คุณนายซาอุฯ บทที่ 22

คุณนายซาอุฯที่ชื่อไรรา
คุณนายซาอุฯที่ชื่อไรรา
คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 22

คุณนายซาอุฯที่ชื่อไรรา

แม่ใหญ่สิมเจอแม่ใหญ่สายพินพูดเรื่องลูกสาวบนศาลาวัดแกก็เก็บเอามาคุยกับพ่อใหญ่เหลือที่บ้านตัวเอง เสียง 2 ผู้เฒ่าขณะที่ลูกๆ ลุกไปล้างมือกันหมดแล้วก็ดังขึ้น

“เมื่อเซ่า (เมื่อเช้า) แม่ใหญ่สายพินคุยอยู่บนศาลาวัดเสียงดังว่าอีไรราไปเฮ็ดงานประเทศซาอุฯ บ่นานก็ฝากเงินฝากคำกลับบ้านหลายคักหลายแน (หลายคักหลายแน=มากมายมหาศาล) ผลัดบักทิดทองผัวอีวารีนั้นหนาเป็นหยังจั่งเงียบแท้ๆ…” แม่ใหญ่สิมพูดไปเคี้ยวข้าวไป ทำให้พ่อใหญ่เหลือที่นั่งชันเข่าปั้นข้าวเหนียวจิ่มน้ำพริกพร้อมกับม้วนผักตำลึงลวกยัดใส่ปากตามขึ้นขณะคำข้าวยังไม่ลงคอ

“ข่อยกะบ่เข้าใจมัน 2 คนคืนกัน ทุกวันนี้มันมีเงินมีคำกันบ่ ข่อยกะบ่ฮู้…คิดไปคิดมาแค้นคัก ลูกอื่นบ้านอื่น เขาไป 3 เดือน 4 เดือน ส่งเงินส่งคำกลับบ้านกลับช่องยังกับเทน้ำเข้าโอ่ง ผลัดลูกเฮา-เขยเฮาเงียบยังกับผีบ้า โอ้ย! ข่อยกินข้าวบ่ลงแล้วละ”

“มันบ่ค่อยเว้าบ่ค่อยคุยทั้ง 2 คน เฮาเลยบ่ฮู้เรื่องฮู้ราว”

“สงสัยมันบ่ได้เงินได้คำดอก ไปเป็นแค่กรรมกรก่อสร้าง คิดไปคิดมาแล้วมันก็สูญ (สูญ=โมโห)” พ่อใหญ่เหลือหันไปดื่มน้ำที่หลานสาวตักมาตั้งไว้ให้

“ทีบักทิดสักผัวอีสำลีไปทีหลัง เป็นหยังได้ฝากเงินมาให้อีสำลีหลายคักแท้ละ มันก็เป็นกรรมกรก่อสร้างคือกันบ่แมนตี้!” แม่ใหญ่สิมพูดพลางหันไปดื่มน้ำเช่นกัน

“บ่ต้องไปเว้าถึงมันเลยอีสำลีนะ ข่อยเห็นบักทิดมิตรเมื่อวานที่บ้านเจ๊กเตี้ย มันเข้ามาซื้อเหล้าไปฆ่าวัวใส่สร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ๆ เหลืองเหลี่ยมหย๊าบๆ (เหลี่ยมหย๊าบๆ=เหลืองอร่าม) ข่อยกะเหลือใจแทนน้องสาวเจ้าหลาย” พ่อใหญ่เหลือพูดไม่ทันจบ เสียงแม่ใหญ่สวนแม่ของลุงสักซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของแม่ใหญ่สิมก็ดังขึ้นด้านล่าง

“สิมเอ้ยสิม อยู่บ้านบ่”

“เออ อยู่กินข้าวอิ่มแล้วละกำลังจะลงไป”

“เว้าถึงก็มาพอดีสงสัยน้องสาวเจ่าอายุยืนคักๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พ่อใหญ่เหลือพูดไปแคะเศษอาหารติดฟันไปด้วย

“เจ่าก็ลงไปกับข่อย อีสวนมันมาหาแสดงว่ามันต้องมีเรื่องสำคัญมาบอกแน่นอน”

“ไปเจ่าลงไปก่อน ขอไปเปลี่ยนผ้าขาวม้าคราวหนึ่งจะตามลงไป”

เมื่อพ่อใหญ่เหลือ แม่ใหญ่สิมกับแม่ใหญ่สวนน้องสาวนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่เรียบร้อยแล้ว แม่ใหญ่สวนจึงโน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้ๆ

“กูจะเฮ็ดจังใดอีสิมเอ้ย บักทิดสักคือเป็นอย่างนี้ มึงเห็นสร้อยคอบักทิดมิตรลูกพ่อใหญ่บุญส่งบ้านหนองบุกแล้วบ่ เส้นมันใหญ่ปานโซ่คล้องคอช้าง อีนงกับอีหมายมันก็เห็นว่าอีสำลีไปพยัคฯ กับบักมิตรเมื่อสามวันก่อน มันคือจะไปซื้อทองเส้นนั้นละให้กัน กูบ่ฮู้จะเฮ็ดอย่างไรแล้ว สูญลูกก็สูญ อัดเทปส่งไปบอกมันก็แล้ว ให้อีสมรเขียนจดหมายไปบอกแล้วก็แล้ว บักทิดสักมันก็บ่ยอมเชื่อ ฮื้อๆ กูเสียไฮเสียนาก็คราวนี้ละ” แม่ใหญ่สวนระบายความในใจออกมายาวพลางใช้ผ้าขาวที่พาดบ่าเช็ดน้ำตาไปด้วย

“มันคือเป็นแนวนี้น้อ…” พ่อใหญ่เหลือคำรามออกมาเบาๆ ก่อนแม่ใหญ่สวนจะพูดขึ้นอีก

“กูคิดหลายคืน นอนบ่หลับหลายคืน เลยอยากจะให้มึงไปคุยกับอีวารีลูกสาวมึงนี้ละ ถ้ามันพอมีเงินมีคำ กูก็อยากจะให้มันซื้อนาทุ่งติดกันไว้หน่อย ถ้าคนอื่นได้ไปกูคือจะตายตาบ่หลับ”

แม่ใหญ่สิมสีหน้าไม่สู้ดี แกหายใจทิ้งยาวๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปตบหลังน้องสาว “เออๆ กูจะลองไปคุยกับมันเบิ่ง กูก็บ่ฮู้คือกันว่ามันจะมีเงินมีคำเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขาบ่…..”

“อีวารีมันมีเงิน บักทิดทองไปก่อนทิดสักเป็นปีเป็นหยังจั่งบ่มี”

พ่อใหญ่เหลือสบตากับแม่ใหญ่สิมแป๊บหนึ่งก่อนจะถอนลมหายใจออกพร้อมๆ กัน

“บ่ฮู้ พวกกูบ่ฮู้กับมันสองผัวเมียดอก มันเป็นคนเว้าบ่เป็น คุยบ่เป็น บ่ฮู้ว่าจะมีเงินมีคำเหมือนกับชาวบ้านชาวช่องเขาบ่…เว้าไปเว้ามากูก็แค้นคือกันนั้นละ” แม่ใหญ่สิมพูด ก่อนจะหันไปบอกพ่อใหญ่เหลือเสียงดังอีก “ตา ตา ยกตะกร้าหมากพลูมาให้แน่ ขอเคี้ยวหมากสักคำเผื่อใจคอจะดีขึ้น”

“ฮะ ฮะ ฮะ” แม่ใหญ่สวนหัวเราะพลางใช้ผ้าเช็ดน้ำตาจนแห้งก่อนจะพูดตามขึ้นติดๆ “เออเอามาให้กูนำสักคำแน….หายใจบ่ทั่วท้องโว้ย”

“ห้วย! แก่นคูนข่อยหมดตั้วนี้….(แก่นคูน = ต้นราชพฤกษ์หรือต้นคูนคนแก่นิยมสับเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ เคี้ยวรวมกับใบพลู ปูนขาวหรือปูนแดง และลูกหมาก รวมๆ เรียกว่าหมาก 1 คำ) ตาเหลือไปสับมาให้พวกข่อยทะแหม๋ (ทะแหม๋= เดี๋ยวนี้)”

“โอ้ย พวกเจ่านี้น้อ….กินไม้เป็นต้นๆ ก็กินได้ ข่อยละเหลือใจหลาย…อ้าวๆ ถ่าคราวเดียว”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่นความพ่อใหญ่เหลือเด่เนาะ”

“อีห่าขั่วมึง กูละอยากหัว (อยากหัว= อยากหัวเราะ) ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

……….

มุมหนึ่งใน กรุงเทพมหานคร ภายในห้องตู้กระจกบานใสแสงไฟหลากสีส่องกระทบสาวสวยหลายสิบชีวิตในชุดเสื้อผ้าน้อยชิ้นกำลังนั่งแต่งหน้า-เขียนคิ้ว และขณะสาวสวยใบหน้าเรียวยาวกำลังลงลิปสติกสีแดงอยู่นั้น เสียงเพลงบรรเลงที่คลอเบาๆ ก็ถูกแทรกด้วยเสียงสุภาพบุรุษติดปีกดังขึ้นทุ้มๆ

#ตอง 8 ทำงาน ตอง 8 ทำงาน#

“เด็กใหม่เป็นดาวของที่นี้เลยนะครับ ถ้าสนใจจะเรียกให้”

“ดีจริงหรือเปล่า อย่ามาย้อมแมวกับเฮียนะ”

“ตอง 6 คนนี้แน่นอนจริงๆ ผมรับรอง”

“ตอง 8 ขึ้นทำงานบ่อยนะ”

“ตอง 8 เริ่มเก่าแล้วละ แต่ตอง 6 ซิ! ถ้าเฮียไม่ลองจะเสียดายแย่”

“อ้าวๆ อย่างนั้นเรียกเลย เฮียจะขึ้นไปอาบน้ำรอ”

#ตอง 6 ทำงาน ตอง 6 ทำงาน#

เมื่อไรรากลับมาถึงคอนโดที่พักเกือบเช้า สมยศที่แทรกตัวผ่านเข้าประตูมาด้วยก็เข้าโอบกอดด้านหลัง

“ไรรา ไรราของพี่”

ไรราหายใจเข้าสู่ปอดลึกๆ ก่อนจะพาใบหน้าเบื่อหน่ายหันกลับไปยิ้มหวานๆ ให้ “พี่ยศ…” เมื่อทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงและเมื่อกิจกรรมเข้าจังหวะสิ้นสุดลง ไรราก็หันหลังพูดขึ้นลอยๆ “ไรราแก่ลงทุกวัน วันหนึ่งข้างหน้าเด็กใหม่ๆ ก็ต้องเข้ามาแทนที่”

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นละ…คนดี หึ!” สมยศเข้าโอบกอดทางด้านหลัง “ไรราของพี่ไม่มีทางเก่าไปจากพี่ ไม่มีวัน” เขาก้มจูบหัวไหล่ที่ขาวเนียนแบบคนอยากเอาใจ ก่อนไรราจะพลิกตัวกลับมาจ้องหน้าเขาตรงๆ

“พี่ยศ ไรราเป็นคน ไม่ใช่รูปปั้น วันหนึ่งก็ต้องแก่ ผิวหนังอีกไม่กี่ปีก็เหี่ยว แล้ววันนั้นไรราจะทำมาหากินเลี้ยงตัวเลี้ยงลูกอย่างไร”

“ไรรากำลังจะขออะไรจากพี่เหรอ…คนดี แถมยังคิดการไกลซะด้วย ฮึ ฮึ ฮึ”

“ไรราอยากไปเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าคะ…เห็นเพื่อนบอกใกล้ๆ นี้เปิดสอนไม่แพงด้วย”

“คิดดีจริงๆ แล้วไรราจะตื่นไหวเหรอจ้ะ หื้อ!”

“ถ้าไรจะขอรับแขกไม่เกินตี 2 พี่ยศจะว่าอะไรไหมคะ”

“เดือนหน้าพี่ว่าจะพาไรไปเดอร์พาเลสกับเจ้าพระยาซะด้วย เงินดีมากๆ แขกมีแต่ระดับมหาเศรษฐีเมืองไทยทั้งนั้น ไรราไม่สนเหรอ”

ไรรานิ่งราวกับคนคิดไม่ตก กระนั้นเสียงสมยศก็ดังขึ้นมาก่อน “แต่ถ้าไรราเข้าเรียนช่วงบ่าย เลิกค่ำๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหานะ”

ไรราแอบยิ้มอย่างคนเห็นทางออก “ได้คะได้ ตื่นเที่ยงๆ เข้าเรียนรอบบ่าย เย็นๆ กลับมาทำงาน ขอบคุณมากคะพี่ยศ ขอบคุณมากๆ”

ใกล้จะสว่างเต็มทีแล้ว “ไม่มีปัญหา ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนนะ ค่ำๆ จะมารับ เราสองคนจะลุยเดอร์พาเลสกับเจ้าพระยาด้วยกัน”

“คะ….ขับรถดีๆ นะไรเป็นห่วง”

“จ้า…คนดีของพี่”

เมื่อสมยศออกจากห้องไปแล้วแสงไฟในห้องดับพรึบลงแต่แสงแรกก็แตะขอบฟ้าพร้อมๆ กัน ไรรานอนร้องไห้กระทั้งหลับขณะที่หลายชีวิตกำลังเริ่มต้น ภาพคุณนายซาอุฯ ในฝันกำลังมอดไหม้เป็นผุยผง กระนั้นห้วงแห่งความฝันก็ผุดขึ้น

#ฉันไปเรียนตัดเย็บเสื้อผ้า เมื่อเก็บเงินได้สักก้อนก็เอาไปไถ่ที่นา 2 แปลงเก็บไว้ให้ลูกๆ ส่วนตัวเองจะเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่บ้านโคกอีรวย พ่อแม่ที่แก่เฒ่าฉันจะมีเวลาดูแลอย่างเต็มที่ เมื่อฝนมาเห็ดป่าก็จะออกให้ไปเก็บมาแกง ใบผักติ้วเปรี้ยวๆ ฝาดๆ จิ้มกับน้ำพริกคงจะอร่อยน่าดู กุ้ง-หอย-ปู-ปลาในห้วยลำพังชูกับหนองกะเดามีให้ช้อปปิ้งตลอดทั้งปี บ้านโคกอีรวยไม่ทำให้ฉันกับลูกอดตายอย่างแน่นอน….ฉันฝัน ฉันฝัน และฉันก็ฝัน….ฝันเห็นเพื่อนๆ ฝันเห็นคุณนายซาอุฯ ทั้ง 4ในงานบุญพระเวส เห็นพวกเธอฟ้อนนำขบวนมโหรีที่ดังกระหึ่มไปทั้งลานวัด เห็นต้นเงินต้นทองมากมายจากหลายคุ้มของบ้านโคกอีรวย เห็นรอยยิ้มบริสุทธิ์ที่ยิ้มให้กันอย่างไม่รู้จักเบื่อ ได้ยินเสียงหัวเราะจากก้นบึ้งของหัวใจจนน้ำหูน้ำตาเล็ด เห็นแสงแดดเช้าๆ สัมผัสสายลมเย็นๆ จากป่าเต็งรัง ยามเมื่อแดดค่ำๆ ฉันจะนั่งสอนหนังสือลูกๆ เฝ้าดูลูกๆ เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ฉันจะต้องปากเปียกปากแฉะแต่ในหัวใจคงจะชุ่มฉ่ำมากกว่าที่เป็นอยู่…ฉันฝัน ฉันกำลังฝัน ฝันของฉันกำลังจะเป็นจริง กำลังเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน คุณนายซาอุฯ ที่ชื่อไรราเป็นเช่นนี้ เป็นอย่างนี้….รอแม่นะลูก ไอ้แดงอย่างดื้อหลายเด้อลูก เหลือโตนแม่ใหญ่พ่อใหญ่ที่กำลังจะเดินบ่ไหวบ้าง อีรัตน์โตเป็นสาวแล้วก็ต้องดูแลน้องแทนแม่ฮู้บ่ คงบ่โดนดอก คุณนายซาอุฯ อย่างแม่ก็จะได้กลับไปอยู่กับลูกแล้ว ถ่าแม่เด้อ รอแม่ด้วยนะ ฝันของคุณนายซาอุฯ กำลังจะเป็นความจริงแล้วลูกเอ้ย#

ไรราตื่นนอนตอนเที่ยงพอดี เธอเร่งตัวเองเข้าห้องน้ำก่อนจะรีบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดาออกไปรอขึ้นรถเมล์สาย 8 ไปโรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อผ้า เย็นๆ เมื่อหมดเวลาเรียนเธอก็จะขึ้นรถเมล์กลับมาคอนโด ก่อนจะเร่งแต่งหน้าทำผมเขียนคิ้วทาปากสวมเสื้อผ้าชุดโก้หรูรอสมยศที่จะมารับตอน 3 ทุ่ม ชีวิตเธอก็วนเวียนอยู่เช่นนี้ นิยามของคำว่าคุณนายซาอุฯ สำหรับเธอก็เป็นเช่นนี้…

………

จบ คุณนายซาอุฯที่ชื่อไรรา คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 22

อ่านตอนอื่นๆ คลิ๊กเลยจ้า

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...