึ้นมาจิบบางๆ

“ถ้าหิว…กรุ…”

“จะเรียก…” ดาบไผ่ตัดบท

“ค้ะ!….” นางก้มหัวด้วยเสียงแหลมสูงเหมือนเคย ก่อนจะเดินซอยเท้าสั้นๆ เป็นตุ๊กตาไขลานหายเข้าไปในครัวตามระเบียบ

(ช่างเหมือนคุณชายน้อยตอนเป็นหนุ่มไม่ผิดเพี้ยน) เสียงสื่อจากความคิดของแม่บ้านที่ดาบไผ่สัมผัสถึง  และเขารู้แล้วว่าคนที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวของเซดะดีที่สุดคือใคร “เซดะ ต้องมีความลับหลายอย่างที่ไม่กล้าบอกเรา” เขาดื่มชาหิมะจนเกือบหมดก่อนจะลุกเดินหลับตาผ่านเงารางๆของแสงไฟที่เว้นระยะตามระเบียงทอดยาวขนานกับบ่อบัวขนาดใหญ่และก้าวลงบันไดไม้ตามความรู้สึกบอก ตรงไปยังสีแสงของดวงโคมสนามที่แตกต่างจากดวงอื่นๆ มันดึงดูดให้ไปที่นั้น เขาหยุดนิ่งฟังคลื่นเสียงกระพือปีกของแมลงกลางคืนที่กำลังบินวนอยู่รอบๆ…เหมือนตั้งใจจะอ่านมันให้ออกในความเงียบงันตรงหน้า

#ไต่ระดับความเงียบให้สูงขึ้น แยกเสียง กลิ่น สีที่ไม่ต้องการออกแล้วสิ่งที่ปรารถนาจะปรากฏชัดในประสาทสัมผัสที่ 6  ดวงตาชิโนบิจะนำทางเปิดความมืดให้แสงสีเขียวอมเหลือง เรียกเสียงวังเวงจากความเงียบงันแล้วเจ้าจะได้รู้เสียทีว่าโลกมืดมิใช่โลกของปิศาจอีกต่อไป# ดาบไผ่ลืมตาขึ้นและเพ่งความสนใจไปยังกลุ่มแมลงที่กำลังบินหึ่งๆ อยู่รอบโคมไฟสนามสีขาวนวล ภาพของพวกมันเริ่มชัดเจนเมื่อสมาธินิ่ง ปีกทั้งสองข้างที่ขยับขึ้นลงพร้อมๆ กับคลื่นอากาศบางๆ แผ่ขยายดุจรัศมีกระเพื่อมของผิวน้ำยามเมื่อหินตกกระทบ

(พวกมันพร้อมจะเอาชีวิตแสนสั้นมาแลกกับความงามที่เสพได้เพียงแค่ตาเห็นอย่างนั้นหรือ) ดาบไผ่คิด ยิ่งดึกก็ยิ่งบินเข้ามาสมทบความตายมากขึ้น ราวกับถวิลหาความตายเป็นเรื่องสูงสุด

(หรือค่าของหนึ่งชีวิตที่เกิดมา เพียงเพื่อถามหาความตายด้านเดียว…มันคือความหาญกล้าหรือความโง่ขาดสติกันแน่…)

 ……….

…………………..หากรู้จักใช้สตินำชีวิต

ก็เท่ากับมีคุณธรรมสูงกว่าแมลง 1 ขั้น

ดาบไผ่ ธารารักษ์

……….

จบ กระเรียนหลงฟ้า18 (บทที่18)

Spread the love