คุณนายซาอุฯ บทที่ 17

คุณนายซาอุฯกลับบ้าน
คุณนายซาอุฯกลับบ้าน คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 17

คุณนายซาอุฯกลับบ้าน

กลางฤดูหนาวขณะที่ชาวบ้านกำลังเร่งทยอยขนข้าวเปลือกจากลานขึ้นเก็บบนยุ้งฉาง คณะผ้าป่าสามัคคีจากกรุงเทพฯ มาพร้อมกับรถบัสติดแอร์คันใหญ่ก็แล่นเข้ามาจอดในบริเวณวัดโคกอีรวยก่อนสว่าง ทำให้ชาวบ้านหลายคนต้องหยุดกิจกรรมส่วนตัวออกมารวมตัวกันที่วัดจนแน่นขนัด สายๆ พอเหล้าเข้าปากหนุ่มๆ สาวๆ หลายคนก็ออกวาดลวดลายไปพร้อมกับขบวนมโหรีวงใหญ่ ไม่เว้นแม้กระทั้งบรรดาคุณนายซาอุฯ ที่แต่งตัวออกมาโอ้อวดกันอย่างเต็มที่

“โอ้ โหย โหย่ โหย้ หิ้วๆ…..” เมื่อเสียงโห่เอาฤกษ์เอาชัยครบ 3 จบ ขบวนแห่ยาวเหยียดก็ผ่านซุ้มประตูไม้เข้ามาในบริเวณวัด โดยมีสำลีท่าทางเมาได้ที่รำนำขบวนเป็นกลุ่มแรกๆ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า มื้อนี้คุณนายสำลีม่วนอีหลีโว้ย (ม่วนอีหลี=สนุกจริงๆ) ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เมื่อขบวนแห่รอบศาลาไม้ยกพื้นสูงครบ 3 รอบชาวบ้านรวมทั้งคณะผ้าป่าที่มาจากกรุงเทพฯ ก็ขึ้นไปรวมตัวกันบนศาลาพร้อมกับต้นเงินต้นทองหลายสิบต้น และขณะรอพระทำพิธีทางศาสนาอยู่นั้น คุณนายสำลีที่เขม่นกับคุณนายไรรามาตั้งแต่ยังไม่ผ่านซุ้มประตูวัดก็ลุกขึ้นด้วยท่าทีซวนเซจนทำให้ชาวบ้านและคณะที่มาจากกรุงเทพฯ พากันหัวเราะลั่นศาลา รวมทั้งคุณนายไรราก็เผลอปิดปากหัวเราะไปกับเขาด้วย

“บ่เป็นหยัง บ่เป็นหยัง กูบ่เมา มื้อนี้คุณนายสำลีม่วนขนาด ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อีสำลีนั่งๆ….เดี๋ยวพระจะมาแล้ว” ป้านงที่นั่งอยู่ใกล้ปรามเสียงเบาๆ

“บ่ๆ ป้า มื้อนี้คุณนายสำลีอยากจะระบายสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในใจให้พี่น้องบ้านโคกอีรวยได้ฮู้ได้เห็นไปพร้อมๆ กัน…”

“เมาแล้วก็อยู่ซื่อๆ แน่ (เมาแล้วก็อยู่เฉยๆ หน่อย)” เสียงป้าหมายพี่สาวป้านงที่นั่งติดกันดังขึ้นอีก

“บ่เมา คุณนายสำลีบ่เมา แต่มื้อนี้คุณนายสำลีอยากจะประกาศให้พี่น้องที่มาจากกรุงเทพฯ และพี่น้องบ้านโคกอีรวยได้ฮู้พร้อมๆ กันว่าคนที่ปล่อยข่าวอีศรีเมียบักทิดไซว่าไปขายตัวเป็นกระหรี่ที่ประเทศซาอุฯ….”

“อีสำลี…”

“อย่าป้านง อย่ามายุ่ง….คนที่ปล่อยข่าวว่าอีศรีไปเป็นกระหรี่ที่ประเทศซาอุฯ คือ อีคุณนายไรรา อีห่าลากคนที่นั่งอยู่ใกล้กับประตูทางขึ้นนั้นละ” คุณนายสำลีชี้นิ้วตรงไปยังคุณนายไรราอย่างคนอาฆาตแค้น “อีห่าตัวนี้เป็นคนปล่อยข่าวทั้งหมด รวมทั้งเรื่องบ่จริงของข่อยกับบักทิดมิตรนำ”

“อีสำลี….” คุณนายไรราลุกถลกผ้าถุงชี้นิ้วกลับเสียงดังขึ้นมาบ้าง “กูเห็นมึงเล่นชู้กับบักทิดมิตรลูกพ่อใหญ่บุญส่งบ้านหนองบุกบนเฮือนบนบ้านของมึงกับตาของกูแท้ๆ…ยังหน้าด้านมาแถอีกนะอีกากี”

“ป้าด!….อีไรรา มึงกล้าประจานกูขนาดนี้เลยตี้! ทีมึงด่าลับหลังอีศรีมันน้อยไปนะที่กูได้บอกไปนะ…อีนี้มันคืองูเห่าชัดๆ พี่น้องเอ้ย”

“ถ้าอีไรรามันพูดบ่จริง พี่น้องลองคิดเบิ่งเองว่า ทุกวันนี้บักทิดมิตรมันเฮ็ดการเฮ็ดงานอีหยัง ถึงได้มีรถมอเตอร์ไซด์ขับไปขับมา”

“เออ แม่น แม่นความอีไรมัน” หลายคนเริ่มสุมหัวคุยกันเป็นกลุ่มๆ

“บักทิดมิตรมันก็รับจ้างเป็นชู้กับอีคุณนายสำลีนั้นละ เงินลุงสักถึงบ่มีเหลือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า อีขี้ครอกเล่นกับไผบ่เล่นมาเล่นกับคนอย่างกู”

“อีไรรามึงตาย กูจะเอาเลือดหัวมึงออกมื้อนี้ให้ได้” และคุณนายสำลีก็กระโจนข้ามแม่ใหญ่หลายคนเข้าไปจิกเส้นผมคุณนายไรราลากลงบันไดไป เป็นเหตุให้ชาวบ้านกลุ่มใหญ่แตกตื่นวิ่งตามลงไปร้องตระโกนห้ามเสียงดังลั่นบริเวณวัด

“หยุด พอๆ พวกห่าสู มื้อนี้งานบุญงานทานวัดบ้านเฮาแท้ๆ อายคนกรุงเทพฯ กรุงไทเขาแน่…” เสียงลุงสุก คุณนายสำลีไม่ฟัง โถมขึ้นทับจิกผมตบหน้าคุณนายไรราที่ล้มกลิ้งอยู่ข้างล่างไม่ยั้งมือ “อีห่า อีกระหรี่”

“หัวหงอกหัวดำ อย่ามายุ่งมันเรื่องของกูกับอีไรเท่านั้น”

สำลียังไม่ทันพูดจบคุณนายไรราก็ผลักพลิกตัวถลกผ้าถุงขึ้นนั่งคร่อมตบหน้าจนสำลัก “อีห่า อีกากี มึงกล้ากับคนอย่างกูติ มึงกล้ากับคนอย่างกูบ่ นี้ นี้ นี้”

“พอๆ แยกๆ…กลับบ้านไผบ้านมัน อย่าเอาเรื่องส่วนตัวเข้ามาในวัด บาปหนานะพวกสู่นะ” และพวกผู้ชายหนุ่มๆ ก็เข้ามากันคนทั้งคู่ออกจากกัน ก่อนพ่อใหญ่บุญมากับแม่ใหญ่สายพินจะดึงแขนคุณนายไรราออกนอกเขตวัดไปเร็วๆ ส่วนคุณนายสำลีก็โดนป้าหมายกับป้านงลากแขนไปสงบสติอารมณ์อีกที่หนึ่ง

“เป็นหยังอีสำลี มึงเป็นหยังของมึง มึงบ่อายชาวบ้านเขาบ่”

“อายหัวแม่มันเฮ็ดหยัง….ทีอีไรรามันเอาเรื่องบ่จริงของข่อยไปประจานมันยังบ่อายเลย”

“กูบ่ฮู้ดอกว่าเรื่องของมึงมันจริงหรือบ่จริง แต่ที่อีไรรามันเว้ามาก็มีมูลอยู่หลายเรื่อง”

“ป้านง….”

“บักทิดมิตรมันได้รถมอเตอร์ไซด์มาขับได้จั่งใด…ถ้าบ่แมนมึงซื้อให้มัน”

“ป้า…”

“ก็เพราะว่ากูเป็นป้ามึงนี้แหละกูถึงกล้าพูด…กล้าถาม กูก็มีตา กูก็มีหู บ่ต้องให้อีไรรามาบอกดอก กูก็ฮู้ กูก็เห็นของกูเอง….”

“ป้านง…ฮื้อๆ…….ป้านง….ฮื้อๆ….อีสำลีอยากตาย อีสำลีอยากตาย”

“ไป ลุกๆ จะตายก็ไปตายบ้านมึง กูอายคน….บักจ่อย บักคม มาเอาพี่สาวมึงกลับบ้านกลับเฮือน กูบ่ไหวแล้วคือกัน”

“ป้านง….ป้าหมาย ป้าหมายอีสำลีอยากตาย อีสำลีมันอยากตาย”

“ไป ไป บักจ่อยบักคมเอาอีสำลีกลับบ้าน กูเองก็บ่ฮู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วคือกัน โอ้ย!…เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ก็บ่เคยเห็นดอกแบบนี้นะ ไปนงขึ้นศาลา”

“บ่ๆ…กูอายคน กูจะกลับบ้านคือกัน” ป้านงบอกพี่สาวตนก่อนจะสาวเท้าไวๆ ออกนอกประตูด้านข้างของวัดโคกอีรวยไป

“คุณนายซาอุฯ เฮ็ดให้คนเป็นบ้าได้ขนาดนี้เลยบ่…โอ้ยๆ…กูบ่เอา บ่อยากเป็นกับเขาดอกเด้อ พวกห่าคั่วสู” และในที่สุดป้าหมายก็เร่งฝีเท้ากลับเข้าหมู่บ้านตามป้านงไปติดๆ….ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีอยู่ 2 มุม 2 ด้านเสมอ การจะตัดสินว่าใครถูกหรือผิดต้องนำความ 2 ด้าน 2 มุมมาชั่งน้ำหนักให้ดี ความเป็นคุณนายซาอุฯ ก็เช่นเดียวกัน

ทิดไซยืนจับมือกับพอนลูกชายด้วยอาการของคนปลงตก ก่อนจะนั่งลงพูดกับลูกชายเบาๆ ว่า “คำพูดของคนอื่นตัดสินเฮาได้ระดับหนึ่ง แต่ความจริงที่อยู่ในตัวเองจะตัดสินตัวเฮาจริงๆ พอนเข้าใจบ่ลูก” เด็กชายวัย 10 ขวบ มองหน้าพ่อนิ่งๆ ก่อนจะตอบกลับว่า

“ผมฮุ้จักอีแม่ผมมาตั้งแต่เกิด อีแม่เฮ็ดแบบนั้นบ่ได้ดอก”

“ดีแล้วลูก…ปะ เราขึ้นไปฟังพระเทศน์ก่อนเถอะ ค่อยกลับไปขายก๋วยเตี๋ยวกันต่อ”

“ครับ….”

……….

และอีก 2 ปีต่อมา

ศรีก็กลับบ้าน เธอกลับบ้านโคกอีรวยแบบคนมีสง่าราศีของคุณนายซาอุฯ ตัวจริงเสียงจริง เสียงนินทาเปลี่ยนเป็นเสียงชื่นชมทันที คำพูดที่เคยดูถูกเหยียดหยามเปลี่ยนเป็นคำอวยพรไม่เว้นแต่ละวัน เธอเอาเงินที่ได้ไปไถ่ถอนที่นา 2 แปลงคืนจากดาและสวัสดิ์ ส่วนที่เหลือก็ปรับปรุงบ้านให้แม่ใหญ่ย้อยกับพ่อใหญ่เงินที่วันๆ ได้แต่นั่งน้ำตาไหลไม่หยุด อีกส่วนก็ขยายร้านก๋วยเตี๋ยวของทิดไซจนเป็นที่ร่ำลือ จนบ้านโคกอีรวยที่เงียบเหงามาพักหนึ่งกลับครึกครื้นอีกรอบ

“คุณนายไรรา คุณนายศรีมันได้เงินได้คำมาหลายแท้ๆ เนาะ ไถ่นา 2 แปลง สร้างบ้าน ทำร้านขายก๋วยเตี๋ยวให้ผัวอีก เห็นได้ข่าวแว่วๆ กำลังจะออกรถตุ๊กๆ (รถอีแต๋น) ด้วยเด่” คุณนายบัวไหลพูดขณะนั่งชันเข่ากินส้มตำกับไรราใต้ถุนบ้านของตัวเองตอนเที่ยงๆ วันหนึ่ง

“กูเฮ็ดบ่ดีกับอีศรีไว้หลายอย่าง บ่กล้าไปสู้หน้ามันดอก” คุณนายไรราพูดลอยๆ พลางเป่าลมออกมาทางปากหลายครั้ง

“แล้วบักทิดดอนส่งเงินมาให้บ่”

“บ่ต้องไปถามถึงหัวมันเลย….มันถึงเวลาที่อีไรราจะไปเฮ็ดงานที่ประเทศซาอุฯ แบบอีศรีแล้วละ”

“หา!….มึง มึง จะไปซาอุฯ บ่” บัวไหลถามตื่นๆ ขณะปลาร้าในมือยังไปไม่ถึงปาก

คุณนายไรราพยักหน้าแบบคนคิดหนักให้เห็น “ลูกๆ โตพอจะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ถ้าบ่ไป อีไรกับลูกอดตายแน่ๆ”

“อีคุณนายเอ้ย!…มันบ่แม่นไปง่ายๆ เด่….จะไปเฮ็ดงานอีหยังก็ยังบ่ฮู้เลย…คิดดีๆ ก่อนเด้อ อยู่บ้านโคกอีรวยมันก็บ่อดตายดอก” บัวไหลวางชิ้นปลาร้าลงจาน ก่อนจะหันไปดื่มน้ำแล้วหันกลับมาเตือนเพื่อนรุ่นน้องเบาๆ อีก “ดูจากอ้ายทิดจ่อยผัวกู ไปหลายปีแล้ว เงินคำก็บ่ได้คือชาวบ้านชาวเมืองเขา มึงเป็นผู้หญิงต้องคิดให้หนักๆ ถ้าอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เว้ากันคนละภาษาแล้วมันจะยิ่งลำบากไปกันใหญ่”

“กูฮู้ ขอบใจหลายๆ แต่บ่ไปนาอีพ่ออีแม่ก็จะหลุด กูเฮ็ดใจบ่ได้ดอก”

“เออๆ….โตๆ แล้วคิดให้ดีก็แล้วกัน กูเป็นห่วงมึงหลายกว่าอีศรีอีก เพราะอีศรีมันนิ่ง แต่มึงมันโผงผาง ตรงๆ บ้าๆ บอๆ” บัวไหลตบหลังมือไรรา 2 ที “เตือนในฐานะกูเป็นทั้งเอื้อย เป็นทั้งเพื่อนมึง”

คุณนายไรรานิ่งแบบคนคิดไม่ตก กระนั้นภาพเธอกับศรีที่ถูกผู้ใหญ่นำมาเปรียบเทียบกันตั้งแต่เด็กก็ผุดขึ้นมาในหัว

“อีศรีกับกูเป็นหมู่กัน ถูกจับคู่เปรียบเทียบกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก อีศรีตัวคนเดียวมันยังผ่านวิกฤตในชีวิตมาได้ อีไรราก็ต้องผ่านไปให้ได้เช่นกัน” คุณนายไรราพูดลอยๆ จนทำให้บัวไหลถึงกับนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจทิ้งยาวๆ หลายครั้ง

……….

และเย็นวันเดียวกันคุณนายศรีก็เดินไปซื้อของที่ร้านเจ๊กเตี้ย ขณะพรรณลูกสาวที่ย้ายไปเรียนต่อระดับมัธยมในตลาดยังกลับมาไม่ถึง เมื่อรถ 2 แถวเจ๊กเตี้ยแล่นมาจอดหน้าวัดโคกอีรวย คุณนายศรีก็มองหาลูกสาวตัวเองแต่ก็ไม่เห็นจึงถามแม่ใหญ่หงส์ขึ้น

“อ้าว! พรรณบ่ได้กลับมาพร้อมกับรถเจ๊กเตี้ยบ่”

“วันนี้บอกว่ามีกิจกรรมที่โรงเรียนจะกลับค่ำๆ หน่อย” แม่ใหญ่หงส์บอกลอยๆ ยิ่งทำให้คุณนายศรีออกอาการเป็นห่วงลูกสาวให้เห็นมากขึ้น “บ่ต้องเป็นห่วงดอก เดี๋ยวไอ้ตี๋ใหญ่ลูกชายแม่ใหญ่แพะในตลาดก็จะมาส่งเองนั้นละ”

“อ้าว!….” คุณนายศรีกำลังจะอ้าปากถาม

“เขาสนิทสนมกันตั้งแต่มึงไปซาอุฯ ใหม่ๆ พู้นละ กูให้หนูพรรณไปเลือกซื้อของเข้าร้านทั้งคู่เลยถูกคอกัน บ่ต้องเป็นห่วงๆ ไอ้ตี๋ใหญ่มันเป็นเด็กดีไว้ใจได้…จะนั่งรออีกหน่อยไหมเดี๋ยวก็มา”

“แม่ใหญ่แพะร้านตรงข้ามกับดานั้นแม่นบ่”

“เออนั้นละ…เขามาส่งหนูพรรณเป็นประจำเวลาติดงานหรือมีกิจกรรมที่โรงเรียนนะ…” และแม่ใหญ่หงส์ก็ก้มกระซิบเบาๆ ข้างๆ หูคุณนายศรีอีกที “ของในร้านทุกวันนี้หนูพรรณไม่ต้องไปซื้อเองแล้วนะ ไอ้ตี๋ใหญ่เอามาส่งเองพร้อมกับจัดข้าวของให้เสร็จสับ ดูร้านเราซิทันสมัยขึ้นตั้งเยอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“มีเรื่องอีหยังกัน คุยไปหัวเราะไปบ่หยุด” และเสียงเจ๊กเตี้ยก็ดังขึ้นใกล้ๆ ก่อนจะดึงลิ้นชักข้างๆ แม่ใหญ่หงส์โยนกุญแจรถใส่แล้วเดินเลยเข้าไปหลังร้าน “ฮ้อนขนาด ขออาบน้ำอาบท่าก่อนเด้อ”

“แล้วลูกสาวข่อยเด่ เจ่าบ่เอามาพร้อมตี้!” คุณนายศรีตะโกนตามหลัง

“มืดๆ มีหนุ่มหล่ออนาคตคุณหมอมาส่งเองนั้นละ ฮะ ฮะ ฮะ”

“อ้าว! ถ้าหนุ่มคนนั้นทำบ่ดีกับลูกสาวข่อยเด่ จะว่าอย่างไร”

“มันต้องข้ามศพเจ๊กเตี้ยไปให้ได้ก่อน ฮะ ฮะ ฮะ” เสียงเจ๊กเตี้ยหัวเราะรัวๆ ถี่ๆ จนก้องไปทั้งบ้าน ก่อนคุณนายศรีกับแม่ใหญ่หงส์จะปล่อยเสียงหัวเราะตามขึ้นเสียงดัง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ….อยากเห็นหน้าบักตี๋ใหญ่เด่ แม่นจะหล่อขนาดไหน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

………

จบ คุณนายซาอุฯกลับบ้าน คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 17