คุณนายซาอุฯ บทที่ 31

สะแบงนาดอกนั้น
สะแบงนาดอกนั้น
คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 31

สะแบงนาดอกนั้น

ลมหนาวกลางฤดูแทรกผ่านป่าเต็งรัง หอบใบไม้แห้งๆ ใต้โคนต้นไปกองรวมกันใต้กับดักธรรมชาติเสียงดังซ่าๆ ก๊อบแก๊บๆ กิ่งก้านที่โรยใบทิ้งก็ประหนึ่งไร้ชีวิตเช่นเคย ดอกสะแบงนาแห้งๆ ปีกสีแดงยาวเป็นหูกระต่ายก็ได้เวลาปลิดปลิว ลีลายามต้องสายลมหมุนสะบัดราวกับลูกข่างเคว้งคว้างลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า เป็นกลุ่มๆ ดุจภาพหวานของรักแรกที่กำลังเพ้อไม่จบสิ้น แต่สุดท้ายน้ำหนักถ่วงของลูกสะแบงก็พาปีกหูกระต่ายสีแดงร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ฝันของรักแรกที่หวานล้ำก็พลันจบลงพร้อมๆ กัน….

แดดสีขาวเลยเที่ยงวันมานิดหน่อย ที่สนามฟุตบอลหน้าโรงเรียนวัดโคกอีรวยอนุสรณ์ก็ยังว่างเปล่า นักเรียนชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยังอยู่ในห้องเรียนครบทุกชั้น เสียงท่องสูตรคูณ เสียงอ่านทำนองเสนาะดังให้ได้ยินเป็นระยะๆ กระนั้นเสียงครกกระเดื่องหลังบ้านป้านงก็ยังบอกกิจกรรมของผู้คนในระยะใกล้ได้ชัดเจนมากกว่า มันมาพร้อมๆ กับกลิ่นข้าวเม่าแรกของปีที่ชวนให้หลายคนอดน้ำลายไหลไม่ได้ แม้กระทั้งคุณนายซาอุฯ 2 คนแห่งบ้านโคกอีรวยก็ไม่เว้น

“กลิ่นข้าวเม่าผู้ใดน้อ เป็นหยังจังหอมแท้ๆ” เสียงคุณนายศรีดังขึ้น ป้าหมายที่นั่งอยู่บนแคร่กับลูกสาวหันไปเห็น

“อ้าว!…คุณนายไร คุณนายศรี มา เข้ามากินข้าวเม่านำกัน”

“เฮ็ดหลายบ่ป้าหมาย ข่อยขอซื้อนำแน ที่บ้านมีมะพร้าวพอดี คือจะแซบหลาย หอมขนาด” คุณนายไรราพูด

“แล้วผู้ใดกำลังตำข้าวเม่าอยู่หลังบ้านนั้นนะ” คุณนายศรีถามบ้าง

“บ้านยายแดง เฮ็ดหลายตั๊ว! คือจะแบ่งขายได้อยู่ดอก สู่มาอีหยัง คือบ่มาซื้อข้าวเม่าอย่างเดียวละวา” ป้าหมายถามพลางเทเม็ดข้าวที่เก็บออกสาดให้ไก่ 3-4 ตัวก่อนไก่โต้งคอเขียวจะวิ่งเข้ามาสมทบ….

“อีสำลีมันเป็นจังใด” คุณนายไรราถามขึ้นเบาๆ ป้าหมายหันไปจ้องหน้าอย่างคนคาดคะเน จนคุณนายไรราต้องพูดต่อเบาๆ “เรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปเถอะป้าหมาย แต่เวลานี้ข่อยอดเป็นห่วงมันบ่ได้จริงๆ”

“แล้วลุงสักแวะมาหามันบ่” คุณนายศรีถามแทรกอีกคน

“สูเคยมีเรื่องมีราวกัน มันก็เป็นเรื่องของพวกสู เฮ้ย!….” ป้าหมายหายใจทิ้งยาวๆ ก่อนจะพูดต่อ “มันอยู่บนบ้านนั้นละ เอาแต่มองตาขวางไปขวางมา มันจำไผบ่ได้ดอก แม่แต่ลุงสักที่แวะมาหาเมื่อวานมันยังจำบ่ได้เลย”

“มันจำไผบ่ได้ แต่ถ้าเป็นอีไรรา อีสำลีมันบ่มีวันลืมอย่างแน่นอน”

“คุณนายไร…มึงสิเฮ็ดอีหยัง เหลือโตนมันเถอะ อย่าเอาเรื่องเอาความกับมันอีกเลย”

“บ่ๆ ป้าหมายใจเย็นๆ ที่ข่อยกับอีไรมาวันนี้ บ่ได้มาหาเรื่องอีสำลีดอก แต่ข่อยอยากจะมาช่วยมัน” คุณนายศรีพูดแทนเพื่อนพลางคว้ามือป้าหมายมากุมเอาไว้ และนาทีนั้นป้านงที่เห็นเหตุการณ์ก็เดินหน้าตึงๆ เข้ามาหาอีกคน

“อีคุณนายไรเอ้ย บ่สงสารก็เวทนามันเถอะอีสำลีนะ…ท้องมันก็โตขึ้นทุกวัน”

คุณนายไรราเดินเข้าไปโอบป้านงที่ออกท่าทางตื่นๆ เล็กน้อย “ป้านงเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ ข่อยอยากจะลองช่วยอีสำลีด้วยวิธีของข่อย ถ้ามันได้ผลข่อยก็จะให้มันไปเย็บผ้าอยู่ที่ร้าน ให้มันพอมีเงินมีคำเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้า…ถึงข่อยกับมันจะเคยบ่ลองรอยกัน แต่ข่อยก็เคยตกอยู่ในกิเลสของคุณนายซาอุฯ มาก่อน อีหยังพอจะช่วยได้ ข่อยก็อยากจะช่วย”

“มึง มึง เว้าอีหลีบ่คุณนาย พวกกูไว้ใจมึงได้แม่นบ่” ป้านงตามแบบรีบๆ ก่อนจะหันไปสบตากับป้าหมายนิดๆ

“เฮาก็คนบ้านโคกอีรวยด้วยกัน ถ้าจะนับญาติกันจริงๆ แล้ว เฮาทั้งหมู่บ้านก็เป็นพี่น้องกันทั้งหมด ข่อยทิ้งอีสำลีไว้ด้านหลังโดยบ่ได้เฮ็ดอีหยังบ่ได้ดอกป้า…” คุณนายไรราพูด

“นี้แหละ ข่อยก็เลยอยากให้อีไรมันลองช่วยอีสำลีตามวิธีของมัน ถ้าได้ผลจะเป็นผลดีกับพวกเฮา….แต่ถ้าบ่ได้ผลค่อยหาวิธีช่วยมันต่อๆ ไป” คุณนายศรีพูดพลางนำทั้งหมดนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ที่เดิม

“อีแตน ไปเอาน้ำบ้านเฮามากินแนไป….” ป้าหมายใช้ลูกสาวที่กำลังนั่งเก็บกากข้าวเม่าเพลินๆ เธอไม่ขานรับแต่ก็ลุกเดินจากไปอย่างรวดเร็ว “เอาๆ ไหนๆ ก็ไหนๆ บ่ลองก็บ่ฮู้ ที่อีคุณนายไรเว้ามามันก็ถูก อีสำลีมันจำไผๆ บ่ได้ แต่ถ้าคนที่เคยตบกันบนศาลาวัด อีสำลีบ่มีทางลืมอย่างแน่นอน”

“ขอบใจหลายๆ ป้าหมาย ถ้าอย่างนั้นพาพวกข่อยขึ้นไปหามันแน” คุณนายไรราพูดและยิ้มอย่างคนมีความหวัง

“ไปๆ ตามกูมา ลองดู…” และป้านงก็เดินนำคนทั้ง 3 ไต่ขึ้นบันไดชักชันๆ สู่ชานระเบียงไม้โล่งๆ แดดกลางฤดูหนาวยามบ่ายก็ยังร้อนระดับหนึ่ง เมื่อประตูไม้สะแบงนากึ่งเก่ากึ่งใหม่ถูกเปิดออก เสียงร้องของสำลีก็ดังขึ้น

“อย่า… อย่า… แม่นผัวกูบ่ แม่นทิดมิตรบ่…พวกสู พวกสูเข้ามาเฮ็ดหยัง พวกสูเป็นไผ คือมาหลายคนแท้ๆ….ห้วย!…นั้นๆ รถจะไปกรุงเทพฯ หลีกทาง กูจะไปหาผัวกู”

“สำลี สำลีเอ้ย กู เอง อีหมาย อีนง…และมื้อนี้อีศรีกับอีคุณนายไรราก็มา”

“อีคุณนายไรรา อีคุณนายไรรา อีไร แม่นอีไรลูกสาวพ่อใหญ่บุญมาบ่…อีห่านี้กูเกลียดขี้หน้ามันขนาด”

“แม่นๆ กูเอง อีไร ลูกแม่ใหญ่สายพินนั้นละ….”

“อีไร อีไร อีห่าขั้วมึง มึง มึงมาเฮ็ดหยังบนบ้านบนเฮือนกู อีไร อีห่า ไปให้ไกล ลงเฮือนกูไปเดี๋ยวนี้”

“น่านๆ แม่นความอีไรอีหลี อีสำลีจำผู้ใดบ่ได้ แต่ถ้าเป็นอีคุณนายไรรา…อีนี้มันบ่มีทางลืมแน่นอน” คุณนายศรีพูดอย่างคนมีความหวัง ซึ่งทั้งป้านงกับป้าหมายก็ยิ้มให้กันจนเห็นน้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้ม

“ป้านง ป้าหมาย ขอข่อยได้อยู่กับมันเพียงลำพังแน่ อีสำลีมันจำข่อยได้แล้วละ” คุณนายไรราพูดก่อนจะพยักหน้าให้ทุกคนเห็น

“เดี๋ยวอีสำลีก็คั้นคอมึงตายดอก” ป้าหมายพูดแต่ไม่จริงจังเท่าใดนัก “เออๆ งั้นพวกกูจะคอยอยู่หลังประตูเผื่อมีอีหยังจะได้เข้ามาช่วยได้ทัน”

เมื่อทั้งหมดเดินออกจากห้องนอนแคบๆ ไปแล้ว สำลีที่เอาแต่นั่งหันหน้าเข้าผนังก็ยังนั่งตัวสั่นอยู่อย่างเดิม กระทั้ง

“อีสำลี กูฮู้ว่ามึงจำกูได้ และมึงบ่มีทางลืมคนอย่างกูอย่างแน่นอน สำลีมึงฟังกูให้ดี กูก็เคยตกอยู่ในสถานะบ่ต่างกับมึง ผัวกูมันเลวกูก็ต้องทิ้งมันเพื่อความอยู่รอดของกูกับลูก ถ้าผัวมึงมันเลวมึงก็ควรปล่อยให้คนเลวๆ ออกไปจากชีวิตมึงเช่นกัน…” คุณนายไรราหยุดประเมิน “เพื่อมึงกับลูกในท้องจะได้เริ่มต้นใหม่…มึงมีลูก ลูกมึงกำลังรอให้มึงกลับมาเป็นอีสำลีคนเก่า ถ้ามึงยังเป็นบ้าอยู่แบบนี้ แล้วลูกที่อยู่ในท้องจะเป็นอย่างไร ไผจะฮัก ไผจะกอด ไผจะคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ลูกมึง สำลี สำลี มึงได้ยินกูบ่” คุณนายไรราพูดยาวก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือจะไปลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ สักพักเธอผู้ได้ชื่อว่าเป็นผีบ้าเมียซาอุฯ ก็ค่อยๆ หันใบหน้าที่กำลังร้องไห้กลับมาหา

“มึงจำกูได้ อีสำลี กูเห็นเงาของกูในแววตาของมึงชัดเจน มึงจำอีไรราได้ มึงจำกูได้แม่นบ่….”

สำลียังร้องไห้และกำลังร้องให้หนักขึ้น หนักขึ้นจนคุณนายไรราต้องขยับเข้าไปโอบกอดพลางตบหลังไม่หยุด

“ลูกมึงกำลังรอคอยมึง เขามีมึงเป็นที่พึ่งเพียงคนเดียว มึงต้องตั้งสติเพื่อลูก กูก็เคยตั้งสติเพื่อลูก กูผ่านมันมาได้ มึงก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เช่นกัน….”

“อีไร….” เสียงสำลีเรียกชื่อเธอเบาๆ ทำให้น้ำตาของคุณนายไรราล้นทะลักอาบแก้มอย่างไม่ทันตั้งตัว “อีไร…อีไร….”

“เออ กูเอง อีไร  อีขี้ครอก อีขี้ข้า อีห่า อีกระหรี่ อีผีปอบ ที่มึงเคยด่า เป็นกูเอง”

“มึง มึง…..”

“มึงต้องตั้งสติ เรียกสติตัวเองกลับคืนมาเพื่อลูก สำลี มึงกำลังจะมีลูก ลูกมึงกำลังอยู่ในท้องมึงเวลานี้” คุณนายไรราจับมือสำลีไปลูบวนที่ท้องของเธอ

“ลูก กูกำลังจะมีลูก”

“แม่นๆ มึงกำลังจะมีลูก มึงต้องตั้งสติเพื่อลูก ตั้งสติเพื่อลูกของมึงอีสำลี เพื่อลูกของมึงคนเดียว”

“ลูก อีไร กูกำลังจะมีลูก”

“แม่นแล้ว มึงกำลังจะเป็นแม่คน มึงต้องกลับมาให้เร็ว กลับคืนมาเป็นอีสำลีคนเก่า กลับคืนมาทะเลาะกับกู กลับคืนมาด่ากูและกลับคืนมาช่วยกูเย็บผ้า มึงจะมีงานของมึงเอง มึงจะมีเงินมีคำเลี้ยงลูก มึงจะได้เห็นลูกมึงวิ่งเล่น ได้ยินเสียงลูกมึงหัวเราะ-ร้องไห้ มึงจะได้เห็นลูกมึงโตเป็นหนุ่มเป็นสาว อีสำลีกูอีไรราผ่านมาได้ มึงก็ต้องผ่านมันไปให้ได้คือกัน….”

“อีไร กูเย็บผ้าบ่เป็น”

คุณนายไรรายิ้มกว้างๆ ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้เธอ… “กูจะเป็นคนสอนมึงเอง”

“อีไร อีไรรา….อีไร มึง มึง…ฮื้อๆ…ฮื้อๆ อีไร อีคุณนายไร”

และประตูหน้าห้องก็เปิดออก

ป้าหมายกับป้านงถลาเข้ามากอดน้องสาวร้องไห้ไม่หยุด ต่างคนต่างอยากให้ลมหนาวของปีนั้นจากไปพร้อมกับผีบ้าเมียซาอุฯ เร็วๆ ใช่!…ดอกสะแบงนาร่วงเกือบหมดต้นแล้วเป็นเพราะลมหนาวในปีนั้นแท้ๆ อีสำลีจึงค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ….

“ก่อนลุงสักจะไปได้เว้ากับข่อยว่า…จริงๆ แล้วแกยังฮักอีสำลีอยู่มาก แต่เป็นเพราะในหัวใจอีสำลีบ่มีแกอยู่เลยแม้แต่น้อย อีสำลีเป็นบ้าเพราะหลงรักผู้ชายอีกคนจนหมดหัวใจ ในเมื่ออีสำลีบ่ได้ฮักบ่ได้แพงแกแล้ว การจะกลับมาอยู่กับอีสำลีแบบครอบครัวอย่างที่เคยเป็นก็รังแต่จะก่อปัญหาในอนาคต สิ่งสุดท้ายที่แกให้อีสำลีได้นั้นก็คือ…จักรเย็บผ้ากับคำฝากฝังไว้กับข่อย ลุงสักซื้อจักเย็บผ้าไว้ให้อีลำลี 1 หลัง อยากให้อีสำลีมีอาชีพ มีงาน มีเงินเลี้ยงลูก ขอให้มันฟื้นเร็วๆ ที่เหลืออีไรราจะสอนมันเอง”

“อีคุณนาย อีไร ฮื้อๆ….” ป้าหมายกับป้านงร้องไห้กอดคุณนายไรราคนละข้าง

“ฝากให้กำลังใจมัน อย่าพูดชื่อบักทิดมิตรให้มันได้ยินเป็นอันขาด กล่อมมันด้วยลูกในท้อง ลูกในท้องอีสำลีนั้นแหละคือยาวิเศษที่สุด” คุณนายไรราพูดขณะที่คุณนายศรีก็คอยเช็ดน้ำตาตัวเองแบบคนกำลังปลื้มปริ่มอยู่ข้างๆ…

ดอกสะแบงนาบานและร่วงเกือบจะหมดแล้ว ฤดูร้อนกำลังจะมาแผดเผาปีกหูกระต่ายสีแดงให้มอดไหม้ ผิวเปลือกหนาๆ ก็จะเปาะรอคอยฝนมากะเทาะ ในที่สุดหน่อสะแบงนาต้นใหม่ก็จะงอกงาม…ไกลจากจุดเดิม จุดที่ปัญหาเกือบจะทำให้ดอกสะแบงเป็นผีบ้า…..

…สายลมที่โชยพัด…

…โบกสะบัด โหมกระชาก….

…ดอกสะแบงนาก็ปลิดปลิว…

…เคว้งคว้างด้วยปีกหูกระต่ายสีแดง…

…หมุนราวกับลูกข่างกลางฟ้า…

…เป็นลีลาของผีบ้าเสรีภาพ…

…แต่ก็ไม่นิรันดร…

…เมื่อแสงแดดแผดเผา…

…ปีกหูกระต่ายบางๆ ก็จะมอดไหม้…

…เปลือกหนาๆ กำลังกะเทาะ…

…รอฝนอันฉ่ำชื้น…

…มาฟื้นหน่อแรกสะแบงนา…

…เวลาของยอดใหม่…

…ก็ได้พุ่งสู่ท้องฟ้า…

…สีครามกล่าวต้อนรับ…

…อีสำลีก็คนๆ หนึ่ง…

…ที่มิสิทธิ์ลุกขึ้นมายืนหยัด…

…เช่นกับหน่อแรกสะแบงนา…

……..

ที่หน้าร้าน-บ้านและโรงสีข้าวเจ๊กเตี้ยอีก 8 เดือนต่อมา

“ปาด! บักทิดทองกับอีวารีมันคือร่ำคือรวยแท้ๆ…สร้างบ้านใหม่ทั้งใหญ่ทั้งงาม แถมออกรถตุ๊กๆ แข่งกับเจ๊กเตี้ยได้อีก…” ลุงสุกพูดขณะกำลังรอข้าวสารจากโรงสี

“เห็นบ่ พวกสูเชื่อกูแล้วบ่ว่า โหงวเฮ้งของบักทิดทองกับอีวารีมันดีจริงๆ นี้ขนาดบ้านมันยังบ่ทันเสร็จยังงามขนาดนี้ ถ้าเสร็จสมบูรณ์จะงามขนาดไหน พวกสูคอยเบิ่งเองก็แล้วกัน เว้าไปเจ็บคอ บ่เว้าหลายความดีกว่า ฮะ ฮะ ฮะ” เจ๊กเตี้ยพูดก่อนจะหันหลังเดินหัวเราะรัวๆ ถี่ๆ ตามหลังลูกสาวที่กำลังขนลังกระดาษเข้าไปในร้าน

“คืออยากไปแท้ๆ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เนี้ย” ทิดชายพูดจนคล้ายกับคนเพ้อ

“ไปบ่ได้แล้วละ….ประเทศซาอุฯ เขาห้ามแรงานไทยเข้าประเทศ”

“อ้าวๆ…คือเป็นแบบนั้นละ”

“ก็มีพวกผีปอบเฮ็ดเรื่องบ่ดีบ่งามอย่างที่เป็นข่าวนั้นละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า….อ้าวๆ นั้นคุณหมอตี๋ใหญ่ก็มานำบ่”

“สวัสดีครับ ปิดเทอมหยุด 1 อาทิตย์เลยมาช่วยงานที่บ้านนะครับ” ตี๋ใหญ่ตะโกนจากหลังรถก่อนจะหันไปดุพรรณที่กุลีกุจอจะมายกลังเข้าไปในร้านอีกรอบ “บ่ต้องมายกดอกเดี๋ยวเฮียจะยกเข้าไปให้เอง”

“แค่ลังขนมบ่หนักดอก ช่วยกันหลายๆ คนจะได้เสร็จเร็วๆ” พรรณพูดเสียงดัง

“จะได้ไล่เฮียกลับเร็วๆ แม่นบ่….”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า มาๆ ลุงช่วย ทิดชายมาช่วยอีกคน คุณหมอจะได้กลับบ้านเร็วๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ลูกเขยเจ๊กเตี้ยนี้หล่อขนาดน้อ….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“บ่ฮู้ว่าเขาจะมักผมบ่ดอกพ่อใหญ่….ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ตี๋ใหญ่พูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดังจนพรรณที่หอบลังขนมเข้าไปในร้านไม่กล้าเดินกลับออกมาอีกเลย

“ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ พวกสูอย่าแซวมันหลาย….เดี๋ยวคุณหมอก็บ่กล้าขึ้นหาอีพรรณดอก ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ” เป็นเสียงเจ๊กเตี้ยตบท้ายก่อนความมืดจะเข้ามาครอบคลุมอย่างสมบูรณ์แบบ

“เฮียดีใจนำเด้อพรรณที่สอบติดพยาบาล” ตี๋ใหญ่กระซิบ

“แม่นอีหลีบ่เฮีย”

“แม่นเฮียแวะไปเบิ่งให้เมื่อวาน….พรรณสอบได้ลำดับที่ 3”

“หา!…แม่ใหญ่หงส์ แม่ใหญ่หงส์ ลูกสาวเฮาสอบติดพยาบาล” เสียงเจ๊กเตี้ยเผลอดังก่อนลูกสาวขณะแอบฟังทั้งคู่คุยกันอยู่หลังตู้โชว์ “แม่ใหญ่หงส์ แม่ใหญ่หงส์”

“แม่นอีหยังเสียงดังสามบ้านแปดบ้าน….”

“ลูกสาวเฮาสอบติดพยาบาล….”

“แม่นอีหลีบ่ตี๋ใหญ่ แม่นน้องสอบติดอีหลีบ่ลูก….”

“แม่นอีหลีครับแม่ ก่อนจะกลับบ้านได้แวะตรวจให้เรียบร้อยบ่ผิดแน่นอน….ผมขึ้นหาพรรณได้แล้วแม่นบ่ครับ”

“ไป ไป เฮียตี๋กลับบ้านไปเลย….”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…….”

(*ขึ้นหา ในภาษาอีสานหมายถึงการขึ้นไปนั่งจีบกันบนบ้านของฝ่ายหญิง เน้น ขึ้นไปนั่งจีบกันอย่างเดียว ไม่ได้ขึ้นไปหาทำนองฉันชู้สาวแต่อย่างใดนะครับ ในมุมมืดมักจะมีพ่อแม่ของฝ่ายหญิงแอบซุ้มดูพฤติกรรมอยู่ด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครคิดจะแอ้มสาวอีสาน ย๊าก!นะครับจะบอกให้ )

………

จบ สะแบงนาดอกนั้น คุณนายซาอุฯ (ฉบับบ้านโคกอีรวย) บทที่ 31

อ่านตอนอื่นๆ คลิ๊กเลยจ้า

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...