คุณนายซาอุฯ บทที่ 32

คุณนายซาอุฯแดนอีสาน
คุณนายซาอุฯแดนอีสาน
คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 32

คุณนายซาอุฯแดนอีสาน

แดดแรกสีขมิ้นอ่อนยังไม่ทันอุ่น ปอยฝนต้นฤดูก็แทรกผ่านลำแสงลงมากระทบพื้นถนนยางมะตอยที่เคลือบไปด้วยฝุ่นดินสีแดงหนาๆ จนได้กลิ่นดินแรกลอยคละคลุ้งขึ้นมา หน้าร้านเจริญค้าไม้ใกล้ๆ กับสี่แยกกลางตลาดหากมองตามถนนที่ลาดต่ำลงไปทางทิศตะวันออก ปอยเม็ดฝนที่ไม่จริงจังกำลังสร้างม่านสีรุ้งหลายๆ ชั้น แดดแรกสีขมิ้นอ่อนเองก็กำลังเปิดเผยพระภิกษุ 5 รูปออกบิณฑบาตใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากบ้านชั้นเดียวแวะตึกไม้ 2 ชั้นก่อนจะเดินข้ามถนนสีรุ้งไปรับข้าวปลาอาหารจากอีกหลัง สวัสดิ์กำลังถือกล่องข้าวเหนียวนั่งยองๆ ข้างภรรยา ถาดถุงกับข้าวพร้อมดอกไม้ธูปเทียนก็วางอยู่บนเก้าอี้หัวโล้นข้างๆ

“หลายปีก่อน แดดสีเดียวกับเช้าวันนี้ ข่อยเห็นบักทิดดอน ทิดไซ ทิดทอง”

“อีวารี อีไรรา และอีศรี” ดาแทรกพลางยิ้มให้สามีราวทั้งคู่กำลังคิดถึงเรื่องเดียวกัน “คิดไปคิดมาข่อยก็บ่อยากเชื่อนะว่าพวกเฮาจะประคับประคองกันมาจนมีวันนี้”

“เสี่ยวเจ่าได้เป็นคุณนายซาอุฯ ทั้งหมด แล้วเจ่าละเสียใจบ่” สวัสดิ์ถามภรรยาตัวเองโดยไม่ได้หันไปมอง

“เสียใจเรื่องหยัง…มีอีหยังต้องเสียใจ”

“ก็เจ่าบ่ได้เป็นคุณนายซาอุฯ เหมือนกับเสี่ยว…ข่อยน่าจะไปเฮ็ดงานประเทศซาอุฯ เนาะ ปานนี้เจ่าก็คงถูกคนทั้งตลาดเรียกว่าคุณนายไปแล้วละ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คิดได้เนาะ…เจ่าเฮ็ดงานอยู่กับบ้าน ข่อยก็ได้เป็นคุณนายซาอุฯ คือกันนั้นละ” ดาหัวเราะตบท้ายเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ก่อนสวัสดิ์จะหันมาจ้องภรรยาตัวเองอย่างคนอยากรู้

“คือว่าจั่งซั่น”

“อ้าว!…ก็เฮาปล่อยเงินกู้ให้คนไปเฮ็ดงานประเทศซาอุฯ มีรายได้จากประเทศซาอุฯ ก็เท่ากับเฮาได้ไปเฮ็ดงานประเทศซาอุฯ คือกัน เพราะฉะนั้น ข่อยก็ได้ขึ้นชื่อว่า คุณนายซาอุฯ นำ…บ่เชื่อไปถามอีคุณนายวารี อีคุณนายไรรา และอีคุณนายศรีได้เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“โอ!…แบบนั้นก็เท่ากับว่าข่อยได้ไปเฮ็ดงานอยู่ประเทศซาอุฯ นำแม่นบ่”

“กะแม่นนั้นละ…คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา คุณนายซาอุฯ ก็เกือบจะฆ่าพวกเฮาทั้งหมด คุณนายซาอุฯ เกือบจะเฮ็ดให้ความเป็นเสี่ยวฮักเสียวแพงแตกคอกัน”

“แต่คุณนายซาอุฯ ก็เฮ็ดให้พวกเฮาเข้มแข็งขึ้น ร่ำรวยขึ้นและเป็นผู้ใหญ่ขึ้น”

ดาหันไปมองหน้าสามีตัวเองนานๆ….

“เป็นหยังจ้องหน้าข่อยแบบนั้น ข่อยเว้าผิดบ่” สวัสดิ์ถามแบบคนร้อนตัว

“บ่…เจ่าบ่ได้เว้าผิดดอก เจ่าเว้าถูก คุณนายซาอุฯ คือความฝันของพวกเฮาเมื่อหลายปีก่อน และวันนี้พระเจ้าใหญ่บ้านหัวแฮดก็ทำให้ความฝันเป็นจริง…อีกเรื่องหนึ่งที่เจ่าเฮ็ดให้ข่อยฮักเจ่าหลายขึ้นกว่าเก่า เรื่องอีหยังฮู้บ่” ดาถามสามี

“ฮึ…เรื่องอีหยัง” สวัสดิ์ถามกลับเร็วๆ

“ก็เรื่องที่เจ้าเป็นคนฮักเสี่ยวฮักพวก บ่ทิ้งเสี่ยวบ่ทิ้งพวกอย่างไรละ”

“ฮึ…..” สวัสดิ์ทำหน้างงๆ

“อย่ามาทำหน้าคนบ่ฉลาดใส่ข่อย…ก็เรื่องที่เจ่าช่วยเหลือทิดดอนนั้นเด่” ดาพูดใส่หน้าเสียงดัง ก่อนสวัสดิ์จะร้องออตามเร็วๆ

“อ้อๆ….นึกว่าเรื่องอีหยัง…ก็บักทิดดอนมันเป็นเสี่ยวข่อย เสี่ยวกันตายแทนกันได้ ถ้าเสี่ยวคนที่หาเมียให้ลำบาก ก็ต้องช่วยกันอยู่แล้วบ่แมนตี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“เจ่ายังเฮ็ดให้ทิดดอนเป็นผู้เป็นคน ขยัน เข้าวัดเข้าวา บ่กินเหล้าเมายาคือแต่ก่อนนำ”

“มีแม่ม่ายคนบ้านจานมามักมัน…รวยขนาด…แต่บักนี้มันกลับคร่ำครวญถึงแต่คุณนายไรรา ตัดใจบ่ขาด”

“ปล่อยไปเถอะ อีคุณนายไรราก็มีคนมามักหลายคน แต่มันก็บ่เอาสักคน ข่อยฮู้ว่าลึกๆ มันยังฮักบักทิดดอน เป็นห่วงบักทิดดอนอยู่หลายคือกันนั้นละ”

สวัสดิ์ยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบภรรยาอย่างคนหวังผล “หรือว่าเฮาจะช่วยให้มัน 2 คนกลับไปอยู่ด้วยกันอีก”

“บ่ๆ…เรื่องของหัวใจก็ให้หัวใจพวกเขาถามหากันเอง ถ้าบักทิดดอนกับอีคุณนายไรราเป็นเนื้อคู่-หนังคู่-กระดูกคู่กันแล้ว….ถึงจะอยู่มุมไหนของโลก วันหนึ่งก็ต้องกลับมาหากันเองนั้นละ”

“ดา…” สวัสดิ์เรียก จนดาหันมาขมวดคิ้วสงสัย “หลายปีที่เฮาต่อสู้ร่วมกันมาเจ่าเหนื่อยบ่…”

“เออ เช้านี้ฝนมันตกปอยๆ แม่นบ่…เจ้าถึงเว้าแปลกๆ”

“ข่อยฮู้ว่าเจ้าอยากเป็นคุณนายซาอุฯ จริงๆ แบบเสี่ยวเจ่า…ดา ดา ตอบคำถามอ้ายก่อนว่าเหนื่อยบ่” สวัสดิ์ยังเซ้าซี้ไม่เลิก จนดาเริ่มหงุดหงิดจริงๆ

“เจ่าเป็นอีหยัง…ฮึ คนรอทำบุญเลยจะบ่ได้บุญ นั้นๆ พระใกล้เข้ามาแล้ว”

“ตอบคำถามอ้ายก่อน มาอยู่กับอ้ายเจ่าเหนื่อยบ่”

“โอ้ย!…เฒ่านี้…บ่เหนื่อยดอกค้าคุณผู้ชาย…พอใจแล้วบ่” ดากระแนะกระแหนก่อนจะค่อยๆ ลุกยืนเตรียมตัวจะใส่บาตร สวัสดิ์ลุกตามพลางยิ้มไม่หุบกระทั้งใส่บาตรพระเรียบร้อย สวัสดิ์จึงลวงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบกล่องบางอย่างมากำเอาไว้

“ดา…” สวัสดิ์เรียก ขณะที่ดากำลังจะหงุดหงิดใส่สามีอีกรอบ สวัสดิ์ก็หยิบสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาทโชว์ให้เห็น

“เจ่า เจ่า….” ดาตาลุกวาว ปากก็อ้าไม่ยอมหุบ “เจ่า เจ่า”

“เจ่าอยากเป็นคุณนายซาอุฯ และวันนี้ข่อยเลยตั้งใจจะสถาปนาให้เจ่าได้เป็นคุณนายซาอุฯ สมใจ…ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สวัสดิ์หัวเราะเสียงดังก่อนจะพูดขึ้นมาอีก “ขยับเข้ามาใกล้ อ้ายจะใส่ให้”

ดาคืนสติแบบคนเขินอาย ใบหน้าที่กำลังแดงสีลูกตำลึงสุกก็กำลังแดงขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่ไหวติงกระทั้งสวัสดิ์สวมสร้อยคำทองคำเส้นนั้นให้เสร็จ

“ป้าด! เจ้าคือคุณนายซาอุฯ แดนอีสานแท้ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“เจ่านะ…เล่นเป็นเด็ก เฮาแก่หลายแล้วเด้อ อายลูกเต้ามันแน่” ดาพูดเบาๆ แบบคนต้องการปกปิด แต่แล้วดวงตาคู่เดิมก็ลุกวาวราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน “เดี๋ยวๆ…เจ่าเอาเงินจากใสไปซื้อสร้อยคอ เจ่าเอาเงินมาจากใส บอกข่อยมา บอกข่อยมาเดี๋ยวนี้”

สวัสดิ์หน้าซีดยืนก้มหน้าตัวลีบเล็กลงทันที “ก็ ก็ เงินเก็บที่ข่อยแอบเก็บไว้ตั้งแต่เฮาปล่อยเงินกู้ให้เสี่ยวเฮาไปเฮ็ดงานประเทศซาอุดิอาระเบียพู้นละ….”

“เจ่า เจ่า….”

“ข่อยบ่ได้ไปซาอุฯ แต่ข่อยก็อยากให้เจ้าเป็นคุณนายซาอุฯ เลยสะสมได้สร้อยคอทองคำหนัก 10 บาทนี้ละ”

“ยังเหลืออีกบ่ เจ่าแอบเก็บไว้ใส เอามาให้ข่อยเดี๋ยวนี้ เอามาให้หมด ทิดสวัสดิ์ ทิดสวัสดิ์ ฮื้อๆ” จากอายจนหน้าแดง หลังจากพระภิกษุเดินผ่านไปไกลแล้วดาก็เปลี่ยนมาโกรธจนหน้าแดงแทน…

“ทิดสวัสดิ์ เอามา  เอาเงินมา ข่อยก็สงสัยมาโดนแล้วเป็นหยังบัญชีขาดๆ หล่นๆ อยู่เรื่อย ที่แท้….”

“ที่แท้ข่อยก็เอาไปซื้อสร้อยคอทองคำให้เจ่าทั้งหมดนั้นละ คุณนายซาอุฯแดนอีสาน ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอ้ยๆ โอ้ยๆ ยอมแล้ว ยอมแล้ว….เหลืออีก 3250 บาท นี้ๆ หมดแล้ว หมดแล้ว”

“อีหลีเด้อ อย่าให้จับได้เด้อ…อีคุณนายดาบ่แม่นคุณนายวารีเด่ จะได้ใจดีตลอดเวลา”

“หมดแค่นี้แหละจ้ะคุณนาย เหลือแค่นี้จริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

………

หลายเดือนต่อมา

แสงแรกเอ่ยสวัสดี แสงสุดท้ายกล่าวราตรีสวัสดิ์ วันคืนไม่ยอมหยุดนิ่ง ชีวิตคนก็หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืนบนพื้นพิภพ นับวันคนรุ่นเก่าของบ้านโคกอีรวยจะหายหน้าไปจากหมู่บ้านอย่างไม่มีวันกลับทีละคนสองคน คนรุ่นใหม่ก็แตกกระสานซ่านเซ็นเข้าๆ ออกๆ บ้านโคกอีรวยราวกับเป็นเรื่องปกติ หลายคนมุ่งหน้าเข้าไปหางานทำที่กรุงเทพฯ อีกส่วนก็ออกไปสร้างครอบครัวใหม่ที่อื่น บ้านโคกอีรวยจึงเริ่มเงียบเหงาและวังเวงขึ้นทุกวัน

รถกระบะสีขาวสาดแสงผ่านต้นขนวนที่รกครึ้ม ผ่านศาลปู่ตาแล่นไปตามถนนลูกรังจนฝุ่นฟุ้งกระจายในความมืด เกือบจะ 2 ทุ่มแล้ว เมื่อรถคันดังกล่าวแล่นมาถึงหน้าวัดโคกอีรวยมันก็ชะลอความเร็วก่อนจะเลี้ยวขึ้นไปจอดลานคอนกรีตหน้าร้าน-บ้านและโรงสีข้าวของเจ๊กเตี้ยทันที

“นั้นๆ คุณหมอตี๋ใหญ่มาส่งลูกสาวเฮาแล้ว ข้าวแลงเจ่าเสร็จแล้วบ่” เจ๊กเตี้ยถามภรรยาขึ้นเบาๆ

“เหลือแต่ของคุณหมอนั้นละ บอกจะมาผัดเอง”

“สวัสดีครับพ่อเจ๊กเตี้ย แม่หงส์ พาลูกสาวมาส่งแล้วเด้อ” เสียงหมอตี๋ใหญ่ดังมาจากประตูรถด้านผู้โดยสาร

“อ้าว! คุณหมอคือนั่งมาฝั่งนั้น แล้วลูกสาวพ่ออยู่ใสละ”

“จ้า….” เสียงพรรณดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงดับของเครื่องยนต์ จนทำให้เจ๊กเตี้ยหันกลับไปมองแม่ใหญ่หงส์เร็วๆ

“นี้คุณหมอคือให้น้องขับรถละลูก เป็นหยังขึ้นมาจะลำบากนะ” แม่ใหญ่หงส์ขึ้นเสียงดังก่อนจะเดินออกมายืนข้างๆ สามี

“ให้ฝึกขับเฉพาะทางมาบ้านโคกอีรวยนี้แหละครับแม่ เป็นห่วงเวลาออกเวรดึก ขับรถมอเตอร์ไซด์กลับบ้านคนเดียวอดเป็นห่วงบ่ได้”

“เฮียหมอจะออกรถให้นะแม่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“จ้า…พร้อมรึยังละ”

พรรณในชุดพยาบาลสีขาวยิ้มกว้างๆ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดแขนคุณหมอแน่นๆ “พร้อมตั้งนานแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ไปแอบฝึกขับรถให้น้องเมื่อไรคุณหมอ พ่อคือบ่ฮู้เรื่อง” เจ๊กเตี้ยที่เพิ่งหลุดจากภวังค์ถาม

“ก็สักพักแล้วละ เขาเก่งพอวางใจได้ระดับหนึ่งแล้วละ” หมอตี๋ใหญ่มุดเข้าไปเอาถุงอาหารสดก่อนจะถือเดินผ่านเข้าไปในครัว

“แม่เตรียมไว้ให้แล้ว….อยู่บนโต๊ะนั้นละ” แม่ใหญ่หงส์พูดตามหลัง

“ผมว่าจะทำเพิ่มสักอย่าง 2 อย่างนะแม่…วันนี้คนไข้เยอะ อยากกินให้เต็มที่หน่อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

และหลังจากอิ่มจากกับข้าวฝีมือหมอตี๋ใหญ่เรียบร้อย ทั้งหมดจึงออกมานั่งย่อยอาหารที่หน้าบ้าน สายลมตอนเกือบ 3 ทุ่มของปลายฝนต้นหนาวกำลังโชยผ่านบางๆ ไฟจากตะเกียงเจ้าพายุกระจายแสงสีขาวในรัศมีแคบๆ กระนั้นก็มากพอจะเห็นรอยยิ้มสลับเสียงหัวเราะของคนทั้ง 4  กระทั้งแม่ใหญ่หงส์ใช้นิ้วสะกิดแขนเจ๊กเตี้ยพร้อมกับชายหางตาบอกทางไปยังหลังบ้าน…

เจ๊กเตี้ยมองภรรยาอย่างคนมีคำถาม “หืย!…เฒ่าแล้วยังจะมาสะกิดแขนแบบหนุ่มๆ สาวๆ อีก” แกกระซิบ จนแม่ใหญ่หงส์ตีแขนแรงๆ ก่อนจะลากเข้าไปหลังบ้านเสียเอง

“เจ้าก็คิดได้เนาะ”

“อ้าว!…อยู่ๆ มาสะกิด ไผจะไปรับมุขทัน ฮะ ฮะ ฮะ”

“ปล่อยให้หนุ่มสาวได้คุยกัน…อย่าไปนั่งเป็นกรรมการหลาย บ่แม่นมวยเด้อ” เสียงแม่ใหญ่หงส์ดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน จนหมอตี๋ใหญ่กับพรรณปิดปากหัวเราะ

“ดาวคืนนี้งามขนาด พรรณว่าบ่”

“อยู่ๆ เฮียหมอก็มาชวนดูดาว เออมาแปลก สงสัยต้องเช็กอาการแล้วละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“พรรณนะบ่โรแมนติกเลยเนาะ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“พรรณ…” อยู่ๆ คุณหมอตี๋ใหญ่ก็เอ่ยขึ้น

“หึ! แมนหยังเฮีย…” และขณะที่พรรณหันหน้ากลับมา หมอตี๋ใหญ่ก็ลงไปนั่งกับพื้นแล้ว “คือไปนั่งกับพื้น…”

หมอตี๋ใหญ่ล้วงเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเก่ง มันคือกล่องใส่แหวนสีแดงสด เขาเปิดฝาให้เหลี่ยมเพชรได้สะท้อนแสงตะเกียงเจ้าพายุ จนพรรณเผลอเอามือมากุมหัวใจตัวเอง

“เฮียหมอ”

“แต่งงานกับเฮียนะ…” หมอตี๋ใหญ่นั่งนิ่งลุ้นจนหน้าแดงซ่านลามไปยังใบหูทั้ง 2 ข้าง แววตาเป็นประกายพอๆ กับเหลี่ยมเพชรก็กำลังสั่น

พรรณทำอะไรไม่ถูกอยู่บนเก้าอี้…และก่อนจะควบคุมตัวเองไม่อยู่เธอก็รีบพยักหน้าแรงๆ พร้อมกับร้องไห้ออกมา

“เฮียมีความสุขขนาดส่งนิ้วนางข้างซ้ายมาเฮียจะใส่ให้”

“เฮียหมอ…”

“มื้ออื่นเช้าเฮียจะให้มะม่า ปะป๋ามาสูขอ พรรณจะว่าอย่างไร”

พรรณหน้าแดงขณะที่น้ำตายังไหลไม่หยุด หมอตี๋ใหญ่เลยเข้าไปใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดให้ “หื้อ…ตกลงแม่นบ่”

“แล้ว…แล้วแต่พ่อกับแม่” พรรณพูดสั้นๆ ก่อนจะหันหน้าซ่อนความเขินอายไปทางอื่น ดาวเหนือกำลังเคลื่อนสูงขึ้น ดาวลูกไก่ใกล้ๆ ทางช้างเผือกยังส่องประกายระยิบระยับ

“เฮียแอบมักพรรณตั้งแต่เป็นเด็กเดินตามหลังเจ๊กเตี้ยมาขอลองชิมขนมในร้านแล้วละ”

พรรณหันขวับมาเผชิญเหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “นี้แสดงว่า ถ้าเฮียบ่ได้มักพรรณ เฮียจะบ่ให้พรรณชิมขนมแม่นบ่”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…แล้วพรรณได้ชิมอมยิ้มของเฮียบ่ละ” หมอตี๋ใหญ่สวนกลับ ขณะที่พรรณกำลังนิ่งคิด “อมยิ้มของเฮียแซบบ่ หึ!….”

“พอเลยเฮียหมอนะ”

“เฮียให้พรรณได้ทุกอย่างนั้นละ บ่แม่นขนมอย่างเดียวดอก”

“……..”

“ชีวิตเฮายังอีกยาวไกลพรรณเอ้ย เฮียโชคดีที่ได้พรรณเป็นกำลังใจให้เฮียมาโดยตลอด เรียนหมอมันหนักขนาด แต่เฮียก็ผ่านมาได้เพราะพรรณฮู้บ่”

“สาวๆ นักเรียนหมอด้วยกันมีแต่คนงามๆ เป็นหยังเฮียบ่จีบละ”

“เฮียจะจีบเขาเฮ็ดหยังก็เฮียมีพรรณตั้งแต่เรียนบ่ทันจบ ม.3 ด้วยซ้ำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…พรรณหลังแต่งงานเฮาจะสร้างครอบครัวของเฮาเอง เฮียเห็นพ่อไซกับแม่คุณนายศรี พ่อเจ๊กเตี้ยแม่หงส์ อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเล็กๆ เฮียก็อยากจะมีบ้าง…มื้ออื่นเซ่าเฮียจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอเร็วๆ เฮียรอบ่ไหวอีกแล้ว….เฮาแต่งงานกันนะพรรณ”

พรรณยิ้มจ้องไปยังดาวบนท้องฟ้าก่อนจะพยักหน้าให้เห็นแรงๆ….

“ไชโย!….พ่อเจ๊กเตี้ย แม่หงส์ครับ พรรณยอมแต่งงานกับผมแล้วเด้อ….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อีหลีบ่ลูกพรรณ ลูกหมอตี๋ใหญ่….แม่ดีใจขนาด อยากไปบอกข่าวดีกับพ่อทิดไซกับแม่ศรีเร็วๆ”

“ไป ไป ไปบอกมันคืนนี้เลยข่อยรอมื้ออื่นบ่ไหวแล้ว”

และแสงไฟฉายก็สาดนำทาง 2 ตายายไปตามถนนลูกรังกลางหมู่บ้าน จนหมอตี๋ใหญ่กับพรรณนั่งยิ้มปลื้มปริ่มพูดไม่ออกอยู่ด้านหลัง

“อยากให้ถึงมื้ออื่นเซ่าเร็วๆ พรรณ เฮียขอหอมแก้มมัดจำได้บ่”

“เฮียหมอ เดี๋ยวคนมาเห็น”

“ไผจะผ่านมา นี้มันเกือบจะ 4 ทุ่มแล้วเด่”

………

ณ บ้านไม้กึ่งปูน 2 ชั้นติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่กำลังมืดสนิท

“อีศรี บักทิดไซ หลับกันแล้วบ่” เจ๊กเตี้ยตะโกนขึ้นไปบนบ้าน ไม่นานแสงไฟฉายก็สว่างขึ้นพร้อมกับแสงตะเกียงวิบๆ วับๆ จากชั้นบน

“ยังบ่หลับดอก” เสียงทิดไซ ก่อนจะเห็นศรีกับพอนเดินลงมาเปิดประตูให้ โดยมีพ่อใหญ่เงินแม่ใหญ่ย้อยนั่งพร้อมหน้าพร้อมตารออยู่แล้ว

“พวกสูมีหยัง กูตกใจหมด” เสียงแม่ใหญ่ย้อยดังขึ้น

“คือคุณหมอตี๋ใหญ่ขึ้นหาลูกสาวเฮา….”

“ห่า แม่นอีหลีบ่….” คุณนายศรีลงเสียงเบาๆ พร้อมกับขยับเข้าไปกุมมือแม่ใหญ่หงส์แน่น

“มันตกลงปลงใจกันแล้ว มื้ออื่นเซ่าคุณหมอตี๋ใหญ่จะให้แม่ใหญ่แพะกับพ่อใหญ่ชัยวัฒน์มาสู่ขอ พวกสูเตรียมตัวแต่เช้าเด้อ” แม่ใหญ่หงส์พูดแบบคนตื่นเต้นสุดๆ

“อีหลีบ่ แม่นอีหลีบ่ โอ้ยข่อยดีใจกับลูกสาวเฮาขนาด มัน 2 คนฮักกันแพงกันมาตั้งแต่เรียนกระทั้งได้เฮ็ดการเฮ็ดงานอย่างที่มัน 2 คนฝันเอาไว้ ฮื้อๆ พ่อใหญ่เจ๊กเตี้ย แม่ใหญ่หงส์ ข่อยดีใจขนาด ฮื้อๆ” ทิดไซปล่อยโฮ ก่อนจะเห็นคุณนายศรีกับแม่ใหญ่ย้อยเช็ดน้ำตาตัวเองอยู่หลัดๆ

“ขอบใจพวกสูหลายๆ ที่ส่งหนูพรรณมาให้ เฮาเป็นพ่อเป็นแม่เห็นลูกประสบความสำเร็จเลยอดฮ้องไห้บ่ได้…” แม่ใหญ่หงส์ลงเสียงต่ำก่อนจะเช็ดน้ำตาตัวเองเร็วๆ

“อ้าวๆ มาบอกข่าวดี มื้ออื่นเซ่าเป็นวันดีมีชัย พ่อใหญ่เงินกับแม่ใหญ่ย้อยรวมทั้งพวกสูก็เตรียมตัวแต่เซ่าๆ ออกไปรวมตัวกันอยู่บ้านกูพู้นละ…ไป ไปยายกลับไปนอน คืนนี้คือฝันดีหลายๆ ฮะ ฮะ ฮะ” เจ๊กเตี้ยพูดเสียงดัง ศรีเช็ดน้ำตาเร็วๆ ก่อนจะหันไปพูดกับพอนที่นั่งฟังอยู่เชิงบันได

“พอนเดินไปส่งพ่อเจ๊กเตี้ยกับแม่หงส์แน่ลูก”

“บ่ต้องๆ…ไปนอนเถอะมื้ออื่นมันต้องไปโรงเรียนแต่เช้า ไป ไป ยาย เฮาไปเดินชมดาวก่อนเข้านอนกันเถอะ มันคือจะงามกว่าทุกๆ คืน ฮะ ฮะ ฮะ”

แสงดาวที่กำลังพร่างพราวก็บอกสถานะงดงามกว่าหลายคืนที่ผ่านมาจริงๆ มือของเจ๊กเตี้ยที่ชุมเหงื่อเกาะกุมมือภรรยาไว้แน่น ถนนในเงามืดไม่ทำให้ทั้งคู่รู้สึกวังเวง ซ้ำภาพความรักเมื่อวันวานก็หวนกลับคืนมาให้ได้ยิ้มอีกครั้ง

“ข่อยคือมีความสุขหลายแท้ๆ….”

“ข่อยคือกันนั้นละ ฮะ ฮะ ฮะ”

……..

จบ คุณนายซาอุฯแดนอีสาน คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 32