บทที่5 มะลิสีชมพู

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง บทที่5 มะลิสีชมพู

บทที่5 มะลิสีชมพู

บทที่5 มะลิสีชมพู

นาฬิกาบนผนังบอกใกล้จะเข้า 2 ยามเข้าไปทุกขณะ แต่ภาพอุบัติเหตุของรถ BMW สีดำใกล้ๆ กับคอสะพานบนถนนที่ไหนสักแห่งก็ยังถูกวางเรียงต่อกันยาวบนโต๊ะเขียนหนังสือไม่หยุด บางจังหวะมันถูกหยิบสลับที่กันไปมาหลายรอบโดยอาศัยช่วงเวลาที่คาดเดาเป็นหลักวิเคราะห์ ทันทีที่คิดว่าลงตัว เอกสารในมือของเด็กหนุ่มที่ไม่ยอมลุกไปไหนนานหลายชั่วโมงก็สั่นพลับๆ ราวกับตีความหมายของอุบัติเหตุครั้งนั้นทะลุ

“…..” ชีตาห์ซี้ด! ปากเสียงดัง “มันคือแผนฆาตกรรมอำพรางชัดๆ ทำไมคุณปู่ถึงไม่ส่งมอบหลักฐานเหล่านี้ให้ตำรวจนะ” เขาตั้งคำถามพร้อมกับเคาะนิ้วระหว่างใช้ความคิด “มิน่าละคุณย่าถึงได้ห่วงแหนกล่องใบนี้เป็นนักเป็นหนา…ในเมื่อคุณปู่เป็นคนรวบรวมหลักฐานกับมือนั้นก็หมายความว่าตอนแรกคุณปู่เองก็ไม่ยอมแพ้….แต่ แต่….อะไรกันละที่ทำให้คุณปู่ถอย…” ชีตาห์คิด คิด กระทั้งเผลอฟุบหลับลงกับโต๊ะและความฝันของเด็กหนุ่มวัย 17 ปีก็วนกลับสู่จุดเริ่มต้นอีกวาระ

#“หลานมีตัวตน ชีตาห์ หลานมีพ่อ หลานมีแม่ และหลานก็คือหลานย่า เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกชายย่าแท้ๆ ที่ผ่านมาย่าขอโทษ และในจดหมายฉบับนั้นได้บอกรายละเอียดถึงสาเหตุที่ย่ากับปู่ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องของหลานไว้ครบถ้วน”—–“แต่คุณปู่เกลียดหนู….”—–“คุณปู่เป็นคนไปรับหนูมาจากโรงพยาบาลด้วยมือของตัวเอง คุณปู่รักหนูยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นเชื่อย่าซิ”—–“คุณย่าคะ….”#

เกือบตี 2 เมื่อหมอชิงชัยกลับมาถึงบ้านหลังจากออกเวรรอบดึก แสงโคมภายในห้องนอนชั้น 2 ก็เล็ดลอดผ่านรอยแยกประตูที่ปิดไม่สนิทฟ้องสถานะ (ไอ้เสือยังไม่นอนรึนี่…) เขาคิดและกำลังจะใช้หลังมือเคาะเรียก แต่เมื่อนึกถึงเวลาปัจจุบันจึงชะงักพร้อมกับค่อยๆ จับลูกบิดผลักเข้าสู่ภายใน ภาพหลานชายฟุบหลับอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือทำอะไรเขาไม่ได้ นอกจากเผลอถอนหายใจทิ้งยาวๆ

“อีกแล้วนะไอ้เสือ” เขาอุทานและภาระกิจซ้ำๆ ก็เกิดขึ้น เมื่อร่างของชีตาห์ไปอยู่บนที่นอนเรียบร้อยแล้ว มือที่กำลังจะเอื้อมปิดโคมไฟเหนือโต๊ะก็ต้องชะงักค้าง เมื่อภาพอุบัติเหตุที่ไม่เคยเห็นมาก่อนรวมทั้งเอกสารส่วนตัวของพี่ชายถูกวางเรียงต่อกันตามช่วงเวลาจนสามารถเฉลยเรื่องราวในอดีตได้อย่างสมบูรณ์ หมอชิงชัยต้องพยุงตัวเองด้วยการท้าวแขนกับพนักเก้าอี้ “นี่หมายความว่า….” เขาค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งแทนที่หลานชายก่อนแผ่นหลังจะค่อยๆ สะเทือนเพราะแรงสะอื้นจากข้างใน…. “สำนวนที่ตำรวจมีในมือล้วนไม่ใช่เรื่องจริง….พี่พลบเสียชีวิตเพราะแผนฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุ….พี่พลบ…คุณพ่อ คุณแม่ทำไมไม่บอกผมตั้งแต่แรก…” เขาสั่นตัวโคลงอยู่พักใหญ่ ก่อนแสงไฟทั้งบ้านจะดับพรึบสู่สีดำ การตัดสินใจครั้งสำคัญเหมือนจะได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว

“ในเมื่อมีหลักฐานใหม่ก็สามารถรื้อคดีกลับมาฟ้องใหม่ได้….เห็นทีงานนี้อาต้องลุยด้วยตัวเองแล้วละ” รัตติการก่อนฟ้าจะสางบีบให้หมอวัย 37 ปีหลับไม่ลง กระทั้งเช้าวันต่อมา ทันทีที่พาร่างสะโหลสะเหลเดินลงบันไดถึงครัวร้อนชั้นล่าง

“อาหมอฮะ…ข้าวต้มปลากะพงร้อนๆ สักถ้วยไหมฮะ” ชีตาห์ในชุดนักเรียนมัธยมปลายมีผ้ากันเปื้อนสีขาวแบบพ่อครัวใหญ่ถามขึ้น

“อื้อ! ดีเหมือนกัน” เขาบอกแบบคนสติยังไม่ตื่น เมื่อข้าวต้มถูกซดเข้าปาก สมองก็กลับมาเป็นปกติ “ไอ้เสือ….”

“ฮะ….” ชีตาห์เงยหน้ารอ ขณะช้อนในมือค้างในท่าเตรียมรับประทาน

“อา…จะลาออกไปสมัครเป็นหมอประจำตัวของท่านผู้หญิงพลอยชมพู”

ทันทีที่พูดจบช้อนในมือของชีตาห์ก็หล่นลงในชามข้าวต้ม ดวงตาของเขาเบิกค้างจ้องใบหน้าหมอชิงชัยไม่กระพริบ…. “อา อาหมอว่าอะไรนะฮะ”

“อาตัดสินใจแล้ว….ตามที่ได้ยินนั้นละ”

วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ…ในปีนี้ทางโรงเรียนได้คัดเลือกตัวแทนแต่ละชั้นปีขึ้นไปแสดงมุทิตาจิตต่อคุณแม่บนเวที ซึ่งในปีนี้ชั้นมัธยมปีที่ 5 ได้ตัวแทนนักเรียนชาย-หญิง 2 คนนั้นก็คือ น.ส.พลอยฟ้า รักสัตย์สกุล กับนาย ชีตาห์ ภัทรธารา ชีตาห์ใช้เวลาทั้งคืนประดิษฐ์ดอกมะลิเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ยิ่งนึกถึงคนที่เขาต้องไหว้ที่เป็นถึงท่านผู้หญิงสูงศักดิ์ แถมด้วยตำแหน่งภิริยารัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ดร.ธนเกียรติ รักสัตย์สกุล แล้วเขาก็ยิ่งคิดหนัก สุดท้ายดอกมะลิประดิษฐ์พวงย่อมๆ ที่ถือในมือก็ต่างจากดอกมะลิตามธรรมชาติโดยทั่วไป จากสีขาวสะอาดเป็นดอก มะลิสีชมพู แบบไม่เคยมีที่ไหนในโลก เขาต้องการจะสื่ออะไร ไม่มีใครล่วงรู้นอกจากตัวเองกับผู้รับ ซึ่งหมายถึงท่านผู้หญิงพลอยชมพูคนนั้น

แต่ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้น อยู่ๆ พลอยฟ้าก็ถือมาลัยมะลิสดเดินเข้ามากระซิบ “ชีตาห์หญิงแม่มาร่วมงานไม่ได้แล้วนะ อาจารย์นวลศรีจะขึ้นทำหน้าที่แทน”

ชีตาห์เก็บอาการนิ่งๆ ก่อนจะถามกลับด้วยกิริยาอ่านไม่ออก “ท่านผู้หญิงเป็นอะไร”

พลอยฟ้าซี้ด!ปากให้ได้ยิน “เค้าไม่รู้ แต่คุณแม่มักจะเป็นแบบนี้บ่อยๆ จนคุณพ่อต้องจ้างหมอประจำตัวมารักษาที่บ้าน…จบงานในช่วงบ่ายเรา….”

พลอยฟ้าพูดไม่ทันจบ ชีตาห์ก็แทรกเร็วๆ “ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงบ่ายหรอก เค้าว่าเราไปเยี่ยมท่านตอนนี้เลยแล้วกัน”

“แต่ว่า….”

“นั่งแท็กซี่ไปกับเค้าท่านผู้หญิงไม่ว่าแน่ๆ….” ซีตาห์ใช้แววตาจริงจังรับรอง พลอยฟ้าคิดไม่ตกสักพักเธอจึงพยักหน้าตามแบบหวาดๆ

“ก็ได้ ท่าจะสนุกดี อารมณ์ไม่ต่างจากหนีเที่ยวเลยสักนิด ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อย่าบอกนะว่าตัวเองเคย” ชีตาห์ถามขณะกลั้นหัวเราะ

“ไม่เคย…แต่เห็นในละครทีวีนะ…..”

“ฮ่า  ฮ่า ฮ่า….ตัวเองพร้อมจะบ้าไปกับเค้าสักวันหรือยัง”

“พร้อมดิ…ถ้าเป็นชีตาห์เค้าพร้อมเสมอ” พลอยฟ้าพูดแต่ก็แอบซ่อนความอายระดับหนึ่งเอาไว้ ชีตาห์ยิ้มจับหัวเขย่าในลักษณะผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก

“ไปกันยัง….”

“อื้อ!….”

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะหลุดจากประตูหลังโรงเรียน บรรพตคนขับรถที่จับตาดูคุณหนูพลอยฟ้าตลอดเวลาก็แสดงตัว

“คุณหนูครับ คุณหนูจะไปไหนครับ” เสียงก้องๆ แบบคนมีอำนาจดังจากด้านหลัง พลอยฟ้ากับชีตาห์สะดุ้งหันกลับไปทางต้นเสียง แต่เป็นพลอยฟ้าที่พูดขึ้นมาก่อน

“วันนี้วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันอะไรละ….”

“ถ้าคุณหนูจะไปเยี่ยมท่านผู้หญิง เชิญทางนี้ดีกว่าครับผมจะพาไปเอง” บรรพตก้มหน้าเสนอ

“ไม่เป็นไร วันนี้ชีตาห์ต้องไปด้วย”

“นั้นแหละครับยิ่งบรรลัยเลย….” เขาหยุดประเมิน “ว่าแต่คุณหนูรู้รึยังครับว่าเวลานี้ท่านผู้หญิงอยู่ที่ไหน” บรรพตถามในเชิงเป็นต่อ

“ก็ต้องที่บ้านนะซิ….มีอะไรเกิดขึ้นกับหญิงแม่อย่างนั้นรึ!” พลอยฟ้าถามกลับในลักษณะสงสัย บรรพตจิ! ปากคิดหนัก… “ว่าไงคะ เกิดอะไรขึ้นกับหญิงแม่กันแน่”

“ท่านผู้หญิงถูกย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนอร์ตกรุงเทพตั้งแต่เมื่อคืนแล้วละครับ” บรรพตรายงานไม่เต็มเสียง

พลอยฟ้าตกใจมือสั่น แต่ชีตาห์ก็โอบประคองเธอพร้อมกับตบปลอบเบาๆ “ท่านผู้หญิงไม่เป็นไรหรอกน่าใจเย็นๆ…คุณน้าฮะช่วยพาเราไปพบท่านทีนะฮะ เพราะวันนี้เป็นวันแม่ ท่านรัฐมนตรีต้องเห็นด้วยแน่นอน”

“นะคะ พาหญิงไปพบหญิงแม่ที แต่ไหนแต่ไรหญิงแม่ไม่เคยเป็นหนักขนาดนี้ นะคะ นะคะ”

“อื้อ!…เอ่อ!….” บรรพตลังเลสักครู “ถ้าอย่างนั้นตามผมไปที่รถเลยครับ ประตูหลังกับประตูหน้าคงออกไม่ได้แล้วละ ต้องใช้ประตูพิเศษด้านข้างแทน”

ที่โรงพยาบาลนอร์ตกรุงเทพ ถนนพระราม 4 อีก 2 ชั่วโมงต่อมา

ชีตาห์เด็กหนุ่มตัวสูงในชุดกางเกงนักเรียนสีฟ้าเสื้อขาวกำลังเร่งฝีเท้าตามชายวัยกลางคนหลังคล่อมไปติดๆ โดยมีหญิงสาววัยเดียวกันในชุดนักเรียนมัธยมปลายผูกโบร์สีฟ้าเดินเกาะแขนในลักษณะไม่เสถียร เมื่อปลายเล็บเผลอจิกเนื้อจนรู้สึกเจ็บ ชีตาห์จึงยกฝ่ามือที่มีพวงดอกมะลิสีชมพูตบปลอบจนพลอยฟ้าเห็นมันชัดๆ

“ตัวเองทำเองกับมือเลยเหรอ” พลอยฟ้าถามระหว่างโถงทางเดินภายใน ชีตาห์พยักหน้า “สวยจัง มะลิสีชมพู เค้าเพิ่งเคยเห็นวันนี้เอง”

“เค้าเองก็หวังว่าท่านผู้หญิงจะชอบ”

“ตัวเองใส่น้ำหอมด้วยเหรอ หอมเหมือนกลิ่นมะลิจริงๆ เลย”

“อื้อ!….เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เค้ากำลังเรียนนะ”

“รู้อย่างนี้เค้าให้ตัวเองทำเผื่อมั่งก็ดีหรอก….ดูของเค้าซิเริ่มจะช้ำแล้วด้วย”

………และ

“ท่านผู้หญิงอยู่ในห้องนี้ครับคุณหนู เชิญครับเดี๋ยมผมจะรออยู่ข้างนอก” บรรพตพูดเมื่อนำทางมาหยุดหน้าห้องพิเศษที่ไม่ต่างกับโรงแรม 5 ดาว เมื่อทั้งคู่ผลักประตูเข้าสู่ภายในห้องที่ตกแต่งราวกับเป็นห้องรับแขกสำหรับชนชั้นสูง พยาบาลสาว 2 คนหลังเคาน์เตอร์ก็กล่าวทักทาย

“สวัสดีคะ น่าจะเป็นคุณหนูพลอยฟ้าใช่ไหมคะ….” พยาบาลร่างอวบค่อนไปทางผอมเหลือน้อยเดินออกมากล่าวต้อนรับ แต่สายตาแหลมคมกลับไปตกอยู่ที่ชีตาห์

“อาหมออยู่ข้างในหรือเปล่าฮะ” ชีตาห์ถามเมื่อเห็นป้ายรายชื่อนายแพทย์ชิงชัย ภัทรธาราเสียบเหนือประตูทางเข้าห้องคนไข้

“พี่ก็นึกอยู่แล้วว่าต้องเป็นน้องเสือแน่ๆ….คุณหมอเพิ่งขึ้นประชุมเมื่อกี้เองคะ” พยาบาลอีกคนแทรกตอบจากหลังเคาน์เตอร์พร้อมกับเขย่าเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ

“ต้าย!….เผลอแป๊บเดียวโตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วเหรอ” พยาบาลร่างอวบค่อนไปทางผอมเหลือน้อยตามเร็วๆ “พี่ก็นึกอยู่แล้วเชียว”

เมื่อพลอยฟ้าทิ้งความสงสัยไปที่เขา “คือว่าอาหมอทำงานอยู่ที่นี่เค้าจึงคุ้นเคย เพราะพี่ๆไปเยี่ยมคุณย่าสมัยที่ท่านยังมีชีวิต”

“คุณหมอจบเฉพาะทางจากอเมริกาที่คุณพ่อเพิ่งจ้างเป็น….”

“อาแท้ๆ ของเค้าเอง” ชีตาห์บอก

“เวลานี้อาการของท่านผู้หญิงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วละคะ พักผ่อนอีกสัก 2-3 วันก็น่าจะกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ เชิญคุณหนูเข้าเยี่ยมท่านได้เลย….อ้อพี่ลืมไป ชีตาห์รออยู่ข้างนอกก่อน เข้าไปพร้อมกันเดี๋ยวรบกวนท่านผู้หญิงเปล่าๆ” พยาบาลร่างอวบค่อนไปทางผอมเหลือน้อยกำชับ

“ตัวเองเข้าไปกราบท่านก่อนเถอะ” ชีตาห์แนะ เมื่อพลอยฟ้าหายผ่านเข้าประตู อีกครึ่งชั่วโมงเธอก็เดินยิ้มระรื้นออกมาหา

“ชีตาห์หญิงแม่เรียก” น้ำเสียงของเธอสดใสผิดจากตอนที่เพิ่งมาถึงลิบลับ ชีตาห์นิ่ง จนพลอยฟ้าต้องเดินเข้าไปนั่งเขย่าแขนเรียก “ถึงเวลาตัวเองแล้ว เร็วเข้า” เธอยังโน้มกระซิบอีก “ไม่รู้หญิงแม่มีอะไรพิเศษถึงอยากเจอตัวเองขึ้นมา ฮิ ฮิ ฮิ”

“คงไม่มีอะไรหรอกน่า” ชีตาห์พูดคล้ายกับคนไม่มั่นใจ ก่อนจะลุกเดินผ่านประตูเข้าสู่ภายใน

ห้องพิเศษขนาดใหญ่ห้องนี้ดูเหมือนจะถูกตกแต่งขึ้นมาสำหรับท่านผู้หญิงพลอยชมพูโดยเฉพาะ จากรายละเอียดเริ่มตั้งแต่พรมปูพื้นที่สั่งนำเข้าจากเปอร์เชีย ม่านหลุยส์ โคมระย้ากลางห้อง และงานตกแต่งอื่นๆ ล้วนอยู่ในโทนสีชมพูทั้งสิ้น ชีตาห์เดินตรงไปยังเตียงพยาบาลที่ไม่ต่างอะไรกับเตียงนอนขนาดคิงส์ไซด์ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูยกตัวเองนั่งรอก็ยังแต่งกายด้วยชุดสีชมพูปกติที่ดูแพงลิบลิ้วรออยู่ เธอโปรยยิ้มให้เขาชุ่มฉ่ำตั้งแต่นาทีแรก แสงโคมดาวไลท์ทั้ง 8 ดวงสาดฉายไปตกอยู่ที่เธอ มันยิ่งเพิ่มคุณค่าให้งานปติมากรรมมีชีวิตชิ้นนี้ดูแพงขึ้นไปอีกหลายเท่า เมื่อชีตาห์หยุดระหว่างเก้าอี้นวม 2 ตัว เขาก็ปล่อยสีหน้าหดหู่ให้โดดเด่นเหนือท่านผู้หญิงสูงศักดิ์อย่างคนเสียมารยาท

“ฉันขอโทษด้วยนะ ที่ไม่สามารถทำตามสัญญาได้” น้ำเสียงพยายามสดใสดังขึ้นลอยๆ “นั่งคุยกับฉันก่อนซิ” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูพูด กระนั้นชีตาห์ก็ปรารถนาจะสำรวจผิวเนื้อสีน้ำผึ้งในส่วนที่ถูกปกปิดด้วยชุดสีชมพูให้มากกว่าที่ตาเห็น

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่ฮะ” เขาถามเหมือนจะรู้อะไรมา ท่านผู้หญิงพลอยชมพูสะดุ้งกับคำถามที่ไม่เหมาะกับวัย  เธอจ้องเขา จ้องเข้าไปดวงตาที่ลอยอยู่เหนือเธอราวกับคนต้องการอ่านทุกอย่างให้ทะลุ

(จะเป็นไปได้อย่างไร) เธอคิดและกำลังคิดไม่ตกกับประเด็นที่ทำให้สงสัย “เอ่อ….ชีตาห์นั่งลงก่อนเถอะ…มันเป็นเรื่องปกติสำหรับคนอย่างฉันแล้วละ”

(คนอย่างฉัน) ชีตาห์คิดทวนตามคำพูดของท่านผู้หญิงพลอยชมพูเมื่อครู่ก่อนจะทิ้งตัวหมดแรงลงบนเก้าอี้ เขาเบือนหน้าซ่อนความรู้สึกสักพักจึงหันกลับมายื่นพวงมะลิสีชมพูใส่ในมือ โอ้!….มันเป็นครั้งแรกที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสกับฝ่ามือของท่านผู้หญิงสูงศักดิ์ขณะที่สติยังครบถ้วน

ชีตาห์สั่นจนพูดอะไรไม่ออกหลายนาทีกระทั่งน้ำเสียงนุ่มๆ เตือนสติ “วันนี้วันแม่ มะลิควรเป็นสีขาวมิใช่หรือคะ”

“ท่านผู้หญิงฮะ….”

“เธอต้องการจะสื่ออะไรกับฉันกันแน่ชีตาห์” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูยกระดับน้ำเสียงถาม แต่เมื่อเจอเข้ากับสายตาราวกับเสือชีต้า “ฉัน ฉัน ไม่เข้าใจความหมายของมัน ชีตาห์ทำไมต้องเป็นมะลิสีชมพู ทำไมคะ….ทำไม…เธอ….”

“หนู…” เขาพูดไม่ออกจึงลุกโน้มตัวกระซิบ “หนูไม่อยากเชื่อ….ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณซ้ำๆ ตลอด 20 ปีจะเป็นเรื่องปกติ”

“ชีตาห์….” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูสะดุ้งโหยง

“มันไม่ใช่เรื่องปกติเพราะสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ทุกค่ำคืนเป็นเรื่องผิดปกติของมนุษย์….คุณจะทนคนซาดิสม์ไปอีกนานแค่ไหน”

“ชีตาห์ เธอ….” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูพูดไม่ทันจบ เด็กหนุ่มก็หลั่งน้ำตาที่อ่านไม่ออกให้เห็น….(เด็กหนุ่มคนนี้รู้อะไรมา เขาเป็นใคร ทำไมทุกอย่าง ทุกๆ เรื่องชั่งสอดคล้องราวกับเป็นเรื่องราวของฉันเองทั้งหมด) ท่านผู้หญิงพลอยชมพูคิด… “ฉันอยากให้สิ่งที่ฉันกำลังสงสัยเป็นเรื่องจริงนะชีตาห์ และอยากให้เรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นกับฉันเป็นแค่นิยายรักสี่เส้าเรื่องหนึ่งเท่านั้น”

“หนู…..”

“ชีตาห์…..”

ชีตาห์ยืดตัวตรงแบบคนตัดสินใจ “หนูเคยบอกคุณไปแล้วไงฮะ….” ชีตาห์โน้มจ้องใบหน้าท่านผู้หญิงใกล้ๆ “ริ้วรอยใดๆ ที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง

“ชีตาห์……” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูสะดุ้งเป็นครั้งที่ 2 เธอเผลอผลักเขาออกห่าง สุดท้ายก็ยังเป็นชีตาห์เสียเองที่ปีนขึ้นเตียงเข้าไปเปิดชายคอเสื้อสำรวจรอยแผลเป็นแบบคนเสียมารยาทเถือนดิบ

“เมื่อคืนก่อนหนูเคยบอกคุณไปแล้วไม่ใช่หรือฮะว่า….ริ้วรอยใดๆ ที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง

“มะ หมา หมายความว่า…..”

“ต่อให้ต้องเจออุปสรรคใหญ่กว่านี้ หนูก็ยังจะสัญญา”

“คืนนั้น….”

“ใช่ฮะ คุณไม่ได้ฝัน….แต่เป็นตัวหนูเองที่หักห้ามใจตัวเองไม่ไหว….หนู หนู….”

เพี้ย!…ท่านผู้หญิงพลอยชมพูตบหน้าชีตาห์สุดแรงส่งให้เขากลับไปนั่งลงที่เดิม แต่ชีตาห์ก็ยังยิ้มเกินวัยให้เธอเห็น “มะลิสีชมพูบอกคุณชัดเจนแล้วว่าหนูคิดอะไรอยู่” ชีตาห์พูดด้วยท่าทีผยอง พร้อมกับลุกยืนตรงๆ เป้ากางเกงนักเรียนสีฟ้าโค้งนูนจนกลัวว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในจะโดดเด้งออกมาทักทาย “คุณไม่ใช่แม่หนูและหนูก็ไม่ได้รักคุณแบบนั้น ท่านผู้หญิงฮะได้โปรดพอเถอะ 20 ปีนรกขุมนี้ให้ความสุขมากมายขนาดนั้นเลยรึ!….อย่าทำเพื่อคนรักที่ตายไปแล้วอีกเลยฮะ” ชีตาห์มองหน้าและขยับเป้ากางเกงใกล้เข้าไปอีก “…ทำตามหัวใจของตัวเองบ้างเถอะ….นะฮะ…”

“ชีตาห์…ชีตาห์…เธอ เธอ…”

ชีตาห์คว้ามือท่านผู้หญิงพลอยชมพูมาลูบแบบคนหน้าดาน-เดาใจจากแววตาหวานเยิ้ม…ท่านผู้หญิงพลอยชมพูเองก็สั่นเกินกว่าจะฝืนใจตัวเองชักมือกลับ “เห็นไหมฮะว่าคืนนั้นคุณไม่ได้ฝันและชีตาห์ชื่อนี้ไม่ได้ได้มาโดยบังเอิญ แต่เป็นแผนซ้อนแผนที่คุณแม่กับคุณพ่อสร้างขึ้น ท่านเสียสละเพื่อให้หนูกลับมาช่วยคุณ ช่วยคุณให้หลุดพ้นจากขุมนรก” ชีตาห์ปล่อยมือจากหลังมือสีน้ำผึ้ง กระนั้นท่านผู้หญิงสูงศักดิ์ยังลูบคลึงบีบคั้นเป้ากางเกงเด็กหนุ่มวัย 17 ปีพร้อมกับร้องไห้ออกมาราวกับไม่มีวันหยุดง่ายๆ

“ชิง ชิง เธอคือชิง ชิงของฉัน….”

“ริ้วรอยใดๆ ที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง” ชีตาห์ย้ำประโยคเดิม แววตาปรารถนารสสวาทจากสาวรุ่นแม่ทำให้นิ้วทั้ง 10 ของท่านผู้หญิงพลอยชมพูถึงกับสั่นระริก เขาโน้มตัวลงสู่ซอกคอระหง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากฝรั่งเศสเสริมให้อารมณ์หนุ่มแรกแตกกระเจิง “….คุณอยากจะกินมันแบบคืนนั้นอีกไหมฮะ หนูสัญญาว่าโรแมนติกจะนำทางคุณขึ้นสวรรค์แทนที่จะลงนรกไปพร้อมกับซาตานตนนั้น”

“…..ชีตาห์”

“ฮะ…หนูอนุญาต….ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองบ้างเถอะ รับรองภายในห้องนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวนเราแน่นอน”

 

………ก่อนหน้านั้น

“หญิงแม่คะ…ถ้าพลอยจะคบกับชีตาห์ หญิงแม่จะว่าอะไรไหมค่ะ” พลอยฟ้านั่งฟุบใบหน้ากับฝ่ามืออุ่นๆ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูนิ่ง เธอใช้ฝ่ามืออีกข้างลูบเส้นผมที่ยาวสลวยของบุตรสาวจนเข้าที่

“…ถ้าลูกหญิงกับชีตาห์เรียนมหาวิทยาลัยหญิงแม่จะไม่ห้าม…”

“หมายความว่า….หญิงแม่อนุญาต” พลอยฟ้าออกอาการดีใจ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูพยักหน้ายืนยันพลอยฟ้าจึงผวากอดเธอแน่น “ขอบคุณ ขอบคุณหญิงแม่มากๆ นะคะ”

………ระหว่างอยู่ภายในรถ

“ชีตาห์ หญิงแม่อนุญาตให้เราคบกันแล้วนะ…ต่อไปก็ไม่ต้องแอบมาทำการบ้านกับเค้าแล้วละ” พลอยฟ้าเกาะแขนชีตาห์พูดในลักษณะกำลังร่าเริงสุดขีด โดยมีสายตาบรรพตร่วมยินดีราวกับรู้กัน “ว่าแต่คืนนั้นตัวเองกลับกี่โมง”

ชีตาห์หันไปสบตากับบรรพตสั้นๆ… “ราวๆ ตี 2 คุณน้าไปส่ง….”

“ต่อไปก็ไม่ต้องแอบเข้าหลังบ้านอีกแล้วนะครับคุณชีตาห์ ท่านผู้หญิงเอ่ยปากอนุญาตแบบนี้รับรองทางสะดวกแน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

จบ บทที่5 มะลิสีชมพู

Spread the love