อนุชาย2 บทที่38

อนุชาย2 บทที่38 อนุชาย2 ชิมะรำลึก บทที่38 จบบริบูรณ์

อนุชาย2 ชิมะรำลึก

กลางเดือนกรกฎาคมที่ซานฟรานซิสโก

ณ บ้านพักอาศัย 2 ชั้นทรงโมเดิร์นบนถนน 29th Ave ห่างจากแยกแซนติเอโก (Santiago St.) ไม่ถึง 100 เมตร อนุชัยกับดร.ชานนท์ไม่ได้บอกอาตี้ถึงการมาสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ พวกเขาใช้เวลาติดต่อ-จัดการอยู่ 1 อาทิตย์ทุกอย่างจึงไปรวมในกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเอสี่-ห่อด้วยกระดาษสีวะนิลาเรียบๆ โดยมีข้อความถึงผู้รับคือ นายอานนท์ สายสกุล (อาตี้) ทั้งดร.ชานนท์และอนุชัยตั้งใจเซอร์ไพรส์ลูกชายหลังอาหารเย็น

และเวลา 18.00 น. ของวันนั้น…ภายในห้องรับแขกก็ปรากฏร่างของดร.ชานนท์นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา อนุชัยกำลังจัดการกับอาหารมื้อค่ำแบบง่ายๆ อยู่ที่เคาน์เตอร์รูปตัวแอลในครัว ส่วนยูจิ ยามาซาดะ หลังสอบเสร็จก็บินกลับชิมะ จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ 2 วันที่ผ่านมา อาตี้จึงอยู่เพียงลำพังในห้องเวลานี้…

#อ๊ากกกกกก!…..#

และเสียงร้องเพียงครั้งเดียว ทำให้ดร.ชานนท์กับอนุชัยวิ่งไปยืนจ้องหน้ากันที่โถงขึ้นชั้น 2

“อาตี้…” อนุชัยได้สติก่อน เขาถอดถุงมือทำอาหารยัดใส่กระเป๋าผ้ากันเปื้อนก่อนจะวิ่งนำขึ้นบันได แต่ก่อนจะถึงประตูห้อง ดร.ชานนท์ก็สะกิดพยักหน้า อนุชัยจึงหลบรออยู่ด้านหลัง

#ก๊อก ก๊อก#— “อาตี้ อาตี้ เป็นอะไรครับ” ดร.ชานนท์ยังเคาะประตูต่ออีก 2 ทีก่อนจะนิ่งรอ เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับ อนุชัยจึงเคาะเรียกลูกชายด้วยตัวเอง

“อาตี้ อาตี้ครับ…”…กระทั้งได้ยินเสียงไม่สม่ำเสมอดังขึ้น

“อาตี้ขออยู่คนเดียวนะฮะ”

ทั้งคู่มองหน้ากันจนดร.ชานนท์ทนไม่ได้จะเคาะเรียกอีกแต่อนุชัยก็ห้ามเอาไว้ “ปล่อยลูกมีเวลาส่วนตัวบ้างเถอะ” เขากระซิบก่อนจะพูดกึ่งตะโกนบอก “ได้…อีกชั่วโมงเจอกันที่โต๊ะอาหารนะครับ” ไม่มีเสียงตอบกลับแต่ขณะที่ดร.ชานนท์กำลังจะหมดความอดทน

“ฮะ….” เสียงอาตี้ก็ดังขึ้น อนุชัยพยักหน้าพร้อมกับฉุดมือดร.ชานนท์ลงไปรอด้านล่าง

“นายว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกกันแน่” ดร.ชานนท์ถามเพื่อผ่อนคลายความอึดอัดและอนุชัยก็ตอบจากการคาดเดาเช่นกัน

“วัยหนุ่มนะชานนท์ เราก็เคยผ่านมันมา…ใจเย็นๆ”……

ส่วนคนที่ขังตัวเองอยู่ข้างในหลังจากร้องไห้จนอิ่ม อาตี้ก็หยิบโทรศัพท์มือถือมาใช้งาน

#นายถึงญี่ปุ่นยัง——>(ไม่ถึงนาทีข้อความผ่านไลท์ก็ตอบกลับ)ถึงแล้ว มีอะไร—–>ตอนที่นายถูกนานาปฏิเสธนายรู้สึกอย่างไรบ้าง—–>อย่าบอกฉันนะว่า——>ใช่!…..——>(ข้อความถูกเว้นระยะหลายนาที)ฉันจะบินกลับไปอยู่เป็นเพื่อน—–>ไม่ ไม่…ฉันเพียงอยากรู้ว่านายจัดการกับตัวเองอย่างไร——>ฉันมีนายไง…..เวลานี้ฉันจึงต้องการให้นายมีฉัน——>(อาตี้ปาดน้ำตาพลิกตัวนอนหงาย สายตาค้างอยู่กับโคมไฟที่ยังไม่เปิดใช้งาน)ยูจิ——>ฉันจะบินกลับเช้าวันพรุ่งนี้——>ไม่ต้อง…..นายไม่ต้องมา ฉันจะยกเลิกงานช่วงซัมเมอร์และจะบินไปหานายที่ชิมะเอง——>อาตี้!——>ฉันทนเห็นบรรยากาศในซานฟรานฯไม่ไหวอีกแล้ว——>อาตี้เราต้องคุยกัน ฉันจะโทรหา——>ไม่ต้อง—–>(ยูจิ ยามาซาดะส่งรูปตุ๊กตาหมีร้องไห้ตอบกลับ)——>นายรอฉันอยู่ที่นั้น——>ชิมะจะช่วยเยียวยา ฉันจะรอ….นายจำให้ขึ้นใจนะว่า “ฉันจะรอนายที่ชิมะ”#

ผ่านเวลาอาหารค่ำมา 5 นาที ดร.ชานนท์ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาวกับกางเกงผ้ายืดสีเทาเข้มก็เดินวนเป็นวงกลมราวกับหนูติดจั่นภายในห้องอาหารสลับมองขึ้นไปด้านบนแบบคนไม่สบายใจอย่างที่สุด…

“ใจเย็นๆ น่า…”

“จะ 10 นาทีแล้วนะ” ดร.ชานนท์บ่น สีหน้าเคร่งเครียดกำลังจมหมอง เขาจิ! ปากส่ายหน้าไม่รู้ทิศพร้อมกับเดินเอามือไขว้หลังผ่านอนุชัยไปอีกรอบ “ฉันจะขึ้นไปตามลูก”

“ขอโทษฮะพ่อ” แต่อยู่ๆ เสียงไม่มีน้ำหนักของอาตี้ก็ดังขึ้น….อนุชัยผวาลุกราวกับเห็นบางอย่าง ดร.ชานนท์หันมองและเขาก็ตกอยู่ในภวังค์จนอาตี้พุ่งไปกอดพร้อมกับร้องไห้อย่างหนัก

“เกิดอะไรขึ้นอาตี้” อนุชัยถาม ขณะที่ดร.ชานนท์ได้แต่เกร็งมือกอดลูกชายให้นิ่ง

“พ่อฮะ….คุณพ่อฮะ….อาตี้ อาตี้ไม่ไหวแล้ว”

“นั้นซิอาตี้เกิดอะไรขึ้นเล่าให้พ่อฟังได้ไหม” ดร.ชานท์ถามพร้อมกับกอดพยุงพาลูกชายไปห้องนั่งเล่น อนุชัยเปิดไฟทุกดวงให้สว่างก่อนจะสาวเท้าตามไปนั่งลงข้างๆ

“ถ้าจะให้เดา….” อนุชัยกำลังจะพูดอาตี้ปาดน้ำตาก็แทรกขึ้น

“ทำไมผู้หญิงถึงเข้าใจยากจังเลยฮะ”

“หา!….ลูกกับซาร่า….” ดร.ชานนท์อุทาน

“ฮะ….เธอเพิ่งบอกเลิกอาตี้เมื่อบ่ายนี้เอง ฮื้อๆ….คุณพ่อฮะ ทำไม ทำไมละฮะ อาตี้ไม่เข้าใจ อาตี้ทำอะไรผิด ฮื้อๆ”

อนุชัยลูบหลังลูกชายปลอบ “ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน”

อาตี้ผละจากดร.ชานนท์มากอดเขา “คุณพ่อฮะ”

“ความรัก…เป็นเรื่องปกติของชีวิตมนุษย์…ทุกคนจะต้องเรียนรู้…แต่ละคนใช้เวลากับความรักไม่เท่ากัน….ดูอย่างพ่อเป็นตัวอย่าง พ่อเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงและเคยอกหักเพราะผู้หญิงมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่เมื่อมาเจอกับพ่อชาย พ่อก็ต้องเสียเวลาเพื่อเรียนรู้มัน ทนทุกข์อยู่กับมัน จมอยู่ในโลกสีมัวๆ ไร้ขอบเขตเกือบ 20 ปี”

ดร.ชานนท์ลูบหลังอาตี้พร้อมกับเบนความคิดย้อนกลับไปในอดีต  “วันหนึ่งเมื่อ 18 ปีก่อน หลังเรียนจบพ่อพาพ่อนุไปชิมะและพ่อก็ทิ้งพ่อนุเอาไว้กับไข่มุกสีเทา ระหว่างนั่งเครื่องบินกลับประเทศไทย…” ดร.ชานนท์สูดลมเข้าสู่ปอดจนเต็ม “เหมือนกับพ่อกำลังเดินทางสู่ขุมนรกและในที่สุดมันก็เป็นเช่นนั้น…อาตี้….บ้าน Loft Love ที่เราอยู่ปัจจุบันไม่ใช่หลังแรก แต่เป็นหลังที่ 2…พ่อสร้างขึ้นมาเมื่อพ่อมีลูก พ่อสร้างมันขึ้นมาจากบทเรียนหนึ่งของความรักโดยหวังว่าลูกจะเข้ามาแทนที่พ่อนุ….ระหว่างก่อสร้าง…พ่อไม่เคยถือแบบ พ่อคิดและสร้างมันจากความทรงจำ….อาตี้ถึงแม้ว่าบ้าน Loft Love สร้างมาเพื่อลูกก็จริง…แต่ลึกๆ พ่อไม่เคยทิ้งศรัทธาที่มีต่อความรัก…ถ้าวันนี้ไม่มีพ่อนุ พ่อก็จะอยู่เพื่อรอพ่อนุ เพราะพ่อศรัทธาและเชื่อมั่นในความรัก…อาตี้….เข้าใจไหมลูก” ดร.ชานนท์ร่ายยาว แต่อาตี้ก็ยังมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“ความรักออกแบบไม่ได้ อาตี้ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ถึงจะใช้เวลาทั้งชีวิตลูกก็ต้องเรียน พ่อไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งวุ่นวายในเรื่องนี้…เพราะพ่อเชื่อว่า ความรัก ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน กับใคร เมื่อไหร่ สถานะไหน อย่างไร-ย่อมงดงามเสมอ ลูกต้องมีศรัทธาอย่างที่พ่อชายบอก….อย่ายอมแพ้เด็ดขาด”

ดร.ชานนท์ลุกไปหยิบกล่องของขวัญมายื่นให้ “นี้คือหลักฐานความศรัทธาที่พ่อ 2 คนมีต่อความรัก อาตี้ พ่อไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา พ่อว่าลูกควรจะได้มันเพื่อความรักของลูกจะได้ก้าวต่อไป”

อาตี้ยันตัวเองนั่งตรงๆ เขาใช้หลังมือปาดน้ำตาเพียงครั้งเดียวก่อนะจะรับกล่องของขวัญมาแกะ…เมื่อกระดาษ 2 แผ่นถูกดึงออกมาวางต่อหน้า…เขาก็ตาลุกวาว “คุณพ่อ….”

“อุปสรรคความรักของพ่อ 2 คน…ทั้งผิดปกติ…ผิดธรรมชาติที่ควรจะเป็น อาตี้…พ่อยังผ่านมันมาได้ ลูกก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เช่นกัน” อนุชัยพูดเนิบๆ

“พ่อมาอเมริกาก็เพื่อสิ่งนี้และในที่สุดพ่อกับพ่อนุก็เป็นพ่อที่ถูกต้องตามกฎหมายของลูก อาตี้…ลูกปลอดภัยและเป็นอิสระในประเทศไทยแล้วละ”

“คุณพ่อฮะ….” อาตี้ยกทะเบียนสมรสระหว่างอนุชัยกับดร.ชานนท์ขึ้นมาอ่าน “คุณพ่อฮะ….”

“อีก 2 วัน เราจะไปชิมะกัน” อนุชัยพูด

“อาตี้ก็กำลังขอเรื่องนี้อยู่พอดีเลยฮะ”

“พ่อไม่ปล่อยให้ลูกอยู่ลำพังแน่ ๆ…” ดร.ชานท์สมทบ

“อะไรที่หัวใจของลูกปรารถนา พ่ออยากให้เชื่อและทำตามที่มันเรียกร้อง”

“จงปล่อยให้หัวใจนำทาง….พ่อจะไม่กีดกันหรือขัดขวางและพร้อมจะยินดีกับทุกๆ สถานะที่ลูกเลือกจะเป็น” ดร.ชานนท์พูดพลางตบหลังลูกชาย 2 ที

“ถึงแม้วันหนึ่งข้างหน้าลูกจะเลือกอยู่กับ ยูจิ ยามาซาดะ ไม่ใช่ ซาร่า แมคคอล์ย หรือผู้หญิงคนไหน…พ่อ 2 คนก็จะยอมรับและยินดีกับสิ่งที่ลูกเลือกเสมออาตี้….”

“ขอเพียงแค่ลูกมีความสุข” ดร.ชานนท์ตบท้าย ก่อนอาตี้จะรวบกอดคนทั้งคู่

“ฮื้อๆ ขอบคุณ ขอบคุณครับคุณพ่อ….”

“ไปเถอะ เลยเวลาอาหารค่ำละ….พรุ่งนี้จะได้เตรียมตัวเดินทางแต่เช้า”

line1 for timmy

ที่เมืองชิมะจังหวัดมิเอะประเทศญี่ปุ่น…

ก่อนวันแต่งงานของหญิงรัดดาอนุชัยกับดร.ชานนท์ได้บินมาที่ชิมะ เพื่อคุยกับทีมวิศวกรก่อสร้างเพื่อปรับปรุงบ้านพักอาศัยชั้นครึ่งหลังคาป้านๆ ที่สร้างอยู่บนเนินกำแพงหินข้างป่าสนพันปีของศาลเจ้าชินโตแล้วครั้งหนึ่ง พวกเขาไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากเปลี่ยนผนังเดิมเป็นผนัง Loft เปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาและงานภายในอีกนิดหน่อยแค่นั้น จุดประสงค์ไม่มีอะไรมากนอกจากต้องการจะให้บ้าน Loft Love 2 หลัง ที่อยู่คนละมุมโลกเชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งเมื่อพวกเขามาถึง  มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ….

……เมื่อความรักก่อเกิด……หัวใจก็อบอุ่น……

……ไม่จำเป็นต้องรอรักตอบสนอง……เพราะหัวใจแห่งรัก…….

……จะยิ้มตอบเพราะรัก…….เพื่อรัก เพื่อเรา แค่เรา……

…………….นิราศเมืองชิมะ ประเทศญี่ปุ่น1997

แดดใกล้เที่ยงปลายเดือนกรกฎาคมเกือบจะเป็นสีขาว แต่เมื่อมีลมจากมหาสมุทรแปซิฟิกโชยเอื่อยๆ ผ่านป่าสนพันปีในศาลเจ้าชินโตเข้าสู่ตัวบ้าน ระเบียงปูนที่กรุ-ปูใหม่ด้วยกระเบื้องแผ่นใหญ่สีเทาเรียบๆ บนเนินกำแพง Loft จึงถูกใช้งานแทนห้องนั่งเล่นไปโดยปริยาย ยูจิ ยามาซาดะ ขับมอเตอร์ไซด์มารับอาตี้ไปโรงงานไข่มุกของตระกูลบูโตะที่อยู่ติดกับท่าเทียบเรือบนถนนชิมะโคะ วากุ ตั้งแต่เช้า อนุชัยกับดร.ชานนท์จึงมีเวลารำลึกถึงวันเก่าๆ เพียงลำพัง ทั้งคู่สวมเสื้อคลุมยูกาตะสำหรับหน้าร้อนทับเสื้อยืดสีขาวแบบสบายๆ และตักของอนุชัยก็ถูกดร.ชานนท์ใช้แทนหมอนอีกเช่นเคย

“นายล้างหูให้ฉันหน่อยซิ” ดร.ชานนท์พูด อนุชัยที่เตรียมอุปกรณ์พร้อมอยู่ก่อนแล้วจึงไม่ลังเล

“นายจำนิราศเมืองชิมะได้ไหม”

ดร.พยักหน้าขณะนอนตะแคงข้างหันหน้ายิ้มรับเปลวแดดนอกรัศมีเงา “……เมื่อความรักก่อเกิด….หัวใจก็อบอุ่น…..ไม่จำเป็นต้องรอรักตอบสนอง……เพราะหัวใจแห่งรัก……จะยิ้มตอบเพราะรัก…..เพื่อรัก เพื่อเรา แค่เรา….ฉันไม่มีวันลืมมันได้หรอก”

“ปี 1997 แป๊บเดียวก็ 20 กว่าปีแล้วรึเนี่ย!” อนุชัยพูดขณะหยิบคัตเติ้ลบัดชุบไฮโดรเจนปั่นหูด้วยความระมัดระวัง “ชิมะเป็นเมืองที่เงียบดีนายว่าไหม”

“ใช่! อากาศก็เย็นสบายราวกับติดแอร์ทั้งเมืองเชียวละ…นุ…”

“ฮึ!….” อนุชัยขานรับ…ดร.ชานนท์เงียบราวกำลังใช้ความคิด “มีอะไร”

“นายจะอยู่กับไข่มุกสีเทาได้จริงๆ เหรอ”

อนุชัยถอนคัตเติ้ลบัดวางไว้ข้างๆ เขายืดตัวมองเข้าไปในป่าสนพันปีสักพัก “ชิมะคือบ้านหลังหนึ่งของเราชานนท์ ไข่มุกสีเทาเองก็ต้องการคนดูแล ยูริจังคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ”

“ถ้าอาตี้กับยูจิเปิดร้านขายไข่มุกที่ไอคอนฯ ฉันก็ต้องย้ายมาประจำที่นี่ถาวร”

“ไม่ใช่แค่นายที่รัก แต่เป็นเรา เราทั้งคู่” อนุชัยยิ้ม ทั้ง 2 จ้องกันสักครู่ดร.ชานนท์ก็ยันตัวขึ้นมาจุมพิต

“ฉันต้องขอบคุณไข่มุกแห่งชิมะด้วยใช่ไหม”

“ไข่มุกสีเทาจะเตือนสติเรา…ชานนท์”

“ชิมะคือบ้าน”

“Loft Love House คือบ้านเรา…ฉันขอบคุณนายมากๆ ที่ไม่ยอมปล่อยมือฉัน” อนุชัยพูดพร้อมกับอ่านแววตากำลังอิ่มเอมด้านล่าง

“ฉันต้องขอบคุณนายต่างหากที่กลับมา”

“เหมือนนายจะเข้าใจชิมะแล้วใช่ไหม”

“ฉันก็เพิ่งกระจ่างก็ตอนนี้เอง….ไปเถอะที่รัก เราต้องเข้าไปดูร้านอัญมณีบูโตะที่มิเอะ เผื่อจะได้คุยกับยามาซาดะซังด้วย”

“อื้อ!…..” อนุชัยตอบรับ ทั้งคู่หายเข้าไปเปลี่ยนชุดสักพัก…รถ BMW. สีขาวก็นำออกนอกเมืองชิมะมุ่งหน้าสู่ตัวจังหวัดมิเอะทางทิศใต้ แดดบ่ายกำลังไล่ตามหลัง ชิมะเองก็รอให้ทั้งคู่กลับไปหาอยู่ด้านหลังเช่นกัน

“ฉันรักนาย อนุชาย”

“อนุชัยโว้ย!….คำหลังสั้นๆ OK”

อีกคน….

ยูจิ ยามาซาดะ ขับมอเตอร์ไซด์ออกจากโรงงานไข่มุกของครอบครัวตระกูลบูโตะตอนใกล้เที่ยง ถนน 260 ที่เลาะเลียบตามแนวเชิงเขาขนานไปกับมหาสมุทรแปซิฟิกโดยมีอาตี้นั่งซ้อนท้ายกอดเอวแน่น ถนนสีเทาเกือบดำโล่งสุดสายตาเส้นบอกทางจราจรก็เด่นขาวเป็นระเบียบ เมื่อพวกเขามาถึงจุดชมวิวที่ไร้ผู้คน ยูจิ ยามาซาดะ ก็จอดมอเตอร์ไซด์พร้อมกับเดินนำไปตามทางลาดขึ้นสู่กำแพงหินป้องกันคลื่นสึนามิ ทั้งสองเลือกนั่งอยู่บนกำแพงนั้นแทนร้านอาหารอย่างที่ควรจะเป็น ลมแปซิฟิกค่อนข้างแรง แต่พวกเขาก็นิ่งมองขอบฟ้าที่เห็นมหาสมุทรเป็นเส้นเดียวทึบๆ กระทั้ง….

“ตอนที่นายโดนนานาบอกเลิก นายรู้สึกอย่างไร”

ยูจิชำเลืองอ่านด้านข้างอาตี้ ก่อนจะหัวเราะ หึ หึ ในลำคอ “ฉันบอกนายไปแล้วไง”

“นายไม่เจ็บบ้างเลยเหรอ” อาตี้ถามต่อ

ยูจิหันไปมองจุดเดิม “ลึกๆ แล้วฉันอาจจะรักนาย แคร์นายมากกว่านานา ฉันจึงผ่านมันมาได้”

“ยูจิ!…..” อาตี้ตวาด

“แต่นายสบายใจได้ ฉันไม่หวังให้นายมารักฉันแบบคนรักหรอก…..” ยูจิเว้นระยะให้ความรู้สึก “ถ้านาย…..”

ยูจิพูดไม่ทันจบ อาตี้ก็ดึงเข้ามาจูบ แปซิฟิกเป็นพยาน ชิมะคือสถานที่ “ทำไมฉันไม่รู้สึกเหมือนกับจูบซาร่าเลยสักนิด”

ยูจิหน้าแดงไม่ถึงนาทีก็ซี๊ด! ปากหน้าสลดเบนสายตาสู่จุดเดิม “ฉันไม่เร่งรัดนายหรอกอาตี้”

“ยูจิ!….”

“เวลานี้นายชอบผู้หญิง….แต่ถ้าเมื่อไรหัวใจของนายเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้ๆ ฉัน…..” ยูจิมองหน้าอาตี้จนเข้าสู่นาทีที่ 10  “อย่าลืมว่ายังมีฉันที่เฝ้ารอ”

“ยูจิ….ฉัน ฉัน ไม่อยากเห็นนายอกหัก”

ยูจิ ยามาซาดะ ปาดเส้นผมที่ยาวปกใบหน้าให้พ้นรำคาญ “ไม่หรอกอาตี้ ฉันรู้ว่านายรักฉัน…จะรักรูปแบบไหน นายก็รักฉัน ถึงแม้ว่าวันที่ฉันเฝ้ารอจะไม่มีวันมาถึง แต่ในเมื่อฉันได้เฝ้ารออยู่กับความรักส่วนที่นายมีให้ แค่นั้น….ก็มากพอแล้วละ”

“ยูจิ…..”

“ฉันพูดจริง 私は正直です(Watashi wa shōjikidesu)”

“ยูจิ…ฉัน ฉัน อยากลองจูบนายอีกครั้ง….” อาตี้พูดไม่ทันจบ ยูจิ ยามาซาดะ ก็กระชากคอเสื้อดึงอาตี้เข้าจูบทั้งคู่แลกลิ้นจนอิ่ม ยูจิจึงเป็นฝ่ายผลักออกเสียเอง…“นายรอฉันได้แน่นะ”

“もちろん(Mochiron) แน่นอน”

แดดเที่ยงที่ชิมะสีขาว เป็นสีขาวที่บอกรายละเอียดสีอื่นได้ชัดเจน รอยยิ้ม-คำสัญญาของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นที่กำแพงสึนามิของชิมะ ภูเขาที่แอบอิงอยู่ด้านหลังก็เป็นพยาน อนาคตไม่อาจคาดเดา หัวใจของอาตี้จะเหมือนกับอนุชัยผู้เป็นพ่อหรือไม่….ก็ไม่มีใครรับรองได้อีก…แต่คำพูดจากปากของยูจิที่บอกว่า “อย่าลืมว่ายังมีฉันที่เฝ้ารอ” ได้ฝังเข้าไปเก็บไว้ในส่วนที่ลึกสุดของอาตี้เข้าแล้ว ทั้งสองยิ้มให้กันก่อน ยูจิ ยามาซาดะ จะลุกยืน เป้ากางเกงตุงๆ เด่นลอยเหนือใบหน้าไม่กี่เซ็นติเมตร

“ไปเถอะ ฉันหิวแล้ว”

“ฉันอยากจะลองกินนายแทนอาหารสักมื้อ ยูจิจัง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าอย่างนั้นยิ่งต้องรีบใหญ่เลยเร็วเข้าอาตี้คุงของฉัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

……….จ บ บ ริ บู ร ณ์……….

จบ อนุชาย2 บทที่38 ชิมะรำลึก

Spread the love