ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่ากินแล้วไม่อ้วน

ความเชื่อผิดๆ

ผอม เด็ก ดูดี ตอน ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่ากินแล้วไม่อ้วน

ผอม เด็ก ดูดี ตอน ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่ากินแล้วไม่อ้วน

“Timmy…คีโตเจนิค ไดเอทของฉันละ”

“แกควรรู้เรื่องนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะพลาดตลอดชีวิต” ผมทิ้งเลศนัยให้ยัยธนาคารออมสินคิดตาม….

“อะไรเหรอ….”

“ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่ากินแล้วไม่อ้วน”

“เออวะ!…ฉันพลาดอะไรไปบ้างแล้ววะเนี่ย!….”

“ตกลงจะเอาคีโตก่อนไหม….”

“คีโตทีหลังก็ได้….เล่าเลยแก ฉันจะได้กลับลำได้ทัน”

“โอเคร!…….”

ก่อนจะนำเสนอสูตรลดน้ำหนักของไฮโชฯ ที่มีชื่อเรียกเฉพาะอังกฤษว่า คีโตเจนิค ไดเอต (Ketogenic Diet) เชื่อหรือยังขนาดชื่อภาษาไทยยังต้องเขียนทับศัพท์เลย….สุดๆ ก่อนจะถึงตรงนั้น สำหรับ ผอม-เด็ก-ดูดีเริ่มต้นที่สมอง ตอนที่ 10 ผมขอวกไปถล่มความเชื่อบ้านๆ ที่เคยครอบงำตัวผู้เขียนในอดีต และคิดว่าปัจจุบันความเชื่อดังกล่าวก็ยังครอบงำหลายๆ คนในขณะนี้อย่างแน่นอน นั้นก็คือ “ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่ากินแล้วไม่อ้วน” เมื่อวานก่อนผมนั่งฟังคุณหมอศรินบรรยายประเด็นนี้ใน Youtube เลยอยากเขียนขึ้นมาทันทีทันใด จึงถือโอกาสแซงคิวยัยชลิตา ยกความเชื่อบ้านๆ ธรรมดาที่ไม่ธรรมดาขึ้นมาดักทางใครบางคนให้ฉุกคิดก่อนบางสิ่งบางอย่างจะถูกกลืนลงท้องแบบเสียดุลการค้าอย่างแรงก่อนนะครับ

ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่ากินแล้วไม่อ้วน

มีอะไรบ้างผมนั่งบรีฟได้ 17 ข้อ 17 อย่าง ซึ่งแน่นอนสิ่งที่บรีฟล้วนถอดรหัสมาจากความเชื่อของตัวเองและคนรอบข้างทั้งสิ้น มา! เรามาอ่านกันเลยดีกว่าจะมีสักกี่ข้อที่ตรงใจหรือสะดุดใจ-ผลักสมองให้สะดุ้งโหยงกันบ้าง

  1. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินผลไม้แล้วไม่อ้วน อ้าว!…ใครเคยคิดแบบนี้หรือกำลังคิดแบบนี้-ยกมือขึ้นสูงๆ ไอ้เจ้าผลไม้…หลายๆ ตอนผมก็เขียนถึงเป็นระยะๆ นะครับ แต่เมื่อมาเป็นประเด็น ความเชื่อผิด ที่คิดว่ากินแล้วไม่อ้วน ผมจึงขอยกขึ้นมาเขียนอีกครั้ง โดยเฉพาะไอ้เจ้าแตงโมง ส่วนตัวผมเสียรู้มาหลายสิบปี….แดกได้แดกดีกับความเชื่อกินผลไม้แทนข้าวแล้วจะผอม…ฉิบหาย! ผลงานของความเชื่อผิดๆ คือแดกเท่าไรน้ำหนักไม่เคยลด หนำซ้ำยังเดินหน้าต่อไม่หยุด เพราะฉะนั้น….ตอนนี้เราต้องมาปรับความคิดกับยกใหญ่แล้วละครับว่า ผลไม้รสหวานทุกชนิดทำให้อ้วน-ผลไม้เนื้อหนาถึงไม่หวานแต่ปริมาณคาร์โบไฮเดรตก็น่าตกใจ สรุปผมไม่ได้บอกนะว่า กินผลไม้ไม่ได้ แต่ขอแนะนำแบบนี้
  • ขนาดที่เหมะสมในการกินต่อมื้อและควรกินพร้อมอาหาร-ห้ามกินในเวลา Fasting เด็ดขาด นั้นก็คือ 1 กำปั้นของใครของมัน
  • น้ำผลไม้ที่มีการปั่นแยกกากมีค่า = น้ำหวาน ถ้าจะกินต้องกินทั้งเนื้อ เข้าใจตรงกันนะครับ
  1. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินข้าวต้มแล้วจะไม่อ้วน ผมขออธิบายอย่างนี้ ข้าวต้มถึงจะมีน้ำเป็นส่วนผสมอยู่จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อมันถูกย่อยจนละเอียด แป้งที่ผสมอยู่ในน้ำก็พร้อมจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสทันทีเมื่อถูกกลืนลงท้อง แล้วปริมาณข้าวต้มกับข้าวสวย ผมคิดว่าไม่ต่างกันมาก เพราะฉะนั้น ความเชื่อที่ว่ากินข้าวต้มแล้วจะทำให้ผอม…ประเด็นนี้จึงผิด 100%
  2. ความเชื่อผิดที่คิดว่า กินขนมจีนแทนข้าวแล้วจะไม่อ้วน ประเด็นนี้ก็ใกล้เคียงกับข้อที่ 2 นะครับ ยิ่งแป้งที่ถูกแปรรูปเป็นเส้นยิ่งน่ากลัว ผมเหมารวมแป้งแปรรูปทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น เส้นก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ขาว-เหลือง สปาเก็ตตี้ หรือแม้แต่ขนมเค้ก ขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบในร้านสะดวกซื้อล้วนน่ากลัวสำหรับคนต้องการลดน้ำหนัก-ลดสัดส่วนทั้งสิ้น
  3. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินสลัดแล้วจะผอม สำหรับสลัดผมต้องขอขยายที่ละอย่าง ก่อนอื่นยกผักสด-ผักสลัดออกไปก่อน…แล้วมาดูส่วนประกอบอื่นๆ บางเจ้ามีกล้วยต้ม-มันนึ่ง-เผือกต้ม-ฟักทอง-ลูกชิด-ลูกเดือย-ข้าวโพด-ถั่วเขียว-ถั่วแดง-ผลไม้ เมื่อนำหลายๆ สิ่งรวมกันคุณเริ่มเห็นอะไรในสลัดหรือยัง นี้ขนาดยังไม่ลงลึกในน้ำสลัดที่บางเจ้าเล่นขนทั้งนมข้นหวาน-น้ำตาล-มายองเนส-เนย (ถ้าใช้เนยเทียมยิ่งแย่หนักเข้าไปอีก) สรุปเลยดีกว่า สูตรสลัดรอตอนสุดท้ายเลยผมมีสูตรเด็ดที่คิดขึ้นมาเอง บอกตรงๆ เวิร์กมากๆ มาฝาก
  4. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินน้อยแล้วจะไม่อ้วน ผมเชื่อว่าข้อนี้ตรงเผงกับความเชื่อของหลายคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ใครที่ชอบเขี่ยข้าวทิ้ง-เขี่ยเนื้อ-เนื้อติดมัน-กินแค่ครึ่งเดียวแล้วทนทุกข์กับความหิวในเวลา Fasting ยกมือขึ้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า กูว่าแล้วต้องมียัยชลิตารวมอยู่ด้วย สิ่งที่ถูกต้องในการลดน้ำหนัก-ลดสัดส่วนนั้นก็คือกินให้อิ่ม เน้นต้องกินให้อิ่มเผื่อช่วง Fasting ยาวๆ เพราะความเชื่อที่ว่า…กินน้อยๆ แล้วจะไม่ทำให้อ้วนเนี่ย!…โบราณชัดๆ สำคัญอยู่ที่ประเภทของอาหาร-ชนิดของอาหาร-คุณภาพของอาหารและเวลาที่กินเข้าไปต่างหาก….ใครไม่เข้าใจให้กลับไปไล่อ่านข้อมูลโภชนาการตอนที่ผ่านมาก่อนนะครับ เพราะหากคุณกินน้อย แต่เลือกกินเฉพาะอย่างนอกจากจะต้องทนหิว-สุขภาพเสีย-เพื่อนตายได้สารอาหารไม่ครบถ้วนแล้ว คุณยังจะยิ่งอ้วนหนักกว่าเดิม เพราะอะไร?-ก็เพราะในลิ้นชักมีลูกอม มีน้ำหวานอยู่ใช่ไหมละ…
  5. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า อาหารเช้าสำคัญกับร่างกาย ความเชื่อข้อนี้คลาสสิคสุดๆ เพราะกว่าผมจะแกะความเชื่อบ้าๆ นี้ทิ้งได้ต้องใช้เวลานานพอสมควร เอาแบบนี้-กลับไปย้อนอ่านบทความตอน IF-ที่รัก แล้วกรุณาอย่าผูกชีวิตตัวเองไว้กับดวงอาทิตย์ เปลี่ยนความคิด-เปลี่ยนภาษาเรียกมื้ออาหารเสียใหม่ จากมื้อเช้าให้เรียกว่า มื้อแรก-มื้อเที่ยงให้เรียกว่ามื้อที่ 2-มื้อค่ำให้เรียกว่ามื้อที่ 3 -สมมุติคุณเริ่มทำงาน 01.00 น. มื้อแรกของคุณก็คือมื้อดึกตอนเที่ยงคืน กินเข้าไปเถอะไม่ผิดกติกา ฉะนั้น ยึดไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลัก อย่าไปถือดวงอาทิตย์เป็นสรณะ โอเคร!
  6. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า นมไม่ทำให้อ้วน ข้อนี้ผมหมายถึงนมกล่องนมสำเร็จรูปที่มีขายในร้านสะดวกซื้อนะครับ ความเชื่อผิดๆ ข้อนี้ไม่อธิบายมากเพราะข้อมูลโภชนาการมีแปะไว้ที่ข้างกล่องอยู่แล้ว ไล่อ่านเอาเองแล้วคุณจะตกใจในปริมาณไขมัน-คาร์โบไฮเดรต-น้ำตาล-ยิ่งบางยี่ห้อเล่นใช้น้ำตาลเทียมหรือน้ำตาลอุตสาหกรรมยิ่งหนักเข้าไปใหญ่…
  7. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองเดียวไม่ทำให้อ้วน ผมจะบอกอะไรให้ ดอก!นี้-คุณจะเจอทั้งแป้งแปรรูป-น้ำตาล-ผงชูรสที่กระตุ้นไอ้หนูซู่ซ่าหรือไอ้หนูอินซูลินสูงและปัง!เว่อร์กว่าน้ำตาลทรายถึง 200 เท่า…เมื่อบะหมี่ชามเล็กๆ ตกถึงท้องก็คิดเองว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนตายของคุณบ้าง
  8. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินขนมแทนอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งไม่ทำให้อ้วน ฮึ ฮึ ฮึ….ดอกนี้ก็ไม่น้อยหน้าข้อที่ 8 ผมยืนยันครับความเชื่อข้อนี้ผิดถนัด หลายคนอาจจะเถียง “ขนมที่ฉันกินมันคือผลไม้อบแห้งยะ!…มาจากธรรมชาติล้วนๆ” ธรรมชาติลงโทษซิ!ไม่ว่า คุณเคยกวนน้ำตาล-หรือกวนผลไม้ไหม?….นั้นแหละ…เพราะน้ำตาลไม่สามารถระเหยไปพร้อมกับน้ำได้ มันจึงจับกันเป็นก้อนน่ารักๆ อร่อยสุดติ่งกระดิ่งลม…ชัดเจนแล้วข้ามเลย
  9. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินลูกชิ้นทอด-ปิ้งแล้วจะไม่อ้วน ผมจะอธิบายแบบนี้…กว่าเนื้อจะกลายมาเป็นลูกชิ้นเด้งลูกหนึ่งมันไม่มีเฉพาะเนื้อเพรียวๆ ทั้งแป้งแปรรูป-สารกันบูด-บอแรกซ์-และอื่นๆ ที่น่ากลัวอีกสารพัด นี้ยังไม่รวมถึงน้ำจิ่มที่เหนียวๆ ข้นๆ นะ…น้ำตาลทั้งนั้นเจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ย!
  10. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินน้ำผึ้งธรรมชาติแทนน้ำตาลแล้วจะผอม ง่ายๆ แบบนี้ครับ ถึงน้ำผึ้งจะได้มาจากเกสรดอกไม้-มีสรรพคุณทางยา…แต่น้ำตาลก็คือน้ำตาลวันยันค่ำ-จะกลูโคส-ฟรุกโตส-ซูโครส-โมเลกุลเดี่ยวหรือโมเลกุลคู่ ทันทีที่ตกถึงท้องไอ้หนูอินซูลินจอมขยันก็พุ่งสูงปี๊ด! ยิ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดียวการดูดซึมเข้ากระแสเลือดก็ยิ่งเร็วกว่าน้ำตาลจากแป้งหลายเท่า หากเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าคุณจะยิ่งอ้วนขึ้น ไม่ใช่ผอมลง ทราบแล้วเปลี่ยน
  11. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินอาหารเส้นแทนข้าวแล้วจะไม่อ้วน ความเชื่อผิดๆ ข้อนี้จะใกล้เคียงกับกินขนมจีน-กินบะหมี่สำเร็จรูป….สั้นๆ อาหารเส้นคือแป้งแปรรูป-หนักกว่ากินข้าวหลายเท่า
  12. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินส้มตำแทนอาหารแต่ละมื้อแล้วจะไม่อ้วน ข้อนี้ก็ไม่เชิงเป็นความเชื่อผิดๆ ซะที่เดียวนะครับ หากส้มตำเป็นตำป่า-ตำลาว-ตำปูปลาร้า แต่เมื่อไหร่เป็นตำไทย-ตำโคราช-ตำสั่ว (ตำขนมจีน) ถ้ามีผัดหมี่ประกอบด้วยถือว่าหนัก คุณเอ้ย-ทั้งถั่ว-น้ำตาลปีบเป็นช้อนๆ-ผงชูรส-น้ำปลา ถ้าบวกเส้นขนมจีนเข้าไปอีกบอกได้คำเดียวสั้นๆ ว่า….ปิดจ๊อบ!
  13. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า น้ำเต้าหู้ไม่ทำให้อ้วน ความจริงแล้ว น้ำเต้าหู้กับนม ผมควรผนวกเป็นหัวข้อเดียวกันนะ แต่ขอแยกเถอะ เพราะตำนานน้ำเต้าหู้กับปลาท่องโก๋ เล่นผมหลงทางมาหลายปี ในน้ำเต้าหู้นอกจากจะมีปริมาณคาร์โปรไฮเดรตสูงแล้ว (โปรตีนจากพืชยกไว้ในฐานะรู้กัน) หากใครนิยมใส่เครื่องเคียงบวกน้ำตาลทรายแดงด้วยแล้ว ไม่ต้องนับปาท่องโก๋ก็สามารถเป็นลมได้แล้วละ
  14. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า โยเกิร์ต/นมเปรี้ยว ไม่ทำให้อ้วน แน่นอนครับถ้าเป็นโยเกิร์ตแท้รสชาติห่วยบรม-ดีต่อสุขภาพแน่นอน แต่ประเด็นนี้ส่วนตัวนะครับ…ให้ตายเถอะโยเกิร์ตแท้ยี้ห้อดังแดกไม่ลงจริงๆ เพราะอะไร ก็เพราะว่ามันไม่หวาน ไม่อร่อย สู้ยี่ห้อที่มีสตอร์บอรี่-วุ้นมะพร้าวก็ไม่ได้ แดกก่อนนอนสบายท้องฉิบหาย หลับยังฝันว่าตื่นเช้าน้ำหนักจะลดอีก ไอ้ห่า!…ต้องถามว่า กูหลงเชื่อผิดๆ แบบนี้ได้อย่างไร? ไม่! ไม่! ต้องถามว่าหลงเชื่อผิดๆ แบบนี้มานานแค่ไหน? ต่างหาก….ส่วนนมเปรียวไม่ขอพูดถึง-ไปอ่านข้อมูลโภชนาการเอาเองดีกว่า กระซิบสั้นๆ น้ำตาลเพรียบ!
  15. ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินดักไขมันแล้วแดกได้สบายใจ พูดตรงๆ สำรับอาหารไทยแบบบ้านเราไม่ใช่ สเต็ก-แฮมเบอร์เกอร์หรือแซนวิสอย่างอาหารฝรั่งถูกต้องไหม? อาหารไทยต้องประกอบไปด้วยหลายๆ อย่างรวมกัน ข้าว-กับข้าวงี่!…ความจริงความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า ไขมันทำให้อ้วน ผมน่าจะแยกเป็นอีกข้อหนึ่ง แต่ในเมื่อเป็นความเชื่อที่เชื่อมโยงกันผมจึงขอรวบมาไว้เป็นข้อเดียวอธิบายง่ายกว่า ประเด็นที่ 1. ความจริงแล้วไขมันกระตุ้นไอ้หนูอินซูลินน้อยมากๆ แค่ผิวๆ เท่านั้นเอง ไขมันดี ไขมันจากสัตว์เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการ ส่วนใครยังเข้าใจผิดคิดว่ากินไขมันแล้วจะส่งผลต่อคอเรสเตอรอลในเลือด คุณหมอหลายท่านเท่าที่ผมเคยถาม-ถก-คุยด้วยตัวเองประกอบกับข้อมมูลจากหลายแหล่ง หลายสถาบันยืนยันตรงกันแล้วว่าไขมันจากอาหารแทบไม่มีผลต่อคอเรสเตอรอลในเลือดเลย เพราะคอเรสเตอรอลในเลือดล้วนเกิดจากร่างกายสร้างขึ้นมาเองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีปัญหาคอเรสเตอรอลในเลือดสูงก็โปรดรับรู้ไว้เลยนะครับอาหารที่กินเข้าไปส่งผลต่อเรื่องนี้น้อยจริงๆ เล่นซะยืดยาวกลับมาตัวดักไขมันกันดีกว่า แทนที่มื้อนั้นร่างกายจะได้ไขมันดีไปใช้งาน ร่างกายกลับได้รับเฉพาะแป้ง-กลูโคส ไอ้หนูอินซูลินก็ยิ้มหน้าบานนะซิครับ อ้วนเพลินๆ เพราะความเชื่อผิดๆ ก็สนุกดี
  16. ข้อสุดท้าย ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินกล้วยไม่ทำให้อ้วน ผมต้องยอมรับนะครับคุณสมบัติของกล้วยน่าทึ่งจริงๆ ส่วนประเด็นความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่า กินกล้วยไม่ทำให้อ้วน ผมขอยกอธิบายเฉพาะประเด็นนี้ก่อน ข้อมูลกล้วยหอมผมมีเขียนไว้ในตอนที่ผ่านมาแล้ว ตอนนี้ผมจึงไม่แยกว่าเป็นกล้วยชนิดไหน? แต่จะแยกเป็นระยะ-เวลา/ห่าม-สุก-งอมแบบนี้ครับ ง่ายๆ กล้วยห่ามดีต่อสุขภาพแน่นอน กินทุกเช้า-วันละ 2 ลูกพร้อมอาหารมื้อแรกจะดีมาก ผมกินประจำ และกล้วยห่ามยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย แต่ แต่ ถ้าเป็นกล้วยสุก-งอม จากคาร์โบไฮเดรดในเนื้อกล้วยจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ยิ่งงอมจัดเท่าไรปริมาณน้ำตาลก็ยิ่งสูง สำหรับคนที่ตั้งใจจะลดน้ำหนักลดสัดส่วนฟังทางนี้ครับ
  • กินกล้วยห่ามๆ พร้อมมื้ออาหารจะดีมาก
  • เนื่องจากกล้วยสุกเร็ว วิธีบังคับไม่ให้สุก-งอมก็คือ เมื่อได้กล้วยมาให้แยกออกเป็นลูกๆ ตัดขั้วทิ้งใส่กล่องพลาสติดยัดตู้เย็นไว้เลย
  • ระยะที่เหมาะสำหรับกินเพื่อลดน้ำหนัก-ลดสัดส่วนคือระยะที่เรียกว่าห่ามๆ สังเกตสีเขียวประมาณ 60% จะสมบูรณ์แบบ

“โฮ! แก….โดนหลายข้อ….ตกลงทั้งหมดกินไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย!”

“ไม่ใช่!…กินได้หมดนั้นแหละ แต่ต้องกินให้อยู่ในเวลา Feeding หรือพร้อมมื้ออาหารเท่านั้นเอง”

“ปริมาณละ….เวลาอาหารมากองตรงหน้าคงไม่มีใครยกเครื่องชั่งน้ำหนักมาวางคู่กันหรอกนะ”

ผมมองหน้ายัยธนาคารออมสินแล้วชูกำปั้นให้เห็น “ไม่ต้องเสียเวลาชั่งให้ยากหรอก ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โปรไฮเดรต-ผลไม้ให้กินเท่ากับ 1 กำปั้นของใครของมันต่อมื้อ…แค่นี่เองเห็นไหม? ธรรมชาติสร้างทุกอย่างให้ง่ายสำหรับการดำรงค์ชีพ อยู่ที่ว่าเราจะนึกถึงหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

“เออเนอะ ขนาดโปรตีนยังใช้ฝ่ามือวัดเลย”

“ไขมันก็เช่นกัน ใช้หัวนิ้วโป้งของแต่ละคนนั้นแหละวัด ผู้หญิงกินไขมันได้ 3-4 นิ้วโป้งต่อวัน ผู้ชายมากขึ้นอีกหน่อย 4-5 นิ้วโป้งต่อวัน เห็นไหมธรรมชาติฉลาดแค่ไหม…จบปะ!”

“เออวะ….สูตรลดน้ำหนักของแกนี้ลงลึกจริงๆ”

“เริ่มต้นจากปรับทัศนคติเป็นหลัก  ถ้าปรับได้ ชีวิตเปลี่ยนแน่นอน แต่อย่าลืมสูตร IF ของตัวเองนะ ถ้าเผลอกินอาหารหรือดูดน้ำหวานในเวลา Fasting  เพื่อนตายจะปิดสวิทซ์งานเผาผลาญในวันนั้นลงทันที”

“โอเคร…. Thank You Timmy”

“Welcome…..”

line1 for timmy

Spread the love