อนุชาย2 บทที่30

ตัวเลือกอนุชาย2 บทที่30 ตัวเลือก

อนุชาย2 บทที่30 ตัวเลือก

หลังจากอนุชัยให้เลือดเพื่อช่วยต่อชีวิตให้ลูกชายยกแรกผ่านไป เขาก็กลับออกมานั่งข้างๆ ดร.ชานนท์อีกครั้ง…ภายในห้องพักขนาด 60 ตารางเมตร นอกจากครอบครัวสายสกุลแล้วยังมีเจ้ดวง สมรและศักดิ์ดาเข้ามาเพิ่ม แต่เดิมขนาดห้องคล้ายจะพอดีแต่เวลานี้มันกลับเล็กลงถนัดตา กระนั้นเมื่อมองอีกมุม…มันก็ช่วยให้ความรักความอบอุ่นอัดแน่นจนหาความโดดเดี่ยวไม่เจอ

“ไม่เป็นไรนะลูก” สมรกับเจ้ดวงที่กำลังอุ้ยอ้ายเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับลูบหลังไม่หยุด อนุชัยพยักหน้าแข็งแรงตอบ ส่วนดร.ชานนท์ได้แต่นั่งตาลอยๆ โอบเขาไว้หลวมๆ

“พวกเราผ่านอะไรต่อมิอะไรมาตั้งมากมาย ครั้งนี้ก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เช่นกัน” ดร.ชวนนท์ผู้เป็นพ่อนั่งกอดหญิงรัดดาที่กำลังร้องไห้ระดับอกพูดพร้อมกับพยักหน้าแสดงความมั่นใจให้เห็น กระนั้นนัยน์ตาของเขาก็ยังบอกหลายเรื่องราวที่คาดเดาไม่ได้อยู่ดี

“ตำรวจว่าอย่างไรบ้างครับท่าน” ศักดิ์ดาถาม ดร.ชวนนท์เป่าลมทิ้งยาวๆ ยืดอกตรงๆ หันมาทางเขา

“ผมก็ได้แต่หวังว่าคราวนี้คงจะจบจริงๆ จังๆ ซะที”

“คุณพ่อคะ อาตี้สามารถสละสิทธิ์พินัยกรรมตอนนี้ได้ไหมคะ มันน่ากลัวขึ้นทุกวัน หญิงรับไม่ไหวแล้วนะค่ะ” หญิงรัดดาถามจากอ้อมแขนพร้อมกับดันตัวเองออกมารอคำตอบ

ดร.ชวนนท์ซี๊ด!ปาก “เดิมทีพ่อกับแม่ตั้งใจอยากให้เป็นอย่างนั้นตั้งแต่แรก แต่ตามกฎหมายต้องรอให้เจ้าตัวบรรลุนิติภาวะก่อนจึงจะแจ้งความจำนงขอสละสิทธิ์ได้…เคสนี้ผู้ปกครองไม่มีสิทธิ์”

“ไม่น่าเชื่อเลยนะครับท่าน ในความหวังดี จะกลายเป็นเรื่องเลวร้ายไม่คาดฝันแบบนี้” ศักดิ์ดาคล้ายจะสรุป

ขณะที่ตะวันกำลังจะตกดิน ทีมแพทย์-พยาบาลที่อยู่อีกส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลก็กำลังวิ่งกันให้วุ่น แพทย์หญิงคุณหญิงพวงพร สายสกุล เคยผ่านเคสหนักๆ มามากมายประกอบกับวัยและประสบการณ์จึงสามารถนิ่ง…คอยควบคุมให้ทุกสิ่งผ่านไปอย่างมีสติ เธอเรียกประชุมทีมแพทย์ที่ให้การรักษาเป็นเวลาร่วม 2 ชั่วโมง กระทั้งเวลา 19.20 น.เธอกับนายแพทย์อีก 2 คนวัยน่าจะเลย 40 ปีทั้งคู่ ก็เดินเข้ามาแจ้งข่าว

“เอาละ…ทุกคนตั้งสติให้ดีๆ แล้วฟังทางนี้” เธอเกริ่นนำ เดิมทีทุกคนในห้องก็เงียบอยู่แล้วแต่เมื่อเธอกำลังจะแจ้งเรื่องความเป็นความตาย….ความเงียบเข้าขั้นวังเวงก็เกิดขึ้น “หลังจากที่เราได้ช่วยอาตี้เอาไว้ได้ในเบื้องต้น แต่อาการโดยรวมก็ยังถือว่าค่อนข้างสาหัสสากรรจ์พอสมควร….” เสียงของหลายคนฮึมฮัม จนแพทย์หญิงคุณหญิงพวงพรต้องยกมือส่งสัญญาณให้เงียบอีก “เงียบก่อนค่ะ….กระสุน 2 นัดได้ทำลายอวัยวะสำคัญๆ ภายในร่างกายและยังฝั่งในอีกด้วย”

อนุชัยกำมือดร.ชานนท์แน่นจนไม่รู้สึก เขาเกือบจะร้องไห้หลายครั้งแต่ก็ถูกกระตุ้นเตือนสติไว้

“ขณะนี้ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลได้วางแผนขั้นตอนการรักษาไว้อย่างเป็นระบบเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ไม่ต้องตื่นตระหนกเรื่องใด ๆทั้งสิ้น จงเชื่อมั่นทีมแพทย์-พยาบาลของโรงพยาบาลเราเท่านั้นเป็นพอ เราจะต้องทำงานและทำหน้าที่อันหนักอึ้งนี้ต่อไป สำหรับการผ่าตัดเบื้องแรกจะเริ่มต้นขึ้นเวลา 20.30 น.ของคืนนี้” เมื่อเสียงของแพทย์หญิงคุณหญิงพวงพรเงียบได้สักพัก

อนุชัยจึงพูดตามขึ้นมา “คุณหญิงป้าครับชีวิตผมเป็นของอาตี้ ถ้าจำเป็นต้องใช้อวัยวะส่วนไหนทดแทน คุณหญิงป้าก็อย่าได้ลังเล” เขาเงียบขณะที่ดร.ชานนท์ยกฝ่ามือปิดหน้าร้องไห้ไปแล้ว “และที่สำคัญ หากจะต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง คุณหญิงป้าจะต้องเลือกอาตี้ คุณหญิงป้าครับ คุณหมอครับ ได้โปรดอย่าลังเล ให้เลือกช่วยลูกชายของผมก่อน…ได้โปรดเถอะครับผมขอร้อง”

ดร.ชานนท์ทิ้งตัวไปกับพนักพิงพร้อมกับร้องไห้ออกมาราวกับเด็กๆ หญิงรัดดาจึงลุกข้ามดร.ชวนนท์ผู้เป็นพ่อเข้าไปกอดรวบพร้อมเกร็งแขนสั่นระริก จนหลายๆ คนพากันปาดน้ำตาไปตามๆ กัน ไม่เว้นแม้กระทั้งตัวของแพทย์หญิงคุณหญิงพวงพรเองด้วย อนุชัยหันไปดึงดร.ชานนท์กลับขึ้นมา ทั้งคู่จ้องตากันสักพัก

“อนุชาย” ดร.ชานนท์เรียกชื่อเขายาน ๆ

อนุชัยจับใบหน้าดร.ชานนท์มองตัวเอง “ถ้าจะต้องเลือก ให้นายเลือกลูก ไม่ใช่ฉัน” เขาเงียบประเมิน “เพราะหากนายเลือกฉัน สุดท้ายนายจะไม่เหลือใคร….เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหมชานนท์”

ดร.ชานนท์กำมือปิดปาก น้ำตาก็ไหลพรากๆ คล้ายจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ จนอนุชัยต้องยืนยันด้วยสายตาให้เห็นชัดๆ

“ถ้าฉันตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีอาตี้ ฉันจะไม่ขออยู่ต่อ….เพราะฉะนั้นนายจะต้องเลือกลูก ห้ามลังเลอย่างเด็ดขาด” เสียงของอนุชัยหนักแน่นอย่างไม่เคยเป็น สมรโถมตัวเข้ากอดเจ้ดวงพร้อมกับร้องไห้จนแพทย์หญิงคุณหญิงพวงพรต้องพูดดัดทางไว้ก่อน

“เอาละๆ….ทุกคนมีสติกันหน่อย” เธอพูดเสียงดังพลางเป่าลมทิ้งแบบต้องการระบายความอึดอัด ก่อนจะหันไปทางสามีตัวเอง “คุณคะดิฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดฝากดูแลทุกคนด้านนอกด้วย”

ดร.ชวนนท์ทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับคำสั่ง

“อ้าวๆ ทุกคนฟังทางนี้…สติๆ ทุกคนต้องมีสติ หายใจลึกๆ ครับ เราจำเป็นต้องผ่านมันไปให้ได้ และจะต้องผ่านมันไปให้เร็วที่สุดด้วย…..เราจะไม่ทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไว้ด้านหลังเด็ดขาด…เชื่อมั่นกับทีมแพทย์-พยาบาล….เชื่อมั่นครับเชื่อมั่น” ศักดิ์ดาเสียงดังและย้ำประโยคสุดท้ายแน่นๆ จนคิดว่าทุกคนได้ยินชัดเจน แพทย์หญิงคุณหญิงพวงพรกับนายแพทย์ 2 คนจึงหันมาผงกหัวให้ เมื่อทุกคนหายใจหายคอได้โล่งขึ้นเสียงแพทย์หญิงคุณหญิงพวงพรก็ดังขึ้นมาอีก

“นุพร้อมนะลูก”

อนุขัยพยักหน้าแรงๆ นาทีนั้นเสียงร้องไห้ของสมรก็ดังขึ้นอีก

“แม่….”

“แม่ฟังพ่อให้ดี….นุกับอาตี้จะไม่เป็นไรทั้งนั้น…เชื่อพ่อซิ” และศักดิ์ดาก็ขยับเข้าโอบปลอบ

“นุ นายคือลมหายใจของฉัน ลูกของเราก็คือชีวิตของเราทั้ง 2 คน ฉันไม่สามารถขาดคนใดคนหนึ่งได้ นายต้องพาลูกกลับมาหาฉันนะ” ดร.ชานนท์กลืนน้ำลายลงคอหลายอึก “สัญญากับฉัน นายต้องสัญญากับฉันอนุชาย”

อนุชัยค่อยๆ ลุกเดินถอยหลังเข้าไปรวมกับทีมแพทย์ที่ยืนเป็นหุ่นสีขาวอยู่หน้าประตู เวลา-ความเงียบกำลังทำหน้าที่ของมัน “ฉันให้สัญญากับนายทั้งหมดไม่ได้หรอกชานนท์….แต่สำหรับลูกชายของเรา…ฉันสัญญา”

……….แสงสีขาว อาบชุดกาวน์ ราวสวรรค์……….

………..พินิจวัน เวลารอ ท้อใจหาย………

……….จักกู่ก้อง ร้องเรียก เพรียกกระจาย………

……….ไม่เสียดาย ชีวา ถ้าไม่คืน……….

สุดท้ายอนุชัยก็ถูกวางยาสลบในห้องผ่าตัดพร้อมกับลูกชาย ดร.ชานนท์นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาหลายชั่วโมง ทุกๆ ลมหายใจเข้าออกคล้ายจะขึ้นอยู่กับคน 2 คนในห้องเป็นผู้กำหนด….ไม่เสียดาย ชีวา ถ้าไม่คืน…เขาละเมอลอยๆ ในหัวก็มีเรื่องเก่าๆ วนเวียนหลอกหลอนไม่จบไม่สิ้น

           #—“ชานนท์…ทำไมนายต้องทำดีกับฉันถึงขนาดนี้…ฉันเป็นใครนายบอกฉันได้ไหม ฉันไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ แต่ทำไมลูกรัฐมนตรีที่มีครบทุกสิ่งทุกอย่างต้องมาแคร์ฉัน——>ถึงนายเป็นแค่นกป่าปีกสีอะไรก็ชั่ง…..ถ้าผู้ชายคนนี้มันได้รัก….มันจะรักจนสุด——->ชานนท์….ชานนท์——>ฉันสัญญากับนายว่าไง….ถ้าจะปล่อยมือก็ให้ตายไปข้างหนึ่ง นายจำไม่ได้แล้วรึ——>ชานนท์ ชานนท์ ฉันรักนาย ฉันรักนาย——->นายว่าอะไรนะ—–>ฉันอยากให้หัวนายเป็นรังนกกระจอกให้กับนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้อย่างฉัน——->นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้เจ้าเอย….ถึงเจ้าจะโผบินสู่ถิ่นแคว้นแดนใด….ไกลสักแค่ไหน…..ถิ่นศัตรูหรือเพชฌฆาต….ข้าก็จะตามเจ้าให้กลับ….ตัวข้าคือรังหลับ….ตัวข้าจะเป็นคอนเดียวให้กับเจ้า…..ข้าจะลูบหัวแทนคำบอกรักที่ไม่อาจเอ่ย….ข้าจะเขกกะโหลกยามใดที่ไม่ฟัง….ข้าจะยอมให้เจ้าตบหน้าข้าในฐานะภรรยาเท่านั้น….แต่หากข้าต้องชกกับเจ้า…ข้าก็จะสู้จนกว่าเราทั้งคู่จะตายไปด้วยกัน——->กลับบ้านกันเถอะก็แค่ผู้ชาย 2 คนรักกัน เราไม่ได้เป็นเกย์สักหน่อย——->ถึงจะเป็นเกย์ มันก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงนิ…นายว่าไหม——->อื้อ! ขอบใจนะที่ไม่ยอมปล่อยมือฉัน——>นายสัญญากับฉันว่าไง จำได้ไหม——->ทุกครั้งที่ฉันมีเซ็กส์กับผู้หญิง ฉันก็จินตนาการว่าถูกนายกระทำเสมอแหละ——->ห่า!….จริงดิ….ยังขาดอีกข้อที่นายยังไม่ได้ทำ…นายว่าจะตะโกนบอกรักฉันให้ก้องอันดามันไง——->นายไม่อายชาวบ้านเขารึไง——->อายทำไมละ ก็แค่ผู้ชาย 2 คนรักกัน———>ฉัน รัก นาย—-ชานนท์——”—#

“นายต้องพาลูกตื่นมาหาฉันนะอนุชัย….คราวนี้จะเป็นฉันเองที่จะแหกปากบอกรักนายให้ลั่นโรงพยาบาลไปเลย…..”

“พี่ชายคะ ยูจิ ส่งข้อความเข้ามือถืออาตี้เป็นร้อยครั้งแล้วค่ะ ทำไงดีคะ” หญิงรัดดานั่งอยู่ข้างๆ บอก ดร.ชานนท์นิ่งไม่พูดไม่จา กระทั้งดร.ชวนนท์ผู้เป็นพ่อแบมือขอโทรศัพท์เครื่องนั้นซะเอง หญิงรัดดาจึงยื่นมันให้ เขากดเป็นข้อความภาษาอังกฤษผ่านโปรแกรมไลน์เร็วๆ ก่อนจะส่งคืนให้เธอเหมือนเดิม

“พ่อเข้าใจพวกเขามากขึ้นแล้วละลูกหญิง” ดร.ชวนนท์บอก

หญิงรัดดารับมาอ่านแล้วเธอก็พยักหน้า “ขอบคุณมากคะคุณพ่อที่เข้าใจ”

ดร.ชวนนท์ดึงลูกสาวมากอด “ยูจิกับอาตี้จะเริ่มคบกับแบบไหน พ่อรับได้หมด ขอเพียงให้พวกเขามีความสุขที่มีกันและกันเท่านั้นพอ”

#Line Line Line#

“คุณพ่อคะ ยูจิ……”

“ปล่อยให้เขามาเจอกันเถอะน้องหญิง บางทียูจิอาจจะอยากมาปลุกอาตี้ด้วยตัวของเขาเองก็ได้” ดร.ชานนท์พูดเสียงทุ้มๆ กระนั้นแววตาเหม่อลอยก็ยังค้างไม่มีจุดตกเช่นเดิม….

line1 for timmy

อีกฝ่าย….

            #— “คุณหมอว่าอะไรนะ…อั๊ว! อั๊ว!จะเป็นหมันได้อย่างไรในเมื่อ อั๊ว! มีลูกตั้ง 2 คน—–>นี่คือผลตรวจเช็คครั้งที่ 3 แล้วนะครับ ผมขอยืนยันแน่นอนว่าคุณเป็นหมันแน่นอน——>เพิ่งจะเป็นหรือว่า….——> ถ้าเป็นอย่างที่ผลตรวจได้แจ้ง คุณเป็นหมันถาวรมาตั้งแต่แรกแล้วครับ——>หมายความว่าอั๊ว!ไม่สามารถมีลูกตั้งแต่แรกด้วยอย่างนั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไร——>แต่มันก็เป็นไปแล้วครับ ขอแสดงความเสียใจด้วย”—#

อนุชาญนิ่งซึมอยู่ภายในห้องทำงานของโรงงานที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล้องวิดีโอที่แอบติดไว้ภายในรถ 3 คันกำลังเผยภาพอุจาดตาของเมียตัวเองกับคนขับรถอย่างโจ่งครึ่ม หลายครั้งหลายเวลาและหลายสถานที่จนเขายกมือขึ้นกุมขมับ ยังไม่รวมวิดีโอจากกล้องภายในห้องนอนและจากโรงแรมหลายๆ แห่งที่ส่งมาให้ บทสรุปสู่บทเรียนอันล้ำค่าครั้งนี้ทำให้เขานึกถึงใบหน้าเด็กหนุ่มที่ตัวเองเทียวสาบแช่งมาทั้งชีวิต

“ปกรณ์….” อนุชาญอุทานพร้อมกับคิดวนสารพัด “ทำไมอั๊ว! ถึงได้เสียรู้ให้กับผู้หญิงที่อั๊ว! รักและไว้ใจได้มากถึงเพียงนี้” เขาพร่ำประโยคเดิมๆ กระทั้งมือคลิ๊กเปิดรูปถ่ายของลูกชาย-ลูกสาวขึ้นมาเทียบกับใบหน้าตัวเอง…และเมื่อเอาใบหน้าคนขับรถขึ้นมาเทียบ เขาก็ต้องผงะ ทิ้งตัวหมดแรงลงกับเบาะนวมสีดำ “นี่แสดงว่าอั๊ว!โดนหลอกมาตั้งแต่แรกเลยรึ….มิน่าละปกรณ์ถึงไม่ใช่ลูกชายอั๊ว!…อาเฮีย อาเฮียชาติ อั๊ว!” เขาละเมอถึงพี่ชายคนโตที่ภรรยายุยงให้สังหารด้วยยาพิษผ่อนส่งหลายปี น้ำตาจากความแค้น ความรู้สึกผิด ความน้อยใจและสารพัดก็พรั่งพรูออกมา “ทำไมอั๊ว! โง่ถึงเพียงนี้….เฮียชาติ อาเฮียอั๊ว! อั๊ว! ขอโทษ อั๊ว! ขอโทษ”

หลังๆ เวลาส่วนใหญ่อนุชาญจึงไปอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี หากจำเป็นต้องกลับเข้าบ้านตระกลูเชาว์ เขาจะเลือกเวลาเลยหลังเที่ยงคืนไปแล้วและจะกลับออกมาก่อนฟ้าสางทุกครั้ง เช่นเดียวกับคืนนี้…..

เกือบจะ 1 นาฬิกา อนุชาญก็โซซักโซเซโดยมีคนขับรถคนใหม่คอยประคับประคองกระทั้งถึงประตูทางเข้าห้องบรรพบุรุษ

“ลึ! ไปพักผ่อนเถอะ อั๊ว!อยากอยู่คนเดียว”

“ครับนาย” หมายตอบก่อนจะหันหลังเดินจากไปทันที เมื่อแสงไฟภายในห้องสีครีมสว่างวาบ อนุชาน้องชายคนเล็กก็ปรากฎตัวต่อหน้า

“ลึ!ลึ! เข้ามาในบ้านอั๊ว!ได้อย่างไร” อนุชาญถามเสียงสั่น อนุชาลุกจากโซฟาเดินเข้ามาหาพร้อมกับจ้องเขาแบบคนมีคำถาม

“นี้มันบ้านอั๊ว!เช่นกันนะ เฮียอย่าลืมซิ” อนุชาพูดเนิบๆ จนเห็นพี่ชายตัวเองซวนเซจะล้มจึงเข้าไปประคองนำไปยังโซฟาสีน้ำตาลที่เพิ่งลุก “อาเฮียเมาอีกแล้วใช่ไหม”

อนุชาญจ้องหน้าอนุชาไม่กระพริบ “แล้วลึ! ละเป็นอย่างไรบ้าง ไปอยู่ที่ไหนมา” เขาถามจากหัวใจ แววตาก็บอกอย่างนั้น

อนุชาประเมินกระทั้งมั่นใจอะไรบ้างอย่าง จึงเปิดวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือแสดงภาพภายในโรงแรม 5 ดาวในพัทยากลางให้อนุชาญเห็น “อาเฮีย….” เขาเรียกขณะที่อนุชาญคล้ายจะไม่ใส่ใจ “เฮียต้องตื่นสักที ก่อนบ้านตระกูลเชาว์จะล้มสลาย”

“ลึ! อย่ามาซ้ำเติมอั๊ว! ได้ไหม” อนุชาญพูดพร้อมกับปัดวิดีโอในมือถือออกให้ห่าง

“แสดงว่าเฮียรู้เรื่องทั้งหมดนี้แล้ว”

อนุชาญนิ่ง ใบหน้าโศกสลดค่อยๆ หันมาพยักหน้าพร้อมกับทิ้งตัวลงนอนราบ “อั๊ว! มันคนโง่แต่ขยัน โง่แต่ชอบอวดอ้างว่าตัวเองฉลาด โง่แล้วอยากเป็นใหญ่ และโง่แล้วยังดื้อรั้นหูเบาไม่ฟังคนอื่น”

อนุชาตะลึง

“อั๊ว! มันคนชั่ว คนเลวที่ไม่มีน้ำยาไม่มีพิษสง และอีกไม่นานก็จะไม่มีแม้กระทั้งอำนาจ” เขาดันตัวเองลุก “และอั๊ว! ก็ถลำลึกเกินกว่าจะแก้ไขหรือขอให้ใครมาอภัยโทษ” เขาลุกก้าวผ่านไปยังกระถางธูปหน้ารูปภาพพรรพบุรุษคนตระกูลเชาว์ เมื่อความสะเปะสะปะบอก อนุชาจึงถลันเข้าไปช่วยแล้วส่งธูปที่ถูกจุดเรียบร้อยให้ อนุชาญมองหน้าอนุชาจริงๆ จังๆ จนธูปในมือไหม้ลามเกือบถึงครึ่ง “หากอั๊ว! ตาย อั๊ว! คงไม่มีหน้าไปเจอพวกเขาแน่ๆ อาชา”

“อาเฮีย” อนุชาอุทาน “…………”  เขาจะขยับปากพูดแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากคำไหน

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างในห้องสงบ ใบหน้าอนุชาญจึงได้หันไปมองรูปภาพชายหญิงแก่ๆ หลายใบรวมทั้งรูปสีน้ำมันของอนุชาติที่แขวนในลำดับท้ายๆ

“อากง อาม่า อั๊ว! มันทั้งชั่วทั้งเลวและล้มเหลวในทุกๆ เรื่อง อั๊ว!ไม่ต้องการให้พวกลึ! อภัยในความผิดพลาดครั้งนี้ แต่อั๊ว!อยากให้พวกลึ! รับรู้เพียงว่าอั๊ว! ได้สำนึกแล้ว….” เขาหลับตากระทั้งก้านธูปกำลังจะหมด “คำขอโทษจากอั๊ว! ไม่มีความหมายเพราะฉะนั้นอั๊ว! จะไม่ขอโทษ ต่อจากนี้เป็นต้นไปชีวิตอั๊ว! ต้องได้รับการลงทัณฑ์ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ซึ่งตัวอั๊ว! เองก็พร้อมจะรับผลกรรมทั้งหมดด้วยตัวเอง”

“อาเฮียครับ” อนุชาคล้ายจะตกใจอย่างมาก อนุชาญหันมามองเขา ขณะธูปในมือดับไปแล้วอย่างสมบูรณ์

“แต่สำหรับลึ! กับปกรณ์ อั๊วยังอยากขอโทษและอยากให้พวกลึ! 2 คนให้อภัย….อย่างน้อยก็ขอให้อั๊ว! มีตัวมีตนขึ้นมาบ้าง”

“………….” อนุชาได้แต่ขยับปาก อนุชาญทิ้งก้านธูปลงกับพื้นพร้อมกับคว้าอนุชามากอด

“ฮื้อๆ อาชา อาชา….ลึ! ลึ! จะอภัยให้อั๊ว!ได้ไหม…..ทำไม….อั๊ว! อั๊ว! ถึงได้ขยะแขยงตัวเองมากมายขนาดนี้….เรื่องที่ลึ! ต้องติดอยู่ในคุกกว่า 15 ปี ก็เพราะอั๊ว! เป็นคนยุยงส่งเสริม อั๊ว! มันสมควรตาย อั๊ว! สมควรตาย”

อนุชาปล่อยให้พี่ชายกอดอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร สักพักแขนตัวเองก็ค่อยๆ โอบรัด ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังทำหน้าที่ของมัน เขากำลังจะให้อภัยทั้งๆ ที่ไม่สมควร….แต่เมื่อมองเข้าไปในหัวใจของอนุชาญในเวลานี้…ความโกรธแค้นที่อัดแน่นก็ผ่อนคลายลง เขาตบแผ่นหลังเรียกสติ…จนได้ยินเสียงสะอื้นราวจะไม่สิ้นสุดดังขึ้นอีกระดับ

“ฮื้อๆ….อาชา อาชาอั๊ว! ขอโทษ อั๊ว! ขอโทษ….”

จบ อนุชาย2 บทที่30 ตัวเลือก

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...