อนุชาย2 บทที่29

อโหสิกรรมอนุชาย2 บทที่29 อโหสิกรรม

อนุชาย2 บทที่29 อโหสิกรรม

พัทยากลาง….

เมื่อรถเบ้นซ์สีดำเลี้ยวลงไปจอดชั้นใต้ดินของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งในพัทยากลาง กระโปรงและเสื้อลูกไม้ที่หลุดลุ้ยของหญิงวัยเกือบจะ 50 แต่ยังคงใบหน้าสดสวยเปล่งปลั่งจากงานศัลกรรมก็ถูกสวมให้เข้าที่ เธออาศัยกระจกหลังสำรวจใบหน้าตัวเองก่อนจะควักลิปสติกกับตลับแป้งขึ้นมาเติม ปั๊บ! ปั๊บ! ปั๊บ!…เมื่อจัดทรงผมเข้าที่เข้าทางเสียงชายหนุ่มรุ่นน้องก็ดังขึ้น

“พี่หงส์….เราจะหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้อีกนานแค่ไหน….ลูกเรา 2 คนก็กำลังโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วนะพี่”

“ใจเย็นๆ ซิที่รัก….อีกไม่นานหรอกเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเรา 4 คนก็จะสบายแล้วละ” เธอโน้มหอมแก้มพลางฉายแววตาปรารถนาให้เห็น “ทรมานพี่มาตลอดทาง ไม่สงสารบ้างเลยหรือค่ะทูลหัว”

“อาซันนับวันใบหน้าจะคล้ายผมเข้าไปทุกที เราต้องเร่งมือแล้วละ” สมหวังพูดขณะกำลังเปิดประตูรถ เขาก้าวลงไปยืนรอก่อนซ้อหงส์จะเดินอ้อมมาสอดมือคล้องแขนพลางดันหน้าอกที่เพิ่งไปยกกระชับดุลหัวไหล่อย่างจงใจ

“ใจเย็นๆ นะค่ะพ่อรูปหล่อ”

“อยากให้จบๆ วันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ….ยิ่งเห็นพี่หงส์อี๋อ๋อกับมันหัวใจผมแทบมอดไหม้เป็นผุยผง” สมหวังพึมพำ

ซ้อหงส์ยิ้มแบบคนได้ใจสุดๆ “ดูพูดเข้า ฮา ฮ่า ฮ้า….เล่นน้ำพี่เดินเลยรู้ไหม” พูดจบเธอก็โน้มจูบติ่งหูกระตุ้นก่อนจะถึงประตูไม่กี่เมตร

“2 ชั่วโมงขอจัดหนักๆ ให้สมกับอยากมาหลายวันนะครับพี่”

“รีบเช็คอินก็แล้วกันหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ตื่นเต้นจะตายว่าไหม ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

และแสงดาวไล้ท์ของห้องสูทบนชั้น 22 ยามใกล้เที่ยงก็อาบ 2 ร่างขาวเนียนบนเตียงขนาดคิงส์ไซด์ พวกเขากำลังถาโถมกระหน่ำทุกสัดส่วนของร่างเปลือยเปล่า-โลมเล้ากันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตาย เม็ดเหงื่อทุกเม็ดผุด-ปลิ้น-ล้นออกมาจากรูขุมขนอย่างไม่บันยะบันยัง

“โอ้ย!…..”

“เร็วเข้าที่รักเร็วเข้า เร็วขึ้นอีก”

ซ้อหงส์พลิกตัวเองขึ้นด้านบนตา 2 ข้างหลับพริ้มครวญครางเชิดสูง หน้าอกส่วนเสริมกระชับก็ชูชันจนชายหนุ่มได้แต่นอนดิ้นเร่าๆ อยู่ด้านล่างหลงวันเวลา จนหมดสิ้น

“เรียกฉันว่าเมียเร็วเข้า สามีจ๋า โอ้ยยยยยย”

“ผมเป็นผัวให้พี่หงส์มาเกือบ 20 ปี ไม่น่าเชื่อว่าไอ้หมูโง่จะไม่รู้เรื่อง….มันสะใจสุดพี่ว่าไหม….”

“อย่าพูดถึงเค้า…..อย่าพูดถึงเค้าในเวลานี้…..โอ้ยยยยยยย เมียจะขาดใจตายอยู่แล้ว…ผัวขา”

line1 for timmy

ที่วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ยังไม่ 7 โมงเช้ารถตู้ 2 คันก็แล่นมาจอดคู่กันใต้ต้นโพธิ์ที่กำลังผลัดใบ ยอดอ่อนสีชมพูบอกความงามอันวิจิตรบรรจงให้หลายคนทึ้ง ความยิ่งใหญ่แผ่รัศมีไม่น้อยกว่า 7 เมตร ใบเก่าสีน้ำตาลหลุดร่วงปลิวว่อนอยู่เหนือหัวไม่นานวิถีแห่งโลกก็ดึงมันลงมากองรวมกันจนพื้นรอบโคนต้นขนาด 10 คนโอบ-ไม่เห็นใบหญ้าและสีดินเลยสักฝ่ามือเดียว

สตีป เจมส์มาร์คอร์ เลื่อนประตูรถตู้ที่ตามหลังก้าวออกมาให้เห็นก่อน ตามด้วยสาวน้อยรินรี่และเบล สักพักหมอแครรายก็ออกมารับแขนอดีตท่านผู้หญิงแขไขที่มาด้วยชุดสีขาวสะอาดจนแทบมองไม่เห็นตำหนิ หลังจากเธอตั้งหลักได้ กิริยาแช่มช้อยก็ค่อยๆ ยกมือพนมไหว้ไปทางอุโบสถหลังใหญ่ที่โดดเด่นในระยะ 50 เมตร ปกรณ์ เชาว์ เมื่อดับเครื่องยนต์ก็ก้าวตามลงมาสมทบ เขาเข้าไปประคองแขนหญิงชราก่อนจะพาเดินเข้าไปสมทบกับคนบ้านสายสกุลที่ยืนรวมกลุ่มรออยู่อีกฟากหนึ่ง

“สวัสดีคะคุณพี่” แขไขยกมือไหว้ดร.ชวนนท์ต่อด้วยคุณหญิงพวงพรที่มาด้วยชุดสีขาวคล้ายกัน ปกรณ์ยกมือไหว้คนทั้ง 2 เมื่อทั้งหมดทักทายกันจนครบ เสียงดร.ชานนท์ที่ยืนคู่กับอาตี้และอนุชัยก็ดังขึ้น

“เจ้ดวงไม่มาด้วยหรือครับพี่ปกรณ์”

ปกรณ์ยิ้มอบอุ่น แววตาบอกอิ่มๆ จ้องคนทั้ง 3  “เดือนหน้าก็จะถึงกำหนดคลอดเลยไม่อยากให้มานะครับ” เขาบอก

“รู้หรือยังได้ลูกสาวหรือลูกชาย” ดร.ชวนนท์ผู้เป็นพ่อถามบ้าง ปกรณ์หันไปยิ้มให้อีก

“ยังไม่ทราบหรอกครับท่าน เรากะว่าจะรอลุ้นตอนคลอดทีเดียวนะครับ หึ หึ หึ” ปกรณ์บอกพลางหัวเราะเสียงในลำคอ

“จากประสบการณ์ถ้าจะให้แครเดานะ เราน่าจะได้หลานสาวแน่ๆ เลยคะ ฮา ฮ่า ฮ้า”

“ก็ดีซิคะพี่หมอ หญิงจะได้จับแต่งตัว-แต่งหน้า-แต่งผมให้สนุกไปเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หญิงรัดดาพูดทีเล่นทีจริงก่อนที่แครรายจะเดินไปฉุดข้อมือเธอแยกไปกระซิบกระซาบและในระยะ 5 เมตร 2 สาวก็หัวเราะร่าสลับมีหลายเรื่องราวต่อเนื่องไม่หยุด…กระทั้งแดดสีวะนิลายกระดับสู่สีครีม ดร.ชวนนท์จึงนำคนทั้งหมดเข้าไปนั่งรวมกันอยู่ในศาลา

“คุณพี่คะ” เสียงแขไขดังในระดับต่ำ “หากที่ผ่านมาดิฉันได้กระทำล่วงเกินหรือกระทำเรื่องมิสมควร คุณพี่ทั้ง 2 ได้โปรดอโหสิกรรมให้ดิฉันด้วยนะคะ”

คุณหญิงพวงพรรับไหว้สั้นๆ พร้อมกับช้อนร่างของเธอขึ้นมานั่งที่เดิม “ไม่เป็นไร ขึ้นมานั่งบนเก้าอี้เถอะ วันนี้เป็นวันดีนะคะ” เมื่อแขไขเข้าที่เข้าทาง เสียงคุณหญิงพวงพรก็ดังขึ้นมาอีก “หากดิฉันและครอบครัวได้กระทำอะไรให้ขุ่นข้องหมองใจก็ได้โปรดอโหสิกรรมให้พวกเราด้วยเช่นกันนะคะ”

แขไขยิ้มจนคล้ายจะมีน้ำตา “คะ….แค่นี้ดิฉันก็สบายใจหมดห่วงแล้วละคะคุณพี่”

“ถ้าเป็นหนทางที่แขสบายใจและมีความสุข เราทุกคนก็มีความสุขไปด้วย ไม่ต้องเป็นกังวลหรอก” ดร.ชวนนท์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เสริม…

แดดด้านนอกทอประกายผ่านแมกไม้ สีเขียวหลายเฉดสลับพุ่มเงากำลังทำให้หลายๆ คนหลงใหล ปกรณ์ อนุชัย ดร.ชานนท์ แคราย สตีป รินรี่ เบล อาตี้และหญิงรัดดาก็ยังวนเวียนชื่มชมรอบๆ บริเวณ ดูเหมือนทุกคนกำลังกอบโกบความสุขอันเหลือเฟืออย่างไม่รู้จักอิ่ม เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ ยอกเย้าดังไม่ขาดระยะ กระทั้งพระเณรและแม่ชีเสร็จจากภารกิจภาคเช้า เกือบ 9 โมง อดีตท่านผู้หญิงแขไขก็ถูกเชิญไปอาบน้ำโกนหัว เพื่อเตรียมตัวเข้าทำพิธีบวช ปกรณ์ต้องวิ่งหน้าวิ่งหลังคอยอำนวยความสะดวก แครรายเองก็วนเวียนอยู่ไม่ห่าง กระทั้งพิธีโกนหัวเสร็จสมบูรณ์ เครื่องนุ่งห่มสีขาวของว่าที่แม่ชีแขไขก็เสร็จสมบูรณ์ เธอออกมายืนโดดเด่นให้ทุกคนเห็น แดดสีครีมอุ่นๆ เสริมส่งจนหลายคนอดพนมมือไหว้เธอไม่ได้

และขณะที่หมอแครรายกำลังจะส่งเธอเข้าสู่อุโบสถ เสียงปืนไม่รู้ที่มาก็ดังขึ้น 4 นัดติดๆ กัน

            #ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!#

            ทุกคนล้มหมอบไปกับพื้นตามสัญชาตญาณมีเพียงอาตี้คนเดียวที่ยังยืนนิ่งราวกำลังช็อกสุดขีด  เขายิ้มในเบื้องต้นก่อนจะค่อยๆ แสดงความเจ็บปวดให้เห็น เลือดสีแดงฉานกำลังซึมผ่านเสื้อผ้าสีขาวโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ด้วยซ้ำ….แต่นาทีต่อมา “พ่อ…..” เขาเรียกเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง

“อาตี้!….” เสียงดร.ชานนท์กับอนุชัยดังขึ้นพร้อมกัน พวกเขาพุ่งเข้าไปรับร่างที่กำลังทรุด “อาตี้!….”

“อ๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ…….” และเสียงกรีดร้องโหยหวนของว่าที่แม่ชีแขไขก็ดังลั่น เธอทรุดฮวบกองลงกับพื้นก่อนจะเป็นหมอแครรายวิ่งเข้าไปช้อนร่างของเธอมากอดแน่น “แม่….แม่…..” ปกรณ์มอง 2 ฝั่งสลับกันไปมาก่อนจะวิ่งไปยังรถตู้ เมื่อเสียงเครื่องยนต์คันหนึ่งดังขึ้น เสียงอีกคันก็ดังตามขึ้นมาติดๆ

“แม่ แม่ แม่…..”

“อาตี้ อาตี้ อาตี้” เสียงเรียกสติอีกฝั่งก็ยังไม่หยุด ดร.ชานนท์อุ้มร่างลูกชายวิ่งตรงไปยังรถ

“คุณอยู่กับเด็กๆ ที่นี่ก่อนนะคะ” คุณหญิงพวงพรหันมาสั่งสามี เธอออกแรงวิ่งตามร่างของหลานชายไปพร้อมๆ กับอนุชัย กระทั้งรถตู้บ้านสายสกุลแล่นออกนอกเขตวัด รถตู้อีกคันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ….แต่ว่า….

“แม่ แม่ แม่” แครรายกระตุ้น ปกรณ์กระโจนลงมากะจะช้อนร่างอ่อนปวกเปียกแต่ทันทีที่แขนสอดผ่านยกเธอขึ้นจากพื้นเสียงแครรายก็ดังขึ้นมาอีก

“แม่ แม่ แม่”

ปกรณ์ทรุดฮวบ ร่างทั้งร่างสั่นเกร็งจนความเจ็บปวดแสดงตัวตนออกมา

“แม่ แม่คะ….”

ทันทีที่แดดเปลี่ยนเฉดเวลาเข้าสู่สีขาว เสียงโหยหวนจากชายผู้อาภัพก็ดังลั่นลานวัด

            “แม่………….”

อดีตท่านผู้หญิงแขไขหรือว่าที่แม่ชีแขไขสิ้นลมแล้ว ปกรณ์กับแครรายสั่นเกร็งทำอะไรไม่ถูก เมื่อถึงบทสรุปเขาจึงค่อยๆ วางร่างไร้วิญญาณลงกับพื้นก่อนจะวิ่งไปกระชากชายผู้ต้องสงสัยมาจากแขนบอดี้การ์ดพร้อมกับกดร่างเขาลงกับพื้นดิน

“คุณอา…..เป็นฝีมือของคุณอาใช่ไหม ใช่ไหม”

ชายผู้ต้องสงสัยคนนั้นคือ อนุชา เชาว์ ไม่ใช่ใคร เขานิ่ง นิ่งจนเห็นน้ำตาล้นทะลักออกทางหางตาทีละข้าง “อาแค่อยากมาขออโหสิกรรมกับพี่หญิงเท่านั้นจริงๆ ฮื่อๆ” อนุชาฟูมฟายร้องไห้ไม่หยุดกระทั้งมือที่กดเกร็งค่อยๆ หมดแรง

“ทำไมต้องรุนแรงขนาดนี้ ทำไม ทำไม ทำไม”

………แดดสีครีม กำลังอุ่น ละมุนหอม………

………ผีเสื้อดอม ดมตามกลิ่น เสน่หา………

………ผ้าสีขาว ราวกับฟ้า มาเมตตา……….

………ชื่นอุรา สุขเอมอิ่ม พริ้มพราวพรรณ……..

……..เกือบ 10โมง เหมือนฝัน วันฟ้าฉาย……..

………ใจสลาย เมื่อกรรมหนัก ทักทายฉัน………

……….สิ้นเสียงปืน ฝืนเห็นร่าง ร่วงเร็วพลัน………

………..ใจฉันสั่น สลายลับ ดับมืดมน……….

……….อโหสิกรรม จะนำส่ง สู่แดนไหน………

……….สรวงนรก หรือแห่งใด ไม่เคยหวั่น……….

……….ขอผลบุญ ที่เหลือค้าง ล้างเร็วพลัน………

……….เสริมสร้างฝัน วันฟ้าใหม่ ให้ทุกคน………

            “แม่……..”

งานศพของอดีตท่านผู้หญิงแขไขถูกจัดขึ้นง่ายๆ ที่วัดแห่งนั้นและอีก 3 วันต่อมา ปกรณ์ เชาว์ ก็บวชเดินนำร่างอดีตท่านผู้หญิงแขไขสู่เชิงตะกอน แสงสุดท้ายกำลังจะลับขอบฟ้า เขายืนแบบคนปลงตกจ้องเข้าไปในกองไฟที่กำลังลุกโชติช่วง นัยน์ตาอ่านไม่ออกกำลังเต้นเร่าๆ ราวกับมีหลายเรื่องราวให้ขบคิด…กระทั้งเสียงของหลวงพ่อดังขึ้นทางด้านหลัง

“โยมเค้าไปดีแล้วละ อย่าได้เป็นกังวลเลย…..ไปกันเถอะถึงเวลาที่ต้องกลับคืนสู่โลกเดิมแล้ว”

พระปกรณ์นิ่ง….ชายผ้ากาสาวพัสตร์ที่ห่อหุ้มร่างกายโปกสะบัด สายลมในยามนั้นก็กระตุ้น “ครับหลวงพ่อ”

“ยังมีอีกหลายเรื่องหลายราวรอให้ได้พบได้เห็น…จงผ่านมันไปให้ได้เถอะนะ”

และก่อนหน้านั้น…..

“คุณอาครับ ทำไมต้องรุ่นแรงขนาดนี้” ปกรณ์ยังกดร่างอนุชาติดกับพื้นดิน จนบอดี้การ์ดของบ้านสายสกุลเข้ามาแยกก่อนจะนำตัวอนุชาไปโรงพัก ปกรณ์ก็ตามไปคุยด้วย เมื่ออารมณ์กลับสู่ปกติ การพูดคุยอย่างมีเหตุมีผลจึงเริ่มต้นอีกครั้ง

“งานนี้ไม่ใช่ฝีมือของเฮียชาญ” อนุชาพูดจากหลังลูกกรง แววตาฉายความั่นใจชัดเจนจนปกรณ์ถึงกับซี๊ด!ปาก….

“ถ้าไม่ใช่คนของอาชาญแล้วจะเป็นใครไปได้ละครับคุณอา” ปกรณ์ถาม

“อีกแค่ปีเดียวกงสีของบ้านตระกูลเชาว์ก็จะถูกกฎหมายเข้ามาจัดการ มีอีกกลุ่มที่ต้องการเร่งจบเกมให้เร็ว เฮียชาญคิดไม่ทันคนกลุ่มนี้แน่ๆ”

“ใครกันละครับคุณอา…”

อนุชาฉายยิ้ม…… “ดูหน้าอาซันกับยายวิวเองซิ…..”

ปกรณ์ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “อาซันกับคุณหนูวิวเข้ามาเกี่ยวอะไรด้วย ผมว่าคุณอาอย่าเอาหลานเข้ามายุ่งจะดีกว่า” ปกรณ์สะบัดหางเสียงราวต้องการจะตัดประเด็น

“อาขอถามหน่อย….ที่นายไม่ใช่ลูกชายเฮียชาญเพราะอะไรรู้ไหม”

ปกรณ์นิ่งคิด…เขาสำรวจอนุชาอยู่หลายรอบแต่ก็เห็นเพียงปริศนาที่เดาไม่ออก…

“ฟองฟ้าแม่ของนายตกเป็นเมียของเฮียชาญร่วมปีแต่ไม่เคยตั้งท้อง แต่พอเฮียชาติกลับจากแคนาดาไม่ถึง 3 เดือนเธอก็ท้องขึ้นมาทันที…”

“คุณอาอย่าบอกนะว่า….” ปกรณ์คล้ายจะนึกออกแต่ก็ไม่กล้าสรุป

อนุชาผงกหัว “เฮียชาญเป็นหมัน”

“หา!……จริงหรือครับ แล้ว แล้ว…..”

“อาซันกับยายวิวไม่ใช่ลูกเฮียชาญอย่างแน่นอน” อนุชาสรุป…ปกรณ์ทิ้งตัวไปกับพนักเก้าอี้ เขามองฝ้าเพดานที่ว่างเปล่าอย่างคนหมดแรง…สักพัก

“แล้วอาชาญจะรู้เรื่องนี้….ผมหมายถึงเรื่องที่ตัวเองเป็นหมันหรือเปล่าครับ” ปกรณ์ถามกลับเร็วๆ

“คาดว่าน่าจะรู้ไม่นานมานี้แหละ…เพราะว่าเฮียชาญแอบไปซื้อบ้านหลังหนึ่งให้เมียน้อยแถวลำลูกกา….ซึ่งอาเองก็เพิ่งรู้มาเช่นกันว่าพวกเขาแอบคบกันได้แค่ 2 ปีมานี้เองและผู้หญิงคนนั้นก็อยากมีลูกกับเฮียชาญจนต้องพาเขาไปพบแพทย์ถึง 3 ครั้งมาแล้วด้วย”

“คุณอารู้เรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไรครับ” ปกรณ์ถามอีก

“เวลานี้อาอยู่ในการดูแลของตำรวจ……”

“จริงหรือครับ”

อนุชาพยักหน้า “ไม่ต้องเป็นห่วงอาหรอก อีกสักพักอาก็ได้ออกจากตรงนี้แล้วละรับรองได้” และที่ด้านหลัง

“อนุชา เชาว์ มีคนมาประกันตัวแล้วครับออกมาได้” เสียงนายตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอปากช่องดังขึ้น

“นั้นไงเชื่ออาหรือยัง”

“ครับ…..”

“ฝากดูแลงานศพพี่หญิง อาตี้รวมทั้งแครรี่อีกคน เธอน่าสงสารพอๆ กับนายนั้นแหละ”

“แล้วเวลานี้คุณอาอยู่ไหนครับ”

อนุชามองหน้าปกรณ์ “ไม่ต้องเป็นห่วงอาหรอก ดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน”

“ครับ…คุณอาเองก็ต้องดูแลตัวด้วยละกัน”

อีกฝ่าย….

ร่างของอาตี้ถูกนำส่งโรงพยาบาลอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นเรียบร้อย เขาก็ถูกส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์สู่โรงพยาบาลของแพทย์หญิงคุณหญิงพวงพร สายสกุล บน ถนนพระราม 9 คุณหญิงพวงพร อนุชัย รวมทั้ง ดร.ชานนท์ขึ้นไปกับเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นด้วย ส่วนดร.ชวนนท์นำคนที่เหลือตามไปกับรถตู้

ไม่ถึงชั่วโมงเฮลิคอปเตอร์ก็ถึงที่หมาย ทันทีที่ร่างของอาตี้ถูกเข็นเข้าสู่ห้องฉุกเฉิน อนุชัยก็จับใบหน้าของดร.ชานนท์ให้หันมองตัวเอง

“ชานนท์นายฟังฉันให้ดี ๆ” อนุชัยเว้นรอจังหวะกระทั้งเห็นดร.ชานนท์พยักหน้า “ฉันกับอาตี้มีเลือดกรุ๊ป AB RH- เหมือนกัน หากมีอะไรเกิดขึ้นนายอย่าได้ลังเล”

“นุ…..”

“อย่าลังเลเด็ดขาด” อนุชัยย้ำ เขาจ้องตาดร.ชานนท์นาน “อย่าลังเล…ชานนท์”

“แต่…..”

“ไม่มีแต่….นี่คือคำสั่ง”

สักครู่พยาบาลก็วิ่งเข้ามาหา “คุณอนุชัยพร้อมแล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ…ผมพร้อมแล้วครับ” อนุชัยตอบทันที เขาโน้มจูบดร.ชานนท์แน่นๆ ก่อนจะผละออก

“อย่าลังเล ชานนท์” พูดจบอนุชัยก็เร่งฝีเท้าตามพยาบาลหายเข้าไปข้างใน เพียงลำพัง ด้านนอกก็ทำให้ดร.ชานนท์ปล่อยโฮออกมาเงียบๆ……

“ทำไมต้องให้ฉันเลือก….ทำไม ทำไม อนุชาย อนุชาย อนุชายยยยยยยยย”

………กาเหว่าร้อง กา กา กา ท้าแดดฝน………..

……….แรงลมบน โถมกระโชก กระชากหาย……….

……….กา กา กา ก็ยังก้อง กังวานวาย……….

……….ใจสลาย เมื่อการ้อง พร้องเสียงลม………

“พวกนายคือชีวิตของฉัน….ทำไมต้องบังคับให้ฉันเลือก อนุชัย อนุชายยย……”

บ่ายๆ รถตู้จากบ้านสายสกุลก็ตามมาถึง พวกเขารวมตัวกันหน้าห้องฉุกเฉิน จนกระทั้งความมืดผ่านเข้ามาปกคลุม ความรู้สึกด้านชาทำให้ดร.ชานนท์ไม่รู้จักมัน เวลาแต่ละนาทีผ่านไปช้าเหลือเกิน หญิงรัดดาที่นั่งโอบอยู่ข้างๆ ก็สะอึกสะอื้นเป็นพักๆ….แสงดาวมองไม่เห็นจากด้านในแต่ในใจก็ยังอดถามพวกมันไม่ได้ว่า…ทำไมถึงใจร้ายได้ถึงเพียงนี้….

(หากเวรกรรมมีจริงก็จงนำบุญที่ข้ามีไปให้หมดแล้วปล่อยพวกเขามา..มันมากเกินไป…หรือกะจะทุบให้หัวใจข้าแตกเป็นเสี่ยงๆ ถึงจะพอใจอย่างนั้นหรือ….) คำภาวนาที่เลื่อนลอยของดร.ชานนท์ถูกปล่อยเข้าไปในอากาศ เขามองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากประตูทางเข้าห้องฉุกเฉินที่มีคนรัก 2 คนนอนหายใจรวยรินรอให้เขาเข้าไปปลุกเรียก

(ตื่นเถอะอาตี้ ตื่นเถอะนุ ตื่นมาเพื่อฉัน ตื่นมาเพื่อเราที่รัก)

จบ อนุชาย2 บทที่29 อโหสิกรรม

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...