อนุชาย2 บทที่23

อนุชาย2 บทที่23อนุชาย2 บทที่23 เดียวดายกลางสีดำ

อนุชาย2 บทที่23 เดียวดายกลางสีดำ

บ่ายแก่ๆ ปกรณ์ก็ถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องเอ็กซ์เรย์ ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลจึงขอคุยกับอนุชัยในเวลาใกล้เคียงกัน

“สวัสดีครับคุณหมอ”

“ครับเชิญนั่งครับ…เออคุณ….อนุ….”

“ผมอนุชัยครับ…..” อนุชัยรายงานตัว เขาจ้องภาพเอ็กซ์เรย์ที่ถูกฉายจากเครื่องคอมพิวเตอร์สู่จอแอลอีดีที่แปะติดผนังอย่างคนอยากรู้

“ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ รักสันติ นะครับ คือว่าทีมรักษาความปลอดภัยของคุณอนุชัยได้แจ้งรายละเอียดกับทางโรงพยาบาลทราบเบื้องต้นทั้งหมดแล้ว แต่ผมอยากให้ยืนยันความสัมพันธ์อีกครั้งว่า เป็นอะไรกับคนไข้นะครับ”

“ผมเป็นน้องชายแท้ๆ ของเขา…เพียงแต่เอกสารเราทั้งคู่ยังไม่เรียบร้อยเท่านั้นเอง” อนุชัยบอกพลางจ้องหน้านายแพทย์ประสิทธิ์อายุน่าจะยังไม่ถึง 50 ปีแบบคนมีคำถาม….

“ที่ผมขอให้ยืนยันความสัมพันธ์อีกครั้งก็เพราะอีกวันหรือ 2 วัน ทีมแพทย์จะมีการผ่าตัดใหญ่ให้กับคนไข้เผื่อเอกสารเชื่อมโยงมาไม่ทัน”

“หมายความว่าอย่างไรครับคุณหมอ” อนุชัยถามกลับเร็วๆ นายแพทย์ประสิทธิ์จ้องหน้าเขานิ่งๆ ก่อนจะหยิบปากกาชี้ไปบนจอแอลอีดีพร้อมกับคำอธิบาย

“คือในช่วงอกของคนไข้ยังมีกระสุนฝังอยู่ มันไปอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างอันตราย ทีมแพทย์จึงลงความเห็นว่าเมื่อร่างกายฟื้นระดับหนึ่งถึงจะลงมือผ่าตัดเอาออกให้นะครับ”

อนุชัยวิตกไม่น้อย “อันตรายแค่ไหนครับคุณหมอ”

“ห่างจากหัวใจแค่ 2 เซนติเมตร โชคยังดีที่กระสุนไม่ได้ทำลายเส้นเลือดใหญ่ ทีมแพทย์ถึงเบาใจระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นงานผ่าตัดก็มีจุดสุ่มเสี่ยงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะฉะนั้นเราถึงอยากได้เอกสารเชื่อมโยงความสัมพันธ์ให้ชัดเจนสักหน่อย เพื่อการเซ็นรับรองของคุณอนุชัยจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง” นายแพทย์ประสิทธิ์อธิบาย ไม่ถึงนาทีเขาก็พูดต่ออีก “แต่เบื้องต้นคุณอนุชัยสบายใจได้ เพราะทีมรักษาความปลอดภัยได้ส่งเอกสารบางส่วนมาถึงโรงพยาบาลแล้ว”

“ครับขอบคุณมากๆ ผมฝากชีวิตพี่ชายไว้ในมือคุณหมอด้วย เรา 2 คน เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ อย่าให้เขาเป็นอะไรเลยนะครับ ผมขอร้อง” อนุชัยลงน้ำเสียงวิงวอน สายตาก็จับจ้องนายแพทย์ประสิทธิ์ไม่กระพริบ

“ครับทีมแพทย์จะทำเต็มที่ไม่ต้องเป็นกังวล….ยิ่งคุณหญิง แพทย์หญิงพวงพร สายสกุล กำชับมาด้วยแล้วงานนี้จึงต้องพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ”

“คุณหญิงป้า” อนุชัยอุทาน

“ครับคุณหญิงพวงพรนั้นแหละครับ เธอเป็นแพทย์รุ่นพี่ที่อเมริกาของผมเอง” เขาบอกพลางยิ้มให้แบบสบายๆ “เรายินดีที่ได้ช่วยเหลือและทุกอย่างจะถูกปกปิดเป็นความลับไม่ต้องกังวล”

“ครับขอบคุณมาก”

…เมื่ออนุชัยเดินออกมาจากห้อง ก็เป็นอันว่าเขาต้องอยู่ต่อจนกว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี แต่คำตอบที่จะบอกกับดร.ชานนท์ละจะออกทางไหนจึงไม่ทำให้เขาเครียด

“ไอ้คุณ…ฉันจะบอกนายอย่างไรดี” อนุชัยพึมพำขณะล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าที่ถูกปิดตามคำแนะนำของหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยขึ้นมาพิจารณา (ระยะนี้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด โดยเฉพาะมือถือควรปิด บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็มก็ควรงดใช้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นอาจจะฟ้องคนที่ไม่ปรารถนาดีรู้ตำแหน่งปัจจุบันได้ ถ้ามีอะไรขัดข้องขอให้แจ้งทีมรักษาความปลอดภัยไม่มีข้อยกเว้นแม้กระทั้งเรื่องเงินๆ ทองๆ นะครับท่าน)  “นายคงไม่โทรตามฉันทั้งคืนหรอกนะชานนท์” เขาคิดเป็นคำพูดก่อนจะเดินวนหาตู้โทรศัพท์สาธารณะภายในโรงพยาบาล จนกระทั้งเวลาใหม่กำลังเดินเข้าสู่ 4 ทุ่มคืนต่อมา การ์ดเงินสดกับตู้โทรศัพท์สาธารณะที่อยู่หน้ามินิมาร์ทหน้าโรงพยาบาลก็ถูกใช้งาน

 

อีกคนที่บ้าน Loft Love

#ต๊อก แต๊ก ต๊อก แต๊ก# เสียงโทรศัพท์มือมือเรียกเข้าดังไม่ถึงรอบ ดร.ชานนท์ที่กำลังรุ่มร้อนเป็นไฟก็คว้ามาถือไว้ในมือ “ไม่ใช่นาย” เขาพึมพำกับเสียงเรียกเข้าแปลกๆ แต่สุดท้ายก็ต้องกรอกน้ำเสียงเป็นทางการรับสายแบบเสียไม่ได้

“สวัสดีครับ”

(ฮัลโหล….) ทันทีที่เสียงคุ้นเคยดังให้ได้ยิน ร่างทั้งร่างก็วูบวาบจนต้องทิ้งตัวไปกับโซฟาของห้องนั่งเล่น

“นี่นายหายหัวไปไหนมา….ฉันโทรตามทั้งคืน…มือถือก็ไม่เปิด….เกิดอะไรขึ้นนุ” ดร.ชานนท์ถามกึ่งตะคอกแต่อีกฝ่ายกลับเงียบ “ฮัลโหล นุ นุ เกิดอะไรขึ้น นายอย่าเพิ่งวางสายนะ นุ นุ ฮัลโหล ฮัลโหล ยังอยู่ไหม นายได้ยินฉันไหม”

(คุณ….ฉันได้ยิน) เสียงอนุชัยตอบกลับ ทำให้ใบหน้าหมองๆ เมื่อครู่ปรับดีขึ้น ดร.ชานนท์นิ่งรอจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายดังฟื้ด! ฟ้าด! เข้ามาในสาย

“เกิดอะไรขึ้น บอกฉันได้ไหม แล้วทำไมไม่ใช้โทรศัพท์มือถือละ” เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งระดับปกติ

(คือ คุณ….คือว่า….ฉัน) อนุชัย อ้ำๆ อึ่งๆ อีกคนก็รอ รอ และรอ (คือดีลเลอร์ของ BCOL มีโปรเจ็กด่วนต่างจังหวัดนะ)

“สัญญาณโทรศัพท์ไม่มีเหรอ….ถึงไม่ใช้มือถือ….เมื่อคืนกระทั้งเดี๋ยวนี้ฉันโทรหานายเป็นพันครั้งได้แล้วมั่ง….” ดร.ชานนท์ท่าจะบ่นยาว เสียงอนุชัยจึงแทรกหยุด

(ฉันขอโทษ….แบตเตอรี่หมดและแถวนี้ก็ไม่มีสัญญาณด้วย)

“นายจะกลับเมื่อไร”

(………….) อนุชัยเงียบคิด ไม่ถึงนาที (คงสัก 2 หรือ 3 วันนั้นแหละ ว่าแต่นายเถอะกินข้าวรึยัง)

“ฉันกินอะไรไม่ลง….”

(คุณ….) อนุชัยขึ้นน้ำเสียงดุดัน

“หัวค่ำได้กล้วยหอมใบหนึ่ง” ดร.ชานนท์บอกตามจริง “เมียหายไปทั้งคืนใครจะกินข้าวกินปลาลงละ….นายมันบ้าไปแล้วแทนที่จะโทรบอกฉันตั้งแต่เมื่อวาน”

(ฉัน ฉันขอโทษ) เสียงอนุชัยแผ่วเบา ดร.ชานนท์จึงนิ่งรอ (นายจะไม่ทานอะไรอีกสักหน่อยเหรอฉันจะโทรบอกน้าสมใจให้)

“ไม่ละเลย 4 ทุ่มแล้ว….ไว้พรุ่งนี้เช้าแล้วกัน”

(นายยังอยู่ห้องนั่งเล่นใช่ไหม)

“อื้อ!…..”

(ถ้าอย่างนั้นขึ้นห้องนอนเดี๋ยวนี้เลย) อนุชัยออกคำสั่ง ดร.ชานนท์จึงลุกแล้วค่อยๆ คล่ำทางไต่บันไดขึ้นสู่ห้องนอนกระทั้งเสียงที่นอนดัง แอ๊ด!อ๊าด!ให้อีกคนได้ยิน

“อื้อ! ฉันอยู่บนที่นอนละ”

(ปิดไฟรึยัง)

“ฉันไม่จำเป็นต้องใช้มาตั้งแต่เมื่อคืนวาน”

อนุชัยสะดุ้งจนเสียงหายไปพักใหญ่ๆ (อื้อ!…..นายห่มผ้ารึยัง)

“อื้อ!…”

(หลับตาซะ….) อนุชัยเว้นจังหวะ (ฉันกำลังมุดผ้าห่มแล้วนะ)

“อื้อ! หึ!”

(ฉันนอนอยู่ข้างๆ นายแล้วนะ)

“อื้อ! หึ!”

(จูบหน่อย)

“อื้อ! หึ!”

(ฝันดีนะ พรุ่งนี้เช้าฉันจะโทรปลุกนายเอง)…….

………รัตติกาล เนิ่นนาน ยิ่งนานเนิ่น……….

………ฝันเผินเผิน เหมือนภาพฉาย นายเคียงหมอน……….

……….แสงสีดำ รอบรอบกาย เห็นนายนอน……….

………..แท้จริงตรอง ต้องเดียวดาย กลางสีดำ………

สายๆ วันต่อมา

รถเบนซ์สีน้ำเงินเข้มก็แล่นออกมาจากบ้านตระกูลเชาว์ด้วยความเร็วสม่ำเสมอไม่ได้รีบร้อน อนุชาญนั่งหน้าเหี้ยมตึงกับเบาะหลังก็ยังเงียบจนกระทั้งเสียงคนขับรถคนใหม่ดังขึ้น

“นายครับ ทีมได้ข้อมูลลึกๆ ของคุณชายบ้านสายสกุลมาแล้วครับ”

อนุชาญมองเขาผ่านกระจกหน้า “ว่าไง” เขาตอบด้วยท่าทีเนือยๆ….. “มีอะไรก็รีบๆ ว่ามา”

“ดร.ชานนท์เวลานี้เป็นเนื้องอกในสมองจนทำให้เขามองไม่เห็น” คนขับรถเปรยนำจนสังเกตเห็นแววตาของอนุชาญฉายวูบวาบด้วยอาการตื่นเต้น  “และที่สำคัญยังไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายน้อยกับคุณปกรณ์ด้วยครับท่าน”

อนุชาญแสยะยิ้ม เขาควักบุหรี่ขึ้นมาจุดมือก็ลดกระจกข้างพ่นควันสีขาวทิ้งด้านนอกเร็วๆ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบใจ ลึ! มาก ๆ อั๊ว! คิดอะไรดีๆ ได้แล้วละแวะไปรังรักของพวกมันก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า….”

“หมายถึงบ้าน Loft Love นั้นหรือครับ”

“จะเป็นที่อื่นไปได้อย่างไร เอ้! ลึ!นี่…งานนี้ละ…ถ้าคุณชายบ้านสายสกุลไม่ยอมปริปาก มันก็ต้องมีอันเป็นไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

และอีก 1 ชั่วโมงรถเบนซ์คันดังกล่าวก็แล่นเข้าไปจอดภายในบริเวณบ้าน Loft Love เกือบจะ 10 โมงเช้าเงาของต้นแคนายังพาดนิ่งๆ กินพื้นที่เกินครึ่งของเฉลียงระแนงหน้าบ้าน กระถางดินเผามีดอกไม้หลากสีกระจิริดเบ่งบาน ผนังปูน Loft สีเทาจมดำมีส่วนผลักให้พวกมันโดดเด่นมากกว่าธรรมดา อนุชาญ แจ้งความประสงค์กับลุงเย็น ก่อนบอดี้การ์ดที่นั่งอยู่อีกฟากจะเดินเข้ามาสมทบ เมื่อทั้งหมดคุยกัน…บอดี้การ์จากบ้านสายสกุลก็นำเข้าสู่ภายในและเขาก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั้งดร.ชานนท์เดินลงบันไดมานั่งฝั่งตรงข้าม อนุชาญถลึงตาจ้องเขาราวจับผิด ดร.ชานนท์กล่าวทักทายเหมือนไม่มีอะไรบีบให้ความเข้าใจที่คนขับรถบอกเกือบจะวูบหาย……

“คุณอาสบายดีเหรอครับ” ดร.ชานนท์กล่าวทักทาย

“อื้อ ตามสภาพนั้นละ….” อนุชาญตอบ แต่สายตาก็ยังไล่สำรวจเขาแบบคนไม่มีมารยาท กระทั้งเสียงกระแอมไอดังจากบอดี้การ์ดที่ยืนใกล้ๆ ประตูทางออกคล้ายจะเตือนสติ

“นายออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ” ดร.ชานนท์สั่ง ยิ่งทำให้ความมั่นใจของอนุชาญลดน้อยลงจนกระทั้งชาอุ่นๆ ที่สมใจนำเข้ามาเสริฟ…เสียงถาดรองกระทบพร้อมกัน 2 ใบทำให้ดร.ชานนท์สับสน แต่ทั้งคู่ก็ยังนิ่งจนกระทั้งเธอเดินหายเข้าไปในครัว มือที่ควานหาถ้วยน้ำชาจึงเผลอจุ่มลงไปให้อนุชาญเห็น…เขายิ้มกริ่มก่อนเริ่มต้นบอกจุดประสงค์ของตัวเอง

“คือว่าอาจะขยายโรงงานที่อำเภอวังน้อยจึงอยากให้อนุชัยช่วยออกแบบให้หน่อย” อนุชาญโกหก เขาสังเกตอาการของดร.ชานนท์ที่สะเปะสะปะกระทั้งมั่นใจมากขึ้น “อาไปพบเขาที่บริษัทเมื่อวาน แต่ก็ไม่เจอ ไม่ทราบว่าคุณชายพอจะรู้หรือเปล่าว่าเขาไปไหน”

ดร.ชานนท์รับฟังยิ้มๆ… “คือนุติดงานกับดีลเลอร์ของบริษัท BCOL ต่างจังหวัดนะครับ”

“ต่างจังหวัด จังหวัดอะไรครับคุณชาย” อนุชาญถามเร็วๆ แบบคนกำลังร้อนใจ “พอจะติดต่อได้ไหม….คือ คืออา….” อนุชาญอ้ำๆ อึ้งๆ คล้ายกับคนมีบางอย่าง

“ชายก็ไม่ทราบครับ นุไม่ได้บอก” ดร.ชานนท์พูด แต่มุมปากของอนุชาญเริ่มขยับจนสั่นดิกๆ “มือถือของเขาก็ไม่มีคลื่น ติดต่อไม่ได้ยกเว้นเขาจะโทรกลับนะครับ ถ้าคุณอาเร่งด่วนฝากไว้กับชายก็ได้”

อนุชาญขยับมุมปากแสยะยิ้มจนน่ากลัว และมั่นใจมากกว่าเดิมว่าดร.ชานนท์ไม่เห็นกิริยาหยาบโลนของตัวเองแน่นอนแล้ว แผนการขั้นต่อไปจึงได้เริ่มต้น “ถ้าอย่างนั้นอาขอเบอร์โทรของอนุชัยก็แล้วกัน…จะได้โทรนัดเขาด้วยตัวเอง”

ดร.ชานนท์นิ่ง….อนุชาญเองก็นิ่งลุ้น…ก่อนจะเป็นดร.ชานนท์บอกหมายเลขโทรศัพท์ของอนุชัยทีละตัว……

“เออคุณชายครับ” อนุชาญปล่อยเสียงลมหายใจดัง หึๆ…..พลางคิดถึงแผนสกปรก

ดร.ชานนท์ผงกศีรษะ

“คุณชายรู้จักชายหนุ่มรูปหล่อราวกับพระเอกเกาหลีที่ชื่อปกรณ์หรือเปล่าครับ” อนุชาญบีบน้ำเสียงให้เป็นธรรมชาติก่อนจะนิ่งเพื่อสังเกตุอาการ

ดร.ชานนท์ผงกศีรษะอีกรอบ “ก็เคยเห็น” เขานึกถึงวันที่เจอปกรณ์ขับรถกระบะโฟวิลสีดำออกมาจากคอนโดมิเนียมเดียวกับอนุชัยจนรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ขึ้นมา  “มีอะไรหรือครับคุณอา”

อนุชาญจึงแกล้งยัดมือถือตัวเองใส่ในมือของเขา “คุณชายลองดูรูปนี้ซิครับ พวกเขาไปเที่ยวทะเลกัน 2 ต่อ 2 หลายครั้ง จนกระทั้งเมื่อวานก่อนเขา 2 คนก็หายไปด้วยกันอีก” เสียงอนุชาญต่ำลึก ขณะที่มือถือเปล่าๆ จอภาพยังเป็นสีดำสั่นระริก อนุชาญแสยะมุมปากสะใจ “คุณชายครับ อย่าบอกเรื่องนี้กับอนุชัยนะครับ ไม่อย่างนั้นอาตายแน่ ๆ”

ดร.ชานนท์สั่นเกร็ง เขายื่นมือถือคืนให้เร็วๆ “ปกรณ์…..อนุชัย…..”

“ครับสงสัยเขา 2 คนหายไปด้วยกัน….คุณชายโดนพวกเขาหลอกแล้วละ” อนุชาญย้ำเสียงต่ำ ๆ “เดี๋ยวอาจะลองติดต่อดูก่อน ถ้าไม่ได้อย่างไรฝากคุณชายบอกให้อนุชัยโทรกลับหาอาด้วยก็แล้วกัน”

“ครับ…..” ดร.ชานนท์รับปากสั้นๆ ก่อนจะลุกยืนราวจะส่งกลับขณะที่อนุชาญยังนั่งยิ้มแบบคนสะใจสุดขีด จนเวลาบังคับให้เขาต้องกล่าวลา

“ฝากด้วยนะชาย…อาต้องไปธุระต่ออีกหลายที่”

“ครับ ครับ คุณอา”

ในที่สุดเสียงหัวเราะในรถเบนซ์สีน้ำเงินเข้มที่กำลังวนขึ้นทางด่วนก็ดังยาวเหยียด “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า….ลึ!นี้มันใช้ได้เลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ขอบคุณครับนายชาญ หึๆ……”

ผิดกับดร.ชานนท์ลิบลับ “นี่…นี่ หมายความว่า นายกับปกรณ์ อยู่ด้วยกันมาตลอด อนุชัย ทำไมนาย ทำไมนายถึงร่านกับคนอื่น….หรือ หรือว่าฉันเป็นเพียงส่วนเกินของพวกนาย ใช่ซินะ ก็ฉันมันตาบอด ฉันมองไม่เห็น ฉันจึงไร้ค่า ไร้ราคา นายหนีเที่ยวกับเขา ทิ้งฉันอยู่บ้านเพียงลำพัง นายมันชั่ว นายมันเลวขนาดนี้ได้อย่างไร อนุชัย อนุชัย อนุชายยยยยยยยยยยยยย” ดร.ชานนท์กระสับกระสายไม่เป็นสุขอยู่ครึ่งวัน สมใจ ลุงเย็น หรือบอดี้การ์ดของบ้านสายสกุลก็โดนเขาตะเพิดแบบไม่ไว้หน้า เขารุ่มร้อนจนบ้าน Loft Love แทบละลายกระทั้งบ่ายเย็นๆ เสียงโทรศัพท์ที่เฝ้ารอมาครึ่งวันก็ดังขึ้นในห้องนั่งเล่น

“นุ นุ….” ดร.ชานนท์ระเบิดน้ำเสียงสั่นรัวๆ เมื่อเสียงสัญญาณต้นทางหลุด เขาก็เผลอสบถด่าดังลั่นบ้านอีก “บ้าชะมัด…เหี้ยเอ้ย….แม่ง! ไปตายซะ”

#ต๊อก แต๊ก ต๊อก แต๊ก#

“ฮัลโหล…..ฮัลโหล”

(ขอโทษสายหลุดนะ….นายกำลังทำอะไรอยู่) เสียงอนุชัยดูเหนื่อยๆ ดร.ชานนท์ยิ่งมโนเห็นภาพสมสู่ระหว่างหนุ่มหล่อราวกับพระเอกเกาหลีกับคนรักชัดเจนมากกว่าเดิม

“นุ นุ ฉัน ฉันจะบ้าตายแล้วนะ”

(คุณ คุณนายเป็นอะไรหรือเปล่า) น้ำเสียงของอนุชัยคล้ายจะกังวลขึ้นมาทันทีทันใด….

“นาย นายอยู่กับใคร นายมี มี…..โถโว้ย!….บ้าเอ้ย! นายอยู่กับปกรณ์ใช่ไหม?” ในที่สุดคำถามที่อยากรู้ก็หลุดจากปาก

(…………) แต่ด้านอนุชัยกลับเงียบจนกระทั้งเสียงต้นทางถูกตัดไปอีกรอบ

“นุ นุ กล้าดีอย่างไรถึงวางสายใส่ฉัน นุ อนุชัย กลับมาคุยกับฉันให้รู้เรื่อง นุ นุ” เสียงตะคอกของดร.ชานนท์ดังลั่น ผนังสีเทาจมดำก็สั่นสะเทือน….เขาหมดแรง ดร.ชานนท์ค่อยๆ ทิ้งตัวลงโซฟาเบท…. “อนุชาย อนุชาย…..อนุชายยยยยย”

……….แสงเย็นย่ำ แดดสุดท้าย คล้ายเว้าวอน………

……..ประหนึ่งตอน กาลล่ำลา วนมาถึง……..

……..ฉันไร้ค่า ไร้ราคา ให้คะนึง………

……….ตัวนายจึง ทิ้งฉันไกล ไม่เหลียวแล……..

“อนุชัย ฉันไร้ค่า ไร้ราคากับนายขนาดนี้เชียวเหรอ….นุ นุ นายมันบ้า นายมันไอ้คนร่านรัก นายทิ้งฉันแบบนี้ได้อย่างไร นุ นุ…..โอ้ยๆ….นุ นุ ฉัน ฉัน ปวดหัว นุ นุ นายอยู่ไหน นายอยู่ไหน….ฉัน ปวดหัว ฉันเป็นอะไรไป….นุนุ…อนุชัย อนุชาย…..เกิดอะไรขึ้นกับฉัน โอ้ย! โอ้ยยยยยยย!” ร่างของดร.ชานนท์ดิ้นเร่าๆ ราวกับปลาดุกถูกทุบหัว แดดสุดท้ายกำลังจะลับขอบฟ้า สมใจได้ยินเสียงกระจกของโต๊ะกลางแตกดัง…. เพล้ง!….ก็รีบวิ่งขึ้นมาดู

“คุณชาย คุณชายเป็นอะไรคะ….ลุงเย็น ลุงเย็น นาย นายคะ” เธอเปิดประตูอลูมิเนียมตะโกนไปยังป้อมยาม จนทุกคนวิ่งเข้ามสมทบ

“โอ้ย!….โอ้ย! ฉัน ฉันปวดหัว นุ อนุชัย อนุชายยยยยย”

“เอารถออก แล้วโทรแจ้งบ้านสายสกุลด่วน” สมใจสั่ง ลุงเย็นผงกหัวเร็ว ก่อนเธอกับบอดี้การ์ดจะประคองร่างกำลังอ่อนปวกเปียกไปยังรถ “เร็วๆ ด่วนเลย คุณชายไม่ไหวแล้ว”

“ครับๆๆๆๆๆ”

“โอ้ย! โอ้ย อนุชัย อนุชัย….อนุชายยยยยยยยยยย”

 

อีกคน……….

เกือบจะบ่าย 5 โมงเย็น อนุชัยรอคำตอบจากทีมแพทย์ของโรงพยาบาลมาทั้งวันก็ทนไม่ไหว เขาหมุนตัวออกจากห้องปล่อยให้ปกรณ์หลับอยู่บนเตียงคนเดียว ตู้โทรศัพท์สาธารณะที่หน้ามินิมาร์ทจึงถูกใช้งานอีกรอบ

“ฮัลโหล ฮัลโหล”

(นุ นุ….) เสียงดร.ชานนท์คล้ายคนกำลังรุ่มร้อน

“ฮัลโหล ฮัลโหล” อนุชัยตอบกลับแต่สายก็ถูกตัด เขาจึงเช็คจำนวนเงินในบัตรพร้อมกับส่ายหน้าเอือมละอาก่อนจะเดินเข้าไปในมินิมาร์ทเร็วๆ

#ต๊อก แต๊ก ต๊อก แต๊ก# “ฮัลโหล…..ฮัลโหล…ขอโทษสายหลุดนะ….นายกำลังทำอะไรอยู่) เขาเหนื่อยจนแทบอยากจะหลับเสียตรงนั้น

(นุ นุ ฉัน ฉันจะบ้าตายแล้วนะ) น้ำเสียงของดร.ชานนท์เร่งมโนภาพเห็นเขาอยู่ภายในบ้าน Loft Love ชัดเจนมากขึ้น (นายเป็นอะไร) เขาคิดตาม คิดตาม แล้วมโนตามไม่หยุด

“คุณ คุณนายเป็นอะไรหรือเปล่า” อนุชัยถามกลับขณะเดียวกันหัวหน้าทีมบอดี้การ์ดก็สะกิดเข้าด้านหลัง

“คุณหมอเรียกพบด่วนครับท่าน”

อนุชัยผงกหัวรับทราบ ขณะที่เสียงคนปลายสายยังค้างอยู่…..

“ท่านครับ…คุณปกรณ์ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดแล้วนะครับ” และเสียงเร่งก็ดังขึ้นอีก

(นาย นายอยู่กับใคร นายมี มี…..โถโว้ย!….บ้าเอ้ย! นายอยู่กับปกรณ์ใช่ไหม?)

อนุชัยวางสาย….ประโยคสุดท้ายไม่ได้ยิน เขาเร่งฝีเท้าตามหัวหน้าบอดี้การ์ดเข้าไปในตัวอาคาร

“อาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ….ทีมแพทย์จึงรอวันพรุ่งนี้ไม่ไหวนะครับ” เขารายงานขณะอยู่ภายในลิฟต์

“ครับ……” อนุชัยตอบคำเดียว เขาเงียบนิ่งคิดถึงคน 2 คนที่อยู่คนละทาง สมองแยกไม่ได้-แบ่งไม่ออก…….(ชานนท์นายอย่าเป็นไรนะ ปกรณ์พี่ต้องสู้เพื่อฉันพี่ต้องสู้เพื่อเรา) อนุชัยนึกพร้อมกับภาวนาในบริบทเดียวกัน น้ำตาก่อนแสงสุดท้ายจะลับขอบฟ้าก็ทะลักจนแขนเสื้อถูกใช้งานจนเปียกชื้น

“เขาจะต้องไม่เป็นอะไร….ทีมแพทย์ที่นี่เก่งผมรับประกันได้”

“ครับ ขอบคุณมาก…..”

………แสงสุดท้าย สีแดง ยังแดงฉาน………

………ราวประจาน  แทนสีเลือด เดือดทั้งฟ้า……..

………ตะวันตก ค่อยค่อยจบ สบคำลา……….

………เรียกน้ำตา ข้าคนไกล ได้ทุกทาง……….

จบ อนุชาย2 บทที่23 เดียวดายกลางสีดำ

Spread the love