อนุชาย2 บทที่6

อนุชาย2 บทที่6อนุชาย2 บทที่6 ตามหาหัวใจ2

อนุชาย2 บทที่6 ตามหาหัวใจ2

ต้นเดือนกรกฎาคม ที่ ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ณ บ้านพักอาศัย 2 ชั้นทรงโมเดิลบนถนน 29th Ave ห่างจากแยก แซนติเอโก (Santiago St.) ไม่ถึง 100 เมตร…แดดเช้าสีวะนิลากำลังไล่ความหนาวเย็นไปทีละส่วน อาตี้จากเด็กวัย 12 ปีสู่เด็กหนุ่มวัย 15 ปีกำลังนอนกอดดร.ชานนท์จนคล้ายคนขี้อ้อนหรือขี้เกียจอย่างละครึ่งอยู่บนเตียงขนาดคิงส์ไซด์สีน้ำตาลเข้มจมดำ

“อาตี้เช้านี้ไม่มีกิจกรรมที่ไหนรึลูก” ดร.ชานนท์ที่เพิ่งมาถึงเมื่อวานค่ำๆ เอ่ยถามทันทีที่ร่างอุ่นๆ กระดุกกระดิก

“อาทิตย์หน้ามีสอบ โรงเรียนให้หยุดอ่านหนังสือฮะ” อาตี้พูดเสียงอู้อี้จมหมอนขณะหลับตาซบใต้รักแร้ “เออคุณพ่อฮะ….คุณพ่อได้ข่าวพ่อนุบ้างไหมฮะ รู้สึกว่าช่วงนี้อาตี้คิดถึงพ่อนุบ่อยมาก ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาหรือเปล่า”

ดร.ชานนท์เครียดทันทีแถมยังนึกถึงบริษัท APT.Group ที่กำลังเผชิญปัญหาหนักและเวลานี้หนึ่งในเจ้าของก็กำลังถอดใจจนคิดหนีไปอยู่ แวนคูเวอร์ อย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง เขาใช้วงแขนโอบรัดอาตี้เข้าหาตัว “ซิกเซ็นต์ระหว่างพ่อลูกเกิดขึ้นเสมอ ตอนนี้พ่อนุอยู่ที่แวนคูเวอร์แล้วลูก”

“จริงๆ รึฮะคุณพ่อ”

“ครับลูก เสร็จธุระจากที่นี่พ่อก็จะบินไปตามหาเขา”

“แคนาดานั้นรึครับ คุณพ่อฮะ ขออาตี้ไปด้วยคน นะฮะ นะฮะ คุณพ่อ อาตี้อยากเจอพ่อนุ” อาตี้เซ้าซี้ราวกับเด็กวัย 5 ขวบ “นะฮะ….”

“แต่อาตี้มีสอบไม่ใช่หรือลูก” ดร.ชานนท์ย้ำ

“ฮะ…….”

ดร.ชานนท์จึงก้มจูบกลางกระหม่อม “พ่อสัญญา คราวนี้พ่อจะตามพ่อนุกลับบ้าน Loft Love ให้จงได้”

“พ่อฮะ…”

“ฮึ มีอะไรเหรอลูก”

“คุณพ่อสัญญากับอาตี้แล้วนะฮะ….ตามพ่อนุกลับบ้าน Loft Love ให้ไว อาตี้จะได้รู้จักกับเขาแบบจริงๆ จังๆ สักที นะฮะคุณพ่อ”

“ครับ…พ่อสัญญา”

และในเวลาเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “พี่ชายอยู่ในห้องอาตี้หรือเปล่าคะ” เป็นเสียงหญิงรัดดาจากข้างนอก

อาตี้เลื่อนขยับตัวหันหลังพลางดึงผ้าห่มคลุมโปงแบบคนหงุดหงิด พร้อมกับพูดกับดร.ชานนท์เบาๆ ว่า “อาหญิงต้องทำสลัดโง่ๆ และบังคับให้อาตี้กินอีกแน่ๆ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ครับน้องหญิงเข้ามาได้” เสียงดร.ชานนท์ไม่ทันจบประโยคหญิงรัดดาก็ผลักประตูกระโจนขึ้นมานั่งบนเตียงอีกคน

“คิดแล้ว…ว่าทำไมห้องพี่ชายถึงยังเรียบร้อย” พูดจบเธอก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ ชานนท์อีกคน “พี่ชายคะเมื่อวานคุณหมอสแปนเลย์โทรมาคะ…”

“อื้อฮึ!…..” ดร.ชานนท์ขานรับสั้นๆ ราวกับรู้เรื่อง

“โครงการที่พี่ชายอาสาเป็นหุ่นให้คุณหมอประสาทใกล้เสร็จสิ้นหรือยังคะ เขาโทรหาหญิงบ่อยมากจนหลังๆ หญิงเริ่มรำคาญแล้วละคะ”

“น้องหญิงคะไม่ใช่คุณหมอประสาทแต่เป็นคุณหมอเฉพาะทางโสตประสาทวิทยาคะ”

อาตี้เปิดผ้าห่มหัวเราะพลางแยกเขี้ยวใส่ราวกับรู้ความลับบางอย่าง

“นอนไปเลยอาตี้” หญิงรัดดาหวิดจะขว้างหมอนใส่ถ้าดร.ชานนท์ไม่ยกมือห้ามไว้ซะก่อน

“เออ…ครั้งสุดท้ายแล้วละ และหวังว่าคุณหมอสแปนเลย์ของน้องหญิงจะจบปริญญาเอกกับเขาสักทีนะ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” และเสียงอาตี้ก็หัวเราะใต้ผ้าห่มอีก “คุณหมอประสาทของอาหญิง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อาตี้…” หญิงรัดดาตวาด “สงสัยเช้านี้ต้องงดอาหารเช้าแล้วมั่ง”

“เฮๆ….คุณอาพูดแล้วนะฮะ” อาตี้กระโจนลุกจากเตียงแบบคนดีใจสุดๆ “คุณพ่อจะรับแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตๆ สักชิ้นไหมฮะ อาตี้อาสาออกไปซื้อให้”

“อาตี้!….อาทำสลัดไว้แล้วนะคะ”

“คุณพ่อฮะ คุณพ่อดูหน้าอาตี้ซิฮะ อาตี้โง่เหมือนสลัดอาหญิงหรือยัง…”

“เออๆ….พ่อขอเบอร์เกอร์ไก่กับไอศเค็ปแก้วใหญ่ 1 ทีแล้วกัน” ดร.ชานนท์บอกลูกชาย ขณะที่หญิงรัดดาลุกนั่งข้างๆ ออกอาการหงุดหงิดอย่างแรง

“พี่ชาย พี่ชายนะ หญิงอุตส่าห์ตื่นเช้าเพื่อเตรียมสลัดให้พี่ชายโดยเฉพาะเลยนะ”

“เก็บไว้เที่ยงเดี๋ยวพี่ชายกินให้ OK”

“ไปนะฮะพ่อ อาหญิงสนใจจะออเดอร์แฮมฯ สักที่ไหมฮะ มีแซลมอนอบชีสด้วยนะ” อาตี้สวมเสื้อกันหนาวเร็วๆ ก่อนจะกระโจนไปยืนรอคำตอบที่ประตูห้อง

ขณะที่หญิงรัดดายังกระเง้ากระงอดอยู่ข้างดร.ชานนท์ “งั้นก็เอาแซลมอนมาสักที่ก็แล้วกัน สลัดโง่ๆ คงต้องเก็บไว้ให้คนโง่ๆ กินแล้วละ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….OK ไปแล้วฮะ”

หลังจากอาตี้ไปแล้ว….เสียงหญิงรัดดาก็ดังขึ้นอีก “พี่ชายจะไปแวนคูเวอร์เมื่อไรคะ”

“นัดคุณหมอสแปนเลย์วันที่ 11 นะคะ แล้วน้องหญิงละได้ข่าวว่าแครรี่กับสตีปจะกลับประเทศไทยสักอาทิตย์ไม่ใช่รึ” ดร.ชานนท์ลุกนั่งครึ่งตัวถามน้องสาว

“หลังวันที่ 15 นะค่ะ รอให้พี่กุ๊งกิ๊งกลับจากอังกฤษซะก่อน อาตี้ยิ่งโตก็ยิ่งหล่อสาวๆ นี้ตรึมแห่มาส่งแทบทุกวันหญิงไม่ไว้ใจนะค่ะ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปล่อยหลานบ้างเถอะน้องหญิง”

“พ่อลูกพอกันเลย ไม่คุยด้วยละ หญิงเอาผ้าไปซักดีกว่า”

แดดเช้าๆ บนถนน 29th กำลังยกระดับขึ้นเรื่อยๆ กระนั้นก็ยังเย็นกว่าปกติสำหรับคนเอเชียที่เพิ่งจะมาเยือนเมืองนี้ครั้งแรก อาตี้จับจักยานได้ก็ปั้นมุ่งหน้าสู่ถนนแซนติเอโก้ทางทิศเหนือ….ดร.ชานนท์มองตามหลังไวไวจากหน้าต่างห้องนอนชั้น 2 เขาเผยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะหลุดเสียงพูดติดลำคอคนเดียว “พ่อสัญญาจะตามพ่อนุกลับบ้าน Loft Love ให้ได้”

อนุชาย2 บทที่6

เวลาต่อมาที่ แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

ดร.ชานนท์เป็นหุ่นอาสาให้กับคุณหมอสแปนเลย์ที่กำลังทำปริญญาเอกด้านโสตประสาทวิทยา ที่มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย 1 วัน และวันต่อมาเขาก็ออกจากโรงแรมบนถนน Howe ST ไปเอารถยนต์ของแครรายที่ริชมอนด์ แรกๆ แครายเธออยากมาด้วยแต่ดร.ชานนท์ขอให้เขาไปคนเดียวก่อนเพราะยังไม่แน่ใจว่าจะเจอกับอนุชัยบนถนน 88 ตัดกับถนน 160 ตามรายละเอียดที่น้องแจง Copy ให้มาหรือไม่ แครรายจึงได้ยอม การเป็นคนคิดมากไม่กล้าบุ่มบ่ามทำให้เขาเสียเวลาหลายปี จนกระทั้งเมื่อหลายวันก่อนที่เขาสุมไฟกล้าหาญมาดักเจออนุชัยที่สนามบินนานาชาติฮองกงก่อนบินต่อไปซานฟรานซิสโกก็พอเดาทิศทางอารมณ์ของคนรักได้ระดับหนึ่ง

“นายยังรักฉัน นายกำลังรอฉันเอ่ยปากบอกเรื่องอาตี้ นุ นุ นาย นาย….” ดร.ชานนท์จอดรถข้างทางตรงข้ามกับบ้านเลขที่ที่อยู่ในมือตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง “ฉันได้สัญญากับลูกชายของเราแล้วนุ ฉันจะบอกนายเรื่องลูก ฉันจะบอกนายทุกๆ เรื่องของฉัน ฉันรักนาย ฉันรักนายที่สุด” ขณะที่คำพูดกำลังไหลจากสมอง คนที่เขารอคอยกว่า 3 ชั่วโมงก็ปรากฏตัวให้เห็น อนุชัยคลุมแจ๊คเก็ตตัวใหญ่สีดำพร้อมกับหิ้วของพะลุงพะลังไปยัดใส่รถฟอร์จูนเนอร์สีขาวที่จอดทิ้งไว้หน้าบ้าน ไม่นานหญิงร่างอ้วนกลมยังกับลูกบอลสีดำก็ก้าวขาสั้นๆ ถี่ๆ ในถือมีกาแฟร้อนแก้วใหญ่ 2 ทีออกมาสมทบ

“ทิมมี่…เราต้องแวะไปรับแม่กับป้าเธอที่แลงเลย์ก่อนนะ”

“OK…”

“อย่าลืมแวะซื้อครัวซองไปฝากพวกเธอด้วยละ”

“เจ้ขับดิ ผมไม่ได้พกใบขับขี่สากลมาด้วย”

“ฉันอยากจะฆ่าเธอนัก ถ้าคราวหน้าลืมอีกเธอลงไปเดินเลย ฮะ ฮะ ฮะ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นถี่ๆ รัวๆ คล้ายกับคนอารมณ์ดีเป็นพิเศษประกอบกับสรรพนามที่หลุดจากปากคนรักที่เรียกเธอก็ทำให้ดร.ชานนท์หายใจได้โล่งขึ้น…เขาขับ BMW สีดำของแครรายตามฟอร์จูนเนอร์สีขาวที่เลี้ยวออกถนน 160 ก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนฟราเชอร์มุ่งตรงสู่ชายแดนประเทศสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านสวนเฟิร์นสันเขา(Fern Ridge Park) บนถนน 24 เขาเลือกเงาต้นสนข้างๆ บ้านรถสีขาวเป็นที่กำบังจนกระทั้งเห็นหญิง 2 คนวัยน่าจะเลย 60 ปี ทั้งคู่พากันหิ้วข้าวของมาขึ้นรถแบบรีบร้อนก่อนรถยนต์คันดังกล่าวจะพาทั้งหมดมุ่งหน้าไปทางถนนหมายเลข 0 อันเป็นถนนและเส้นแบ่งแนวชายแดน ดร.ชานนท์ได้แต่ซี๊ดปากแบบคนไม่ค่อยสบายใจและเผลอนึกถึงคำพูดของอนุชัยที่ฮ่องกงขึ้นอีก

                #ไม่ต้องห่วงหรอก….ฉันเอาตัวรอดได้….ถ้านางฟ้าตัวกลม…ไม่ต้อนรับ ฉันจะไปเก็บบลูเบอร์รี่กับแม่ที่แลงเลย์…แม่เช่าบ้านชั้นเดียวกลางป่าสนห่างชายแดนประเทศสหรัฐฯ 7.5 กิโลเมตร ไม่แน่ถ้าหัวใจหมดเวลาโลเล ฉันอาจจะไม่ลังเลเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่นซะเลย#

“ถ้านายเลือกที่นี่ฉันก็จะตามมาอยู่กับนายที่นี่เช่นกัน….” ดร.ชานนท์บอกตัวเองขณะขับรถไปตามถนนเล็กๆ ที่แทรกใต้เงาป่าสนป่าเมเปิ้ลหลากสีกระทั้งถึงถนน40 ฟอร์จูนเนอร์สีขาวก็เลี้ยวขวาเข้าฟาร์มบลูเบอร์รี่ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ดร.ชานนท์เลี้ยวจอดข้างทางแบบคนทำอะไรไม่ถูก ถ้าเผยตัวเวลานี้อะไรจะเกิดขึ้นนะ เขาคิด ยิ่งคิด ในหัวเขาก็แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ “นี่นายเอาจริงเหรอนุ ทีแรกฉันก็คิดว่านายพูดเพื่อให้ฉันเขวแค่นั้น….” ดร.ชานนท์เริ่มเป็นกังวลมากกว่าเดิม กระทั้งเกือบเที่ยงฟอร์จูนเนอร์คันเดิมก็กลับไปบ้านบนถนน 88 อีกครั้งจนเกือบๆ ประมาณ 1 ทุ่มก็เห็นหญิงร่างอ้วนกลมจนคล้ายลูกบอลสีดำขับรถไปส่งเขาที่สถานีรถไฟฟ้าเชอร์รี่เซ็นเตอร์ คราวนี้รถยนต์ทั้ง 2 คันได้ที่จอดชิดกันการลดกระจกข้างลงนิดๆ เพื่อดักฟังเสียงสนทนาอย่างคนเสียมารยาทจึงเกิดขึ้น

“เจ้กลับเถอะเดี๋ยวดึกๆ ผมจะกลับบ้านเอง”

“ทิมมี่ไปแก๊สทาวน์คนเดียวถูกเหรอ…”

“ก็แค่นั่งรถไฟฟ้ายาวไปลงสถานีวอเตอร์ฟรอนท์ดาวทาวน์…เอาน่าถ้าหลงทางอย่างไรจะโทรหา OK”

“ทิมมี่นะ….”

“กลับไปทำอาหารเย็นให้หลานเถอะ เบ็บบี้พูดไทยได้และภาษาอังกฤษผมก็พอไหวน่านะ”

“OK OK มีอะไรโทรเข้ามือถือฉันละกัน”

“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณนางฟ้าตัวกลมของผม” เมื่อจบจากการโอบลาสั้นๆ ชายโลเลก็ไม่ลังเลจะสาวเท้าไวไวตรงไปสถานีรถไฟฟ้าทันที

(นายกำลังจะไปแก๊สทาวน์…นายยังจำวันเก่าๆ ของเราได้ นายยังรักฉัน นายยังต้องการฉัน นายกำลังตามหาเรื่องราวของฉัน เพื่อให้รู้จักฉันมากขึ้นใช่ไหมนุ นุ….) ดร.ชานนท์คิดเข้าข้างตัวเองจนน้ำตาจะไหล แต่เขาก็ไม่มีเวลาให้อารมณ์นั้นๆ เขาเลื่อนกระจกรถปิดแล้วตามอนุชัยไปเร็วๆ

(ทำไมฉันถึงขี้ขลาดขนาดนี้นะ ฉันรับปากว่าจะเจอนายวันที่ 14 นั่นคือวันพรุ่งนี้ ฉันรอไม่ไหวแล้วนุ ฉันรอวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วอนุชาย คืนนี้ฉันจะเซอร์ไพรส์นายที่หอนาฬิกาไอน้ำ ฉันจะเซอร์ไพรส์นายที่แก็สทาวน์ แล้วฉันจะบอกเรื่องลูก ฉันจะเล่าเรื่องอาตี้ให้นายฟัง  ฉัน ฉันจะพานายกลับบ้าน Loft Love ที่รัก ที่รัก ฉันกำลังมีความหวัง บ้าน Loft Love จะกลับมาเหมือนเดิม นุ นาย นาย อยู่ไหน ฉันกำลังมองหานาย เมื่อครู่ฉันยังตามหลังนายอยู่หลัดๆ นายอยู่ไหน อ้อนั่นๆ ฉันเห็นนายแล้วที่รัก ฉันจะไปรอนายที่แก๊สทาวน์ ฉันจะโอบกอดนายให้แวนคูเวอร์อิจฉา ฉันจะจูบนายให้นานเพราะที่นี่ไม่มีใครรู้จักเราทั้งคู่ ที่รัก ที่รัก ทิมมี่นายต้องรอเดียรเนียลของนายนะ) ดร.ชานนท์คิด คิด พลางใช้นามแฝงที่รู้กันแค่ 2 คน แล้วอยู่ๆ น้ำตาชายใจเสาะก็เผลอไหลล้นออกนอกเบ้า เขาใช้หลังมือเช็ดเร็วๆ รีบหมุนตัวหลบเข้าผนังทึบๆ ขณะรถไฟฟ้ากำลังทิ้งหัวสู่อุโมงค์ใต้ดิน

………เสียงเพลงพลิ้ว พลิ้ว………

……..สายลมบาง บาง……….

……….ใบเมเปิ้ลสีม่วงเข้มก็กวัดแกว่ง………

………ลำนำเพลงรักหวานซึ้ง ซึ้ง………

……..ซ่านตรึงใจ ตามหลังฉันช้า ช้า………..

……….ที่รัก นายอยู่ห่างฉัน แค่เอื้อม………

………ทำไมฉันขี้ขลาดมิอาจเปิดเผย………

………หรือเพราะเคยรู้นิสัยนกป่านอนคอน……..

………ฉันจึงทำได้แค่วิงวอน เงียบๆ จนหัวใจด้านชาไปกว่าครึ่ง……….

………ไม่ใช่เพราะสายลมซัมเมอร์ที่หนาวลึก………

……..แต่เป็นเพราะแรงคิดถึงที่ขลาด-หวาดในตัวฉัน……….

………ที่รัก ฉันสัญญาว่าแก๊สทาวน์จะเป็นรังรัก…….

………คืนนี้แก๊สทาวน์จะเป็นของเรา เป็นของทิมมี่&เดียรเนียล………

……….เดี่ยวฉันจะแสดงตนเพื่อนาย เพื่ออนุชาย สัญญา สัญญา…….

อีกคนที่ฟาร์มบลูเบอร์รี่ถนน 40 แลงเลย์ แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา….

“Hi Dabe This my Brother From Thailand, He arrived yesterday” นางฟ้าตัวกลมพูดกับเจ้าของฟาร์มที่เป็นชายอินเดียแคนาเดียนวัย 50 ต้นๆ ดูทะมัดทะแมงสวมหมวกปีกกว้างแบบเอเชียชื่อเดปเร็วๆ เดปยิ้มต้อนรับแดดแรกก็เผยความอบอุ่นจากชายผู้นี้อย่างไม่ประหยัด

“Yes! I Know, Toy (ต้อยเพื่อนรักของสมรแม่อนุชัย) tall me all, Welcome Timmy, ยิน ดี ต้อน รับครับ” จบภาษาอังกฤษเขาก็หันมาพูดภาษาไทยกับอนุชัยอีก “ทิมมี่ ฉัน อยาก ให้ เธอ ช่วย เบ็บบี้ลูกชายฉาน ขายบลูเบอร์รี่ที่ถนน 200 มากกว่า” เดปพูดจบก็ยิ้มให้พลางหันไปเรียกลูกชายที่อายุไล่เลี่ยกันเข้ามาหา “Babby come here” เบ็บบี้เป็นหนุ่มลูกครึ่งไทยอินเดียแคนาเดียนเกิดที่แวนคูเวอร์ แม่ที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนเพิ่งจะเสียชีวิตเมื่อ 3 ปีก่อน เขาจึงพูดไทยได้ดีคนหนึ่ง เมื่อชายหนุ่มวัย 30 ต้นๆ หน้าคมได้พ่อ แต่ผิวได้แม่ชัดเจน เบ็บบี้จึงถือว่าหล่อมากๆ คนหนึ่ง เขายิ้มให้อนุชัยแบบเปิดเผยเป็นใบเบิกทาง

“เขา ชื่อ ทิมมี่ ลูกชาย ต้อย….You 2 คนควรรู้จักกันไว้” เดปแนะนำ อนุชัยยิ้มให้เบ็บบี้นิดๆ รอยยิ้มและวงหน้าของเบ็บบี้ดูอบอุ่นเหมือนกับพ่อ ทั้ง 2 เลยสนิทสนมกันเร็วกว่าที่คิด “I อยากให้ You 2 คน ไปช่วยกันขายบลูเบอร์รี่ที่ร้าน ทิมมี่!” และเดปก็หันหน้ามาพูดกับเขาอีก “You ไม่ต้องมาเก็บบลูเบอร์รี่ หรอก มัน เหนื่อย”

อนุชัยยิ้มให้พ่อลูกแบบคนรับไมตรี “ครับ แต่เช้านี้ผมขอช่วยแม่สักครึ่งวัน”

“OK งั้นตาม I มา…I จะสอนวิธีเก็บบลูเบอร์รี่ให้” อนุชัยไม่ทันได้พูดเบ็บบี้ก็ลากแขนหายเข้าแถวบลูเบอร์รี่ไปแล้ว

“ทิมมี่ อย่าใจอ่อนกับไอ้เบ็บบี้นะเธอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” และเสียงนางฟ้าตัวกลมก็แซวตามหลัง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า…ท่าจะเสร็จไอเบ็บบี้ละคราวนี้”

“You พูดอะไร Mona I Don’t understanding” เป็นเสียงของเดป

“Nothing Nothing บันจี บันจี ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

หลังพุ่มบลูเบอร์รี่….

“You เพิ่งมาแวนคูเวอร์ครั้งแรกรึทิมมี่” เบ็บบี้ถามขณะเดินนำไปหยุดที่พุ่มบลูเบอร์รี่ที่ดกที่สุด

“ฮื้อฮึ!…และฉันก็เพิ่งจะเคยเห็นบลูเบอร์รี่สดๆ บนต้นเป็นครั้งแรกด้วย”

“จริงดิ….” เบ็บบี้โน้มกิ่งบลูเบอร์รี่สูงพลางเด็ดผลไม้สีน้ำเงินจมดำที่ยังอาบน้ำค้างจนเห็นเป็นสีขาวนวลลูกใหญ่กว่านิ้วหัวแม่มือยื่นให้ “งั้น You ต้องได้ชิมลูกนี้….”

อนุชัยทำหน้า งง… “ไม่ต้องล้างก่อนรึไง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า  I เข้าใจเพราะก่อนแม่จะเสียชีวิต I เคยไปอยู่เมืองไทยกับยายตั้ง 2 ปี…กฎหมายที่นี่แรงมากเขาไม่ฉีดยากันหรอกเชื่อดิ ดู I เป็นตัวอย่าง” แล้วเบ็บบี้ก็โยนบลูเบอร์รี่เข้าปากพลางหลับตาเคี้ยวตุ้ยๆ ให้เห็น…อร่อยโคตร You ต้องลองมั่งละ”

เมื่ออนุชัยทำตามรสชาติผลไม้สีน้ำเงินจมดำที่อาบน้ำค้างจนขาวนวลก็ทำให้เผลอหลับตานึกถึงผลไม้ทิพย์จากสวรรค์ได้ไม่ยาก “ฮื้อหือ! มันสุดยอด….”

ทั้ง 2 คุยกันสักพัก เสียงเบ็บบี้ก็ดังขึ้นมาอีก “You มาที่นี่มี Program ไปที่ไหนหรือยัง”

อนุชัยนึกถึงใบหน้าดร.ชานนท์ขึ้นมาในใจ “ฉันอยากไปแก๊สทาวน์เป็นอันดับแรก….ไปที่นั่นเพื่อค้นหาความรู้สึกของใครบางคน”

“เฮ้ย!…ทิมมี่ You พูดเหมือนกับเคยมีความหลังเลยว่าไหม”

อนุชัยผงกหัวให้เบ็บบี้เห็น “ใช่ก็ฉัน 36 ปีแล้วนี่ก็ต้องมีบ้างละ” อนุชัยหยุดหายใจทิ้งสักครู่ “มีคนๆ หนึ่งเขาชอบแก๊สทาวน์เป็นพิเศษ แต่เขาก็จบไปจากชีวิตฉัน 15 ปีละ”

“15 ปี  You ยังลืมเขาไม่ได้เนี้ยนะ Timmy Timmy Why What Happen”

“มันจบไปแล้ว แค่ฉันอยากไปที่นั้นเพื่อจะจบเขาแบบจริงๆ จังๆ ซะที”

“อื้อๆ….I เป็นไก้ด์ให้นะ….” เบ็บบี้รีบเสนอตัว “เผื่อว่าจะเป็น I ที่….เปล่าๆ จะให้ I ไปรับกี่โมง-ที่ไหน” เบ็บบี้พูดติดๆ ขัด ก่อนจะสรุปเร็วๆ ตบท้าย

“ฉันไปเองดีกว่า นายไปดักเจอฉันที่หอนาฬิกาไอน้ำบนถนนวอเตอร์ก็แล้วกัน” อนุชัยบอกเร็วๆ

“ได้ๆ OK กี่โมงดี I เลิกขายของที่ร้านก็ประมาณ 2 ทุ่ม”

“เอาที่นายสะดวก เพราะฉันมาที่นี่มันว่างเปล่าไปเสียทุกอย่าง”

“OK Timmy 2 ทุ่มครึ่ง You ไปรอ I ที่หอนาฬิกา OK, You ไปแก๊สทาวน์ถูกแน่นะ” เบ็บบี้ย้ำ

“คิดว่านะ”

“นี่เบอร์โทร I, Add Line ไว้ด้วยเผื่อฉุกเฉิน”

“OK ขอบใจเบ็บ ขอบใจมากๆ”

“Wellcome Timmy คืนนี้ I จะถือว่าเป็นเดทของเรา I จะสร้างแก๊สทาวน์ให้เป็นสวรรค์ You คอยดู…..” เบ็บบี้พูดอย่างคนมีเลศนัย อนุชัยยิ้มนิ่งๆ จนได้ยินเสียงเดปเรียก เบ็บบี้จึงแยก “คืนนี้เจอกันนะ Timmy”

เวลาต่อมา……..

อนุชัยเดินออกจาก สถานีวอเตอร์ฟรอนท์ดาวทาวน์ สู่ ถนนโครโดว่า แบบคนไม่เหลือใครไว้ด้านหลัง แดดตอนเกือบๆ 2 ทุ่มยังค้างอยู่ในตำแหน่งบ่าย 3 โมงของประเทศไทย เขาก้มดูแผนที่จากโทรศัพท์มือถือสั้นๆ ก่อนจะตรงดิ่งไปยังถนนวอเตอร์แบบคนไม่ยอมเสียเวลา ไม่ใช่! คนเขียนประเมินผิด เขาเผลอแวะยืนเป็นหุ่นหินหน้ารูปปั้นคล้ายนางฟ้าติดปีกกำลังอุ้มชายแต่งกายคล้ายนักรบไร้สติหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งบนถนนสายนั้น นาน นาน…กระทั้งเลือกกระบะต้นไม้สีปูนแทนม้านั่ง สายลมช่วงซัมเมอร์จาก สแตนเลย์พาร์ค ยังคงหนาวจนเจ็บเนื้อสำหรับหนุ่มเอเชียที่เพิ่งมาเยือนเมืองนี้เป็นครั้งแรก

“นายรู้ความหมายของปติมากรรมนี้หรือเปล่าเดียรเนียล” เขาละเมอพลางยกคอเสื้อแจ๊กเก็ตขึ้นปิดคอ  “ฉันหนาว ฉันหนาวในที่ๆ ที่นายชอบ เดียรเนียล”…..

……….กระบะสีปูนกับดอกหญ้าแห้งๆ……….

……….เพียงสายลมบาง บางก็หลุดลอย……….

……….ใช่ที่เห็นจะสูญสิ้น….…….

……….เมื่อเม็ดฝนโปรยปราย……….

……….ฤดูใบไม้ผลิจะปลุกเรียก……….

………หญ้าดอกเดิมก็ผลิบานได้ใหม่………

………กระบะสีปูนกลับมาสมบูรณ์แบบ………

………วัฎจักร 1 วงรอบชีวิต………

………ฅน………….ก็เช่นกัน……….

อนุชัยลุกทิ้งสายตาผ่านซอกตึกสีเข้มไปยัง สแตนเลย์พาร์ค ที่อยู่อีกฟากของอ่าวแวนคูเวอร์ เขาหลับตาและถอนหายใจทิ้งๆ ขว้างๆ หลายครั้งก่อนจะตรงไปยังเป้าหมาย เมื่ออาคารเก่าสไตส์วิคตอเรียนปรากฏอยู่ต่อหน้า

(เดียรเนียล…เป็นที่นี้ใช่ไหมที่ครั้งหนึ่งจอห์น “แก๊สซี่ แจ็ค” ดีตัน เคยเปิดบาร์เครื่องดื่มสำหรับคนงานในโรงเลื่อยไม้ บาร์เหล้าที่ว่าเคยอยู่ตรงไหนกันนะ ตรงไหนเดียรเนี่ยลที่นายชอบ มันจะเป็นที่ที่ฉันหมายตาเอาไว้หรือเปล่า ทำไมยิ่งมาเห็นที่นี่จริงๆ ฉันก็ยิ่งลืมนายไม่ได้ ฉันกลับยิ่งคิดถึงนายมากกว่าเดิม นายอยู่ไหนเวลานี้ เดียรเนียล นายอยู่ไหน อยู่ไกลจากฉันหรือเปล่า ฉันกำลังทอดน่องไปตามทางเท้าสีน้ำตาลเข้มๆ มีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ทุกสีผิวมาพบกัน นั้นร้านขายของที่ระลึก นั้นก็ร้านเครื่องประดับตกแต่ง นั้นก็คล้ายจะเป็นร้านกาแฟของคนเอเชีย นั้นร้านเครื่องดื่ม และนั้นก็คือแกลลอรี่ คงเป็นที่ไหนสักแห่งที่นายเคยนั่ง ที่นายเคยหัวเราะกับเพื่อนฝรั่งของนาย เดียรเนียลตรงไหนกันที่นายเคยผ่าน ฉันปวดใจ ฉันตั้งใจจะตัดนายทิ้งเพื่ออนาคตของเรา แต่ทำไมฉันยิ่งมองก็ยิ่งมืดมน…ตอนนี้ เวลานี้ฉันกำลังเห็นทุกอย่างเป็นนาย ฉัน ฉันกำลังเห็นนายเดินผ่านตัวฉันไปมา และนั่นๆ ในกระจกเงาในร้านกิ๊บช็อบสีแดง เอ้!….ทำไม ทำไมมีร่างของนายยืนอยู่หลังฉัน ฉันเบลอ ฉันบ้า ฉันคลั่งนายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน)

“คุณ คุณ เดียรเนียล เดียรเนียล นั่นเป็นนายจริงใช่ไหม” อนุชัยหันขวับไปสำรวจ แต่ก็ไร้เงาของคนที่กำลังคิดถึง (โอ้! นี่ฉันเป็นบ้าจนตาฝาดไปเองหรืออย่างไร คุณ ไอ้คุณ ไอ้เดียรเนียล ฉันหนาว ฉันอยากกุมมืออุ่นๆ ของนาย อยากมีนายมาเดินเคียงข้างฉันในแก๊สทาวน์เหลือเกิน….ฉันมาที่นี่เพื่อจะเรียนรู้นายเป็นอย่างสุดท้าย แต่ทำไมมันยิ่งตอกย้ำให้ฉันลืมนายไม่ลง เดียรเนียล เดียรเนียล คืนหัวใจฉันมา ขอหัวใจฉันกลับมาขอร้อง ได้โปรด)

อีกคน………

ทันทีที่รู้ว่าพลาดจนเผยตัวให้อนุชัยเห็นในกระจก ดร.ชานนท์ก็หลบหลังมุมตึกสีน้ำตาลเข้มพร้อมกับทรุดสะอื้นแบบคนหลงทาง “นายเรียกฉัน นายเรียกชื่อฉัน นายยังรักเดียรเนียลจริงๆ นุ นุ ทิมมี่ ทิมมี่…” ดร.ชานนท์ลุกเช็ดน้ำตาให้สะอาดก่อนจะก้าวฉับๆ เพื่อจะตามคนรักให้ทัน (ฉันจะต้องกล้าหาญที่รัก 15 ปีนานเกินไปสำหรับเราและ 15 ปีก็ทรมานเราทั้งคู่ สายตานายบอกฉันแบบนั้น….ที่รักนายมีลูกกับฉันแล้วนะ เขาชื่อ อาตี้…อานนท์ สายสกุล เป็นลูกชายที่เหมือนนายทุกกระเบียดนิ้ว ได้แบบอย่างของนายมาครบถ้วน อาตี้โหยหาพ่ออย่างนายทุกค่ำคืน ฉันสัญญากับลูกว่าจะตามนายกลับบ้าน Loft Love และเวลานี้ตอนนี้ฉันจะไม่ยอมพลาดที่รัก ฉัน ฉัน ฉัน จะทำให้แก๊สทาวน์เป็นสวรรค์สำหรับเรา ฉันจะฉุดนายออกไปยืนจูบตรงถนนแคมบี้และถนนวอเตอร์ตัดกัน ฉันจะยืนจูบนายจนกว่าจะได้ยินเสียงนาฬิกาไอน้ำดังปู้น ปู้น เป็นครั้งที่ 2 ที่รัก ฉันเห็นนายแล้ว นายกำลังยืนเหม่อๆ ในแบบของอาตี้ไม่ผิดเพี้ยน นายกำลังหลงใหลนาฬิกาของ ไรม่อน แซนเดอร์ นายกำลังยิ้มให้กับไอน้ำสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับเสียงปู้น ปู้น อย่างที่ฉันชอบ นายชอบเหมือนฉัน  นายกำลังยืนตรงตำแหน่งที่ฉันเคยหลงใหล ทิมมี่  ทิมมี่ นาย นาย นุ นุ ฉันยังขี้ขลาดไม่กล้าเอ่ยขณะที่ฉันยืนเกือบๆ ชิดแผ่นหลังสีดำของนาย นุ ทิมมี่ หน้าอกฉัน หน้าอกฉันกำลังจะปล่อยไออุ่นไปให้นายแล้วนะ ฉันจะแนบมันกับแผ่นหลังที่เคยกอดจนกว่านายจะรู้ตัว ทิมมี่ นุ อนุชัย อนุชายยยยยย”

“Timmy อยู่ตรงนี้เอง Let’s go, I have something to surprise you” และนาทีเดียวกันชายเอเชียผิวขาวใบหน้าคมหล่อตัวสูง ก็ฉุดข้อมืออนุชัยห่างออกไป ดร.ชานนท์ช็อกนิ่งราวกับหุ่นหินของแก๊สซี่ ใช่เขาอาจจะเป็นจอห์น “แก๊สซี่ แจ็ค” ดีตัน มาเกิดใหม่ก็เป็นไปได้

“นุ นาย นาย…..ฉัน ฉัน อยู่นี้” เสียงระดับเบาไม่ทันหลุดจากลำคอแผ่นน้ำรื่นๆ ก็เคลือบกระจกตาอีกรอบ… “นายจะไปไหน…นุ ทิมมี่ ฉันอยู่นี้ เดียรเนียลของนายอยู่นี้…..” ดร.ชานนท์เร่งฝีเท้าตามอย่างคนไม่ยอมแพ้กระทั้งมาหยุดที่ผนังกระจกหน้าร้านเครื่องดื่มใกล้ๆ กับรูปปั้น “แก๊สซี่ แจ็ค” บนถังวิสกี้บนจัตุรัสเมเปิลทรี บริเวณเดียวกับจุดที่เคยเป็นโรงเหล้าแห่งแรก ภาพคู่รักกำลังสวีทราวกับเป็นเดทแรกในแก๊สทาวน์ มันได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างจนดร.ชานนท์อยากจะล้มจบชีวิตเสียตรงนั้น เขายืนมอง ยืนจ้องคนทั้ง 2 จนร่างกายเริ่มโงนเงนไม่มั่นคง น้ำตาก็ไหลพรากไหลทิ้งแบบไม่เสียดาย จนกระทั้ง….

“ฉันมาทำอะไรที่นี้….มาดูคู่รักสวีทกันอย่างนั้นหรือ แล้วฉันละ ฉันเป็นใคร เดียรเนียล คุณ ไอ้คุณ ไอ้เหี้ยชานนท์ หรือเป็นแค่สายลมโง่ๆ แค่นั้น อ๊ากกกกกกกก!”

เกือบ 3 ทุ่มต้มเปิ้ลใบหนาสีม่วงเข้มก็ค่อยๆ จมสู่สีดำ ลมหนาวทำให้ ดร.ชานนท์ สายสกุล ต้องห่อเสื้อโค้ทสีดำห่มแนบกับลำตัวและน้ำตาที่ไหลอาบ 2 แก้ม เขาใช้คำแก้ตัวกับคนที่เดินผ่านไปมาสั้นๆ ว่าแดดสุดท้ายที่แก๊สทาวน์แยงตาเท่านั้นเอง….

อีกคน………

“Timmy You เชื่อไหม? เบียร์ที่ร้านนี้เป็นเบียร์สูตรดั้งเดิมของ แก๊สซี่เลยนะ” เบ็บบี้พูดอย่างคนอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“อื้อฮึ!….เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อนเบ็บบี้ ฉัน ฉันว่าฉันเห็น….”

“You เห็นใคร You รู้จักใครที่แวนคูเวอร์ด้วยรึไง แค่แก้วเดียวก็ตาฝาดไปแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“แต่ เมื่อสักครู่….”

“You ตาฝาดจริงๆ นั้นแหละ มา มา ชนเพื่อเราดีกว่า…..”

“เบ็บบี้ ฉัน….”

“เอาน่า คนเราเวลาคิดถึงใคร คิดถึงอะไรโอกาสจะเกิดภาพหลอนสูงเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่เอาน่า คืนนี้ I จะพา You เที่ยวให้รอบดาวนทาวน์เลยเป็นไง หึ หึ…I จะเรียก You ว่าที่รักได้รึยัง” ประโยคสุท้ายของเบ็บบี้เรียกสติของอนุชัยกลับคืนทันทีทันใด เขาหุบริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะค่อยยิ้มให้เบ็บบี้เห็น

“You You ใช้หัวใจยิ้มให้ I, Timmy, I เห็นหัวใจ You ยิ้ม ไม่ใช่ริมฝีปาก โอ้ No, Oh! My God”

จบ อนุชาย2 บทที่6 ตามหาหัวใจ2

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...