อนุชาย2 บทที่24

บทที่24 ข่าวร้ายอนุชาย2 บทที่24 ข่าวร้าย

อนุชาย2 บทที่24 ข่าวร้าย

ที่หน้าห้องผ่าตัด-แสงโคมสีส้มจากเกาะกลางถนนสายหลักหน้าโรงพยาบาลสาดเข้ามาผสานกับแสงสีขาวของหลอดนีออนทุกอย่างจึงถูกเปิดเผยสีจริงแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่นอกรัศมีของแสงทั้ง 2 มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสีดำ เกือบจะ 2 นาฬิกาของอีกวันร่างของปกรณ์ที่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่ยังไม่ 6 โมงเย็นก็ยังไม่มีวี่แววของนายแพทย์ออกมาแจ้งข่าว สายตาลอยๆ ของอนุชัยบอกสารพัดเรื่องราวที่กำลังวิ่งวนอยู่ในหัว เขางีบหลับไม่ถึง  3 ชั่วโมงตั้งแต่เกิดเหตุ กระทั้งเวลานี้ถึงจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดก็มิใช่ประเด็นที่สมองจะหลับลง…สักพักหัวหน้าบอดี้การ์ดของบ้านสายสกุลกับลูกทีมที่มาเปลี่ยนเวรก็เดินถือกุญแจรถ BMW ส่งให้

“ผมให้อาณัติกับลูกน้องไปเอารถที่ร้านอาหารสวนกวางมาให้เผื่อท่านจะใช้นะครับ” เขาบอกขณะหย่อนก้นนั่งข้างๆ

“ขอบคุณมากครับ” อนุชัยรับกุญแจด้วยท่าทางเนือยๆ ราวกับชีวิตหายไปแล้วเกินครึ่ง

“ผมจอดไว้ที่ลานจอดรถด้านล่างนะครับ ส่วนโฟวิลให้นำไปเก็บที่คอนโดมิเนียมเรียบร้อยเช่นกัน นี้ครับกุญแจ” ชายหนุ่มท่าทางจะอายุน้อยกว่าสัก 3 ปีที่ชื่ออาณัติรายงานพร้อมกับล้วงกุญแจอีกชุดยื่นให้

“ขอบคุณมากๆ ครับ”

“ยินดีครับท่าน…เออท่านครับ ท่านทราบ…..” อาณัติพูดไม่ทันจบประโยคนายแพทย์ที่นำทีมผ่าตัดก็เดินออกมา อนุชัยจึงพุ่งเข้าไปคุยด้วยแบบคนร้อนใจ แต่ที่ด้านหลังหัวหน้าบอดี้การ์ดกลับกำชับอาณัติด้วยท่าทีไม่พอใจจนเห็นเขาพยักหน้างึกๆ

“คุณหมอครับ…..” อนุชัยเอ่ย นายแพทย์ประสิทธิ์ถอดหน้ากากผ้าสีฟ้ายิ้ม

“นานไปหน่อยต้องขอโทษด้วย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี”

“คุณหมอ” อนุชัยอุทานด้วยน้ำเสียงชัดเจนจนคล้ายมีความยินดีไม่น้อย เขายิ้มได้ในรอบหลายชั่วโมงก่อนจะยกมือไหว้ “ขอบคุณ ขอบคุณครับ”

นายแพทย์ประสิทธิ์รับไหว้แทบไม่ทัน “ยินดีครับ แต่กว่าฤทธิ์ยาสลบจะหมดก็คงเป็นพรุ่งนี้เช้าโน้นแหละ คุณอนุชัยขึ้นไปนอนพักบนห้องที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ได้เลย ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรทั้งสิ้น ผมรับรอง”

“ขอบคุณครับคุณหมอ ขอบคุณมาก ๆ”

“ยินดีครับ”

 

อีก 2 คนที่อยู่ด้านหลัง….

“อาณัติ…ท่านรับศึก 2 ด้านไม่ไหวแน่ ๆ คุณหญิงกำชับมาว่าอย่างไร”

“อ้อ….ขอโทษครับหัวหน้าผมเผลอไปหน่อย”

“คืนนี้ปล่อยให้ท่านหลับ พรุ่งนี้อะไรจะเกิดค่อยว่ากัน….มีอะไรรายงานตลอดเวลาเข้าใจไหม?”

“รับทราบครับหัวหน้า”

 

เช้าวันต่อมา….

            แดดก่อน 8 โมงเช้ายิงลำแสงสีขาวเข้ามาปลุกถึงเตียงนอนในโรงพยายบาล อนุชัยงัวเงียอาบน้ำแบบรีบๆ ก่อนจะใช้ชุดลำลองที่ติดมากับรถเปลี่ยน เขาลงไปเยี่ยมปกรณ์สั้นๆ เมื่อเห็นทุกอย่างผ่านไปด้วยดีจึงแจ้งกับทีมบอดี้การ์ดถึงจุดประสงค์ต่อไป

“ผมมีธุระที่ มวกเหล็ก นิดหน่อย”

หัวหน้าบอดี้การ์ดจ้องเขาด้วยแววตาอ่านไม่ออก… “เราเตรียมบรรพตมาขับรถให้ท่านเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงคุณปกรณ์นะครับ” เขาบอกราวกับคนวางแผน

“ขอบคุณมาก”

“ขอกุญแจรถด้วยครับท่าน ผมจะไปเอารถมารับ” บรรพตเด็กหนุ่มรุ่นน้องท่าทางจะเป็นตำรวจพูดเร็วๆ อนุชัยจึงล้วงกุญแจยื่นให้…เขายืนคุยกับทีมบอรดี้การ์ดต่อไม่ถึง 5 นาที BMW สีน้ำตาลดำก็วนเข้ามารับ

“ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะครับท่าน”

“ถ้าไม่ได้พี่ผมคงจะแย่” อนุชัยบอกส่งขณะเข้าไปนั่งเบาะหลัง…และขณะที่ท้าย BMW แล่นออกจากโรงพยาบาลเสียงอาณัติจึงดังขึ้นอีก

“หัวหน้าจะไม่บอกเรื่องของคุณชายบ้านสายสกุลให้ท่านทราบจริงๆ เหรอครับ”

หัวหน้าบอดี้การ์ดเป่าลมทิ้งทางปากดังๆ “อีกไม่กี่นาทีท่านก็จะทราบเองนั้นแหละ ไม่อย่างนั้นคุณหญิงพวงพรคงไม่ส่งบรรพตมาขับรถให้หรอก….” เขาตบไหล่อาณัติ 2 ทีก่อนจะหันหลังเดินเข้าข้างใน“นายออกเวรกี่โมง” เขาถามขณะอาณัติตามมาขนาบข้างๆ

“บ่าย 2 ครับ”

“อื้อ…ดีจะได้กลับเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกัน….”

“ครับหัวหน้า….”

 

อีกฝ่าย….

ที่โรงพยาบาลบนถนนพระราม 9 คุณหญิงพวงพรในชุดกาวน์สีขาวเดินออกจากห้อง ICU ด้วยท่าทีนิ่งๆ เธอเก็บอาการได้ดีขณะที่ลูกชายคนเดียวนอนเป็นผักอยู่บนเตียงในสภาวะเป็นตายเท่ากัน เมื่อขาก้าวผ่านประตูสู่ห้องพักพิเศษสำหรับครอบครัว หญิงรัดดากับอาตี้ที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนักก็พุ่งเข้าใส่

“คุณแม่คะ….หมอเดียรเนียลส่งไลน์บอกตอนนี้ถึงสนามบินนาริตะแล้วคะ” หญิงรัดดารายงานขณะหลังมือก็ปาดน้ำตาไม่หยุด

“คุณย่าฮะ….พ่อนุไปไหนฮะ คุณย่า”

“อื้อๆ ใจเย็นทั้งคู่เลย…คุณคะ….” เธอชะโงกหน้าเรียกดร.ชวนนท์ที่นั่งไม่พูดไม่จามาหลายชั่วโมง เมื่อสามีหันมาพยักหน้าเศร้าๆ ให้เห็น

“คุณคะ….”

“ผมส่งรถตู้ไปรอคุณหมอที่สนามบินสุวรรณภูมิสักชั่วโมงแล้วละ” ดร.ชวนนท์รายงานคุณหญิงพวงพรจึงลากแขนอาตี้กับหญิงรัดดาไปนั่งลงใกล้ๆ

“ถ้าความดันพ่อชายลดสู่ปกติ ทุกอย่างก็พร้อม ไม่ต้องเป็นกังวล”

“คุณแม่—–“

“ไม่เป็นไรหญิงรัดดา….เราจะต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้” คุณหญิงพวงพรปลอบพร้อมดึงอาตี้มากอดพลางลูบหัวเด็กหนุ่มขี้แยไม่หยุด “ไม่เป็นไรอาตี้ พ่อเราเข้มแข็งเชื่อย่าซิ!”

“คุณย่า….ฮื้อๆ…แล้วพ่อนุละฮะ อาตี้โทรหาเป็นร้อยรอบ ส่งข้อความเป็นพันครั้งก็ยังเงียบ พ่อนุไปไหนฮะ”

“นั้นสิคะคุณแม่ เกิดอะไรขึ้นกับพี่นุกันแน่” หญิงรัดดาเสริมตาม

คุณหญิงพวงพรซี๊ด!ปากแบบคนคิดหนัก ก่อนจะเป็นเสียงดร.ชวนนท์ที่นั่งเงียบข้างๆ พูดขึ้นมาแทน

“นุ ติดธุระสำคัญ และสำคัญมากๆ พ่อกับแม่วางแผนทั้งหมดไว้แล้วละ….ฮู่!…มาๆ เรามาร่วมภาวนาให้พวกเขาผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายไปให้ได้เถอะ”

“คุณปูก็พูดแต่แบบนี้มาทั้งคืน…..” อาตี้คล้ายต่อว่า แต่เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าของตัวเองก็ขัดจังหวะขึ้นซะก่อน “พ่อนุ…..” ทุกคนในห้องชะงักค้าง อาตี้ผละยืดตัวจากอ้อมแขนคุณหญิงพวงพรก่อนจะรนกดรับทั้งๆ ที่ยังร้องไห้ไม่จบ

“พ่อนุฮะ พ่อนุหายไปไหน ช่วยอาตี้ด้วย ช่วยพ่อชายของอาตี้ด้วย”

(อาตี้ อาตี้ครับ พ่อ พ่อชายเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น)

“ฮื้อๆ…..พ่อนุ พ่อนุ ช่วยพ่อชายด้วย ช่วยพ่อชายด้วย” อาตี้ยังตั้งสติไม่ได้ คุณหญิงพวงพรจึงดึงเขามากอดกระซิบ….

“อาตี้จ้ะ!….ขอย่าคุยกับพ่อนุเองนะจ้ะ….”

อาตี้จึงกดเปิดสปีกเกอร์โพน….. “ตานุฟังป้าดีๆ และฟังอย่างคนมีสตินะลูก……” คุณหญิงพวงพรเปิดประเด็นสุ่มเสี่ยง เธอบอกเขาหมดทุกอย่าง…..กระทั้งเสียงปลายสายเงียบ “ฮัลโหล ฮัลโหล…….ตานุ ตานุ ยังอยู่ในสายหรือเปล่า”

(คะ คะ คุณหญิง….) เป็นเสียงของสมรแทรกขึ้นมาแทน

“สมรจ้ะ….ถึงหน้าที่ของเราแล้วละ”

(คุณหญิงป้าครับ นุ นุ …….)

“ไม่เป็นไรตานุ ใจเย็นๆ….ป้าให้บรรพตไปขับรถให้แล้ว เวลานี้หมอเดียรเนียลก็ถึงนามบินนาริตะประเทศญี่ปุ่น อีกไม่เกิน 4 หรือ 5 ชั่วโมงก็จะมาถึง” คุณหญิงพวงพรพูดด้วยน้ำเสียงจากประสบการณ์

(ทำไมคุณป้าถึงไม่บอกนุตั้งแต่เมื่อวานละครับ)

“ตานุ….ป้าไม่ได้เฉยเมยหรอกนะ เพียงแต่ป้าต้องเรียงลำดับที่จะบอก ทุกคนทุกฝ่ายจะได้ผ่านเรื่องเลวร้ายพวกนี้ไปด้วยกัน….ตั้งสติแล้วใจเย็นๆ เชื่อป้า”

(ฮื้อๆ….ถึงเวลาสำคัญ นุกลับไม่ได้อยู่กับเขา….ฮื้อๆ)

“ใครบอก….ตาชายกำลังรอนุอยู่ต่างหาก”

(นุจะกลับกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้แหละครับ——>ไปเถอะลูกไม่ต้องเป็นห่วงพี่เขาหรอก แม่จะดูแลให้เอง [เสียงสมรแทรก]—–> เข้มแข็งไว้ไม่ต้องเป็นห่วงปกรณ์พ่อจะดูแลให้เหมือนกับลูกชายอีกคนเลยละ [เป็นเสียงศักดิ์ดา]…..สักพัก…..ขับรถดีๆ นะ—->สบายใจได้ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงครับ [เสียงบรรพต]—–> อาตี้ อาตี้ ไม่เป็นไรนะครับลูก พ่อนุกำลังไปหา)

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร….ค่อยๆ เดินทางมาไม่ต้องรีบนะตานุ”

(ครับคุณป้า….ขอบคุณมากๆ ครับ)

เมื่อโทรศัพท์วางสายได้ไม่นานเสียงอาตี้ก็ดังขึ้นอีก

“ปกรณ์เป็นใครกันฮะ คุณย่า”

“นั้นซิคะคุณแม่ ใช่คนขับรถเก่าน้าหญิงแขไขหรือเปล่า…คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยิน” หญิงรัดดาอดไม่ได้

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วคุณหญิงปิดบังไว้ก็ไม่มีประโยชน์ มา หันมาทางนี้ปู่บอกเองดีกว่า…..” ดร.ชวนนท์กำลังจะพูดแต่เสียงคุณหญิงพวงพรจึงแทรกแทน

“ใช่จ้ะ! หญิง….ปกรณ์คือคนขับรถของน้าหญิงแขไขนั้นละ”

“แล้ว แล้วเกิดอะไรขึ้นฮะไม่เห็นจะเกี่ยวกับพ่อนุตรงไหนเลย…..อย่า อย่า บอกอาตี้นะว่าพ่อนุ กับ……….”

“อาตี้ฟังย่าให้ดี ๆ….ปกรณ์เป็นพี่ชายแท้ๆ ของพ่อเรา” คุณหญิงพวงพรเน้นด้วยน้ำเสียงช้าๆ ชัดๆ เธอสบตากับอาตี้ที่เปิดปากหวอ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้หญิงรัดดาอีกคน

“เป็นความจริงจ้ะหญิง ปกรณ์เป็นลูกชายคนโตของอาอนุชาติกับฟองฟ้าสาวเชียงตุงที่เข้ามาทำงานในบ้านตระกูลเชาว์….และแม่ก็เป็นคนทำคลอดเองกับมือ”

“คุณย่าฮะ / คุณแม่คะ”

“มันคือเรื่องจริงและความจริงอีกข้อก็คือ เมื่อคืนวานก่อนตานุจะหายไป ปกรณ์โดนยิงได้รับบาดเจ็บจนต้องย้ายไปรักษาตัวจังหวัดสระบุรี”

“ทำไมคุณแม่ไม่บอกหญิงละคะ”

“นั้นซิฮะ คุณย่า คุณปู่ครับ….ทำไมละฮะ” อาตี้กับหญิงรัดดาคล้ายจะโวยวาย

“เรื่องบางเรื่องจำเป็นต้องใช้จังหวะ ใช้เวลาเหมาะสม หญิงกับอาตี้อย่าโกรธปู่กับย่าเลย หากบอกทีเดียวพร้อมๆ กัน บางคนในพวกเราอาจจะตั้งรับไม่ทัน”

“แล้วตอนนี้ลุงปกรณ์เป็นไงบ้างฮะ” อาตี้ถามต่อ

“ปลอดภัยแล้วจ้ะ ต่อจากนี้ก็ถึงคิวตาชายแล้วละ….มา! เรามาร่วมกันส่งแรงใจกันเถอะ” คุณหญิงพวงพรรวบมือทั้งหมดมาร่วมกันก่อนจะนำภาวนา แสงดาวไร้ท์สีขาวกระจายเต็มห้องยังไม่ปิดตั้งแต่เมื่อคืน กระทั้งเดี๋ยวนี้และต่อจากนั้นอีกชั่วโมงครึ่ง…อนุชัยก็ปรากฏตัวที่ประตูทางเข้า อาตี้จึงพุ่งเข้าใส่

“พ่อ…..พ่อนุ….” อนุชัยปาดน้ำตาทิ้งเร็วๆ สภาพร่างกายทรุดโทรมราวกับคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนหลายคืนทำให้เสียงร้องไห้ของอาตี้ดังกว่าปกติ “พ่อ…ฮื้อๆ”

“ไปเปลี่ยนชุดเถอะตานุ เธอ 2 คนมีเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงก่อนหมอเดียรเนียลจะมาถึง” คุณหญิงพวงพรบอก

“เขาบินยาวเกือบ 20 ชั่วโมงจะไหวรึครับคุณป้า”

“หญิงจองชั้นธุรกิจให้หลับยาวตั้งแต่แวนคูเวอร์จนถึงกรุงเทพฯ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะพี่นุ” หญิงรัดดาบอกและพยักหน้าให้เขามั่นใจมากขึ้น

“อาตี้ไม่ต้องกังวลนะลูก รอพ่อด้านนอก พ่อสัญญาจะไม่ปล่อยให้พ่อชายเป็นอะไรเด็ดขาด” อนุชัยบอกเสียงแน่นๆ…..ก่อนจะตามคุณหญิงพวงพรออกจากห้องนั้นไป

ระหว่างทางสู่ห้อง ICU หลังจากอนุชัยเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว…. “ทำไมคุณหญิงป้าถึงไม่บอกนุตั้งแต่เมื่อคืนครับ”

คุณหญิงพวงพรหันมาสบตาแบบคนผ่านประสบการณ์ “ตานุ….ในสภาวะของคนๆ หนึ่งไม่สามารถแบกรับเรื่องราวหนักอึ้งได้พร้อมกันหลายเรื่องหรอก….เชื่อป้าเถอะ ป้าเป็นหมอนะ” เธอยิ้มให้รื่นๆ “มาถึงขนาดนี้แล้วควรจะบอกเขาทุกๆ เรื่อง….ตาชายรับไหว เชื่อป้าซิ!….”

เมื่อเท้าก้าวตามแพทย์หญิงคุณหญิงพวงพรผ่านประตูชั้นที่ 3 เข้าสู่ห้องปลอดเชื้อ สายระโยงระยางรอบๆ ตัวคนรักราวกับเขาเป็นมนุษย์ประดิษฐ์จากโลกอนาคตก็ทำให้เท้าหยุดชะงัก

“คุณ…..”

“OK ความดันกลับมาปกติแล้วละ….พวกเธอมีเวลา 2 ชั่วโมง พูดกับเขา บอกกับเขาทุกเรื่องที่อยากบอก ป้าจะออกไปรอรับหมอเดียรเนียลด้านนอก” คุณหญิงพวงพรแนะ ขณะที่อนุชัยยังทำอะไรไม่ถูก จนคุณหญิงพวงพรต้องเข้าไปลากแขนมาที่เตียง “เอานะ…ตาชายเข้มแข็งเชื่อป้าซิ”

“คุณหญิงป้าครับ”

“ไม่เอา….มีอะไรพูดกันเอง ตาชายรู้สึกตัวดีและกำลังนอนฟังเสียงเรา 2 คน สังเกตหางตาเขาซิ….เหมือนกำลังรอให้บอกเรื่องปกรณ์นะ….” พูดจบคุณหญิงพวงพรก็ตบหลังปลอบก่อนจะเดินออกจากห้อง อนุชัยมองที่ร่างไม่ไหวติงของดร.ชานนท์อยู่นาน หางตาของคนรักกำลังปรากฏน้ำใสๆ ล้นให้เห็นนั้นแสดงว่าความรู้สึกข้างในกำลังเข้าขั้นวิกฤติ เก้าอี้พลาสติกสีขาวถูกเตรียมไว้ข้างๆ เตียง จังหวะที่แสงจากโคมไฟกำลังทำงาน เขาจึงดึงมือคนรักมากุมและบีบคลึงไปมากระทั้งแรงตอบสนองจากปลายนิ้วส่งสัญญาณให้เห็น ดวงตามัวๆ จึงได้เบิกโพลง

“ชานนท์ นายได้ยินฉันไหม….บีบมือให้ฉันรู้หน่อย” อนุชัยก้มใช้ระดับเสียงกระซิบ ไม่นานปลายนิ้วของดร.ชานนท์ก็กระดิก “นายฟังฉันให้ดีๆ นะ….คนที่นายกำลังหึงแตก…เขาคือพี่ชายแท้ๆ ของฉันเอง….”

ปลายนิ้วของดร.ชานนท์กระดิกติดกันหลายครั้ง

“ใช่! ปกรณ์ เชาน์ คือพี่ชายแท้ๆ ของฉัน….ถ้าจะให้ฉันร่าน ฉันจะร่านกับนายคนเดียว” อนุชัยปล่อยเวลาได้ทำหน้าที่ “….นายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน เราสัญญากันแล้วไงว่าจะใช้ลมหายใจเดียวกัน นายต้องตื่น…ถ้านายไม่ตื่น ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ต่อเพื่อใคร นายต้องตื่นมาเพื่อฉัน เพื่อลูกชายของเรานะชานนท์….นายต้องตื่นมาเพื่อเรา ฉันขอร้องละ ได้โปรดเถอะที่รัก ฉันรักนาย ฉันรักนายที่สุด”

……..คำภาวนา พึมพำ นำทางฝัน………

……..เรามีกัน  เรามีลูก ปลุกปลอบเลี้ยง………

………คำสัญญา ว่าจะใช้ ใจคู่เคียง………

……….อย่าเป็นเพียง เสียงลมปราณ ผ่านลอยลอย………

“นายต้องตื่นนะชานนท์….ฉันขอร้องละที่รัก”

 

อีกคนที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดสระบุรี….

บ่ายวันเดียวกันเมื่อสมรโทรบอกเรื่องดังกล่าวกับเด่นดวง…หญิงร่างท้วมขาวแบบอาหมวยวัย 40 ต้นๆ ก็มานั่งร้องห่มร้องไห้ข้างเตียง เมื่อฝ่ามืออุ่นๆ เสียงสะอื้นต่างออกไป ปกรณ์จึงตื่นได้เร็วขึ้น….และเมื่อสติบอกถึงคนที่นั่งฟูมฟายแทนที่อนุชัย สายตาฉ่ำๆ จึงค่อยๆ รื่นจนแขนกระตุกสั่นเทา

“ตัวเอง ตัวเอง….” เด่นดวงใช้สรรพนามนี้กับปกรณ์จนติดปาก ทำให้สมรกับศักด์ดาที่นั่งอยู่ในมุมที่ปกรณ์ไม่ทันเห็นถึงกับยิ้มให้กัน

“เด่นดวง….” ปกรณ์เรียกชื่อเธอ

“ตัวเอง…ตัวเองตื่นแล้ว…”

“….อนุชัยไม่น่าบอกตัวเองตอนนี้เลย…ซี๊ด!”

“ตัวเองจะใจร้ายกับเค้าไปถึงไหน” เด่นดวงคล้ายจะต่อว่าพลางยกมือปกรณ์มาสัมผัสแก้ม “เค้า เค้า…ฮื้อๆ”

“ไม่เอา….ไม่ร้องนะ….เค้าตั้งใจจะบอก แต่ไม่ใช่เวลานี้…..” ปกรณ์เงียบหลับตาซี๊ด! ปากราวกับคนเจ็บปวด “ตัวเองช่วยปรับหัวเตียงให้เค้าที”

เด่นดวงไม่รอให้พูดจบ เธอกดปุ่มยกหัวปกรณ์ให้สูงขึ้นจนกระทั้ง….

“เป็นอย่างไรบ้างพ่อหนุ่มตื่นแล้วเหรอ” ศักดิ์ดาทักทายก่อนจะเดินมาหยุดยิ้มที่ปลายเตียงหลังจากนั้นก็เป็นสมร

“หายเร็วๆ นะลูก” สมรบอก

ปกรณ์ทำหน้างงๆ แบบคนจับต้นชนปลายไม่ถูกกระทั้งเสียงเด่นดวงแนะนำ “นี้คือพี่สมรกับพี่ศักดิ์ดา แม่กับพ่อของอนุชัยอย่างไรละ”

“เรายังไม่เคยเจอกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกว่าไหม….” ศักดิ์ดาพูด ปกรณ์ตาลุกวาว พร้อมกับจะยกมือไหว้ แต่ก็ถูกสมรปรามไว้ก่อน

“ยังไม่ต้องก็ได้ลูก เรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน หรือจนกว่าจะหายดีโน้นแหละ…และอีกอย่างอนุชัยไม่ได้เป็นคนโทรบอกเด่นดวงอย่างที่เข้าใจหรอกนะ…แต่เป็นแม่เอง” สมรสารภาพพลางยิ้มอายๆ ให้

ปกรณ์ทำหน้าเลิ่กลั่กเหมือนจะมองหาใครบางคน…. “………”

“มองหาอนุชัยเหรอ” ศักดิ์ดาถามราวจะอ่านออก

“อนุชัยไปทำธุระในกรุงเทพฯ นะ….ตัวเองหิวรึยัง” เด่นดวงถาม

“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ด้วยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่กับพ่อจะออกไปคุยกับคุณหมอสักหน่อย” สมรพูดเร็วๆ ก่อนจะพยักหน้าให้สามีที่ยืนทำหน้างงๆ ตามเธอออกจากห้อง

“อะไรแม่….”

“เออ…ปล่อยพวกเขาอยู่ด้วยกันเถอะพ่อ” ทันทีที่สมรลากแขนศักดิ์ดาหายออกประตูไปแล้ว สายตาฉ่ำรื่นๆ ของเด่นดวงก็กลับมาทำงานอีกรอบ

“ตัวเองรู้ไหม ว่าเค้าเป็นห่วงแค่ไหน….ถ้าพี่สมรไม่โทรบอกเค้ากะจะแจ้งความแล้วนะ ฮื้อๆ” พูดจบเธอก็ฟุบลงกับฝ่ามืออุ่นๆ….ปกรณ์เอื้อมมือที่มีสายน้ำเกลืออีกข้างลูบเรือนผมยาวๆ เขาใช้เวลากับตรงนั้นพอสมควรกระทั้ง เด่นดวงเงยหน้าขึ้นมาสบตา “ตัวเอง….”

“หึ!….” ปกรณ์ยักคิ้วสูงแบบคนตั้งคำถาม

“เค้า เค้า…..” เด่นดวงเงียบแล้วยิ้ม “ตัวเองต้องหายเร็วๆ นะ เค้า เค้า กำลังจะ…..”

ปกรณ์เบิกตาโพลงราวกับคนเดาออก “ตัวเอง อย่า บอกเค้านะ ว่า กำลัง จะ…..มี…..”

เด่นดวงพยักหน้ายิ้มร่า “เค้ากำลังจะมีลูก….”

ปกรณ์ตาค้างชะงักราวกับหุ่นยนต์แบตเตอร์รี่หมด…. “…….” เมื่อกลับคืนสู่ปกติ เขาจึงจ้องไปที่เด่นดวงแบบคนอ่านไม่ออก จนสีหน้าของเด่นดวงค่อยๆ จมสู่สีดำ

“เค้าดีใจที่สุด….แต่ว่า….”

เด่นดวงกลับมายิ้มได้อีกครั้ง “แต่ว่าอะไร”

“ตัวเองไม่ใช่อายุน้อยๆ แล้วนะ…..”

“คนบ้า!….”

“คือเค้าเป็นห่วงตัวเองนะ….” ปกรณ์พูดพลางดึงเธอขึ้นมานั่งกอดบนเตียง “ตัวเองจะไหวเหรอ”

“เค้าไปให้คุณหญิงพวงพรตรวจสุขภาพก่อนจะตัดสินใจมีอะไรกับตัวเองซะอีก…ผู้ชายอะไรพูดทำร้ายจิตใจผู้หญิงได้ลงคอ….”

ปกรณ์ยิ้มเกือบจะหลุดหัวเราะ “เค้ายังไม่มีเงินซื้อแหวนแต่งงานเลยด้วยซ้ำ”

“ไม่สำคัญหรอก เพียงตัวเองคิดดี เค้าก็ OK แล้วละ”

“…เด่นดวง….” ปกรณ์รวบเธอกอดแน่น “ในที่สุดตัวเองก็ทำให้เค้ามีตัวมีตนขึ้นมาจริง ๆ”

“ไม่ใช่เฉพาะตัวเองหรอกนะที่มีตัวตนแต่ยังหมายถึงลูกของเราด้วย…หายกลับมาเป็นพ่อคนให้เค้าเร็วๆ นะ”

ปกรณ์พยักหน้า…ความสุขทำให้เขาจุกแน่นจนพูดอะไรไม่ออก….เด่นดวงจึงใช้นิ้วปาดน้ำตาให้พลางโน้มจุมพิตที่ดวงตาทีละข้างก่อนจะจบที่ริมฝีปากกำลังสั่นของเขา…..

“เค้าเป็น Professional of sex ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาตกหลุมหรัก Professional of Love….” ปกรณ์จ้องเด่นดวงราวกับสิ่งมหัศจรรย์….“ตอนนี้ลูกเรากี่เดือนแล้วละ”

“2 เดือนเมื่อวานพอดี…..”

“หา!…….” ปกรณ์ตาลุกวาว

“เค้าเกิดมาเพื่อช่วยตัวเองโดยเฉพาะเลยว่าไหม”

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย….” ปกรณ์ถามเร็วๆ พลางลูบท้องเด่นดวงไม่หยุด

“ยังไม่รู้หรอกต้องรอเดือนหน้าโน้นแหละ”

“ไม่เอาๆ รอลุ้นตอนคลอดเลยดีกว่า….จะเป็นหญิงหรือชายเค้าก็รักหมด…ขอเพียงลูกแข็งแรง….ตัวเองแข็งแรง เท่านั้นพอ”

จบ อนุชาย2 บทที่24 ข่าวร้าย