อนุชาย2 บทที่4

อนุชาย2 บทที่4อนุชาย2 บทที่4 Loft Love House2

อนุชาย2 บทที่4

Loft Love House2

“ฮัลโหล…พี่ชายคะ”

(แครรี่กลับถึงแวนคูเวอร์แล้วเหรอคะ)

“3 วันแล้วคะ พี่ชายได้รับพัสดุรึยังคะ”

(อ๋อ! วางอยู่บนโต๊ะเป็นของฝากจากเมืองไทยใช่ไหม)

“เปล่าคะจากซิดนีย์ต่างหาก ฮิ ฮิ ฮิ”

(แครมีเวลาไปเที่ยวออสเตรเลียด้วยเหรอแล้วงานศพคุณอาผ่านไปด้วยดีนะคะ)

เสียงแกะกล่องพัสดุดังเข้ามาในสายโทรศัพท์ “เปล่าคะ…แครพาคุณพ่อไปอยู่กับแม่พรที่อำเภอหมวกเหล็กเสร็จแล้วก็กลับเลย มีใครบางคนไล่แครนะคะ”

(แครรี่ นี่ นี่มัน…)

“คะ ไม่ต้องให้แครบอกก็พอจะเดาออกนะคะว่าเป็นของใคร….เราเจอกันสั้นๆ สุดท้ายเขาก็หายไปราวกับปีศาจอีก แต่แครมีโอกาสคุยกับทนายอำพลเรื่องวันเปิดพินัยกรรมที่แครไม่ได้เข้าร่วมนะคะ…คุยกันเพลินเลยเสียมารยาทสืบข้อมูลภรรยาที่หายไปของพี่ชายมาให้ด้วย….อยู่ในซองสีขาวนะคะ เผื่อว่าจะเป็นกำลังใจในการเรียนได้บ้าง”

(แครรี่….)

“แครว่านุเขาจงใจจะฝากมาให้พี่ชายนะคะ แครอ่านลักษณะการวางนิ้วขณะนุวางหมวกแก๊ปสีดำลงหน้าแคร…นุเขายังรักพี่ชายมากๆนะคะ….เชื่อแครซิ”

(…….) ชานนท์หยิบหมวกใบนั้นมาสูดดมพร้อมกับกกกอดนิ่งๆ นาน….ก่อนนิ้วจะเขี่ยเปิดคลิปเสียงสนทนาที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์…….

“พี่ชายคะ พี่ชาย พี่ชายยัง Call อยู่ไหมเนี่ย……….เอ๋! เสียงอะไรเหรอคะ……

#นายนอนรึยัง——> อื้อ ฮึ…กำลังจะ——>ปิดไฟรึยัง——>อื้อ ฮึ—->ห่มผ้ารึยัง——>อื้อ ฮึ——>หลับตาซะ ฉันกำลังมุดเข้าผ้าห่มแล้วนะ——>อื้อ ฮึ—->ฉันนอนข้างๆ นายแล้วนะ——>อื้อ ฮึ—->ขอจูบหน่อย——>ครับ——->ฝันดีนะนายนกป่าของฉัน#

“ในที่สุดพี่ชายกับนุก็มีลูกด้วยกัน…ครอบครัวพี่ชายใกล้จะสมบูรณ์แบบแล้วละคะแครรี่…”

ชานนท์ใช้เวลา 4 ปีเต็มในการเรียนปริญญาโทและปริญญาเอก ในที่สุดวันเดินทางกลับเมืองไทยก็มาถึง เขาแวะไปหาแครรายที่ถนนวิลเลี่ยม ริชมอนด์ สั้นๆ ก่อนจะตรงดิ่งไปยังสนามบินนานาชาติแวนคูเวอร์ขณะที่เหลือเวลาขึ้นเครื่องกว่า 5 ชั่วโมง เก้าอี้รอบๆ ในรัศมี 50 เมตรยังไม่ปรากฏผู้โดยสารแม้แต่คนเดียว จะเที่ยงคืนแล้วโทรศัพท์มือถือก็กำลังฉายวิดีโอความน่ารักของลูกชายวัย 4 ขวบจนเวลา 5 ชั่วโมงแสนสั้นราวกับแค่ 5 นาทีในความรู้สึกเวลานั้น….

(ปะป๋า ปะป๋า….) จากวันแรกที่เพิ่งหัดพูด…กระทั้งอาตี้พูดได้คล่อง เรียกพ่อได้ชัด (…คุณพ่อจะกลับมาหาอาตี้เมื่อไรครับ อาตี้คิดถึงคุณพ่อชาย….คุณพ่อชายครับอาตี้อยากได้โลบอทตัวใหญ่ๆ คุณพ่อซื้อมาฝากอาตี้ด้วยนะครับ—-รักคุณพ่อไหมครับ [เป็นเสียงป้าสมใจพยาบาลปลดเกษียณที่คุณหญิงพวงพรให้มาเลี้ยงอาตี้ตั้งแต่แรกเกิด]—คิดถึง คิดถึง อาตี้คิดถึงพ่อชาย พ่อชายครับกลับมาหาอาตี้เร็วๆ นะครับอาตี้จะรอ)

ชานนท์ปาดน้ำตาบางๆ ก่อนจะผงกหัวให้โทรศัพท์มือถือเร็วๆ “ครับ ครับลูก….ดวงตาของลูก รอยยิ้มของลูกซิได้พ่อนุมาครบจริงๆ….อาตี้ อาตี้ครับอีกไม่ถึง 20 ชั่วโมงเราจะได้เจอกันตัวเป็นๆ แล้วนะครับ รอพ่อชายนะลูก”

แดดใกล้เที่ยงของวันต่อมาที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เด็กชายผิวขาวยิ้มเก่งกำลังวิ่งวนไปรอบๆ ชายหญิงร่างท้วมแต่งตัวภูมิฐานสมวัย 50 ปลายๆ ความซุกซนทำให้คุณหญิงพวงพรต้องติดสายจูงยาวแบบเด็กฝรั่ง เขาจะโผล่หน้ามาหัวเราะใส่ ดร.ชวนนท์ หลังกลุ่มคนที่เดินไป-มาเป็นระยะๆ และเสียงปรามเบาๆ จากคุณหญิงพวงพรก็จะดังให้ได้ยินเป็นระยะเช่นกัน

“ปีใหม่ครับ….ปีใหม่ครับ” เป็นเสียงของคุณหญิงพวงพร

แต่อาตี้มักจะชอบเกาะแข้งเกาะขาวนไปรอบๆ ดร.ชวนนท์ มากกว่า “คุณพ่อชายมาถึงรึยังครับคุณปู่”

ดร.ชวนนท์ ขยี้ผมที่ยาวสลวยสีดำสนิท “ใกล้แล้วครับ…ปีใหม่หล่อรึยัง ให้คุณย่าดูซิ”

“คุณย่าครับ….”

“หล่อแล้วลูก หล่อที่สุดแล้ว” คุณหญิงพวงพรพูดและกำลังจะก้มหอมแก้ม เด็กชายตัวน้อยก็วิ่งหายไปอีก คุณหญิงพวงพรยิ้มบางๆ ไล่ตามหลังพลางปล่อยสายจูงตามเด็กไปเรื่อยๆ

“คุณๆ นั้นๆ ตาชาย”

“เห็นแล้ว ต่อจากนี้ต้องเรียกเขาว่า ดร.ชานนท์ นะคุณ” ดร.ชวนนท์แนะภรรยาแบบภาคภูมิใจเป็นพิเศษ

“ชายจ๊ะ ชาย ทางนี้ลูก ทางนี้….” เสียงคุณหญิงพวงพรดังข้ามหัวฝรั่งหลายคนจนชานนท์ที่สวมหมวกแก๊ปสีดำมีตราสัญลักษณ์เมืองซิดนีย์หันมายิ้มกว้างๆ ให้เห็น เขาถอดแว่นกันแดดตรงดิ่งเข้าสวมกอดคุณหญิงพวงพรแน่น “สวัสดีครับคุณพ่อ” เขาพูดจากหัวไหล่คุณหญิงพวงพร ดร.ชวนนท์ ยิ้มรื่นๆ พร้อมกับเปิดอ้อมแขนรับลูกชายสั้นๆ ก่อนเสียง ชานนท์จะดังขึ้นอีก

“อาตี้ไม่มาด้วยรึคะคุณแม่”

คุณหญิงพวงพรจึงส่งสายจูงให้ ชานนท์หน้าตื่นๆ เขารับสายจูงแบบคนไม่เข้าใจพร้อมกับจ้องคุณหญิงพวงพรสลับ ดร.ชวนนท์ ไปมา… “เขาอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ปลายเชือกเส้นนี้แหละจ้ะ” คุณหญิงพวงพรบอกขณะ ดร.ชวนนท์ เกือบน้ำตาจะไหลจึงดึงเธอเข้ามาโอบหลวมๆ แก้เก้อ “ไปเลยตาชาย ตาปีใหม่รออยู่”

คุณหญิงพวงพรซับหางตาด้วยกระดาษซับหน้าบางๆ แดดที่ส่องผ่านผนังกระจกเกือบจะเป็นสีขาว ชานนท์ ค่อยๆ สาวเส้นเชือกเดินตามเส้นเชือกไปเรื่อยๆ กระทั้งเห็นแผ่นหลังเด็กน้อยในชุดทักซิโด้กำลังยืนเหม่อจ้องอะไรสักอย่างเพียงลำพัง เขาช่างได้กิริยาของอนุชัยมาครบถ้วนจนชานนท์แทบจะฟูมฟายตั้งแต่นาทีนั้น เขาปาดน้ำตาทิ้งไปทีหนึ่งก่อนจะนั่งคุกเข่าจ้องเด็กน้อยตัวสูงระดับเข่าแบบคนไม่เคยเห็น กระทั้งอาตี้หันกลับมายิ้มให้ ภาพเก่าๆ ของอนุชัยที่เคยใช้หัวใจยิ้มแทนริมฝีปากจึงทับซ้อนกันจนแยกไม่ออก

“นุ…นุ อนุชัย อนุชายยยยยย ฮื้อๆ ฮื้อๆ อนุชาย อนุชายยยย” ชานนท์ระเบิดอารมณ์ทิ้งแบบไม่สนใจใคร อาตี้ยืนจ้องเขาในระยะ 2 เมตรและค่อยๆ เอียงคอสงสัย สุดท้ายรอยยิ้มกว้างๆ ก็พุ่งเข้ามากอด

“คุณพ่อ คุณพ่อชาย”

“นุ อนุชัย….อนุชายยยย” ชานนท์ยังไม่หลุดจากฝัน เขาสวมกอดหอมอาตี้ไปทุกๆ ส่วน “ดวงตาของลูกเหมือนดวงตาพ่อนุ ริมฝีปากรูปกระจับก็ได้พ่อนุ ผิวขาวสะอาดตัดกับทักซิโด้สีน้ำตาลเปลือกไม้ก็ยังเป็นสีที่พ่อนุชอบ” ชานนท์พร่ำ ขณะที่อาตี้ในอ้อมแขนจ้องหน้าชานนท์แบบเอาเป็นเอาตาย

“พ่อนุ เป็นใครครับคุณพ่อชาย”

“ครับอาตี้เดี๋ยวพ่อชายจะเล่าให้ฟัง…”

“อ้าวๆ เจอกันสักที สมานเข็นสัมภาระไปขึ้นรถ ไปๆ คุณหญิงไม่ต้องร้องไห้แล้ว พ่อลูกเขาสื่อสารกันด้วยหัวใจ เราไปกันเถอะ”

“ตาชาย…ตาปีใหม่ กลับบ้านเราลูก”

“คะ คะ คุณแม่….”

จากประโยคนั้น…อาตี้จ้องชานนท์ไม่กระพริบอีก….“เอ้!….คุณพ่อครับ คุณพ่อเป็นผู้ชายทำไม่พูด คะ กับคุณย่าด้วยครับ” อาตี้ถามขณะชานนท์อุ้มไปตามโถงทางเดินที่ยาวสุดสายตา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า …..คุณครูที่โรงเรียนลูกสอนรึครับ”

“ครับผม….ผู้ชายต้องขานรับว่า ครับ ไม่ใช่ คะ ครับคุณพ่อ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณพ่อก็ใช้เฉพาะคุณย่า อาหญิงรัดดากับอาแคร เท่านั้นแหละครับ…ฉลาดจังเลยนะอนุชัยน้อย”

“แล้วอนุชัยละครับคุณพ่อ เขาเป็นใคร ทำไม ทำไม คุณพ่อถึงพูดถึงบ่อยจัง” อาตี้ถามต่อพลางจ้องหน้าชานนท์ราวกับจะเร่งขอคำตอบเร็วๆ “คุณพ่อชายครับ อนุชัย เป็นใครกันครับ”

ชานนท์บรรจงจูบที่หน้าผากฟอดใหญ่ก่อนจะวางเขาลงกับพื้นจ้องนัยน์ตาของอาตี้ไม่กระพริบ “อาตี้ได้ทุกอย่างของพ่ออนุชัย ดวงตาก็เหมือนพ่ออนุชัย ผิวขาวก็เหมือนพ่ออนุชัย ริมฝีปากก็เหมือนพ่ออนุชัย และกรุ๊ปเลือดก็ยังเป็น AB RH- เหมือนพ่ออนุชัยอีก”……ชานนท์ปล่อยให้อาตี้สงสัยต่อสักพัก

“ทำไม ทำไม อาตี้เหมือนพ่ออนุชัยทุกอย่างเลยละครับคุณพ่อ”

“ก็เพราะว่าอาตี้คือลูกชายของพ่ออนุชัย….อาตี้คือลูกชายของพ่อนุและอาตี้ก็ยังเป็นลูกชายสุดที่รักของพ่อชายอีกด้วย อาตี้เข้าใจไหมครับ”

เด็กน้อยทำหน้างงๆ….สักพักเขาก็โผเข้ากอดรอบคอชานนท์ “กลับถึงบ้านคุณพ่อช่วยเล่าเรื่องพ่อนุให้อาตี้ฟังอีกนะครับ”

“OK….ได้เลย พ่อจะเล่าเรื่องพ่ออนุชัยให้ลูกฟังทุกอย่าง…ไปเราตามคุณปู่คุณย่าให้ทันเถอะ”

“คุณพ่อชายครับ เรามาวิ่งแข่งกันไหม….”

“ได้ๆ…..”

“เดี๋ยวอาตี้จะนับ 1 ถึง 3 นะครับ…1 2 3…….”

แล้วเสียงหัวเราะของพ่อลูกก็ดังลั่นโถงผู้โดยสารขาเข้า อาคารสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ จึงอบอุ่นอบอวนไปด้วยรอยยิ้มของผู้โดยสารที่นั่งๆ นอนๆ เดินลากกระเป๋าผ่านไปผ่านมา….หลายคนถึงกับตั้งกล้องถ่ายรูปพวกเขาอย่างเป็นจริงเป็นจัง….

“อาตี้ครับ รอพ่อชายด้วย”

“คุณพ่อครับเร็วๆ ตามอาตี้ให้ทัน….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

บ้านสายสกุล

ชานนท์กลับมาอยู่บ้านสายสกุลไม่ถึงเดือนเขาก็โทรเข้ามือถืออาจารย์พิชัยแจ้งเรื่องจะสร้างบ้าน Loft Love ขึ้นมาอีกครั้ง อาจารย์พิชัยจึงต่อสายเข้าบริษัทเอเชี่ยนกรุ๊ปเพื่อวางแผนงานก่อสร้าง วันเซ็นสัญญาอาจารย์พิชัยกับเกรียงศักดิ์นัดชานนท์ที่บ้านสายสกุล เมื่อถึงเวลา 10 นาฬิกาอันเป็นเวลานัดหมายรถ BMW สีดำของอาจารย์พิชัยก็แล่นเข้ามาจอดภายในบ้านทรงสเปน 3 ชั้นในซอยพหลโยธิน 24 สมานนำทั้งคู่ไปรอชานนท์ในเรือนรับรอง สักเด็กชายผิวขาวผมบ็อบก็วิ่งนำหน้าชานนท์เข้ามาภายใน

“หวัดดีครับอาตี้…ยิ่งโต ก็ยิ่งหล่อเหมือนพ่อนะครับ” อาจารย์พิชัยทักก่อนชานนท์จะสาวเท้าตามเข้ามาทัน

“อาตี้ครับหวัดดีลุงพิชัยกับลุงเกรียงรึยังครับลูก” ชานนท์บอก

“สวัสดีครับคุณลุงพิชัย สวัสดีครับคุณลุงเกรียง” เด็กน้อยอาตี้ยืนตรงไหว้ทั้งคู่จนอดเอ็นดูไม่ได้

“เขาเหมือนพ่อเขามากๆ เลยว่าไหมดอกเตอร์” อาจารย์พิชัยพูดขณะที่สายตายังสำรวจเด็กน้อยอาตี้ที่ยืนยิ้มอยู่กลางห้องไม่กระพริบ กระทั้งป้าสมใจคนดูแลตามเข้ามา

“สวัสดีคะอาจารย์ สวัสดีคะคุณเกรียง ไป ไปอาตี้ เราไปนั่งเล่นโลบอทในห้องใหญ่ดีกว่าครับผม”

“อาตี้ไปรอคุณพ่อที่ห้องนั่งเล่นนะลูก คุณพ่อคุยธุระกับลุงๆ เสร็จจะตามไปเล่นด้วย”

“ครับ….”

“ไปคะอาตี้….อาตี้ รอป้าด้วย”

ทั้ง 3 มองตามเด็กน้อยที่วิ่งตัดสนามหญ้าสีเขียวกระทั้งหายเข้าไปในบ้านเสียงอาจารย์พิชัยจึงดังขึ้นมาอีก

“เขาเหมือนพ่อเขามากๆ ดอกเตอร์ว่าไหมครับ”

เกรียงศักดิ์มองพิชัยทีหนึ่งก่อนจะมองชานนท์สลับไปมาคล้ายกับคนตามไม่ทัน จนชานนท์สังเกตเห็น

“อ๋อ! ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับคุณเกรียง ภรรยาผมเป็นผู้ชายนะครับ” พูดจบชานนท์ก็นั่งลงตรงหน้า “เรามาเริ่มเรื่องของเรากันเถอะ”

“อะ…อะ…อ๋อ อ๋อ…ครับๆ เรามาเริ่มต้นกันเลย”

“คือดอกเตอร์ชานนท์อยากสร้างบ้าน Loft Love ขึ้นมาใหม่….” อาจารย์พิชัยนำเปิดประเด็น

“ครับ ผมอยากสร้างตำแหน่งเดิมให้เหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน ทุกคนคงพอจำได้ใช่ไหมครับ” ชานนท์แจ้งความประสงค์ต่อ

“ครับคุณชาย ทีมงานเรามี File งานเก่าอยู่แล้วเลยง่ายขึ้น” เกรียงศักดิ์บอก

“เราคุยกันและได้เข้าไปขุดสำรวจพร้อมกับให้ทีมวิศวกรเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างใต้ดินทั้งหมดแล้วปรากฏว่ายังสามารถใช้งานได้ดี หากดอกเตอร์ไม่ติดใจ ดอกเตอร์จะประหยัดงบประมาณส่วนนี้ไปได้เยอะมากๆ” อาจารย์พิชัยพูดพร้อมกับยื่นหนังสือรับรองจากทีมวิศวกรให้ ชานนท์รับมานั่งอ่านคร่าวๆ

“ถ้าเสาเข็มเดิมยังใช้ได้ผมก็ไม่ติดใจ ดีซะอีกตำแหน่งจะได้ไม่ผิดเพี้ยน”

แล้วทั้ง 3 ก็คุยกันต่อในรายละเอียดกระทั้ง 2 ชั่วโมงผ่านไปชานนท์จึงลุกขึ้นขอจับมือ

“แล้วจะลงมือก่อสร้างได้เมื่อไรครับ” ชานนท์ถาม

“เวลานี้ทีมงานส่วนหนึ่งอยู่ที่ Site งานแล้ว เราเริ่มงานได้ทันทีครับดอกเตอร์” เกรียงศักดิ์แจ้ง ชานนท์จึงอดหัวเราะไม่ได้

“คุณเกรียง อาจารย์ครับ ต่อไปอย่าเรียกผมว่าดอกเตอร์อีกนะครับมันทะแม่งๆ อย่างไรไม่รู้”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรียกชาย หรือคุณชานนท์อย่างเดิมจะไม่ทะแม่งๆ กว่ารึดอกเตอร์” อาจารย์พิชัยแซวตามหลังบ้าง

“เอานะ เรียกผมว่าชายเฉยๆ นะดีแล้วขอบคุณมากครับ” ชานนท์บอกส่ง ทั้ง 3 จึงได้แยกย้าย

ในระหว่างงานก่อสร้างเกือบ 8 เดือน เป็น 8 เดือนที่ทีมงานของเกรียงศักดิ์ต้องปวดหัวกับชานนท์ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะทุกครั้งที่เข้าไปตรวจงาน เขาจะใช้วิธีหลับตาดึงภาพจากความทรงจำแล้วใช้ฝ่ามือลูบไปตามผนัง Loft ทีละด้าน ทีละแผง ถ้าส่วนไหน ตรงไหนสะดุด เขาก็จะสั่งทุบทิ้งอยู่เรื่อยๆ แต่เมื่อมีอาจารย์พิชัยคอยไกล่เกลี่ยทุกอย่างจึงผ่านไปได้…..

เช้าวันอาทิตย์เดือนกุมภาพันธ์ แดดแรกสีวะนิลาก็ทาทับบ้าน Loft Love อีกคราหนึ่ง ชานนท์หลับตาสลับสำรวจบ้านปูนเปลือยไปทีละด้าน ทีละส่วนแม้กระทั้งป้ายหินแกรนิตสีน้ำตาลดำแกะกัดกรดลึกเป็นอักษรภาษาอังกฤษสไตล์โรมันลงสีโอโรส ด้านข้างประดับด้วยกุหลาบขาวที่พัวพันกันไปมาก็ยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน…เขายืนเหม่อๆ มองบ้านตัวเองอย่างไม่รู้จักอิ่มกระทั้งแดดสีวะนิลาเคลื่อนเข้าสู่เฉดสีขาว เขาจึงค่อยๆ ยกมือขึ้นปิดปากก่อนน้ำตาจะล้นให้เห็น

“เหมือนฉันเพิ่งจะกลับจากชิมะพร้อมๆ กับนายเลยเลยนุ…..”

ต่อมาไม่นานเมื่อทุกอย่างเข้าที่ ชานนท์กับอาตี้ก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน Loft Love คุณหญิงพวงพรเป็นห่วงหลานจึงให้สมใจสาวพยาบาลโสดอยู่ตัวคนเดียวย้ายตามมาช่วยดูแล ส่วน ดร.ชวนนท์ เป็นคนหาทีม รปภ. ทุกอย่างจึงได้ลงตัว

“คุณพ่อครับ อาตี้อยากได้เปียโนสักหลัง”

“อาตี้เล่นได้แล้วเหรอครับลูก” ชานนท์ถามพลางขยี้หัวแรงๆ

“เล่นได้แล้วครับ โรงเรียนอาตี้มีสอนด้วย นะครับคุณพ่อนะครับ อาตี้จะได้เล่นให้คุณพ่อฟังไงครับ”

“แล้วจะวางตรงไหนดีเอ่ย…….”

อาตี้วิ่งวนไปรอบๆ โถงรวมเพดานสูง เขาหันซ้ายแลขวาๆ คล้ายจะสำรวจสักพักก็กางแขนออกกว้างๆ บอกตำแหน่ง “ตรงนี้ครับพ่อ ตรงนี้เลย อาตี้ชอบตรงนี้ครับ”

ชานนท์นั่งยิ้ม ภาพในหัวกลับเห็นเป็นอนุชัย….จนกระทั้ง

“คุณพ่อครับ คุณพ่อฟังอาตี้อยู่หรือเปล่า”

“ครับๆ แล้วโต๊ะทำงานพ่อนุกับพ่อชายละจะวางไว้ตรงไหนดี” ชานนท์แกล้งลูกชายต่อ

อาตี้จึงชี้มือไปยังตำแหน่งเดิมอย่างไม่ลังเล “ตรงนั้นครับ….ขอโต๊ะทำการบ้านให้อาตี้ 1 ที่นะครับ”

“ครับผม เดี๋ยวพ่อจัดการให้” และแล้วความสุขในบ้าน Loft Love ก็คล้ายจะกลับมาอีกครั้ง ขาดแต่เพียงกระดานชนวนกับกฎเขกกะโหลกเท่านั้นที่ชานนท์กำลังเสาะหามาติดผนัง Loft ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

หลังเลือกตั้งในปีเดียวกันพรรคพลังประชาไทยของอดีตนายกทักพงษ์ ชีวาวัฒนะ ก็เข้ามาที่ 1 ได้จัดตั้งรัฐบาลตามระเบียบ ชานนท์กับดาริกาซึ่งปัจจุบันเธอคือคุณหญิงดาริกายังต้องออกงานคู่กันเป็นประจำ ชานนท์ ถูก ดร.ทักพงษ์ ทาบทามให้เข้ามาช่วยงาน คุณหญิงดาริกาได้จังหวะจึงผลักดันอย่างออกหน้าออกตา ด้าน ดร.ชวนนท์ ผู้เป็นพ่อเองก็ออกแรงเกลี้ยกล่อมจนในที่สุดเขาก็ยินยอม ตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่หนุ่มที่สุดจึงอยู่ในมือเขา….

อีกคน…

หลังๆ เกรียงศักดิ์ เจ้าของบริษัทเอเชี่ยนกรุ๊ปมีปัญหา ทีมงานส่วนหนึ่งจึงได้แยกออกมาทำบริษัทเองและหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ อนุชัย ธารากรณ์ รวมอยู่ด้วย บริษัท APT Group จำกัดจึงได้ก่อตั้งขึ้น อนุชัยต้องกลับมาอยู่เมืองไทยนานกว่าปกติ เขาจึงตัดสินใจซื้อคอนโดเล็กๆบนถนนลาดพร้าวเป็นที่พักอาศัยแบบถาวรและชั่วคราวในบางฤดู

และขณะช่วงพักกลางวันในร้านอาหารบนถนนสุขุมวิท โทรทัศน์ก็เสนอข่าวการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลทักพงษ์3 และภาพหนุ่มสาวที่บรรดาผู้สื่อข่าวหลายๆ แขนงให้ความสนใจเห็นจะหนีไม่พ้นครอบครัวสายสกุล อนุชัยเงยหน้าจ้องทีวีแบบคนไม่เคยเห็น

#ดอกเตอร์ชานนท์คะ ท่านมีความรู้สึกอย่างไรกับการเข้ารับตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อันเป็นกระทรวงเก่าที่ดร.ชวนนท์นั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่หลายปีนะคะ#

ภาพซูมใบหน้าของชานนท์ขณะกำลังอมยิ้มที่มุมปาก ก่อนน้ำเสียงเล็กๆ แหลมๆ ของคุณหญิงดาริกาที่ยืนคล้องแขนสามีจะตอบนักข่าวแทน

#ก็บังเอิญดอกเตอร์จบด้านธุรกิจจากบริติชโคลัมเบียโดยตรงนะคะ คุณพ่อเลยเห็นว่าเหมาะสมในการขับเคลื่อนงานของประเทศเลยดึงเข้ามาร่วมทีมรัฐบาลในครั้งนี้#

#ครับ ผมต้องขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคทุกๆ ท่านนะครับที่ให้โอกาส# ชานนท์พูดหน้านิ่งๆ พลางโปรยยิ้มให้กล้องอย่างคนภาคภูมิใจเป็นพิเศษ ต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียงนักข่าวสายบันเทิงดังขึ้นอีก

#ดอกเตอร์กับคุณหญิงช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันเหลือเกิน ขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ด้วยนะคะ#

#ครับขอบคุณครับ# แล้วภาพก็ตัดไปที่ชานนท์กับดาริกาที่ยิ้มให้กันก่อนจะจุมพิตให้นักข่าวได้กดชัตเตอร์รัวๆ จนหน้าจอทีวีกระพริบวิบๆ วับๆ ราวกับแสงดาวนับล้านดวงในคืนมืดมิด….

อนุชัยนิ่งค้าง เขากินข้าวไม่ลงตั้งแต่คำแรก…

“อ้าว! นุ….”

“ผมทานไม่ลงครับพี่…ขอตัว…” อนุชัยตอบสั้นๆ ก่อนจะลุกเบือนใบหน้าซีดๆ พุงหายเข้าห้องน้ำ….ทำให้เพื่อนร่วมงานต่างมองหน้ากันสลับข่าวในทีวีแต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ชัดเจนสักคน

“ทำไมฉันลืมนายไม่ได้สักทีชานนท์…ทำไม ทำไม….ชานนท์ ชานนท์ ทำไมนายต้องทำให้ฉันเป็นบ้าอยู่คนเดียว ในขณะที่นายสมบูรณ์แบบทุกๆ อย่าง….ทำไมนายไม่ฆ่าฉันให้ตายชานนท์ ทำไมนายไม่ทำตามกฎเขกกะโหลก ทำไมไม่ฆ่าฉัน ทำไม ทำไม”

และอีกคน…..

ด้านดร.ชานนท์ สายสกุล…นาทีนี้การติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของอนุชัยจึงง่ายขึ้น เมื่อชานนท์รู้ว่าอนุชัยเปิดบริษัทร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ใช้ชื่อบริษัทว่า APT. Group เขาจึงแอบต่อสายไปตามบริษัทใหญ่ๆ ที่บริษัทของคนรักเข้าร่วมประกวดแบบหรือประมูลงาน ถึงจะเป็นแผนการที่ค่อนข้างสกปรกแต่ด้วยความสามารถของทีมงานในบริษัททุกอย่างจึงดูเนียนจนหลายฝ่ายจับพิรุธไม่ได้….

“นกป่าอย่างนายไม่คุ้นกับกรงแน่ๆ….นายทำให้ฉันเจ็บปวดตั้งแต่วันแรกที่หนีกระทั้งเดี๋ยวนี้ อนุชาย…นายยังรักฉันอยู่ไหมน้อ….โอกาสที่จะจับนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้จะมาถึงเมื่อไรกัน…ฉันรักนายคนเดียวอนุชายยยย” การแอบอยู่ด้านหลัง….มองคนรักอย่างห่วงๆ อยู่ห่างๆ ทำให้ชานนท์แทบหายใจไม่ออก แต่เมื่อกลับบ้าน Loft Love มาเจออาตี้ที่เสมือนตัวตายตัวแทนจึงช่วยให้เขาไม่ต้องคิดข้ามคืน

กระทั้งอาตี้อายุจะครบ 12 ขวบ ความเหมือนต่างเวลาก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น หลายครั้งที่คิดถึงอนุชัยเขาก็จะกลับบ้านมาดูอาตี้เล่นเปียโน จิตใจก็คล้ายมีพลังใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา จนมีวันหนึ่งเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการโรงเรียนของอาตี้โทรแจ้งเรื่องอาตี้เกือบจะถูกคนร้ายลักพาตัวในตอนเที่ยง คุณหญิงพวงพร กับ ดร.ชวนนท์ จึงตรงดิ่งไปยังบ้าน Loft Love ทันที

“ปีใหม่กลับมารึยัง” ทันทีที่ร่างท้วนๆ ของคุณหญิงพวงพรหมุนผ่านประตูเฉลียงเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีชานนท์นั่งจมเครียดอยู่กับหน้าโน๊ตบุ๊ค

“อาบน้ำอยู่บนห้องคะคุณแม่ ชายเพิ่งไปรับกลับ” ชานนท์บอก

“ปีใหม่เป็นไงบ้าง….” และเสียง ดร.ชวนนท์ ที่ตามหลังมาก็ตามขึ้นอีกคน “พ่อให้ทีมตำรวจสืบเรื่องนี้โดยด่วนแล้วละ…ถึงขนาดจะลักพาตัวในโรงเรียนพ่อรับไม่ได้จริงๆ” เขาข้ามคุณหญิงพวงพรมานั่งลงใกล้ๆ ลูกชาย

“คุณคะ เราต้องบอกเรื่องพินัยกรรมบ้านตระกูลเชาว์ให้ตาชายรู้แล้วละคะ ไม่อย่างนั้นดิฉันนอนไม่หลับแน่ๆ” คุณหญิงพวงพรพูดกับสามี ชานนท์ที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ก่อนแล้วก็เงยหน้าจากโน๊ตบุ๊คขึ้นมาจับจ้องคนทั้ง 2 ไม่กระพริบ….

“พินัยกรรมอะไรกันคะคุณแม่…” เมื่อคุณหญิงพวงพรยังปิดปากเงียบ “คุณพ่อครับ”

ดร.ชวนนท์ ซี๊ด!ปากเสียงดังพลางเป่าลมทิ้งจนปอดโล่ง “ชาย….ปีใหม่คือ…”

“ผู้ได้รับมรดกจากบ้านตระกูลเชาว์มากที่สุด” คุณหญิงพวงพรพูดต่อจนทำให้ชานนท์ถึงกับสะดุ้งราวกับเห็นผี…

“คุณแม่”

“เป็นความจริงตาชาย ปีใหม่คือทาญาติบ้านตระกูลเชาว์และเป็นผู้ได้รับมรดก 30 เปอร์เซ็นต์หลังจากอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์….”

“คุ คุณ คุณพ่อ…..” ชานนท์หน้าซีดจนใบหน้าเป็นสีกระดาษในแนวตั้ง

“ชาย….10 กว่าปีพ่อกับแม่หลับไม่เต็มตาเพราะเรื่องนี้เลยสักคืน”

“คุณแม่ทำไมเพิ่งจะมาบอกชายคะ คุณพ่อครับทำไมละครับ” ชานนท์ออกอาการโมโหอย่างเห็นได้ชัด “อาชาติรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ไหนคุณแม่บอกชายว่าจะเก็บเรื่องอาตี้เป็นความลับไงคะ”

“ตอนนั้นอาชาติทรุดหนักเรื่องอนุชัยหนีไป แม่แค่อยากให้เขาได้รับรู้เรื่องดีๆ บ้าง ชายอย่าโกรธแม่เลยนะลูก” คุณหญิงพวงพรเหมือนจะรู้ตัว เธอคว้ามือชานนท์มาลูบเบาๆ “อย่าโกรธแม่เลยนะชาย แม่พลาดเอง”

“มันผ่านไปแล้วคะคุณแม่…สำคัญนับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปต่างหาก”

“แม่ได้คุยกับพ่อมาหลายคืนและหลายปีแล้วด้วย”

“พ่ออยากส่งอาตี้ไปเรียนต่อที่ซานฟรานซิสโกกับหญิงรัดดา”

ชานนท์ชะงักค้างอีกรอบ “………..”

“ชาย ตอนที่แม่ส่งชายไปเรียนที่นั่นชายก็มีอายุเท่าๆ กับปีใหม่ ชายจำไม่ได้รึคะลูก” คุณหญิงพวงพรพยายามเสริมสามีให้ชานนท์คล้อยตาม

“แต่ตอนนั้นชายมีคุณแม่นี้คะถึงจะไปๆ กลับๆ ก็ตาม ถ้าอาตี้ไปอยู่กับน้องหญิงเพียงลำพังชายไม่ค่อยชัวคะคุณแม่” ชานนท์พูดจนคล้ายจะเห็นด้วยในเบื้องต้น

“คุณก็ลองต่อสายคุยกับหนูกุ๊งกิ้งดูก่อนซิ ถ้าเป็นอังกฤษผมก็ยัง OK นะ”

“อย่าไปรบกวนกิ๊งเขาเลยครับคุณพ่อ ชายมั่นใจซานฟรานซิสโกมากกว่าอังกฤษ เพราะอย่างไรเสียชายก็พอรู้จักอาจารย์ที่ไว้ใจได้หลายท่านและถ้าออกแบบนี้ชายก็จะยอมเป็นหุ่นให้เพื่อนที่กำลังเรียนแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับระบบสมองไปด้วยเลย…จะมีเรื่องบินไปดูอาตี้บ่อยๆ” ชานนท์เสริม

“ไม่บอกหนูกิ๊งไม่ได้หรอกลูก เพราะอย่างไรเสียเธอก็คือแม่ของตาปีใหม่” คุณหญิงพวงพรมองหน้าลูกชายนิ่งๆ “นะคะ เดี๋ยวคืนนี้แม่จะโทรคุยกับเธอเอง”

ชานนท์มองคุณหญิงพวงพรสลับดร.ชวนนท์สุดท้ายเขาก็ยอมพยักหน้าให้เห็น….

และคืนนั้นเอง…..

(คะ คุณหญิงแม่ขอบคุณมากๆ นะคะที่โทรบอกเรื่องนี้กับกิ๊ง บังเอิญแฟนกิ๊งก็กำลังหาที่เรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐฯ อยู่พอดี เดี๋ยวกิ๊งจะลองคุยกับเขา…ถ้าได้มหาวิทยาลัยในซานฟรานซิสโกทุกอย่างก็จะลงล็อค แต่คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ อย่างไรเสียกิ๊งก็ต้องเชียร์ให้เขาเลือกซานฟรานฯ อยู่แล้ว ยิ่งถ้าหญิงรัดดาเธอช่วยหามหาวิทยลัยดีๆ ให้และสนับสนุนอีกแรงกิ๊งเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมากๆ คะ)

“ถ้าเป็นแบบนั้นจะดีมากๆ แม่ลูกจะได้ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งด้วยกัน”

“กิ๊งก็ปรารถนาอย่างนั้นที่สุดคะ….ขอบคุณคุณหญิงแม่ที่โทรบอกกิ๊งอีกครั้ง กิ๊งเห็นโอกาสจะได้อยู่กับอาตี้แล้วกิ๊งจะไม่ยอมพลาดแน่นอน คุณหญิงแม่เตรียมอาตี้ให้ดีก็แล้วกันนะคะ”

“หนูกิ๊งจะส่งข่าวให้แม่รู้สักเมื่อไรคะ….”

“เดี๋ยวแฟนกิ๊งกลับมาเย็นๆ คงเป็นวันพรุ่งนี้สายๆ ของประเทศไทยนั้นแหละคะกิ๊งจะโทรบอก แต่รับรอง 90 เปอร์เซ็นต์ต้องเป็นข่าวดีแน่ๆ”

“ขอบใจนะหนูกิ๊ง แม่จะรอ…”

“กิ๊งต่างหากละคะที่ต้องขอบคุณ….ขอบคุณคุณหญิงแม่มากๆ นะคะ”

จบ อนุชาย2 บทที่4 Loft Love House2

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...