กระเรียนหลงฟ้า บทที่20

กระเรียนหลงฟ้า20


กระเรียนหลงฟ้า20 อูคาชิ เซดะ นินจาเลือดซามูไร Part3

กระเรียนหลงฟ้า20

อัครนินจัตสึ 2

อูคาชิ เซดะ กลับถึงบ้านขณะที่คนสวนและยามผู้ที่ทำให้ดาบไผ่ต้องกลับมามองเขาในมุมที่ต่างออกไปกำลังช่วยกันจัดการกับทั้ง 4 ศพ ที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ พวกเขารวบรวมทุกชิ้นส่วนไปไว้ที่ลานโล่งด้านหลัง

“มันหนีไปได้หนึ่งและอีกคนไม่ปรากฏตัว” ดาบไผ่รายงาน เซดะจ้องเขาสลับกับดาบคาตานะ มูโตไม่กระพริบ

“เจ้าสอบอัครนินจัตสึผ่านแล้ว และเวลานี้พวกมันคงรู้แล้วเช่นกันว่า เรามีดาบคาตานะ มูโตอยู่ในมือ” เสียงตื่นๆ พอๆ กับดวงตาที่เบิกกว้าง “ต่อไปคงต้องเพิ่มการดูแลให้มากขึ้น” เขาพูดต่อในลมหายใจเดียว แต่สายตาที่คลางแคลงของดาบไผ่ก็ยังจับจ้องอยู่ที่เขา “มีอะไรสงสัยรึ!” เซดะถาม

“เป็นคุณใช่ไหม…ที่มาพร้อมกับคนเมื่อครู่” ดาบไผ่ถามอย่างระมัดระวัง “เพื่อมาทดสอบผม” เขาพูดต่อและจ้องลึกเข้าไปสำรวจในดวงตาเพื่อค้นหาความจริง

“คุณชาย ข้าอยู่กับคุณชายน้อยมา 60 ปี ตอบแทนได้เลยว่าไม่ใช่”

“แต่น้ำเสียงเหมือนกับเซดะไม่ผิดเพี้ยน”

“แต่เสียงตะคอกของมันแข็งกระด้างเกินจะเป็น…” ยามแก่ๆ ก็ไม่ยอมลดละ จนเซดะห้ามเอาไว้

“ข้าเพิ่งกลับมา…นี้คือความจริง…ท่านพ่อ” เซดะตอบเรียบๆ เขาจ้องหน้าดาบไผ่ตรงๆ เหมือนจะยืนยัน

“อีกคน…มันกล้าเปิดเผยใบหน้า จงใจจะแสดงบางอย่างให้เห็น”

“จริงรึ!…”

“มันบอกว่า มันชื่อ อิ เงะ สึ งิ เคน ซึ” ทันทีที่หลุดชื่อนั้นออกมาทั้ง เซดะ และยามแก่ๆ ถึงกับยืนไม่ติด

“เจ้าว่าอะไรนะ”

“มันบอกว่า….มันชื่อ อิเงะ สึงิ เคน ซึ”

“อิเงะสึงิ เคนซึ…มันจงใจจะให้คุณชายได้ยินเพียงคนเดียว” ยามแก่เสียงสั่น

“ข้าต้องรีบพาเจ้าและดาบ คาตานะ มูโต กลับ คาโกคุมะ โดยด่วน!” เซดะพูดเร็วจนลืมคิด

“ผมจะไม่หนีความจริงและผมจะไม่ทิ้งความรับผิดชอบเอาไว้ที่นี้” ดาบไผ่เสียงแข็งจากอารมณ์เพียงด้านเดียว

“คุณชาย…”

“เพื่อจะไปรายงานต่อวิญญาณของฟูจิกาว่า ว่า :ท่านพ่อข้ากลับมาอย่างผู้ชนะ: ทั้งๆ ที่สงครามเพิ่งจะเริ่มต้น ผมทำไม่ได้” ดาบไผ่ระบายความอัดอั้น…ทุกๆ คำพูดทำให้เซดะและยามถึงกับหน้าเจื่อนซีด

“แต่…อิเงะสึงิ เคนซึ ไม่ใช่คนธรรมดาที่ท่านพ่อจะประลองมือ”

“มันจะเป็นเทพ หรือมารผมก็ไม่สน แต่ในเมื่อสงครามมันเริ่มจากคนๆ นี้” เขาชี้นิ้วใส่ตัวเองด้วยอารมณ์เต็มกลั้น “มันจะต้องจบพร้อมกับคนๆ นี้…เซดะ” เขาเรียกชายวัย 72 ปีที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า “…ผมตัดสินใจแล้วมินาโมโตอย่างผมนี้แหละจะกอบกู้ชื่อเสียงของอูคาชิกลับมาก่อนที่เรื่องเล่าจากหุบเขาอิงะจะถูกกล่าวขานดุจปิศาจจากโลกมืด”

“………..” เซดะนิ่งเหมือนเด็กกำลังโดนผู้ใหญ่สั่งสอน

“คำพูดของคุณคำหนึ่งที่ผมไม่เคยลืม…เมื่อใดที่เห็นดาบซามูไรที่มีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลยืนยัน นั้นก็แสดงว่าผมคือเจ้าของที่มันเลือก และเกิดจากจิตวิญญาณของมินาโมโตโคทาโร่ผู้ล่วงลับ ผมคือคนเดียวกับเขา…ซามูไรลำดับที่ 201 ผมคือคนที่คุณกำลังตามหา…เซดะ” ความเงียบเข้ามาขั้นกลางอีกครั้ง ก่อนที่ดาบไผ่จะใช้ความนิ่งขยับเข้าไปหา พร้อมๆ กับวางฝ่ามือทั้ง 2 ข้างไว้ที่ไหล่ของเขา “เซดะ…ลูกลืมสัญญาชิโนบิที่ให้ไว้กับพ่อ…และลืมความหมายของมันแล้วรึไง

“………..”

“ลูกพ่อ…เจ้าจงรีบนำดาบคาตานะ มูโตเล่มนี้กลับคาโกคุมะ…ทิ้งพ่อไว้ที่นี่คนเดียวเถอะ” ความผิดหวังและน้อยใจพลั่งพรูออกมา เด็กหนุ่มวัย 20 ยัดดาบคาตานะ มูโตใส่มือชายวัย 72 …ก่อนเขาจะเดินหายขึ้นชั้นบน…ทิ้งความวังเวงให้ 2 คนได้คิด

……….

…………….ถึงแม้แผ่นดินจะเปลี่ยนไป

แต่จิตวิญญาณที่คงมั่นจะไม่เปลี่ยนแปลง

ดาบไผ่ ธารารักษ์

……….

กระเรียนหลงฟ้า

เสียงนาฬิกาปลุกตอนเช้าดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงหั่นผักของแม่บ้านญี่ปุ่นในครัวด้านหลัง เหมือนนางเป็นคนเดียวที่ไม่ให้ความสนใจกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน กระนั้นเสียงคนสวนที่พยายามจะเล่าให้ฟังก็สาธยายเสียยืดยาวและจบลงพร้อมๆ กับเสียงหั่นผักของนาง

“ฉันไม่ทันฟัง พูดใหม่ตั้งแต่แรกอีกทีสิ…ค้ะ” เสียงนางเรียบๆ พร้อมกับเสียงตะหลิวเคาะกระทะ แล้วคนสวนอีกคนก็เริ่มเล่าใหม่ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน กระทั้งจบลงพร้อมกับเสียงปรุงอาหาร

“อุ๋ย! ตายห่า…ฉันไม่ทันฟัง…อีกแล้ว เริ่มเล่าใหม่อีกทีได้ไหม…ค้ะ” เสียงนางยังเป็นประโยคเดิม สักครู่เสียงส้นรองเท้ากระแทกกับพื้นปูนก็ดังห่างออกไปทางหน้าบ้าน “อะไร พูดอะไร…ไม่รู้เรื่องเลยนะค้ะ”

………

 แดดแรกกำลังไล่ปลุกใบไม้ทีละใบ ดาบไผ่ลืมตา เขาเห็นดาบ คาตานะ มูโต ที่ยัดใส่มือเซดะไปเมื่อคืนวางอยู่ข้างๆ เขาหยิบมันขึ้นมาพิจารณา แต่ก็พอเดาออกได้ว่าเซดะได้ตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร เขากำมันไว้ในมือแล้วเดินลงไปข้างล่างเพื่อจะทบทวนเพลงดาบซามูไรตามที่ ซากาโตะ โอบิ สอนเมื่อวันก่อน  แดดบางๆ ลากเงาของเขาไปหยุดที่กลางสนามหญ้า ตุ่มน้ำค้างใสเล็กๆ กำลังเชิญชวนให้เขาถอดรองเท้าเพื่อจะสัมผัสความเย็นชื้นที่แสนวิเศษของมัน และก็เป็นจริง สมาธิที่ค้างกับเรื่องเมื่อคืนเริ่มนิ่ง เท้าเปล่ากับน้ำค้างทำให้เขาหายใจได้ยาวขึ้นจนแทบจะผ่อนคลายเป็นปกติ เขาฝึกแกว่งดาบในอากาศรอบแล้วรอบเล่าก่อนจะเหน็บมันเอาไว้ข้างเอวอย่างชำนาญ และต่อด้วยการฝึกพลางตัวเข้ากับต้นหางนกยุงฝรั่งที่กำลังผลิดอกสีแสดแดงบานสะพรั่งอยู่เต็มต้น อูคาชิ เซดะ ชายวัย 72 ยืนมองเด็กหนุ่มวัย 20 ปีที่เขาเรียกว่าพ่อด้วยรอยยิ้มขมๆ อยู่บนระเบียง

นินจาเลือดซามูไร…โดยแท้ เขาพึมพำ รอยยิ้มมุมปากกำลังเฉลยความในใจอย่างแจ่มชัด

“ข้าได้ข่าวจึงรีบมา…ใช่…ใช่ก็เขาเป็นนินจาเลือดซามูไรอย่างที่ท่านว่าจริงๆ” เสียง ซากาโตะ โอบิ ดังขึ้นที่โถงบันได และเขาก็ตรงดิ่งเข้ามาหยุดข้างๆ เซดะ…

“จงดีใจกับเพื่อนเจ้าเถอะ โอบิ เขาสอบอัครนินจัตสึผ่านแล้ว…เมื่อคืน”

“ท่านจัดฉากทั้งหมด…เพื่อเขา” ซากาโตะกระซิบถามเหมือนกลัวว่าคนที่กำลังฝึกพลางตัวอยู่ข้างล่างจะได้ยิน

“ไม่…ข้าไม่เคยจัดฉากให้กับความตาย” เซดะยืนยันหนักแน่น เขากลั่นลมหายใจสักครู่ก่อนจะพูดต่อ “อิเงะสึงิ กลับมาแล้วด้วย”

“หา!…คนที่ไม่มีวันตายนั้นนะรึ” ซากาโตะ โอบิ ตาค้าง ปากสั่น “เป็นจริง เป็นจริงหรือนี่” เขาพร่ำไม่หยุดและออกอาการหน้าซีดเห็นชัด

“ศัตรูที่ไม่มีวันตาย…กลับมาแล้ว โอบิคุง” เซดะพูดตรงๆ (จิตใจของเจ้าชั่งมั่นคงและเด็ดเดี่ยวเหลือเกิน อูคาชิต้องขอบคุณ…สมแล้วที่เกิดจากจิตวิญญาณของพ่อข้าและเจ้าคือพ่อข้า…จริงๆ…ทซึรุ) เซดะพึมพำกับตัวเองวาระ

(เจ้าเลือกทำในสิ่งที่ อูคาชิ อย่างข้าต้องกราบ แต่รู้ไหมว่าศัตรูที่มารายงานตัวกับเจ้าเมื่อคืนอาจจะไม่ปล่อยให้เจ้ากลับมาเป็นมินาโมโตอีก เลือดคุณชายแห่งหุบเขาอิงะกำลังวิ่งพล่านไปทั่วกายของเจ้าเวลานี้  สัญญาชิโนบิไม่มีวันตาย  ข้าจะตามเจ้าไปทุกๆ ที่เพื่อรักษาจิตวิญญาณของซามูไรไว้ให้กับมินาโมโต…เห็นลีลาตวัดเพลงดาบคาตานะของเจ้าแล้วชวนให้นึกถึงระบำของนกกระเรียนมงกุฎแดงหลังปราสาทบนเนินเขา…ช่างเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน ท่านปู่มองเจ้าทะลุจริงๆ ที่ได้ฝากชื่อใหม่มากับข้า…มินาโมโต ทซึรุ  นกกระเรียนจากปราสาทบนเนินเขาทางทิศตะวันออกแห่งคาโกคุมะ)

“ชาร้อน…ค้ะ” เซดะหันไปหยิบจากถาดกระเบื้องศิลาดลสีเขียวหยกมาดื่มรวดเดียวจนหมดและส่งมันคืนให้แม่บ้านที่กำลังยิ้มรับ

“ขอบใจ…แต่ข้าชอบชาฤดูใบไม้ผลิมากกว่า”

“อุ้ย!…ขอโทษค้ะ…ข้าหยิบมาผิด”

เซดะไม่รอฟังคำแก้ตัว เขาเดินตรงไปยังต้นหางนกยุงที่ไม่เห็นดาบไผ่อยู่ตรงนั้นแล้ว

“ระวังเงาตัวเองที่พื้น” เซดะตะโกนกำชับเสียงแข็งราวกับนายทหาร “เก็บปลายเท้า พยายามบิดมันให้เสมือนหนึ่งเดียวกับรากของต้นพรางกาย”…… “เจ้าไม่มีทางรอดพ้นสายตาของ อิเงะสึงิ เคนซึ ไปได้แน่ๆ…หากยังพรางไม่สมบูรณ์เช่นนี้” เขาตวาดเสียงแข็งดังขึ้นไปอีกระดับ  แต่ดาบไผ่กลับเผยตัวเดินฉีกยิ้มเข้ามาหา

“คุณยอมช่วยผมแล้วใช่ไหม”

“ท่านพ่อ…” และน้ำเสียงของเซดะอ่อนลง “สัญญาชิโนบิจะไม่มีวันตาย…ท่านพ่อ” มันแหบต่ำแต่ทำให้ดาบไผ่รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เซดะโค้งศีรษะต่ำ “ซุมิมะเซ็น…ข้าขอโทษ เรื่องเมื่อคืน”

“หากเสร็จงานนี้แล้ว ผมสัญญาเช่นกันว่าจะกลับคาโกคุมะ ผมจะกลับบ้านพร้อมกับดาบคาตานะเล่มนี้…สัญญาชิโนบิจากผมก็ไม่มีวันตาย…โอะฮะโยโกะไซมะซึ อูคาชิซัง” พูดจบดาบไผ่ก็โค้งคำนับในแบบเดียวกับเขา ทั้งคู่สบตากันนิ่งๆ…ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะตามมา จนยามแก่ๆ ที่นั่งอยู่ในป้อมเล็กหน้าบ้าน ถึงกับใช้หลังมือปาดน้ำตาตัวเองทิ้งไปหลายครั้ง…

“โอะฮะโยโกะไซมะซึ ทซึรุคุง…เจ้าพูดญี่ปุ่นได้แล้ว ฮาๆ…ฮาๆ”

“ก็ผมอยากกลับบ้านเต็มทีแล้วนี้น่า…”

……..

 อีก 1 ชั่วโมงต่อจากนั้น

 

“เจ้าต้องนิ่ง…ใช่ ใช่ อย่างนั้น

…ควบคุมลมหายใจ………………………เข้า-ออกช้าๆ

……………………..บีบให้เป็นหนึ่งเดียวกับสายลม

สติมั่นคง    ปล่อยจิต     สัมผัสกับความว่างเปล่า…

สมาธิบางเบา……………………………….ราวกับขนนก

……………..ที่กำลังล่องลอยเหนือกระแสลมเบื้องสูง

รวมจุดสู่ศูนย์จิตที่กลางลำตัว……………………………..

…………………เสียงใบไม้ไหวคือหัวใจของชิโนบิ

 

“เจ้าลอยได้…ในที่สุดก็ลอยได้…” น้ำเสียงของเซดะเรียบๆ แต่เขาก็เผลอปล่อยความยินดีสุดๆ ฟ้องออกมาทางสายตาอีก…(ดาบไผ่ ต่อจากวันนี้เป็นต้นไป ชื่อใหม่ที่ท่านปู่ได้ฝากไว้ให้กับเจ้าเมื่อ 55 ปีที่แล้วคือ มินาโมโต ทซึรุ)

(มินาโมโต ทซึรุ…มินาโมโต ทซึรุ…..) ดาบไผ่ทวนตาม

“ใช่…ทซึรุ แปลว่านกกระเรียน” เซดะจงใจจะปล่อยเสียงดังออกมา เหมือนต้องการจะให้อีกหลายคนได้ยินไปพร้อมกัน

“มินาโมโต ทซึรุ…มินาโมโต ทซึรุ…ผมชอบชื่อนี้…” ดาบไผ่พูด เขาพยักหน้ายอมรับโดยไม่ถามเหตุผลอื่นใด..

“ทซึรุคุง…หากต้องการซามูไรคนนี้ไปใช้งานโปรดเรียก ข้าเต็มใจ”

“โอบิ!…ขอบคุณ ขอบคุณ”

……….

…………………………….เปลี่ยนจากความหน้ากลัวสุดขีด

เป็นความประณีตงามพร้อม………โอ้เจ้าหนอนผีเสื้อแห่งอิงะ

มินาโมโต ทซึรุ

…………

จบ กระเรียนหลงฟ้า20 (บทที่20)