คุณนายซาอุฯ บทที่ 26

คำสบประมาท


คำสบประมาท คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 26

คำสบประมาท

มีคนบอกว่า “ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ” มันอาจจะใช่หากหลังฝนตกเป็นเวลากลางวัน นกหลายตัวกำลังบินกลับรัง บินกลับคอนเดิมที่เคยเกาะหลับตลอดทั้งคืน คุณนายไรราเองก็ไม่ต่างกัน บ้านโคกอีรวยคือทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อฟ้าหลังฝนกระจ่างสดใสเธอเองก็กลับบ้าน คุณนายซาอุฯ กลับบ้านแล้ว เธอให้พ่อใหญ่บุญมาขายวัว-ขายควายที่มีอยู่ 4 ตัวแล้วปรับปรุงบ้านเดิมเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ข้างบนเป็นห้องนอนสำหรับเธอและลูก ส่วนชั้นล่างเป็นห้องนอนสำหรับพ่อใหญ่บุญมากับแม่ใหญ่สายพินที่เริ่มจะปีนขึ้นบันไดไม่ไหว ที่เหลือก็เป็นครัว ห้องน้ำห้องส้วมและห้องเสื้อ ในวันเปิดร้านมีหนุ่มสาวจากเมืองกรุงมาร่วมแสดงความยินดีหลายคน โดยเฉพาะชายวัยกลางคน รูปร่างกะทัดรัดหัวเริ่มล้านเกือบจะถึงกลางศีรษะผู้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา

“พี่เห็นไรรามีวันนี้ พี่เองก็อดปลื้มไม่ได้ ยินดีด้วยนะ”

“ขอบคุณมากคะพี่ยศ ที่ไรมีวันนี้ก็เพราะพี่เช่นกัน” คุณนายไรราในชุดเสื้อผ้าบางๆ พลิ้วๆ สีครีม แดดแรกกำลังอาบคนทั้งคู่ขณะยืนอยู่หน้าบ้านที่เธอเพิ่งปรับปรุงเป็นร้านตัดเย็บเสื้อผ้าที่เห็นป้ายตัวหนังสือสีทองขนาดกลางๆ เขียนว่า “ห้องเสื้อไรรา” ใส่กรอบพลาสติกแขวนไว้เหนือประตูทางเข้า

“ถ้าพี่อยากจะมาอยู่ด้วย….” สมยศพูดไม่ทันจบ คุณนายไรราก็แทรกขึ้น

“พี่ยศคะ….ไรอยากจะจบเรื่องดาวเบอร์ตอง…ไรอยากจะอยู่เงียบๆ อยู่เพื่อลูก และอยู่เพื่อตัวเอง…พี่เข้าใจไรนะคะ”

“พี่ก็เผื่อว่าไรจะใจอ่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ไรใช้ชีวิตมากเกินไปแล้วคะ ที่เหลือไรอยากจะอยู่เพื่อลูก”

“คะ พี่เข้าใจ และพี่ขออวยพรให้ไรประสบความสำเร็จทุกๆ สิ่ง….ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปพี่คนนี้จะต้องไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อไรราใช่ไหม”

“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ไรราก็จะกลับมาชื่ออีไรเช่นเดิมและไม่เคยรู้จักกับผู้ชายแสนดีที่ชื่อสมยศตลอดไป”

“โชคดีนะไร”

“โชดดีคะพี่ยศ”

และนั้นก็เป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขา สมยศเดินหันหลังตรงไปยังรถเก๋งสีบรอนซ์ก่อนจะแล่นออกจากบ้านโคกอีรวยแบบไม่มีวันกลับ “โชคดีและขอบคุณมากๆ คะพี่……”

เสียงเพลงบรรเลงดังคลอเบาๆ คุณนายซาอุทั้ง 4 คนกำลังเลือกผ้าตัดชุดใหม่อย่างเอาเป็นเอาตาย ศรีกับวารีชอบผ้าผืนเดียวกันแต่ก็ยังมากพอสำหรับเธอทั้งคู่ ส่วนดาได้ผ้าชีฟองลายลูกไม้สีส้มเธอก็เร่งให้คุณนายไรราที่สวมแว่นตามีสายวัดตัวคล้องคอวัดตัวให้เป็นคนแรก

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า วัดให้กูก่อนอยากได้ชุดกระโปรงคลุมเข่าคือจะงามหลายๆ”

“เออ อีดาเลือกตรงกับใจกู หมุนตัวจะวัดรอบเอวให้…มึงคืออ้วนแท้อีห่าขั่วมึง”

“กะลูก 2 คนแล้วเนาะสู”

“ส่วนของกูกับคุณนายศรี ผ้าคือกันแต่ขอคนละทรงเด้อ….ฮ่า ฮ่า ฮ่า” วารีพูดก่อนจะหันไปหัวเราะกับคุณนายศรีไม่หยุด

“แมนๆ กูขอเฉพาะเสื้อเพราะจะไปใส่กับผ้าสิ้นตีนแดง” คุณนายศรีบอก และนั้นก็ทำให้แววตาของไรราลุกวาบขึ้นมาทันที

“เว้าถึงผ้าสิ้นตีนแดงแล้วกูก็แค้นใจบักทิดดอนบ่หาย….ตอนนั้นมึงจะขายให้กูจักบาท กูลืมไปแล้ว”

“อีห่าขั่วมึง กูบ่ได้มาทวงเงินเด้อ กูมาตัดเสื้อ”

“เออกูฮู้….แต่มันจักบาท กูจะได้จ่ายคืนให้”

“บ่เอาดอก กูบ่เอา”

“ถ้าแบบนั้นผ้าที่มึงเลือกกูก็จะบ่คิดเงิน คิดเฉพาะค่าตัดเย็บอย่างเดียวพอ…ฮ่า ฮ่า ฮ่า จะได้บ่มีไผชนะไผแพ้….เฮาเสมอกัน”

“เออ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาแบบนั้นก็ได้….เอาวัดตัวกูโลด ผ้างามขนาด กูละมักหลายๆ”

……….

คืนเดียวกันที่บ้านพ่อใหญ่เหลือ-แม่ใหญ่สิมหลังจากกินข้าวแลงอิ่มแล้ว ทั้งคู่ก็ออกไปนั่งตากลมอยู่นอกชานโล่งๆ ขณะที่แม่ใหญ่สิมได้ตระกล้าหมาก-พ่อใหญ่เหลือก็ได้ยาเส้นมวนใบตองแห้งนั่งสูบจนเห็นแสงไฟแดงวาบๆ อยู่ไม่ไกล

“เห็นอีไรรามันได้เงินได้คำมาสร้างบ้านสร้างเฮือนให้พ่อใหญ่บุญมาแม่ใหญ่สายพินและยังเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าอีกก็ยิ่งเจ็บใจกับลูกสาวลูกเขยเฮา….” เสียงแม่ใหญ่สิมกำลังตะบันหมากดัง กิ๊กๆ พูดด้วยความโมโห “จักมันมีเงินมีคำกันบ่ ที่นาของอีสวนข่อยก็บอกมันแล้วมันก็ยังเฉยอีก….”

“เฮื้อย!…ยายเอ้ย บุญไผบุญมัน คนของเฮาบ่มีบุญ มันก็บ่มีบุญกับเขาดอก”

“หรือว่าบักทิดทองเอาเงินไปให้พ่อใหญ่จันทร์บ้านโนนทุ่ง…ถ้าเป็นอย่างนั้นบักทิดทองก็จะอยู่บ้านโคกอีรวยบ่ได้”

“มันมีลูกด้วยกันตั้ง 3 คน ถ้าบักทิดทองเฮ็ดแบบนั้น มันทั้งครอบครัวก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านโนนทุ่งซะจะได้จบๆ กันไป งานนี้ข่อยบ่ยอมแน่นอน…แค้นใจจนนอนบ่หลับ” พ่อใหญ่เหลือพูดยาวก่อนจะดับไฟมวนยาสูบที่พื้นแรงๆ…. “บักห่าทองเอ้ย ไปเฮ็ดการเฮ็ดงานก่อนชาวบ้านชาวเมืองเขา ฝาบ้านก็ยังเป็นฝาใบมะพร้าวแห้งอยู่อีก กูเหลือโตนลูกสาวกับหลานๆ กูเด่”

“โอ้ยตา อย่าเว้าหลาย ข่อยก็เหลือใจคือกันนั้นละ ชั่งหัวมันเถอะ อีหยังจะเกิดก็ต้องเกิด…ถ้ามันเอาเงินไปให้พ่อใหญ่จันทร์จริงๆ ก็ให้มันพาลูกพาเมียมันไปอยู่บ้านโนนทุ่งก็จบ….ข่อยละเบื่อหน่ายมันหลายๆ”

ท้องฟ้าที่อึมครึมเก็บงำความลับของหมู่ดาวได้ฉันใด คนที่ไม่พูดไม่จาก็ไม่มีใครรู้ว่าโง่หรือฉลาดฉันนั้น ความสำเร็จของเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกัน ทำให้เกิดเสียงซุบซิบนินทาดังกระหึ่มไปทั้งบ้านโคกอีรวย กระนั้นความนิ่งของวารีก็สามารถสยบเสียงเหล่านั้นไม่ให้ดังเกินมาตรฐาน หลายคนบอกว่าเธอมีเงิน แต่หลายๆ คนก็พูดในทางตรงกันข้าม ทุกคำสบประมาทเหมือนจะทำอะไร 4 คนแม่ลูกที่กำลังนั่งๆ นอนๆ รอบแสงตะเกียงไม่ได้เลย

“อีพ่อส่งรูปมา 5 ใบ” วารีพูดขึ้น

“ใสอีแม่….” ภูที่นอนหมอบตีก้นก้องไกรเล่นถามขึ้นเร็วๆ

“เอามาให้เบิ่งแน่ ผมคิดถึงอีพ่อแฮ้งแฮง (แฮ้งแฮง=ม๊ากมาก)” และผาที่นั่งพับเรือกระดาษก็ตามขึ้นทันที วารีดึงรูปถ่ายออกจากซองจดหมายวางตรงหน้า ทุกคนต่างแย่งไปถือคนละใบ

“อีพ่อคือผมยาวแท้ๆ….”

“ดินประเทศซาอุดิอาระเบียก็มีแต่สีแดง บ่คือดินบ้านเฮาเลยเนาะแม่”

“สงสัยค่าตัดผมแพง อีพ่อมักจะมาตัดที่บ้านเราตลอด” วารีตั้งข้อสันนิษฐานก่อนจะหยิบรูปที่เหลือขึ้นมาดูบ้าง

“อีพ่อคือจะฮ้อนหลายเนาะ เฮ็ดงานอยู่กลางแดดแบบนี้นะ…เอาผาเปลี่ยนกันเบิ่ง”

“ก้องเว้าบ่ทันเป็น เบิ่งก็บ่ทันเป็นบ่ต้องเอาไปดอก นั้นๆ มีอีหยังก็จะกินหมด” ผาที่นั่งอยู่ใกล้เอ็ดน้องชายพร้อมกับดึงรูปถ่ายที่กำลังจะเป็นก้อนกระดาษออกจากมือ จนก้องไกรร้องไห้เสียงดัง

“บ่ร้องๆ พี่เขาหยอกเล่นซื่อๆ ดอก เอารูปพ่ออีกใบไปแทน” วารียื่นรูปในมือตัวเองให้จนได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นมาอีก

“อีแม่ เดี๋ยวรูปถ่ายอีพ่อก็ขาดพอดี” ผายังกังวลเรื่องเดิม

“บ่เป็นหยังดอก น้องก็อยากเบิ่งคือกัน แม่นบ่ แม่นบ่บักหล่าคำแพง หึ หึ หึ”

“อีแม่ เห็นบ้านแม่ไรง้ามงาม บ้านเฮาจะเฮ็ดใหม่บ่” ภูลูกชายคนโตถามอย่างเป็นการเป็นงาน

“ฝาบ้านเฮาก็บังลมบ่ได้ ใบมะพร้าวก็แห้งเก่าเป็นรูไปหมดแล้ว” ผาตามเหมือนจะเห็นด้วย

“ไว้ให้อีพ่อกลับมาอยู่กับเฮาก่อนค่อยทำใหม่ แม่จะสร้างหลังงามๆ เฮ็ดห้องนอนให้คนละห้องเลยเอาบ่”

“บ่เอาๆ ผาย้านผี” (ย้าน=กลัว)

“แต่ถ้าจะให้ภูนอนห้องเดียวกันกับผากะบ่เอาเด้อ ตอนกลางคืนดึงผ้าห่มไปห่มคนเดียวทุกคืน”

“ถ้าแบบนั้นไผจะมานอนกับแม่ละ” วารีถามพลางยิ้มให้เห็นชัดๆ ทั้งผาและภูต่างยกมือสลอน “แล้วไผจะนอนกับอีพ่อ” และทุกคนก็ยกมือตามกันขึ้นอีก ก้องไกรเห็นพี่ยกมือก็ยกตามพร้อมกับหัวเราะออกมาดังๆ

“ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”

เสียงสบประมาทรอบๆ ตัวทำอะไรเธอไม่ได้จริงๆ วารีพาลูกๆ เข้านอน ก่อนตัวเองจะนอนคิดไปเรื่อย กระทั้งห้วงแห่งความฝันเข้ามาแทนที่

………

                #อ้ายจะสร้างบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ แยกคอกควายกับเล้า (ยุ้งฉาง)ไปไว้ที่สวนนอก ลูกๆ จะนอนรวมกันในห้องใหญ่ ส่วนห้องเล็กวากับอ้ายก็มากพอ เงินที่เหลือจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก ส่วนเราสองคนก็คอยนั่งดูพวกเขาเติบโต คอยดูเวลาพวกเขาเป็นหนุ่ม พี่จะออกรถอีแต๋นสักคันเอาไว้รับจ้างในนาในสวน และเอาไว้พาลูกๆ ไปเที่ยว วารี วารีต้องรออ้ายเด้อ วารีต้องเข้มแข็ง วารีต้องหนักแน่น คำสบประมาททำอีหยังบ่ได้หรอกถ้าบ่ใส่ใจกับมัน#

……….

อีกมุมของบ้านโคกอีรวย

แสงตะเกียงดับไปแล้ว แต่เสียงพูดคุยของคน 2 คนยังดังในแบบเกือบจะเงียบสนิท….

“ทิดมิตร…ทิดมิตรแม่นบ่” สำลีตะเบ็งเสียงต่ำๆเข้าไปในความมืดหลังประตู

“เร็วๆ เดี๋ยวคนกะมาเห็นดอก”

เมื่อบานประตูเปิดมันก็ปิดตามหลังชายหนุ่มหน้าตาดีทันที “สำลี สำลี ข่อยไปถามเพื่อนที่อยู่บ้านหนองเรือแล้ว มีหมอตำแยบ้านหัวดงรับทำแท้ง แต่เขาก็เรียกเงินหลายอยู่”

“จะเอาเท่าไร เวลานี้ข่อยบ่มีทางเลือก ขืนเอาลูกไว้ วันหนึ่งข้างหน้าท้องก็จะใหญ่ขึ้น เรื่องของเฮา  2 คนก็จะแดงขึ้นมา…ข่อยรับบ่ได้ดอก”

“เขาจะเอาเป็นหมื่น”

“เป็นหมื่นเลยบ่…..”

“เป็นหมื่นสำลี เจ่ามีบ่ละ”

“ฮื้อๆ….ทิดสักบ่ฝากเงินมาเลย เจ่าก็ต้องขายสร้อยช่วยข่อยแล้วละ ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา เจ่าก็ต้องเดือดฮ้อนคือกัน”

ทิดมิตรคิดไม่ตกสักครู่จอมวางแผนก็พูดขึ้น… “ไปหาหยิบหายืมมาก่อน ถ้าขายสร้อยได้วันไหนจะคืนให้ ขอให้เรื่องบ่แดงขึ้นมาก็พอ”

“ทิดมิตร ทิดมิตรผัวอีสำลี ผัวอีสำลี ฮื้อๆ”

“อย่างฮ้องเสียงดังหลาย บ่ย้านชาวบ้านเขาได้ยินบ่ เจ่าท้องได้กี่เดือนแล้ว”

“เข้าเดือนที่ 3 “สำลีบอก

“ยังได้อยู่…บักมิตรอยากขนาด มาเถอะสำลี บักมิตรจะเข้าไปต่อแขนต่อขาให้ลูกเฮา”

“โอ้ย!…คือว่าจั่งซั่น (คือว่าจั่งซั่น=คือว่าแบบนั้น)”

“อย่าบอกเด้อว่าเจ้าบ่อยาก ถ้าแบบนั้นบักมิตรจะได้กลับ”

“บ่กลับดอกทิดมิตร บ่ทันกลับดอก อยู่กับสำลีก่อนผัวจ๋า ผัวของสำลี”

“ยอมเอิ้นผัวแล้วบ่”

“ยอมแล้วผัวจ๋า เมียยอมแล้ว ขอแต่อย่าทิ้งเมีย เมียยอมทุกอย่างนั้นละ”

……..

จบ คำสบประมาท คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 26