อนุชาย2 บทที่17

จะทำอย่างไรดีอนุชาย2 บทที่17 จะทำอย่างไรดี

อนุชาย2 บทที่17 จะทำอย่างไรดี

ขณะที่อนุชัยกับดร.ชานนท์ยืนอยู่บนสายพานทางเดินลาดต่ำไปยังประตูที่จะข้ามไปยังอาคารจอดรถที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ตำรวจภายในสนามบินทั้งในและนอกเครื่องแบบต่างก็วิ่งกรูไปในทิศทางเดียวกัน ดร.ชานนท์กับอนุชัยผวาจ้องหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย สิ่งที่ทั้งคู่หวั่นอาจจะเหมือนกันหรือแตกต่างกันไม่มีใครรู้ และขณะขากำลังจะก้าวสู่พื้นชั้น 3 โทรศัพท์เรียกเข้ามือถือของคนทั้งคู่ก็ดังขึ้นพร้อมๆ กันอีก

“สวัสดีครับ….”- “ฮัลโหล” ทั้ง 2 รับโทรศัพท์ต่างก็จ้องตากันด้วยอาการตื่นตระหนก

(ท่านรองครับไม่ต้องตกใจนะครับ ทีมเราควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ตอนนี้ คุณอานนท์ สายสกุล ผ่านเข้าข้างในเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ทีมเราจะแฝงเข้าไปส่งจนกว่าเครื่องบินจะเชิดหัว ไม่ต้องเป็นกังวลครับ)

“อื้อ….ขอบใจมาก รู้ไหมว่าเป็นทีมไหน” ดร.ชานนท์กรอกคำถามกลับเร็วๆ

(ควบคุมตัวได้ 1 คนยังสรุปอะไรไม่ได้ตอนนี้ ถ้ามีรายละเอียดทีมจะรีบแจ้งให้ทราบอีกครั้ง)

“ขอบคุณมาก” ดร.ชานนท์กดวางสาย อนุชัยก็กดวางสายในเวลาไล่เลี่ยกัน…ทั้งคู่จ้องตากันไม่กระพริบ

“ฉันไม่อยากให้นายเครียด ชานนท์…..” อนุชัยบอกพลางกุมมือเขาไว้แน่น “ไม่เป็นไร อาตี้ปลอดภัยแน่นอน”

“อื้อ….ผ่านประตูเข้าข้างในไปแล้วฉันก็คลายแล้วละ…นุฉันว่าเราอย่าเพิ่งกลับบ้าน Loft love เลย…แวะดื่มอะไรรอจนกว่าเครื่องของอาตี้จะขึ้นบินน่าจะเบาใจมากกว่า” ดร.ชานนท์บอก

อนุชัยพยักหน้าแบบคนเห็นด้วยก่อนจะกดเข้าเบอร์ที่โทรหาเมื่อครู่ “ครับ เราจะนั่งดื่มไม่ไปไหนจนกว่าเครื่องบินของลูกชายจะขึ้นบิน”

(รับทราบครับ….มีอะไรทีมจะแจ้งเรื่อยๆ ขอบคุณมากครับท่าน)

“ขอบคุณครับ” อนุชัยกดวางสาย ขณะกำลังเดินวนหาที่นั่งภายในร้านที่เต็มไปด้วยนักเดินทางจากทุกมุมโลก

“นายดื่มอะไรดี”

“ขอเป็นกาแฟดำดีกว่า”

“OK งั้นฉันตาม….อเมริกาโน่ 2 ที่ขอบคุณครับ” ดร.ชานนท์สั่งกับพนักงานสาวที่เข้ามารับออเดอร์

“คะได้คะท่านรอง รอสักครู่นะคะ”

“นายอย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นดิ….ฉันเห็นแล้วไม่สบายใจเลย” อนุชัยเตือน ดร.ชานนท์รวบมือเขามากุมรวมกันบนโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆ “เอานะนายยังมีฉัน” และพูดต่อราวจะปลอบใจ

“คืนนี้….ขอจัดเต็มนะ” ดร.ชานนท์พูดจากใบหน้าเคร่งเครียดก่อนอนุชัยจะชักมือกลับพร้อมกับปิดเสียงหัวเราะแทบไม่ทัน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายนี้หื่นชะมัด”

“ยังกะว่านายไม่ร่านอย่างนั้นแหละ” ดร.ชานนท์ต่อว่าพลางยิ้มแบบคนเบิกบานให้เห็น

“ฉันร่านกับนายคนเดียวเท่านั้นแหละ….เด็กโง่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ฉันรักนายก็ตรงนี้แหละ อนุชาย….”

line1 for timmy

อีกกลุ่ม…

ภายในห้อง VIP. ของภัตตาคารแห่งหนึ่ง ชายฉกรรจ์ผิวคล้ำร่างยักษ์นั่งหน้าเครียดต่อหน้าชายหนุ่มหลายวัย 10 กว่าคนที่รายล้อมอยู่รอบโต๊ะกลมตัวใหญ่ พวกเขามาก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมงหลังจากคุยกันจบ…แก้วเหล้าในมือก็ถูกยกขึ้นดื่มเร็วๆ

“โง่ถึงขนาดเลือกลงมือภายในสนามบิน….ปั้ด!โท”

“เก็บมันทั้งสายเท่านั้นที่เราจะรอด” อีกคนลักษณะไม่ธรรมดาเสนอ จนหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมๆ กัน

“ตามนั้น….แต่เล่นให้เนียน อย่าให้โยงถึงเราเป็นพอ” ชายคนเดิมพูดพลางเทเหล้าลงแก้วเกือบครึ่งก่อนจะกระดกอีกจนหมด “ดีเหมือนกันตัวหารจะได้ลดลง….บ้าชะมัด!” เขาจิ! ปากเสียงดังก่อนจะหันไปพ้นควันบุหรี่ทิ้งด้านข้าง “อย่าให้พวกมันมาถึงภัตตาคารเลย เล่นแม่งตอนนี้แหละ”

“ครับ ได้ครับลูกพี่” และชายคนดังกล่าวก็งัดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใช้งาน

“ถึงไหนแล้ววะ” เขากรอกน้ำเสียงเรียบๆ ราวกับไม่มีอะไร

(กำลังวนเข้าลานจอดแล้วครับพี่)

“พวกแกมากันครบใช่ไหม”

(ครบครับพี่….)

“ถ้าอย่างนั้นวนกลับไปเจอกันที่เดิม….ที่นี่มีปัญหาแล้ววะ”

(ได้ๆ….) ทันทีที่วางสาย เขาก็กดตัวเลขเพิ่มเข้าไปอีก 5 หลักก่อนจะส่งต่อเข้าโทรศัพท์เครื่องเดิม…ไม่นาน # บึ้ม!# เสียงระเบิดก็กัมปนาทขึ้นที่ริมถนนด้านหน้า…. “เรียบร้อยแล้วครับลูกพี่”

“ดี….แยกย้ายกันไปก่อน มีอะไรจะนัดอีกครั้ง….”

“ครับๆ ได้ครับพี่ยศ”

line1 for timmy

ณ บ้าน Loft Love

หลังจากอาตี้กลับอเมริกาไปแล้ว อนุชัยก็หอบงานมาทำที่บ้าน Loft Love เป็นหลัก นานๆ ครั้งหรือเฉลี่ยสัปดาห์ละไม่ถึง 3 วันถึงจะมีประชุมหรือต้องออกไป Present งานที่บริษัทอื่น เขาปฏิบัติต่อดร.ชานนท์ราวกับช่วงข้าวใหม่ปลามันหรือสามีหนุ่มกับภรรยาสาว แต่เมื่อความดีและสมบูรณ์แบบมากจนเกินความจำเป็นก็ทำให้อีกคนเอะใจขึ้นมา ความต้องการจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังในเรื่องนี้จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นวันละนิด

“ฉันบีบยาสีฟันไว้ให้นายแล้วนะ” อนุชัยก้มจุมพิตที่หน้าผากบอก “อาบน้ำซะ…ฉันจะลงไปทำสเต็กปลาแซลมอนไว้ให้” พูดจบอนุชัยก็หันหลังเปิดประตูเดินจากไปดื้อๆ

“อะไรของเขาวะ!….มีบงมีบีบยาสีฟงยาสีฟันไว้ให้ด้วย….ฮิ ฮิ ฮิ แต่ก็ดีเหมือนกัน”…..เมื่อเสียงพึมพำจบลง “ที่รัก…..” เขาก็ตะโกนไล่ตามหลังเสียงดังลั่นบ้าน “ที่รัก…..”

อนุชัยเปิดประตูผางจ้องหน้าเขม็ง “นายจะแหกปากให้ชาวบ้านได้ยินทำไมเนี่ย”

“อ้าว!….สามีก็เรียกภรรยากันแบบนี้ไม่ใช่รึไง” ดร.ชานนท์ทำตาบ้องแบ้วไม่รู้ไม่ชี้ “อะไรของตัวเองอะนุ”

“นายต้องการอะไร…ด่วนเลยอย่าโยกโย้” อนุชัยเร่ง

“ขอกล้วยหอมกับขนมปังโฮลวิต 2 แผ่น”

อนุชัยยกสัญญาณนิ้วว่า OK. และไม่ลืมส่งจูบให้เร็วๆ ก่อนเสียงประตูปิดจะตามก้นไปติดๆ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า บ้าชะมัด…..”

ระหว่างที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันบนโต๊ะอาหาร อนุชัยนั่งหันหลังให้กับกระดานชนวน แต่ด้านหน้าของอีกคนจึงเห็นมันชัดเจน

“นายว่าเราควรจะเขียน กฎเขกกะโหลก ขึ้นมาใหม่ไหม?” ดร.ชานนท์ถามขึ้นลอยๆ อนุชัยวางสเต็กในมือลงที่เดิมก่อนจะเอี้ยวตัวกลับไปมองแบบคนต้องการใช้ความคิดจากภาพ….

“กระดานชนวนมันแผ่นเล็กเกินไปนะ….”

“เอ้!…..” ดร.ชานนท์อุทานสงสัย เขาชะงักรอก่อนเสียงอนุชัยจะดังขึ้นอีก

“มันต้องมีข้อที่ 5……”

“ข้อที่ 5….มีข้อที่ 5 ด้วย” ดร.ชานนท์ถาม อนุชัยพยักหน้ายิ้มๆ แบบคนเจ้าเล่ห์ “บ้าเอ้ย…นายกำลังทำให้ฉันคลั่งนะนุ….ข้อที่ 5 คืออะไร….”

“ข้อที่ 5….” อนุชัยยังเล่นหูเล่นตากับเขาไม่เลิก

“นุ….ฉันคลั่งจริงๆ แล้วนะ”

อนุชัยกรุ้มกริ่ม…..พลางโปรยยิ้มในแบบที่ดร.ชานนท์เคยหลงใหล “ข้อที่ 5 ท่าจะให้ดี….” เขาเว้นจังหวะราวจะเรียกโมโห “ข้อที่ 5 ท่าจะให้ดี….ให้ยกเลิกข้อ 4….เพราะจะไม่มีวันนั้นแน่นอน…..” อนุชัยพูดช้าๆ ชัดๆ จนเห็นดร.ชานนท์ยกกำปั้นขึ้นปิดปากราวกับไม่รู้จะใช้อารมณ์ไหนกับเขา “….ฉันจะรักนายตลอดไปชานนท์”

ดร.ชานนท์ทิ้งช้อน…. “ฉันอิ่มละที่รัก….วันนี้ฉันคงอิ่มทั้งวัน” เขาลุกเดินเข้าไปยืนกอดอนุชัยจากด้านหลังพร้อมกับกระซิบข้างหูแบบคนมีความลับสุดยอด “ฉันรักนายที่สุดในชีวิต…” ริมฝีปากก็จูบต้นคอพลางงับติ่งหูเบาๆ “อิ่มเถอะ เราจะได้ขึ้นห้องกัน”

อนุชัยตาขวางทันทีทันใด…. “หื่นอีกละ…กลับไปนั่งลงที่เดิมแล้วกินสเต็กของนายให้หมดด้วย รู้ไหมฉันต้องแหกขี้ตาขึ้นมาหมักตั้งแต่ยังไม่ตี 4 เลยด้วยซ้ำนะ”

ดร.ชานนท์โดนสอยร่วงกลางอากาศแต่เขาก็ยังยิ้มหัวเราะเสียงดังยาวๆ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม “ครับที่รัก….ความหมายของนายคือให้ฉันกินให้หมดก่อนใช่ไหม” เขายังเล่นต่อจนทำให้อนุชัยถึงกับไปไม่เป็น

“ล้างจานให้เสร็จก่อนด้วย….”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…..นายนี้ร่านชะมัด…..ดีเหมือนกันฉันอยากมีน้องสาวให้อาตี้อีกคน”

“เงียบแล้วกินไปเลย….”

……อีก 3 ชั่วโมงต่อมา

เมื่อความเงียบเข้าครอบคลุม ใบหน้านิ่งๆ ที่อยู่ห่างจากเขาไม่ถึง 2 เมตรก็ลามเข้าสู่สมองชั้นในและลึกสุด (ฉันจะทำอย่างไรดีชานนท์…จะช่วยเหลือนายได้อย่างไร…) อนุชัยจ้องต่ออีกสักพัก (ไม่ ไม่! ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด….คุณหมอ คุณหมอเดียรเนียล สแปนเลย์ คุณหมอแคราย แคราย เชาว์ทำไมตัวเองไม่อยู่เมืองไทยนะ เค้า เค้า ต้องการตัวเองที่สุด….หรือว่าจะโทรหา…นี่ก็เที่ยงกับ 38 นาที แวนคูเวอร์ก็น่าจะเกือบๆ 4 ทุ่มเข้าไปแล้ว….คุณหมอ จิ! จิ! จิ!….คุณหญิงป้า ใช่!…ลืมไปได้ไงคุณหญิงป้าก็เป็นหมอนินา! และยังเป็นคุณแม่ของชานนท์อีกด้วย….โอ้!….ขอบคุณพระเจ้าฉันลืมเธอไปได้ไงเนี่ย) เมื่อสรุปได้ดังนั้นอนุชัยก็ถือโทรศัพท์เดินออกไปนอกบ้าน เขาต่อสายคุยกับคุณหญิงพวงพรแต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไร

(คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก นุมาหาป้าที่บ้านด่วนเลยลูก)

“ครับคุณหญิงป้า นุจะออกไปตอนนี้แหละครับ ชั่วโมงครึ่งน่าจะถึง” จบจากการสนทนาอนุชัยก็เดินกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง ขณะที่ดร.ชานนท์กำลังจมเครียดอยู่กับกองเอกสารจากทางกระทรวง อนุชัยจึงค้อมหลังจุมพิตที่แก้มเบาๆ

“ไม่ต้องเครียดนะ…”

ดร.ชานนท์ หันไปจูบตอบพลางบีบริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เขาพยักหน้าแล้วสบตานิดๆ “เป็นเอกสารจากต่างประเทศนะ….มีหลายอย่างที่ต้องส่งต่อให้ท่านรัฐมนตรีลงนาม….อีกไม่กี่แผ่นก็จบแล้วละ” เขาบอก

“ฉันต้องเข้าบริษัทสัก 3-4 ชั่วโมง…นายอยู่คนเดียวไปก่อนนะ” อนุชัยยอมโกหกแบบเสียไม่ได้

ดร.ชานนท์จ้องตาเขา “นายนี้แปลกขึ้นทุกวัน จนฉันขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เขาหัวเราะไม่ทันจบ อนุชัยก็ขยี้ผมแรงๆ จนทรงผมที่ถูกจัดเข้าทรงมาตั้งแต่เช้ากลายเป็นรังนกกระจอกกลายๆ

“นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้ชอบผมทรงนี้มากกว่า” เขาพูดพร้อมกับหันหลังเดินขึ้นบันไดไปเร็วๆ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวฉันจะทำผมทรงนี้เข้าสภาเลยเป็นไง”…….

และหลังจากที่อนุชัยขับรถ BMW ผ่านประตูรั้วสีดำไปได้สักครู่ เอกสารที่ต้องอ่านและแปลสำหรับรัฐมนตรีก็จบ ดร.ชานนท์ลุกยืดเส้นยืดสายจนลำตัวสูงกว่าปกติหลายเซ็นติเมตร….ขณะเดียวกันสายตาก็ปะเข้ากับเปียโนสีดำตัวใหญ่ เขาเดินเข้าไปหาและนั่งลงพร้อมกับค้นหาโน้ตเพลงที่เคยเล่นประจำ แต่ก็ไม่เจอ จิ! จิ! เขาจิ! ปากคิด 2 ที “สงสัยอาตี้หอบไปไว้ที่บ้านในวันงานแล้วลืมทิ้งไว้แน่ ๆ” เขาสรุปขณะเดินขึ้นไปบนห้อง ก่อนจะกลับลงมาด้วยชุดสบายๆ พร้อมกับหมวกแก๊ปสีดำที่เคยใช้งาน “ขอกลับไปเป็นวัยรุ่นสักวันแล้วกัน” เขาคว้ากุญแจเบนซ์สปอร์ตแบบไม่รีบร้อนแล้วตรงไปยังโรงเก็บด้านหน้าช้าๆ

เกือบบ่ายโมงการจราจรค่อนข้างสาหัสสากัน ในเมื่อศิลปะการขับรถในกรุงเทพฯ ของดร.ชานนท์ไม่ค่อยดีเท่าอนุชัย ดังนั้นกว่าจะเลี้ยวเข้าซอยพหลโยธิน 24 ได้ก็ต้องใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง และทันทีที่ผ่านประตูรั้วหน้าบ้านพักอาศัย 3 ชั้นทรงสเปน รถ BMW ซีรี่ส์ 5 สีน้ำตาลดำของอนุชัยจอดอยู่ก่อนแล้วก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นในหัว เมื่อลงจากรถได้เขาก็พุ่งเข้าไปสำรวจภายในตัวบ้านทันที

“สวัสดีคะคุณชาย” เสียงแม่บ้านชื่อเตยดังออกมาจากในครัวเกือบจะทันทีเช่นกัน

“นุมาที่นี่เหรอ” เขาถามกลับเร็วๆ สายตาก็ไล่สำรวจภายในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่นแต่ก็ยังไม่เห็น

“คะ กำลังคุยกับคุณหญิงที่เรือนรับรองด้านหลังโน้นนะคะ….ว่าแต่คุณชายจะรับ…” เตยกำลังจะพูด แต่ดร.ชานนท์ก็ยกนิ้วขึ้นจุ!ปาก เป็นสัญญาณให้เธอเงียบก่อนเขาจะค่อยๆ ย่องตรงไปยังเรื่อนรับรองแบบเดียวกับสายลับ 007

“คุณหญิงป้าครับนุจะทำอย่างไรดี”

“เอาเบอร์โทรคุณหมอสแปนเลย์มาให้ป้าซิ”

“ที่แวนคูเวอร์น่าจะหลังเที่ยงคืนไปแล้วนะครับคุณหญิงป้า” เสียงอนุชัยบอก

“บางทีคุณหมอสแปนเลย์เธออาจจะเข้าเวรก็ได้ เดี๋ยวป้าจะลองส่งข้อความไปก่อน”

“นี่ครับเบอร์โทรคุณหมอ แต่นุจะส่งข้อความจากเครื่องของนุเองดีกว่า ถ้าเป็นเบอร์อื่นคุณหมออาจจะตั้งตัวไม่ทันและไม่รู้ว่าเป็นใคร…..”

“อื้อ! ดีเหมือนกันจ้ะ”

#สวัสดีครับคุณหมอเดียรเนียล ไม่ทราบว่ากำลังทำอะไรอยู่ ถ้าสะดวกกรุณาส่งข้อความกลับแจ้งด้วย ขอบคุณมากครับ#

คุณหญิงพวงพรเหลือบดูที่หน้าจอมือถือจนอนุชัยสังเกตเห็น “อ๋อ!….คุณหมอเดียรเนียลกำลังเรียนภาษาไทยนะครับเลยอยากสื่อสารกับนุด้วยภาษาไทยมากกว่าภาษาอังกฤษ”

คุณหญิงพวงพรพยักหน้ายิ้มๆ “มิน่าตอนที่มาเมืองไทยไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษกับป้าเลยสักคำ”

“สงสัยมีแผนการณ์บางอย่างนั้นแหละครับ หึ หึ” เสียงอนุชัยหัวเราะไม่เต็มเสียง สักครู่เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าก็ดังขึ้นจากโปรแกรมไลน์….. “คุณหญิงป้าครับ”

“เปิดสปิกเกอร์โพนเลยลูก…ป้าจะได้คุยด้วย” เสียงคุณหญิงพวงพรสั่งรีบๆ

ภายในห้องที่ล้อมรอบด้วยผนังกระจกติดแอร์ เสียงสนทนาของทั้ง 3 คนจึงดังก้องจนได้ยินชัดเจน ดร.ชานนท์นิ่งฟังตั้งแต่ต้นกระทั้ง คุณหมอเดียรเนียล สแปนเลย์ บอกราตรีสวัสดิ์ด้วยน้ำเสียงเจ็บลึก คุณหญิงพวงพรยกฝ่ามือปิดปาก เธอนิ่ง อนุชัยเองก็ก้มหน้าคิดหนักไม่ต่างอะไรกับรูปปั้น 2 ตัวภายในห้องสี่เหลี่ยม

“หมอระบบประสาทที่เมืองไทยเองก็มีอยู่หลายท่าน….แต่…..”

“คุณหมอเดียรเนียลยืนยันแล้วนะครับว่าเคสของชานนท์เขาจะไม่ปล่อยให้คุณหมอท่านอื่นจัดการ” เสียงอนุชัยพูดด้วยท่าทีไม่สมดุล “คุณหญิงป้าครับจากแวนคูเวอร์บินมาเมืองไทยต้องใช้เวลาต่ำๆ ก็เกือบ 20 ชั่วโมงเลยนะครับ”

“ประเด็นนี้แหละที่ทำให้ป้าคิดหนัก”

“ถ้าเสกได้นุจะเสกสารเอ็นโดรฟินใส่ชานนท์หลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น เลยครับ”

“มันก็มีส่วนเป็นไปได้ตามที่คุณหมอสแปนเลย์ว่ามานั้นแหละ แต่ต้องใช้เวลา คำถามมีอยู่ว่า…ตาชายจะมีเวลาขนาดนั้นหรือเปล่า ถ้าเขาอยู่ที่บ้านเฉยๆ ยังพอควบคุมได้ แต่หน้าที่การงานของเขาต่างหากที่จะทำให้เนื้องอกที่ว่าขยายตัวเร็วขึ้น” คุณหญิงพวงพรนั่งเหม่อลักษณะคิดไม่ตก “พรุ่งนี้ป้าจะลองขอประวัติการรักษาจากคุณหมอสแปนเลย์ดู เผื่อว่ามีอะไรจะพอยื้อเวลาได้บ้าง”

“คุณหญิงป้าครับ” อนุชัยเงยใบหน้ารื่นๆ ขึ้นมาสบตา “นุรักชานนท์ในแบบที่ไม่เคยรักใคร ชานนท์คือชีวิตใหม่และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนุ เขาคือพ่อของลูกชายนุ เราคือครอบครัว นุยอมเสียเขาไปไม่ได้….” น้ำเสียงสั่นๆ ดิ่งจมสู่ใต้ดิน นาน….กระทั้งประตูหลังถูกเปิดผาง ดร.ชานนท์ถลาเข้าไปกอดอนุชัย แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นหลังบอกถึงอารมณ์ไม่สมดุลจนเกินจะควบคุม คุณหญิงพวงพรได้แต่ยกมือขึ้นปิดปากจ้องไปที่คนทั้งคู่ไม่กระพริบ….

“คุณ…นายมาได้ไงเนี้ย….นายสะกดรอยตามฉัน นายไม่ไว้ใจฉันขนาดนั้นเลยรึไง” อนุชัยได้สติก่อน คำพูดกึ่งต่อว่าต่อขานไม่ทำให้ดร.ชานนท์หยุดสะอื้นได้ง่ายๆ เขาใช้เวลาอยู่สักพักก่อนจะเงยหน้าเปือนน้ำตามาจูบข้างแก้มต่อหน้าคุณหญิงพวงพร

“เปล่า….ฉัน ฉันไว้ใจนาย และไม่ได้สะกดรอยตามนายด้วย ฉันแค่ แค่มาเอาโน้ตเพลงที่อาตี้ลืมทิ้งไว้ต่างหาก”

อนุชัยลูบหัวปลอบ…ตัวเองก็พยักหน้ารับรู้

“แต่ที่นายพูดสักครู่ฉันซึ้งใจมากๆ เลยนายรู้รึเปล่า” ดร.ชานนท์พูดจากด้านหลัง อนุชัยผงกหัวรับรู้อีก “เรามีเวลาแค่ไหนก็จะร่วมกันสร้างความสุขให้มากแค่นั้น…..”

อนุชัยปล่อยโฮลั่นห้อง ขณะที่คุณหญิงพวงพรเองก็เก็บอาการไม่ไหวเช่นเดียวกัน

“ไม่ต้องร้องไห้ที่รัก เดียรเนียลบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าสารเอ็นโดรฟินเท่านั้นจะช่วยยืดเวลาให้ฉันได้…ที่รัก” ดร.ชานนท์เดินอ้อมมานั่งข้างๆ “มองหน้าฉันที่รัก นายต้องมองหน้าฉัน…..”

อนุชัยตั้งสติหยุดอารมณ์เศร้า เขาเป่าลมทิ้งทางปากเป็นการระบายก่อนจะจ้องเข้าไปในดวงตาที่คุ้นเคยอย่างคนมีสติเต็มร้อย

“ที่รัก ความสุขจะช่วยยืดเวลาให้เรา ความสุขที่ว่าคือนายคนเดียว นายคือเอ็นโดรฟินของฉัน” ดร.ชานนท์พูดจบก็โผเข้ากอดอนุชัยแน่นกว่าที่เคยเป็น

“นายคือชีวิตของฉันชานนท์ นายคือทุกอย่างของฉัน…ฮื้อๆ”

“ไม่เอาที่รัก ไม่ร้องไห้แล้ว ฉันยังอยู่ ฉันจะอยู่ข้างนายเสมอและตลอดไป ฉันให้สัญญา”

“คุณ คุณ นายสัญญาอะไรกับฉัน จำมันให้ขึ้นใจด้วยนะ” อนุชัยหยุดปาดน้ำตาด้วยหลังมือเร็วๆ “ฉันจะเป็นเอ็นโดรฟินให้นายเอง ฉันรักนาย แต่นายต้องรักษาสัญญาให้ขึ้นใจด้วย”

เมื่อทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติ

“พรุ่งนี้แม่จะเริ่มคุยกับคุณหมอสแปนเลย์ อาจจะขอสแกนสมองลูกดูอีกสักครั้ง” เสียงคุณหญิงพวงพรยังสั่นนิดๆ เมื่อดึงกระดาษซับน้ำตาจนแห้งแล้ว “ชายต้องเตรียมตัวนะลูก”

“ชายมียาวิเศษแล้วคะคุณแม่” เขายิงสายตาไปตกที่อนุชัย “เขาคือยาวิเศษตัวเดียวที่จะรักษาชายได้”

อนุชัยพูดไม่ออกอยู่นานกระทั้งเขาพยักหน้าให้คุณหญิงพวงพรและชานนท์เห็น….

“นุจะเป็นเอ็นโดรฟินให้ชานนท์เองครับคุณหญิงป้า” แล้วเขาก็หันมาจ้องชานนท์จริงๆ จังๆ “ฉันจะไม่สัญญากับนายนะชานนท์เพราะนายคือส่วนหนึ่งของฉัน การสัญญากับนายก็เท่ากับฉันสัญญากับตัวเอง….ฉันรักตัวฉันมากเท่าไรฉันก็รักนายมากเท่านั้น”

“ความรักไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใคร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร หรือในสถานะไหน ย่อมงดงามเสมอ….แม่มีความสุขที่เห็นลูกๆ รักกัน แม่เองก็จะไม่ให้สัญญาอะไรกับลูกหรอก….เพราะแม่จะขอเป็นเอ็นโดรฟินตัวหนึ่งให้กับลูกเองชานนท์”  คุณหญิงพวงพรพูดจบ ทั้งอนุชัยและชานนท์ก็ก้มลงกราบ…และ…..

“ใครกลับถึงบ้าน Loft Love ก่อนได้อยู่ข้างบน” ดร.ชานนท์พูดพร้อมกับเร่งสาวเท้าตรงไปที่รถเร็วๆ อนุชัยมองปาดเขาจากด้านหลังก่อนจะยกมือไหว้คุณหญิงพวงพรแบบรีบๆ

“นุต้องกลับแล้วครับคุณหญิงป้า….ขืนกลับถึงบ้านหลังไอ้คุณ นุต้องแย่แน่ๆ”

“อุ้ย! พวกเธอเล่นอะไรกันพิเรนทร์ ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…ไปๆ เอ็นโดรฟินฉันหลั่งเต็มหัวแล้วเนี่ย! หึ หึ หึ” คุณหญิงพวงพรนั่งอยู่กับที่ปล่อยให้เวลากับสมอง….แววตากังวลสารพัดก็ฉายซ้ำวนหลายรอบ “ตาชาย ตาชายเอ้ย…แม่จะทำอย่างไรดี”

จบ อนุชาย2 บทที่17 จะทำอย่างไรดี

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...