คุณนายซาอุฯ บทที่ 8

จดหมายฉบับแรก


จดหมายฉบับแรก คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 8

จดหมายฉบับแรก

ต้นเดือนมิถุนายน นาในที่ลุ่มติดห้วยลำพังชูน้ำท่ากำลังพอดี ต้นกล้าอ่อนหรือต้นข้าวในแปลงเพาะแทงยอดใหม่สีเขียวขจีเสมอไปทั้งแปลง กระนั้นความแข็งแรงที่เหมาะสมในการนำไปปักดำลงแปลงใหญ่ก็ยังต้องรออีกสัก 2 อาทิตย์ แต่บางแปลงที่หว่านกล้าไว้ก่อนหน้านี้เริ่มลงแขกได้แล้ว วิถีชีวิตของคนในบ้านโคกอีรวยก็ยังดำเนินต่อไปซ้ำๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าที่เข้ามาบุกเบิกผืนป่าแห่งนี้แล้ว

ณ ที่แปลงนาพ่อใหญ่บัว ขณะที่ชาวบ้านกว่า 20 ชีวิตกำลังลงแขกเร่งปักดำต้นกล้าอยู่นั้น อยู่ๆ สำลีที่ก้มหน้าก้มตาปักดำอยู่ข้างสามีวัยเกือบ 40 ปีก็เกริ่นขึ้นลอยๆ

“ปีนี้คง บ่ได้เห็นอีวารี อีศรี อีไร มาช่วยดำนาหรอกน้อ”

“โอ้ย!…เขาได้เป็นคุณนายซาอุฯ ไปแล้ว บ่มาก้มหน้าดำนาให้ปวดหลังดอก” ป้านงที่อยู่อีกฟากพูดเสียงดัง

“แมนๆ (ใช่) บักทิดไซ ทิดดอน ทิดทอง แล้วกะบักจ่อยผัวอีบัวไหล….” สำลียังไม่ทันพูดจบ เสียงบัวไหลที่ก้มหน้าอยู่อีกฟากก็ดังขึ้น

“อีบัวไหลอยู่ทางนี้เด้อ…จะนินทาก็นินทาให้ดังๆ จะได้ยินนำ”

“ฮ่า ฮ้า ฮา อีห่าขั่ว…นึกว่ามึงไปนั่งทาเล็บแดงเตรียมตัวเป็นคุณนายซาอุฯ กับเขาอยู่กับบ้าน”

“บ่ๆ…อีบัวไหลคนนี้เอ็ดบ่เป็นดอก (เฮ็ดบ่เป็น= ทำไม่เป็น)” บัวไหลตอบกลับ

“บัวไหล ผัวมึงไปเฮ็ดงานประเทศซาอุฯ กี่เดือนแล้วนะ” สำลีลุกเงยหน้าตะโกนถามอีก “โอ้ย! ปวดหลังเด้….มื้อใดดอกผัวกูจะได้บินไปเฮ็ดงานกับเขาบ้าง”

“เข้าเดือนที่ 3 แล้วละ จดหมายยังมาบ่ถึงเลย…”

“อ้าว!…ลุงสักก็จะไปซาอุฯ กับเขาคือกันบ่” ป้านงที่นิ่งฟังถามแบบตั้งใจสุดๆ ก่อนลุงสักที่ก้มหน้าดำนาอยู่ข้างๆ สำลีจะลุกเงยหน้าขึ้นมาตอบเอง

“อยู่บ้านเฮาลำบากโพดป้านง เมื่อวานเห็นคนบ้านหนองขามเมืองพล (อ.เมืองพล จ.ขอนแก่น) ออกมาหาคนไปเอ็ดงาน ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าชุดที่พาทิดดอน ทิดทอง ทิดไซไปตั้งหลายหมื่น ซ้ำโรคก็บ่ต้องไปตรวจให้ยุ่งยาก เอกสารเดินทางเขาจัดการให้หมดก็เลยว่าจะเข้าไปชวนบักน้อยลูกป้านั้นละ เผื่อจะได้ไปด้วยกัน” ลุงสักพูดยาว ก่อนป้านงจะเงยหน้าจ้องด้วยความสนใจ

“แม่นอีหลีติ (ใช่จริงเหรอ) ลุงสัก”

“แม่นครับป้า บักจวบบ้านมะกอกเพิ่งจะเข้าไปซวนข่อย (ชวนผม) เมื่อคืนนี้เอง”

“โอ้ย…มื้อแลงสิบอกให้บักน้อยมันเตรียมตัว…ค่าหัวเด่ เขาเอาคนละจักบาท” ป้านงถามต่อด้วยท่าทีสนใจไม่น้อย ก่อนจะเป็นสำลีแทรกสามีขึ้น

“ชุดนี้บ่ถึง 7 หมื่นเด่ป้า…”

“ห่วย!…ถืกกว่ากันหลายขนาดนี้จะไปนำอยู่ดอกเด้อลุง (ถืก=ถูก)” ทิดมืดที่ก้มหน้าอยู่ท้ายสุดตะโกนบอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดเป็นจริงเป็นจังอีกที “มื้อแลงอย่าลืมเข้าไปหาเด้อ เมียอยู่บ้านจะได้รู้ด้วย”

“น้าน!…ลุงสักไดหมู่แล้ว อีสำลีเลิกดำนาดอกเด้อ…จะไปนั่งหัดทาเล็บแดงกับอีไร…ฮ่า ฮ้า ฮ่า”

และเสียงคนทั้งแปลงนาหัวเราะขึ้นพร้อมๆ กัน ความฝันของคนบ้านโคกอีรวยไม่เคยจบสิ้น คุณนายซาอุฯ คนต่อไปก็ไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุดเช่นกัน

……..

แดดสุดท้ายใกล้จะหมดลงทุกที

วารีที่กำลังท้อง 5 เดือน ลูกชายคนโตเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมกำลังก้มๆ เงยๆ กับเตาไฟกับแม่….อยู่ๆ

“อีวารี….อีวา อีวารี” เสียงตะโกนของศรีข้ามรั้วจากบ้านลุงทดก็ดังขึ้นราวกับมีเรื่องสำคัญและตื่นเต้นสุดๆ

“อีหยังศรี (อะไรรึศรี) เป็นอีหยังฮ้องเสียงดังแท้” วารีลุกยืนพลางเห็นเพื่อนเร่งฝีเท้ากึ่งวิ่งยิ้มแก้มแทบปริเข้ามาหาเร็วๆ “มึงมีอีหยัง”

“เออ..ขอกูหายใจหายคอก่อน โอ้ย!เหนื่อย” ศรีพูดขาดๆหายๆ แต่ใบหน้าก็ยังยิ้มไม่หุบ “พ่อใหญ่สาเข้าไปประชุมในอำเภอเพิ่งกลับถึงบ้าน แก แก่ โอยเหนื่อย..ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“มีอีหยัง ท่าจะเป็นเรื่องดีแม่นบ่” วารีอดแทรกถามไม่ได้

“นี้ไงจดหมายจากประเทศซาอุฯ” ทันทีที่จดหมายถูกดึงออกมาจากกระเป๋ากางเกง วารีก็แทบจะกระโจนเข้าไปหา

“มีของทิดทองบ่” วารีถามเร็วๆ พร้อมกับก้าวเข้าไปยืนเทียบอ่านหน้าซองจดหมายที่อยู่ในมือเพื่อน

“มี…นี้ไงของทิดทอง และยังมีของบักทิดดอนนำ เดี๋ยวจะฟ้าวเอาไปให้อีไรอีก (ฟ้าว=รีบ)”

วารีรับจดหมายขณะที่มือสั่นระริก ดวงตาตื้นตันจนเห็นน้ำใสๆ เต้นระริกในแสงสุดท้าย “กูดีใจหลายขนาด”

“ทิดไซฝากเงินมานำ มื้ออื่นว่าจะไปเอาที่ธนาคารกรุงเทพ เมืองพลพู้น”

“โอ้! ทิดไซฝากเงินมานำบ่ หลายปานได ไปยังบ่ถึง 3 เดือนเลย”

“มึงกะฟ้าวๆ อ่านเด้อ ถ่าทิดทองฝากเงินมาด้วยจะได้ไปเอาเงินนำกัน…เดี๋ยวกูฟ้าวเอาจดหมายไปให้อีไรอีกคนก่อน”

“เออๆ….ขอบใจหลายๆ”

………

วันที่ 12 พฤษภาคม 2523

                ถึงวารีสุดที่รัก เจ่าสบายดีหรือเปล่าส่วนอ้ายสบายดี มาถึงประเทศซาอุดิอาระเบียและทันทีที่ได้เฮ็ดงานก็รีบเขียนจดหมายมาบอกทันที เจ่าคงจะท้องใหญ่แล้วเนาะ คิดถึงลูกที่สุด

                เรื่องงานนั้น อ้ายกับบักทิดดอนได้งานสร้างถนนเป็นกรรมกรก่อสร้างอยู่ในแค้มป์พักคนงานเดียวกัน เงินเดือนก็สูงอยู่ ถ้าเงินเดือนแรกออกจะรีบส่งกลับไปให้ทันที ส่วนทิดไซมันโชคดีกว่าคนอื่นเพราะทิดไซมันหน้าตาดีเลยมีเศรษฐีอาหลับมาเอาไปทำงานในบ้านในสวน  แต่งานอ้ายที่ทำอยู่ก็ยังไม่หนักเท่าบ้านเรา ไม่ต้องเป็นห่วง แต่แดดที่นี้ร้อนมากๆ เลยวาเอ้ย มองไปทางไหนก็มีแต่ทะเลทราย ถึงอย่างนั้นอ้ายก็จะอดทน เพื่อเราเพื่อลูก

                ความหวังความฝันของเรากำลังเป็นจริงแล้ว อ้ายจะขยันทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบส่งกลับไปให้ทุกเดือน วาต้องรักษาเนื้อรักษาตัวดูแลลูกๆ นะ นาไม่ต้องไปทำ ปล่อยให้ลุงนึกทำให้กิน วาอ้ายคิดถึงวากับลูกมากๆ บางคืนนอนอยู่ดีๆ น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง อ้ายเขียนจดหมายไม่เก่งเอาเป็นว่ารีบๆ ตอบจดหมายอ้ายนะเดี๋ยวจะรอทุกวัน

รักและคิดถึงวากับลูกเสมอ

อ้ายทิดทอง

……….

 

วารีนั่งอ่านจดหมายใต้แสงตะเกียงขณะที่ลูกๆ หลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ค่ำคืนไร้แสงจันทร์ทำให้แสงดาวล้านดวงกระพริบพราวพร่างไปทั้งฟ้า ระเบียงโล่งสูงไร้หลังคาปิดกั้นเวลานี้ทั้งอบอุ่นและเงียบเหงาไปพร้อมกัน ปากกากับแผ่นกระดาษอยู่ในมือ แสงตะเกียงที่ไร้ลมก็นิ่งวิบๆ วับๆ ตามธรรมชาติของมัน วารีเงยหน้าขึ้นมองแสงดาวสักพักก่อนจะก้มหน้าจรดปลายปากกาลงกับแผ่นกระดาษทั้งๆ ที่น้ำตายังนองหน้าไม่ทันเช็ด

……….

วันที่ 3 มิถุนายน 2523

                ถึงอ้ายทิดทอง วากับลูกสบายดีทุกคน อ้ายทิดทองยังสบายดีไหม ไม่ต้องเป็นห่วงทางบ้านเด้อ เดือนหน้าพ่อจันทร์จะให้ราตรีมาอยู่เป็นเพื่อน แต่สำหรับลูกเรา ผาเข้าโรงเรียนแล้ว ขยันดูแลน้องๆ ดี ปีหน้า ภูก็จะตามพี่เขาไปโรงเรียนอีกคน พวกเขากำลังโตขึ้นทุกๆ วัน อ้ายทิดทอง ลูกของเราเป็นเด็กดี เชื่อฟังแม่ วาโชคดีที่ลูกไม่ดื้อไม่ซน อ้ายทิดทองไม่ต้องเป็นห่วง

                ความฝันของเรากำลังเป็นจริงแล้ว…วาอยากได้บ้านหลังเล็กๆ ทาสีขาว มีลูกๆ น่ารักๆ เราก็จะได้นั่งดูพวกเขาโตเป็นหนุ่ม แต่วันนี้อ้ายทองต้องอดทน วาอยู่ทางบ้านก็จะอดทน คืนนี้แสงดาวเต็มท้องฟ้า งามแท้ๆ งามเช่นเดียวกับคืนที่เรานอนคุยกันก่อนอ้ายจะเดินทาง เงินเดือนแรกถ้าออกแล้วอ้ายทิดทองจะเก็บไว้ใช้ก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบส่งมาทั้งหมดหรอก วากับลูกไม่ได้ใช้อะไรมาก ค่าส่งมันก็แพง เก็บไว้หลายๆ เดือนค่อยส่งมาทีเดียวก็ได้ สุดท้ายนี้ วาก็ขอให้อ้ายทิดทองดูแลสุขภาพ เดี๋ยววาจะเขียนจดหมายตามไปบ่อยๆ

ลูกๆ ถามหาพ่อทุกคืน คิดถึงพ่อทุกวันเช่นกัน

รักเสมอ

วารี

……….

และค่ำคืนเดียวกันที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ไรราวางจดหมายลงข้างๆ ด้วยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ดวงตาแข็งกร้าวกำลังมองผ่านแสงตะเกียงออกไปยังความมืดด้านนอก มือกำแน่นข้างลำตัวกำลังสั่นพร้อมกับเสียงขบฟันกรามกระทั้งเสียงแม่ใหญ่สายพินดังออกมาจากด้านใน

“ตกลงผัวมึงว่าจังใดแน่ (ตกลงผัวมึงว่าอย่างไรบ้าง)”

แต่ไรราก็ยังเงียบ เงียบจน 2 ผู้เฒ่าที่รอจะฟังข่าวใจคอเริ่มจะไม่นิ่งจนพ่อใหญ่บุญมาต้องเดินออกมานั่งลงข้างๆ และแกก็เงียบกระทั้ง ไรรายื่นจดหมายให้อ่าน

“กูมองบ่เห็นดอก…ตกลงบักทิดดอนมันได้เฮ็ดงานแล้วบ่”

เสียงกัดฟันกรามยังดังต่อเนื่องกระทั้ง “ได้เฮ็ดแล้ว”

“ได้เฮ็ดการเฮ็ดงานแล้ว ก็เป็นเรื่องดีบ่แมนติ (บ่แมนติ= ไม่ใช่รึ)” พ่อใหญ่บุญมาบอกลูกสาว

“แต่ได้เป็นแค่กรรมกรก่อสร้างกับบักทิดทอง”

“กรรมกรก่อสร้างก็ดีแล้ว”

“ดีจังได พ่อ พ่อ กรรมกรก่อสร้างมันดีกว่าเฮ็ดนาตรงไหน” ไรรากดเสียงต่ำลึกจนน่ากลัว สายตาเธอก็ยังแข็งกร้าวอยู่ที่เดิม “เจ่าฮู้บ่ (คุณรู้ไหม) ว่าบัดทิดไซ ผัวอีศรีมันได้เฮ็ดงานอีหยัง (งานอะไร)”

“อ้าว บักทิดไซ ผัวอีศรีบ่ได้เฮ็ดงานนำกันบ่ (ไม่ได้ทำงานด้วยกันรึ)” พ่อใหญ่บุญมาถามด้วยความแปลกใจ

“บักทิดไซมันได้เฮ็ดงานในบ้านเศรษฐี เละยังส่งเงินมาให้อีศรีตั้งหลายหมื่นทั้งๆ ที่ไปเฮ็ดงานพร้อมๆ กัน….”

“ไร…”

พ่อใหญ่บุญมายังไม่ทันจะพูดไรราก็ขึ้นเสียงดัง “อีศรีมันเป็นผู้ใด มันจึงจะได้ดิบได้ดีกว่าอีไรรา…พ่อ พ่อ อีศรีมันเป็นไผ มันเป็นไผ (มันเป็นใคร)”

“ไรเอ้ย…ใจเย็นๆ ลูก” เสียงแม่ใหญ่สายพินดังขึ้นบ้าง

“เจ่าฮู้บ่แม่ แม่ เจ่าฮู้บ่ ว่าอีศรีมันเป็นใคร อีศรีจะได้ดิบได้ดีกว่าอีไรราไม่ได้ อีไรบ่ยอม”

“ไร คนเราจะแข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันบ่ได้ดอก”

“เจ่าบ่เว่า…มันจะตายติพ่อ….(คุณไม่พูด มันจะตายรึไง) เซ่าเว่า (หุบปาก)”

“ไร เว่ากับพ่อคือเว่าอย่างนั้น”

“เจ่ากะหุบปากอีกคน…” ไรราตะคอกกลับจนแม่ใหญ่สายพินเงียบ และเธอก็ค่อยลุกเดินหายเข้าไปในความมืดที่มีเพียงแสงดาวแทนแสงตะเกียง “อีศรี อีศรีมึงคอยเบิ่งกู งานนี้อีไรราบ่ยอมแพ้เด็ดขาด กูต้องได้ดีกว่ามึง กูต้องได้เป็นคุณนายซาอุฯ เหนือคุณนายซาอุฯอย่างมึง”…..

อีก 2 วันต่อมา ดากับสวัสดิ์ก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่เข้ามาในบ้านโคกอีรวยแบบคนร้อนใจ เธอตรงไปบ้านวารีอย่างไม่ลังเล

“อ้าวดา มีอีหยัง เข้ามาหาเฮาถึงบ้าน”

ดาลงจากท้ายรถมอเตอร์ไซด์ได้ก็ตรงดิ่งไปลากแขนวารีเข้าไปนั่งคุยใต้ถุนบ้าน โดยมีสวัสดิ์เดินตามเข้าไปสมทบ

“วา วา มึงฮู้บ่ เมื่อวานอีไรเข้าไปหาเฮาถึงร้านเพราะอีหยัง” เสียงเธอสั่นจนเพื่อนพลอยหน้าเสียไปด้วย…..

“หึ!…เมื่อวานอีไรเข้าตลาดติ”

“เออ…มันเข้าไปขอเงินเพิ่มตั้ง 2 หมื่น….”

“หา!…..อีไรจะเอาเงินไปเฮ็ดหยังตั้ง 2 หมื่น” วารีถามกลับแบบคนมีคำถามมากมายกำลังวิ่งวนในหัว

“อีไรได้เงินก็นั่งรถเข้าเมืองพลพร้อมอีศรี อีไรมันเอาเงินไปซื้อทองคำ เสื้อผ้า รองเท้า…”

“มันเป็นบ้าติ….”

“บ่ฮู้ เฮาร้อนใจเลยต้องเข้ามาถามให้รู้เรื่องว่ามันเรื่องอะไรกัน”

“เฮากะบ่ฮู้คือกัน….”

“หรือว่ามันจะบ้าอีหลี (อีหลี=จริงๆ)” ดามองหน้าวารี แต่ทั้งคู่ก็ได้แต่มองหน้ากันไปมาแบบคนไม่มีคำตอบ

………

และอีกมุมหนึ่งของบ้านโคกอีรวย

“โอ้ย!….อ้ายทิดดอนไปเฮ็ดงานบ่ถึง 3 เดือนกะได้เงินได้คำฝากมาให้เมียซื้อทองใส่แล้วเนาะ” พ่อใหญ่เจ๊กเตี้ยตาไวกว่าคนอื่นเลยแซวขึ้นเสียงดัง

“ป้าดดดดดดด! บักทิดดอนสำมาเก่งแท้ (สำมา=ทำไม)”

“อีไร มึงโชคดีแท้น้อ….เล็บก็แดง ปากก็แดง รองเท้าส้นสูงก็แดง ทองคำก็เส้นใหญ่ ป้าดๆ ป้าดโทอีห่าขั่วมึง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ้า ฮ่า….ต่อไปพวกสูต้องเอิ่นกูว่า คุณนายไรรา คุณนายซาอุฯ…ห้ามลืมเด็ดขาด ฮ่า ฮา ฮา ฮ้า ฮา)

……….

จบ จดหมายฉบับแรก คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 8