อนุชาย2 บทที่18

อนุชาย2 บทที่18อนุชาย2 บทที่18 ฉันมองไม่เห็น

อนุชาย2 บทที่18 ฉันมองไม่เห็น

เสียงเพลง “รักไม่สิ้นสุด” จากปลายนิ้วของดร.ชานนท์ยังไม่มีท่าทีจะจบลงง่ายๆ รอยยิ้มบนใบหน้าเฉิดฉายกลางแสงดาวน์ไรท์ที่แผ่รัศมีสีวะนิลาไปทั่วโถงรวม แก้วทรงสูงโถป้อม ๆ มีไวน์แดงลอยนิ่งๆ เกือบครึ่งวางอยู่หลังเปียโน อีกใบก็อยู่ในมืออีกคนที่กำลังเคลิบเคลิ้ม ท่วงทำนองพลิ้วไหวผ่านเวลาอ้อยอิ่งลอยละล่องฉุดอารมณ์ทั้งคู่เคว้งคว้างไปในที่ๆ ใกล้เคียงกับวิมาน สายตาเทียวชำเลืองประสานกันสั้นๆ สร้างความหมายลึกซึ้งซับซ้อนหลายชั้นจนคนอื่นไม่มีทางเข้าใจและเข้าถึง…เมื่อปลายนิ้วสัมผัสคีบอร์ดด้วยโน้ตเพลงตัวสุดท้ายเสียงเพลงรักที่ท่วงทำนองใกล้เคียงกันก็ดังขึ้นแทน อนุชัยชนแก้วไวน์กับดร.ชานนท์จนเกิดเสียงดังกิ๊ก! ขั้นจังหวะ กระนั้นอารมณ์แห่งห้วงเสน่หาก็ยังอยู่ครบ เมื่อไวน์แดงในแก้วถูกจิบบางๆ ทั้งคู่ก็วางมันบนหลังเปียโนคู่กัน อนุชัยโค้งดร.ชานนท์ที่นั่งยิ้มลอยๆ จนเห็นแววตาดีดดิ้นราวกับฝูงปลาจาระเม็ดเหนือผิวทะเลยามต้องแสงย่ำค่ำ เขาโปรยยิ้มกว้างๆ ก่อนจะลุกประสานมือ…อีกข้างก็คว้าเอวหนาๆ เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อดึงเข้ามาอัดแน่นกับเป้าของตัวเอง อนุชัยจุมพิตหลังมือของดร.ชานนท์แล้วปล่อยประสานรอบคอของเขา แววตาต่อแววตา เวลาทำหน้าที่ตามจังหวะละมุนละไม สักพักรสแลกจูบที่ทำให้กระสันสะท้านตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าก็บีบให้ต้องเร่งจังหวะเร็วขึ้น…เร็วขึ้น และเร็วขึ้น

“ที่รัก…ที่รัก….”

อนุชัยดึงศีรษะมาแลกลิ้นจนเห็นปลายนิ้วก้อยที่ท้ายทอยสั่นระริก…. “นายกำลังทำให้ฉันร่านชานนท์” เขากระซิบพลางงับติ่งหูเป็นการปลุกอารมณ์ให้แตกกระเจิง…

“15 ปีที่ไม่มีฉัน นายจัดการกับมันอย่างไร” เสียงดร.ชานนท์ถามไม่สม่ำเสมอ อนุชัยจ้องหน้าพลางดึงเขามาจูบที่หน้าอกลามสู่ลำคอขาวๆ จนดร.ชานนท์ต้องหลับตาพริ้มเชิดสู้กับแสงดาวน์ไรท์หลายสิบดวงที่กำลังทำหน้าที่ยามค่ำ

“ฉันก็ขุดภาพเก่าๆ ของเราขึ้นมาใช้งาน 15 ปี ฉันจึงมีนายทุกคืน…ชานนท์”

“ฉันก็เช่นกัน….” ดร.ชานนท์กระซิบพร้อมประกบปากแลกลิ้นจนเกิดหลายสิ่งดิ้นตุบๆ ปูดโปนผ่านกันไปมาราวกำลังคลั่งอย่างหนัก “นายทำให้ฉันหื่นจนแทบบ้า….อนุชาย”

“นายเองก็ทำให้ฉันร่าน….ชานนท์ บอกฉันซิ ว่า….นี่! ไม่ใช่ความฝัน ฉัน ฉันไม่ได้แค่ฝันใช่ไหม”

“นายไม่ได้ฝัน….ที่รัก….”

“ฉันอยากสมบูรณ์แบบ…ชานนท์….”

“แต่ฉันจะไม่ยอมเร่งเร้า….”

“ชานนท์ ชานนท์ นายกำลังเล่นงานฉัน”

“ฉันอยากจะให้อารมณ์นี้เป็นที่จดจำไปตลอดกาล….ที่รัก”

“….แต่ฉัน….ฉันไม่ไหว ชานนท์ ฉันไม่ไหวแล้ว”

“ฉันอยากได้ยินคำๆ นี้หลุดจากปากของนายทั้งคืน….อา!….อา!…อนุชายยยยยยย”

line1 for timmy

……เช้าวันต่อมา

ทันทีที่ร่างเปลือยนอนข้างๆ ขยับตัวให้รู้…อนุชัยก็ลุกนั่งพิงหมอนโดยมีผ้าห่มปิดช่วงล่างเอาไว้ เขามองและยิ้มให้ดร.ชานนท์ 5 นาที…10 นาทีผ่านไปจึงก้มจุมพิตที่หน้าผากราวจะปลุกเรียกให้ตื่น

“ตื่นเถอะที่รัก ฉันจะเข้าบริษัท….บ่ายๆ ถึงจะกลับ” อนุชัยกระซิบบอก

ดร.ชานนท์พยักหน้าทั้งๆ ที่ยังหลับตา “อื้อ!….วันนี้ฉันไม่มีธุระที่ไหน ขอตื่นสายๆ หน่อยแล้วกัน”

อนุชัยก้มจุมพิตที่ริมฝีปากพลางแทรกลิ้นเข้าไปรับไออุ่นสั้นๆ “พักผ่อนนะบ่ายๆ เจอกัน”

…เมื่ออนุชัยออกจากบ้านไปได้สักชั่วโมง ดร.ชานนท์ก็งัวเงียอยู่ในลักษณะขี้เกียจพักใหญ่ๆ แสงเช้าวันนี้ยังเป็นสีดำ และดำสนิทเมื่อเทียบกับทุกๆ เช้าแม้อยู่ในสถานะหลับตาก็ตามที ในหัวก็คล้ายจะมีบางอย่างเต้นตุบๆ จนได้ยินราวกับเสียงกลองทุ้มๆ ก้องหูชั้นใน “ทำไมนุถึงออกจากบ้านเร็วจัง” เขานึกว่าสีดำที่เห็นยังไม่หลุดจากเวลาของรัตติกาล เขาพลิกตัวนั่งพิงหมอนแต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นยังครบถ้วน เสียงดังตึบๆ จากในหัวบีบให้เขาหวาดหวั่น กระทั่งต้องเหวียงขาลงมาเหยียบกับพื้นแกรนิตโต้ ผ้าห่มหลุดจากตัวไปแล้วโดยสิ้นเชิง เขาจึงค่อยๆ ลืมตาช้าๆ ช้าๆ กระนั้นสีดำก็ยังเปลี่ยนเป็นสีรุ้งเพียงน้อยนิด ในเมื่อ 70 เปอร์เซ็นต์ยังคงเป็นสีดำ เขาจึงรู้สึกหวาดหวั่นจนคล้ายจะผวาในเวลานั้น

“นี่ นี่ ฉัน ฉัน เป็นอะไรไป…ไม่ ไม่ ไม่….” ดร.ชานนท์ล้มหลับตาอีกและพยายามลืมตาเป็นครั้งที่2 หวังว่าจะเห็นทุกสิ่งเหมือนกับทุกเช้า แต่ก็ยังเห็นเป็นสีรุ้งแจมสีดำ 70 เปอร์เซ็นต์เช่นเดิม “ไม่ ไม่ ไม่….” ปากพร่ำไม่หยุด มือก็สั่นควานหากางเกงเสื้อผ้ามาห่อหุ้มร่างกาย เมื่อจินตนาการบอกอยู่ในสภาพไม่อุจาดตา ดร.ชานนท์จึงใช้สัญชาตญาณนำทางไปยังประตูทางออก “อะไร ฉันเป็นอะไรกันแน่…นุ นุ นาย อยู่ไหน นายอยู่ไหน….” เขาเรียกก่อนสมองจะค่อยๆ ทบทวน “อ้อ!….นายไปทำงาน….นี่ เกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันมองไม่เห็น เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่” เขาแกว่งมือควานหาจุดสัมผัสแล้วค่อยไต่ลงบันได จิตนาการว่านี้คือขั้นบันได นี้คือราวจับ เมื่อนับจังหวะก้าวขาได้ 16 ครั้ง- 16 ขั้น จินตนาการก็บอกว่าเป็นพื้นแกรนิตโตสีขุ่นๆ ของชั้นล่าง ตรงหน้าที่มืดสนิทคือโถงรวมเพดานสูง ห้องอาหารกับเคาน์เตอร์ครัวฝรั่งอยู่ทางซ้ายมือ ห้องทำงาน-เปียโน ห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เห็นเป็นแสงสีรุ้งกระจ่างจนสีดำเหลือไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ “ฉัน ฉัน ….มัน….มันเกิดอะไรขึ้น….โอ้ย!…ไม่ ไม่”

“คุณชาย คุณชายคะ เป็นอะไร-เกิดอะไรขึ้นคะ…” เสียงสมใจแม่บ้านวัย 60 ต้นๆ เรียกในระยะไม่ถึง 2 เมตร กระนั้นเงาของเธอก็แค่วูบวาบราวกับผี เขาวาดมือนำทางเข้าไปหา ในที่สุด….ฝ่ามืออุ่นๆ ก็จับกุมให้รู้สึก “คุณชาย คุณชายคะ….เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นคะ” ฟังจากน้ำเสียงเหมือนเธอจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นบอกเธอจากคำๆ ไหนดี… “….คุณชายเห็นสมใจไหมคะ….คุณชายคะ” เธอถามประโยคที่อ่านจากกิริยา “คุณชาย…คุณชายคะ”

“น้าสมใจ….ชาย ชาย….” เขาสั่นตกใจจนค้นหาคำพูดไม่เจอไปหลายนาที

“ไปคะ ไปนั่งในห้องนั่งเล่นก่อน คุณชายใจเย็นๆ นะคะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เดี๋ยวสมใจจะโทรแจ้งบ้านสายสกุลเดี๋ยวนี้แหละคะ” สมใจพูดไม่ทันจบประโยค เท้าของดร.ชานนท์ก็ชะงัก เขายืนนิ่ง-นิ่งคิดอยู่กับที่

“อย่าเพิ่งบอกคุณแม่เลยครับ รออีกสักครู่เผื่อว่าจะดีขึ้น….”

“คุณชายคะ….”

“เผื่อว่าจะดีขึ้น….ไม่เป็นไรพาฉันไปห้องนั่งเล่นที”

“คะ….แต่คุณชายคะ ดิฉันเป็นพยายาบาลนะคะ อาการแบบนี้ถึงจะไม่ค่อยเจอ แต่….”

“เอานะ….ขอเวลาชายหน่อย…” ดร.ชานนท์บอก ขณะที่ข้อพับหลังหัวเข่าสัมผัสจนเห็นเป็นโซฟาห้องนั่งเล่นผุดขึ้นมาในหัว เขาจึงค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่ง สมใจจ้องเขาด้วยอาการไม่ไว้วางใจ “ขอเวลาชายหน่อย”

“ทำไมละคะ….ฮื้อๆ” ในที่สุดก็ได้ยินเสียงเธอร้องไห้ขึ้นมา “คุณชายคะ….คุณชาย”

“ขอเวลาชายหน่อย” เขายังพูดประโยคเดิม “ชายกับนุกำลังไปกันด้วยดี ไม่อยากให้เขาต้องมาคิดมากเรื่องของชาย”

“คุณชาย….ฮื้อๆ….นี่ นี่มันเรื่องใหญ่มากๆ เลยนะคะ ดิฉันทำใจไม่ได้หรอกคะ ฮื้อๆ”

“ชายอยากได้กาแฟสักแก้ว”

“คุณชายคะ….” สมใจยังมีท่าทีไม่ยอมแพ้ง่ายๆ….

“ขอกาแฟสักแก้ว…..” ดร.ชานนท์ย้ำ สมใจจึงหันหลังตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่มองเห็น เธอไม่ยอมให้ดร.ชานนท์คลาดสายตา ขณะที่ทุกส่วนของเธอกำลังร้องไห้ไม่หยุด กระทั่งกาแฟร้อนยกมาวางตรงหน้า เสียงถ้วยกาแฟถาดรองกระทบกับพื้นโต๊ะดังกิ๊กๆ….เขาจึงวาดมือควานหา แต่ปลายนิ้วก็เผลอจุ่มลงกลางถ้วยจนต้องชักมือกลับด้วยความร้อน

“คุณชายคะ….ฮื้อๆ….คุณชาย”

“ไม่เป็นไร ชายไม่เป็นไร…..”

เมื่อทุกอย่างเข้าที่ระดับหนึ่ง สมใจปรับอารมณ์ได้จนนิ่ง….เสียงดร.ชานนท์ก็ดังขึ้นมาอีก

“บ้าน Loft Love ชายสร้างมันขึ้นมาจากจิตนาการเพราะฉะนั้นการใช้ชีวิตภายในบ้านหลังนี้จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่”

“หมายความว่าอย่างไรคะคุณชาย….” สมใจถามด้วยน้ำเสียงตกใจอยู่ไม่น้อย

“ชายยังไม่อยากให้อนุชัยรู้เรื่องนี้” ดร.ชานนท์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น….ก่อนจะพยักหน้ายืนยันให้เห็นแรงๆ

“แต่คุณชายคะ…..” สมใจพยายามจะคัดค้าน “….คุณชายจะหลอกคุณนุได้สักกี่วัน ฮื่อๆ…..”

“ชีวิตคู่ของเราเพิ่งจะเริ่มต้น….ชายอยากให้เขามีความสุขแบบนี้ให้นานที่สุด….” ดร.ชานนท์พูดแล้วก็เงียบราวกำลังคิดต่อ “นานเท่าไรยิ่งดีกับเรามากเท่านั้น”

“ฮื้อๆ….แต่ แต่ ….”

“ไม่…ไม่มีต่งไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น….ชายขอเวลาปรับตัวไม่ถึงครึ่งวันทุกอย่างในบ้าน Loft Love ก็จะเห็นชัดเจนในหัว เชื่อชายสิ….ไม่ต้องซีเรียสไปหรอก”

“แต่…คุณหญิงพวงพรกับดร.ชวนนท์ คุณชายคิดจะปิดบังท่านทั้ง 2 ด้วยรึคะ ฮื้อๆ”

ดร.ชานนท์นิ่งกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอด้วยความยากลำบาก….. “อย่างน้อยชายก็อยากจะเสพเวลาที่แสนวิเศษนี้ให้นานที่สุด….นะครับน้าสมใจ ชายขอร้องละ….”

สมใจพยักหน้าแบบเคยชิน….เธอมัวแต่เช็ดน้ำตาจึงไม่ทันสังเกตว่าอีกคนยังรออยู่

“นะครับชายขอร้อง….ได้โปรดเถอะ”

สมใจปิดปากระเบิดน้ำตาทิ้งอีกรอบ… “ คะ คะ….ได้คะคุณชาย ฮื้อๆ”

……….เดือนเคยหงาย ดาวเคยพร่าง ฉันเคยเห็น………

……….เคยลำเค็ญ เคยรำพึง เคยใฝ่หา……….

……….เคยวาดฝัน เคยยอกเย้า เคยเฝ้าลา………

………เคยจินตนา สารพัดเคย อย่าเลยไกล……..

 “ขอเพียงแค่ให้ได้ยินเสียงพูด เสียงหัวเราะ…ถึงพรุ่งนี้จะไม่ตื่น ชายก็จะถือว่าคุ้มค่าแล้วละ…” ดร.ชานนท์พูดเรื่อยๆ ราวกับคนปลงชีวิต เสียงคร่ำครวญที่เงียบงันก็ฉุดอารมณ์อีกคนดำดิ่งสู่ห้วงเหว สมใจปิดปากวิ่งหายออกไปด้านหลัง เมื่อดร.ชานนท์รับรู้ถึงสภาวะโดดเดี่ยวภายในโถงเพดานสูง เขาก็ควานมือยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบก่อนจะตั้งสติวางมันกลับลงที่เดิมช้าๆ เขาฝึกเฉพาะสิ่งนี้จนคล่องก่อนจะอาศัยจินนาการเดินสำรวจไปรอบๆ ราวตั้งใจจะซ้อมให้เป็นปกติที่สุด ครึ่งวันแรกผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดเขาก็ชำนาญจนสามารถวิ่งจากห้องรับแขก-นั่งเล่น-ทำงาน-เปียโน-โถงบันได-ห้องอาหาร-เคาน์เตอร์ฝรั่งจนสุดผนังครัวร้อนได้อย่างไม่มีสะดุด สมใจที่ยืนดูเงียบๆ เธอทำได้แค่ร้องไห้จนไม่มีเสียงในมุมห่างๆ

…..กระทั้งบ่าย 2 โมงกับ 45 นาที

รถ BMW. สีน้ำตาลดำก็ผ่านประตูรั้วไม้สักเข้ามาจอดในโรงเก็บ สมใจรีบเช็ดน้ำตา ขณะที่ดร.ชานนท์ลนลานลุกจากโซฟา…เขาสะดุดกับขอบโต๊ะนิดหน่อยกระนั้นก็ไปถึงโต๊ะทำงานที่เปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้จนได้

แต่อีกคน…..เมื่อเห็นสมใจร้องไห้วิ่งหายเข้าไปในครัวผิดปกติจึงสาวเท้าตามเข้าไปคาดคั้น…..จนเสียงร้องไห้ที่เงียบงันดังก้องในโลกเงียบให้เหล่าผีสางนางไม้ได้ยินชัดแจ้ง อนุชัยน้ำตาไหลพรากๆ เขายกมือปิดปากขณะยืนมองคนรักที่หลังประตูกระจก กระทั้งสติกลับมาเกินครึ่ง เขาจึงเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในบ้านทำตัวปกติราวกับคนไม่รับรู้สิ่งใด ๆ

“เคลียร์งานจบแล้วเหรอ” ดร.ชานนท์ถอดแว่นหันมายิ้มให้เขา หูก็คอยจับเสียงฝีเท้าเพื่อเช็คตำแหน่ง

“นายกำลังทำอะไรอยู่” อนุชัยพยายามบีบน้ำเสียงให้ปกติก่อนจะเดินเข้าไปค้อมหลังจุมพิตที่หลังหู

“เปล่าหรอกฉันก็พักผ่อนไปเรื่อยแหละ” ดร.ชานนท์ยืดตัวคล้ายคนบิดขี้เกียจ “นั่งนานเลยรู้สึกเมื่อยล้านิดหน่อย”

“นายกินไรรึยัง….” อนุชัยถามขณะเดินห่างไปหยุดยืนปิดปากไม่ให้เสียงสะอื้นดังเล็ดลอดให้จับได้ “ฉันจะชงกาแฟ นายจะเอาด้วยไหม”

“อื้อ!…ดีเหมือนกัน ให้น้าสมใจปิ้งโฮลวิตด้วยนะ…ซักจะหิวๆ แล้วละ” แล้วดร.ชานนท์ก็ลุกเดินไปล้มตัวลงนอนกับโซฟาเบทอย่างชำนาญ อนุชัยจับจ้องกิริยาของเขาไม่กระพริบ เมื่อสมใจรับคำสั่ง เขาจึงค่อยตามเข้าไปสมทบ….

“นายเป็นไงบ้างละ….จะให้ฉันนวดให้ไหม” อนุชัยถามพลางเสนอตัวกลายๆ

“ฉันเหรอ….ปกติดี” ดร.ชานนท์ตอบเสียงสูงพร้อมกับลุกเดินไปนั่งโซฟาข้างๆ เขา เมื่อสมใจยกกาแฟกับขนมปังมาตั้งไว้ให้ เสียงถ้วยกาแฟกระทบถาดรองก็ทำให้เขาต้องคาดคะเนตำแหน่งอยู่พักใหญ่ๆ อนุชัยนิ่งมือสั่นลุ้นลุ้นระทึก น้ำตาก็ไหลพรากๆ ไม่มีท่าทีจะหยุด…. “อากาศร้อนมากเลยนายว่าไหม” ดร.ชานนท์พูดต่อแบบคนจับสัญญาณไม่ได้  เขาควานหาแก้วกาแฟนิดๆ ก่อนจะยกมันขึ้นจิบบางๆ อนุชัยปิดปากสงบสติอารมณ์

“ไม่ใส่ครีมรึไง ปกตินายขาดมันไม่ได้ไม่ใช่เหรอ” อนุชัยทักท้วง ทำให้ดร.ชานนท์หันมายิ้มแหยๆ และหัวเราะดักทาง

“ฉันกลัวอ้วนนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

อนุชัยซับน้ำตาด้วยหลังมือ สักพักแผนทดสอบเพื่อหวังจะให้ชานนท์ยอมแพ้ก็เริ่มขึ้น “คุณนายเล่นเปียโนให้ฉันฟังหน่อยซิ….นะนะ” เขาออดอ้อนด้วยน้ำเสียงที่เคยใช้ได้ผล ดร.ชวนนท์อึดอัดในสถานะนิ่งสักพัก….ก่อนจะพยักหน้ายิ้มไปทางเกือบจะเป็นเขา

“ได้ซิ!….” ดร.ชานนท์โอบอนุชัยพร้อมกับตบไหล่ 2 ทีก่อนจะลุกเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเปียโนอย่างไม่สะดุด ขณะที่อีกคนอาศัยจังหวะเดียวกันหมุนตัวออกไปทรุดหมดแรงหลังประตูด้านอกและร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เขามองผ่านกระจกเข้าไปภายในเพื่อดูคนรักเล่นละครอยู่คนเดียว พูดคนเดียว ยิ้มคนเดียวราวกับคนบ้า น้ำตาและอารมณ์สารพัดก็สะบักสะบอมไม่จบสิ้น

“อ๊ากกกก!…..คุณ ไอ้คุณ ไอ้เฮี้ยคุณ……” เขายกมือปิดปากสะอื้นทรุดนอนราบไปกับพื้นทรายล้าง ขณะที่อีกคนอยู่ข้างในยังไม่รู้ตัว “นาย นายทำยังกับฉันดูไม่ออก ไอ้คนบ้าเอ้ย ไอ้เฮี้ยคุณ….นายมันสารเลว นายคิดจะตบตาคนอย่างฉันเหรอ นาย นาย อ๊ากกก!”

“ฉันยังมีอีกเพลงอยากจะกล่อมนายนกป่าของฉัน….ที่รัก นายตั้งใจฟังฉันให้ดีๆ นะ…..” ขณะที่ปลายนิ้วกำลังไล่แป้นคีบอร์ด อนุชัยก็เลื่อนประตูผางตะโกนใส่เสียงดังลั่น

“คุณ ไอ้คุณ ไอ้เฮี้ยคุณ นายเล่นไม่เนียน นายแสดงละครไม่ผ่านเลยสักนิด….ไอ้บ้าเอ้ย นายคิดอะไรของนายอยู่ นายคิดว่าฉันดูไม่ออกรึไง….อ๊ากกก ชานนท์ ชานนท์” อนุชัยทรุดคลุกเข่ารวบกอดเอวเขาไว้แน่น….. “ฉันไม่ได้โง่ชานนท์ ฉันไม่ใช่คนตาบอดคุณ นายมันบ้า นายมันบ้า ฮื้อๆ”

ดร.ชานนท์สะดุ้งโหยง เขานิ่งขณะน้ำตาก็ค่อยๆ เอ่อล้นอาบร่องแก้ม มือหลุดจากแป้นคีบอร์ดมาลูบหัวคนรักไม่หยุด… “ฉัน….ฉัน….”

“นายยังมีฉัน และนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้ก็ไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ….ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันยอมแพ้เกมนี้ง่ายๆ แน่…ชานนท์ ชานนท์” แรงสะอื้นฉุดอีกคนดำดิ่งไร้จุดสิ้นสุด

“ฉันกลัวนุ……ฉัน กลัว…..” ร่างทั้งร่างสะท้าน… “นุ ฉันกลัว ฉันกลัวที่สุดนายรู้ไหม”

อนุชัยใช้หลังมือปาดน้ำตาตัวเองทิ้งเร็วๆ ก่อนจะลุกดึงร่างดร.ชานนท์มากอด “ที่รัก…นายยังมีฉัน นายยังมีฉัน….”

“นุ…..”

“ไม่เป็นไรที่รัก ไม่เป็นไร ฉันจะเป็นดวงตา เป็นทั้งหมดให้นายเอง”

“นุ…..ทำไมพอทุกอย่างใกล้จะลงตัวถึงมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเรา….นุ อนุชัย….ถ้า ถ้า…”

“ไม่ ไม่ ที่รัก ไม่มีถ้า ไม่มีถ้าอะไรทั้งนั้น ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้ นายก็ต้องไม่ยอมแพ้ เราจะสู้ไปด้วยกัน”

“นุ….”

“ต่อจากนี้เป็นต้นไปฉันจะไม่ยอมปล่อยมือนายเด็ดขาด….”

“นุ….ฉัน ฉัน….”

“ไม่เอาที่รัก….ไม่เอา….ฉันเคยได้ยินน้าสมใจบอกว่าบ้าน Loft Love นายสร้างมันขึ้นมาจากจินตนาการไม่ใช่เหรอ… นายเห็นมันในจินตนาการทุกซอกทุกมุมอยู่แล้วนิ เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านได้อย่างปกติไม่ใช้รึไง”

“นุ นุ ฉันกลัว….นายอย่าทิ้งฉันนะ” เมื่อคำๆ นี้หลุดให้ได้ยิน อนุชัยก็ปล่อยโฮเสียงดังลั่น

“ไอ้บ้า…นายรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา ชานนท์ นายอย่ามาดูถูกฉัน นายอย่ามาดูถูกคนอย่างฉัน ฮื้อๆ….อ๊ากกกก….ไอ้เฮี้ยคุณ ไอ้บ้าเอ้ย”

“ฉันกลัวที่รัก….ฉันกลัวไปเสียทุกอย่าง”

“ไม่ ไม่…นายจับแก้มฉันชานนท์ นายสัมผัสฝีปากรับความรู้สึกเวลาฉันพูด จำคำที่ฉันจะบอกให้ขึ้นใจ….” อนุชัยเว้นจังหวะให้ฝ่ามือของคนรักได้ทำงาน เมื่อเข้าที่เข้าทาง “เราคือชีวิตเดียวกัน เราคือครอบครัว ชานนท์ นายคือพ่อของลูกชายฉัน ฉันรักนายและฉันจะเป็นส่วนที่นายขาดให้เอง”

ดร.ชานนท์น้ำตาไหลพรากๆ….. “นายจะโทรบอกเรื่องนี้กับคุณแม่-คุณพ่อไหม”

“แน่นอนที่รัก….ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้แน่นอน” อนุชัยบอกขณะนำทางเขาไปนั่งในห้องรับแขก เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางโทรศัพท์มือถือก็ถูกใช้งาน

(ฮัลโหล นุ เป็นไงบ้างลูก)

“คุณหญิงป้าครับ….ช่วยเราด้วย….ฮื้อๆ”

………ใบไม้ร่วงที่ลานตะแบก……….

……….ช่อดอกสีม่วงช้ำๆจึงผลิบาน……..

……..กิ่งก้านแข็งๆ รับประกัน……..

………ต้านทานต่อกระแสลมแลพายุ……..

……..ตะแบกจึงกล้าท้าทาย………..

………เจ้าเอยลอยลม………

………กลีบบางๆ ก็ถึงเวลาปลิดปลิว……..

………. เคว้งคว้างกลางนภาสีคราม………

……..ผลแกร่งๆ แข็งๆ ราวกับหินก็แทนที่……..

………ยามแก่จัดเจ้าจะผลิแตกเป็นช่อ……….

…….ราวกับดอกตะแบกใหม่สีน้ำตาลเปลือกไม้……….

……..คอยค้ำชูให้เห็นเป็นนิรันดร์………

……..ฉันมันนกป่าปีกสีสีนั้น ชานนท์……..

“คุณหญิงป้าครับ”

“ใจเย็น ผลเอ็กชเรย์ บอกว่าเส้นประสาทตายังไม่เสียหาย เพียงแต่ก้อนเนื้อที่ว่าขยายตัวกดทับเท่านั้นเอง”

“หมายความว่า”

“ถ้าจัดการกับก้อนเนื้อได้ ชายก็มีโอกาสกลับมามองเห็น….ถึงเวลาที่เราต้องเพิ่มสารอินโดรฟินให้เขาโดยเร่งด่วนแล้วละ”

“ครับ…..ขอบคุณคุณหญิงป้ามากๆ ครับ”

จบ อนุชาย2 บทที่18 ฉันมองไม่เห็น

อนุชาย2 บทที่17

อนุชาย2 บทที่17อนุชาย2 บทที่17 จะทำอย่างไรดี

อนุชาย2 บทที่17 จะทำอย่างไรดี

ขณะที่อนุชัยกับดร.ชานนท์ยืนอยู่บนสายพานทางเดินลาดต่ำไปยังประตูที่จะข้ามไปยังอาคารจอดรถที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ตำรวจภายในสนามบินทั้งในและนอกเครื่องแบบต่างก็วิ่งกรูไปในทิศทางเดียวกัน ดร.ชานนท์กับอนุชัยผวาจ้องหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย สิ่งที่ทั้งคู่หวั่นอาจจะเหมือนกันหรือแตกต่างกันไม่มีใครรู้ และขณะขากำลังจะก้าวสู่พื้นชั้น 3 โทรศัพท์เรียกเข้ามือถือของคนทั้งคู่ก็ดังขึ้นพร้อมๆ กันอีก

“สวัสดีครับ….”- “ฮัลโหล” ทั้ง 2 รับโทรศัพท์ต่างก็จ้องตากันด้วยอาการตื่นตระหนก

(ท่านรองครับไม่ต้องตกใจนะครับ ทีมเราควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ตอนนี้ คุณอานนท์ สายสกุล ผ่านเข้าข้างในเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ทีมเราจะแฝงเข้าไปส่งจนกว่าเครื่องบินจะเชิดหัว ไม่ต้องเป็นกังวลครับ)

“อื้อ….ขอบใจมาก รู้ไหมว่าเป็นทีมไหน” ดร.ชานนท์กรอกคำถามกลับเร็วๆ

(ควบคุมตัวได้ 1 คนยังสรุปอะไรไม่ได้ตอนนี้ ถ้ามีรายละเอียดทีมจะรีบแจ้งให้ทราบอีกครั้ง)

“ขอบคุณมาก” ดร.ชานนท์กดวางสาย อนุชัยก็กดวางสายในเวลาไล่เลี่ยกัน…ทั้งคู่จ้องตากันไม่กระพริบ

“ฉันไม่อยากให้นายเครียด ชานนท์…..” อนุชัยบอกพลางกุมมือเขาไว้แน่น “ไม่เป็นไร อาตี้ปลอดภัยแน่นอน”

“อื้อ….ผ่านประตูเข้าข้างในไปแล้วฉันก็คลายแล้วละ…นุฉันว่าเราอย่าเพิ่งกลับบ้าน Loft love เลย…แวะดื่มอะไรรอจนกว่าเครื่องของอาตี้จะขึ้นบินน่าจะเบาใจมากกว่า” ดร.ชานนท์บอก

อนุชัยพยักหน้าแบบคนเห็นด้วยก่อนจะกดเข้าเบอร์ที่โทรหาเมื่อครู่ “ครับ เราจะนั่งดื่มไม่ไปไหนจนกว่าเครื่องบินของลูกชายจะขึ้นบิน”

(รับทราบครับ….มีอะไรทีมจะแจ้งเรื่อยๆ ขอบคุณมากครับท่าน)

“ขอบคุณครับ” อนุชัยกดวางสาย ขณะกำลังเดินวนหาที่นั่งภายในร้านที่เต็มไปด้วยนักเดินทางจากทุกมุมโลก

“นายดื่มอะไรดี”

“ขอเป็นกาแฟดำดีกว่า”

“OK งั้นฉันตาม….อเมริกาโน่ 2 ที่ขอบคุณครับ” ดร.ชานนท์สั่งกับพนักงานสาวที่เข้ามารับออเดอร์

“คะได้คะท่านรอง รอสักครู่นะคะ”

“นายอย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นดิ….ฉันเห็นแล้วไม่สบายใจเลย” อนุชัยเตือน ดร.ชานนท์รวบมือเขามากุมรวมกันบนโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆ “เอานะนายยังมีฉัน” และพูดต่อราวจะปลอบใจ

“คืนนี้….ขอจัดเต็มนะ” ดร.ชานนท์พูดจากใบหน้าเคร่งเครียดก่อนอนุชัยจะชักมือกลับพร้อมกับปิดเสียงหัวเราะแทบไม่ทัน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายนี้หื่นชะมัด”

“ยังกะว่านายไม่ร่านอย่างนั้นแหละ” ดร.ชานนท์ต่อว่าพลางยิ้มแบบคนเบิกบานให้เห็น

“ฉันร่านกับนายคนเดียวเท่านั้นแหละ….เด็กโง่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ฉันรักนายก็ตรงนี้แหละ อนุชาย….”

line1 for timmy

อีกกลุ่ม…

ภายในห้อง VIP. ของภัตตาคารแห่งหนึ่ง ชายฉกรรจ์ผิวคล้ำร่างยักษ์นั่งหน้าเครียดต่อหน้าชายหนุ่มหลายวัย 10 กว่าคนที่รายล้อมอยู่รอบโต๊ะกลมตัวใหญ่ พวกเขามาก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมงหลังจากคุยกันจบ…แก้วเหล้าในมือก็ถูกยกขึ้นดื่มเร็วๆ

“โง่ถึงขนาดเลือกลงมือภายในสนามบิน….ปั้ด!โท”

“เก็บมันทั้งสายเท่านั้นที่เราจะรอด” อีกคนลักษณะไม่ธรรมดาเสนอ จนหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมๆ กัน

“ตามนั้น….แต่เล่นให้เนียน อย่าให้โยงถึงเราเป็นพอ” ชายคนเดิมพูดพลางเทเหล้าลงแก้วเกือบครึ่งก่อนจะกระดกอีกจนหมด “ดีเหมือนกันตัวหารจะได้ลดลง….บ้าชะมัด!” เขาจิ! ปากเสียงดังก่อนจะหันไปพ้นควันบุหรี่ทิ้งด้านข้าง “อย่าให้พวกมันมาถึงภัตตาคารเลย เล่นแม่งตอนนี้แหละ”

“ครับ ได้ครับลูกพี่” และชายคนดังกล่าวก็งัดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใช้งาน

“ถึงไหนแล้ววะ” เขากรอกน้ำเสียงเรียบๆ ราวกับไม่มีอะไร

(กำลังวนเข้าลานจอดแล้วครับพี่)

“พวกแกมากันครบใช่ไหม”

(ครบครับพี่….)

“ถ้าอย่างนั้นวนกลับไปเจอกันที่เดิม….ที่นี่มีปัญหาแล้ววะ”

(ได้ๆ….) ทันทีที่วางสาย เขาก็กดตัวเลขเพิ่มเข้าไปอีก 5 หลักก่อนจะส่งต่อเข้าโทรศัพท์เครื่องเดิม…ไม่นาน # บึ้ม!# เสียงระเบิดก็กัมปนาทขึ้นที่ริมถนนด้านหน้า…. “เรียบร้อยแล้วครับลูกพี่”

“ดี….แยกย้ายกันไปก่อน มีอะไรจะนัดอีกครั้ง….”

“ครับๆ ได้ครับพี่ยศ”

line1 for timmy

ณ บ้าน Loft Love

หลังจากอาตี้กลับอเมริกาไปแล้ว อนุชัยก็หอบงานมาทำที่บ้าน Loft Love เป็นหลัก นานๆ ครั้งหรือเฉลี่ยสัปดาห์ละไม่ถึง 3 วันถึงจะมีประชุมหรือต้องออกไป Present งานที่บริษัทอื่น เขาปฏิบัติต่อดร.ชานนท์ราวกับช่วงข้าวใหม่ปลามันหรือสามีหนุ่มกับภรรยาสาว แต่เมื่อความดีและสมบูรณ์แบบมากจนเกินความจำเป็นก็ทำให้อีกคนเอะใจขึ้นมา ความต้องการจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังในเรื่องนี้จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นวันละนิด

“ฉันบีบยาสีฟันไว้ให้นายแล้วนะ” อนุชัยก้มจุมพิตที่หน้าผากบอก “อาบน้ำซะ…ฉันจะลงไปทำสเต็กปลาแซลมอนไว้ให้” พูดจบอนุชัยก็หันหลังเปิดประตูเดินจากไปดื้อๆ

“อะไรของเขาวะ!….มีบงมีบีบยาสีฟงยาสีฟันไว้ให้ด้วย….ฮิ ฮิ ฮิ แต่ก็ดีเหมือนกัน”…..เมื่อเสียงพึมพำจบลง “ที่รัก…..” เขาก็ตะโกนไล่ตามหลังเสียงดังลั่นบ้าน “ที่รัก…..”

อนุชัยเปิดประตูผางจ้องหน้าเขม็ง “นายจะแหกปากให้ชาวบ้านได้ยินทำไมเนี่ย”

“อ้าว!….สามีก็เรียกภรรยากันแบบนี้ไม่ใช่รึไง” ดร.ชานนท์ทำตาบ้องแบ้วไม่รู้ไม่ชี้ “อะไรของตัวเองอะนุ”

“นายต้องการอะไร…ด่วนเลยอย่าโยกโย้” อนุชัยเร่ง

“ขอกล้วยหอมกับขนมปังโฮลวิต 2 แผ่น”

อนุชัยยกสัญญาณนิ้วว่า OK. และไม่ลืมส่งจูบให้เร็วๆ ก่อนเสียงประตูปิดจะตามก้นไปติดๆ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า บ้าชะมัด…..”

ระหว่างที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันบนโต๊ะอาหาร อนุชัยนั่งหันหลังให้กับกระดานชนวน แต่ด้านหน้าของอีกคนจึงเห็นมันชัดเจน

“นายว่าเราควรจะเขียน กฎเขกกะโหลก ขึ้นมาใหม่ไหม?” ดร.ชานนท์ถามขึ้นลอยๆ อนุชัยวางสเต็กในมือลงที่เดิมก่อนจะเอี้ยวตัวกลับไปมองแบบคนต้องการใช้ความคิดจากภาพ….

“กระดานชนวนมันแผ่นเล็กเกินไปนะ….”

“เอ้!…..” ดร.ชานนท์อุทานสงสัย เขาชะงักรอก่อนเสียงอนุชัยจะดังขึ้นอีก

“มันต้องมีข้อที่ 5……”

“ข้อที่ 5….มีข้อที่ 5 ด้วย” ดร.ชานนท์ถาม อนุชัยพยักหน้ายิ้มๆ แบบคนเจ้าเล่ห์ “บ้าเอ้ย…นายกำลังทำให้ฉันคลั่งนะนุ….ข้อที่ 5 คืออะไร….”

“ข้อที่ 5….” อนุชัยยังเล่นหูเล่นตากับเขาไม่เลิก

“นุ….ฉันคลั่งจริงๆ แล้วนะ”

อนุชัยกรุ้มกริ่ม…..พลางโปรยยิ้มในแบบที่ดร.ชานนท์เคยหลงใหล “ข้อที่ 5 ท่าจะให้ดี….” เขาเว้นจังหวะราวจะเรียกโมโห “ข้อที่ 5 ท่าจะให้ดี….ให้ยกเลิกข้อ 4….เพราะจะไม่มีวันนั้นแน่นอน…..” อนุชัยพูดช้าๆ ชัดๆ จนเห็นดร.ชานนท์ยกกำปั้นขึ้นปิดปากราวกับไม่รู้จะใช้อารมณ์ไหนกับเขา “….ฉันจะรักนายตลอดไปชานนท์”

ดร.ชานนท์ทิ้งช้อน…. “ฉันอิ่มละที่รัก….วันนี้ฉันคงอิ่มทั้งวัน” เขาลุกเดินเข้าไปยืนกอดอนุชัยจากด้านหลังพร้อมกับกระซิบข้างหูแบบคนมีความลับสุดยอด “ฉันรักนายที่สุดในชีวิต…” ริมฝีปากก็จูบต้นคอพลางงับติ่งหูเบาๆ “อิ่มเถอะ เราจะได้ขึ้นห้องกัน”

อนุชัยตาขวางทันทีทันใด…. “หื่นอีกละ…กลับไปนั่งลงที่เดิมแล้วกินสเต็กของนายให้หมดด้วย รู้ไหมฉันต้องแหกขี้ตาขึ้นมาหมักตั้งแต่ยังไม่ตี 4 เลยด้วยซ้ำนะ”

ดร.ชานนท์โดนสอยร่วงกลางอากาศแต่เขาก็ยังยิ้มหัวเราะเสียงดังยาวๆ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม “ครับที่รัก….ความหมายของนายคือให้ฉันกินให้หมดก่อนใช่ไหม” เขายังเล่นต่อจนทำให้อนุชัยถึงกับไปไม่เป็น

“ล้างจานให้เสร็จก่อนด้วย….”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…..นายนี้ร่านชะมัด…..ดีเหมือนกันฉันอยากมีน้องสาวให้อาตี้อีกคน”

“เงียบแล้วกินไปเลย….”

……อีก 3 ชั่วโมงต่อมา

เมื่อความเงียบเข้าครอบคลุม ใบหน้านิ่งๆ ที่อยู่ห่างจากเขาไม่ถึง 2 เมตรก็ลามเข้าสู่สมองชั้นในและลึกสุด (ฉันจะทำอย่างไรดีชานนท์…จะช่วยเหลือนายได้อย่างไร…) อนุชัยจ้องต่ออีกสักพัก (ไม่ ไม่! ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด….คุณหมอ คุณหมอเดียรเนียล สแปนเลย์ คุณหมอแคราย แคราย เชาว์ทำไมตัวเองไม่อยู่เมืองไทยนะ เค้า เค้า ต้องการตัวเองที่สุด….หรือว่าจะโทรหา…นี่ก็เที่ยงกับ 38 นาที แวนคูเวอร์ก็น่าจะเกือบๆ 4 ทุ่มเข้าไปแล้ว….คุณหมอ จิ! จิ! จิ!….คุณหญิงป้า ใช่!…ลืมไปได้ไงคุณหญิงป้าก็เป็นหมอนินา! และยังเป็นคุณแม่ของชานนท์อีกด้วย….โอ้!….ขอบคุณพระเจ้าฉันลืมเธอไปได้ไงเนี่ย) เมื่อสรุปได้ดังนั้นอนุชัยก็ถือโทรศัพท์เดินออกไปนอกบ้าน เขาต่อสายคุยกับคุณหญิงพวงพรแต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไร

(คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก นุมาหาป้าที่บ้านด่วนเลยลูก)

“ครับคุณหญิงป้า นุจะออกไปตอนนี้แหละครับ ชั่วโมงครึ่งน่าจะถึง” จบจากการสนทนาอนุชัยก็เดินกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง ขณะที่ดร.ชานนท์กำลังจมเครียดอยู่กับกองเอกสารจากทางกระทรวง อนุชัยจึงค้อมหลังจุมพิตที่แก้มเบาๆ

“ไม่ต้องเครียดนะ…”

ดร.ชานนท์ หันไปจูบตอบพลางบีบริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เขาพยักหน้าแล้วสบตานิดๆ “เป็นเอกสารจากต่างประเทศนะ….มีหลายอย่างที่ต้องส่งต่อให้ท่านรัฐมนตรีลงนาม….อีกไม่กี่แผ่นก็จบแล้วละ” เขาบอก

“ฉันต้องเข้าบริษัทสัก 3-4 ชั่วโมง…นายอยู่คนเดียวไปก่อนนะ” อนุชัยยอมโกหกแบบเสียไม่ได้

ดร.ชานนท์จ้องตาเขา “นายนี้แปลกขึ้นทุกวัน จนฉันขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เขาหัวเราะไม่ทันจบ อนุชัยก็ขยี้ผมแรงๆ จนทรงผมที่ถูกจัดเข้าทรงมาตั้งแต่เช้ากลายเป็นรังนกกระจอกกลายๆ

“นกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้ชอบผมทรงนี้มากกว่า” เขาพูดพร้อมกับหันหลังเดินขึ้นบันไดไปเร็วๆ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวฉันจะทำผมทรงนี้เข้าสภาเลยเป็นไง”…….

และหลังจากที่อนุชัยขับรถ BMW ผ่านประตูรั้วสีดำไปได้สักครู่ เอกสารที่ต้องอ่านและแปลสำหรับรัฐมนตรีก็จบ ดร.ชานนท์ลุกยืดเส้นยืดสายจนลำตัวสูงกว่าปกติหลายเซ็นติเมตร….ขณะเดียวกันสายตาก็ปะเข้ากับเปียโนสีดำตัวใหญ่ เขาเดินเข้าไปหาและนั่งลงพร้อมกับค้นหาโน้ตเพลงที่เคยเล่นประจำ แต่ก็ไม่เจอ จิ! จิ! เขาจิ! ปากคิด 2 ที “สงสัยอาตี้หอบไปไว้ที่บ้านในวันงานแล้วลืมทิ้งไว้แน่ ๆ” เขาสรุปขณะเดินขึ้นไปบนห้อง ก่อนจะกลับลงมาด้วยชุดสบายๆ พร้อมกับหมวกแก๊ปสีดำที่เคยใช้งาน “ขอกลับไปเป็นวัยรุ่นสักวันแล้วกัน” เขาคว้ากุญแจเบนซ์สปอร์ตแบบไม่รีบร้อนแล้วตรงไปยังโรงเก็บด้านหน้าช้าๆ

เกือบบ่ายโมงการจราจรค่อนข้างสาหัสสากัน ในเมื่อศิลปะการขับรถในกรุงเทพฯ ของดร.ชานนท์ไม่ค่อยดีเท่าอนุชัย ดังนั้นกว่าจะเลี้ยวเข้าซอยพหลโยธิน 24 ได้ก็ต้องใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง และทันทีที่ผ่านประตูรั้วหน้าบ้านพักอาศัย 3 ชั้นทรงสเปน รถ BMW ซีรี่ส์ 5 สีน้ำตาลดำของอนุชัยจอดอยู่ก่อนแล้วก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นในหัว เมื่อลงจากรถได้เขาก็พุ่งเข้าไปสำรวจภายในตัวบ้านทันที

“สวัสดีคะคุณชาย” เสียงแม่บ้านชื่อเตยดังออกมาจากในครัวเกือบจะทันทีเช่นกัน

“นุมาที่นี่เหรอ” เขาถามกลับเร็วๆ สายตาก็ไล่สำรวจภายในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่นแต่ก็ยังไม่เห็น

“คะ กำลังคุยกับคุณหญิงที่เรือนรับรองด้านหลังโน้นนะคะ….ว่าแต่คุณชายจะรับ…” เตยกำลังจะพูด แต่ดร.ชานนท์ก็ยกนิ้วขึ้นจุ!ปาก เป็นสัญญาณให้เธอเงียบก่อนเขาจะค่อยๆ ย่องตรงไปยังเรื่อนรับรองแบบเดียวกับสายลับ 007

“คุณหญิงป้าครับนุจะทำอย่างไรดี”

“เอาเบอร์โทรคุณหมอสแปนเลย์มาให้ป้าซิ”

“ที่แวนคูเวอร์น่าจะหลังเที่ยงคืนไปแล้วนะครับคุณหญิงป้า” เสียงอนุชัยบอก

“บางทีคุณหมอสแปนเลย์เธออาจจะเข้าเวรก็ได้ เดี๋ยวป้าจะลองส่งข้อความไปก่อน”

“นี่ครับเบอร์โทรคุณหมอ แต่นุจะส่งข้อความจากเครื่องของนุเองดีกว่า ถ้าเป็นเบอร์อื่นคุณหมออาจจะตั้งตัวไม่ทันและไม่รู้ว่าเป็นใคร…..”

“อื้อ! ดีเหมือนกันจ้ะ”

#สวัสดีครับคุณหมอเดียรเนียล ไม่ทราบว่ากำลังทำอะไรอยู่ ถ้าสะดวกกรุณาส่งข้อความกลับแจ้งด้วย ขอบคุณมากครับ#

คุณหญิงพวงพรเหลือบดูที่หน้าจอมือถือจนอนุชัยสังเกตเห็น “อ๋อ!….คุณหมอเดียรเนียลกำลังเรียนภาษาไทยนะครับเลยอยากสื่อสารกับนุด้วยภาษาไทยมากกว่าภาษาอังกฤษ”

คุณหญิงพวงพรพยักหน้ายิ้มๆ “มิน่าตอนที่มาเมืองไทยไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษกับป้าเลยสักคำ”

“สงสัยมีแผนการณ์บางอย่างนั้นแหละครับ หึ หึ” เสียงอนุชัยหัวเราะไม่เต็มเสียง สักครู่เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าก็ดังขึ้นจากโปรแกรมไลน์….. “คุณหญิงป้าครับ”

“เปิดสปิกเกอร์โพนเลยลูก…ป้าจะได้คุยด้วย” เสียงคุณหญิงพวงพรสั่งรีบๆ

ภายในห้องที่ล้อมรอบด้วยผนังกระจกติดแอร์ เสียงสนทนาของทั้ง 3 คนจึงดังก้องจนได้ยินชัดเจน ดร.ชานนท์นิ่งฟังตั้งแต่ต้นกระทั้ง คุณหมอเดียรเนียล สแปนเลย์ บอกราตรีสวัสดิ์ด้วยน้ำเสียงเจ็บลึก คุณหญิงพวงพรยกฝ่ามือปิดปาก เธอนิ่ง อนุชัยเองก็ก้มหน้าคิดหนักไม่ต่างอะไรกับรูปปั้น 2 ตัวภายในห้องสี่เหลี่ยม

“หมอระบบประสาทที่เมืองไทยเองก็มีอยู่หลายท่าน….แต่…..”

“คุณหมอเดียรเนียลยืนยันแล้วนะครับว่าเคสของชานนท์เขาจะไม่ปล่อยให้คุณหมอท่านอื่นจัดการ” เสียงอนุชัยพูดด้วยท่าทีไม่สมดุล “คุณหญิงป้าครับจากแวนคูเวอร์บินมาเมืองไทยต้องใช้เวลาต่ำๆ ก็เกือบ 20 ชั่วโมงเลยนะครับ”

“ประเด็นนี้แหละที่ทำให้ป้าคิดหนัก”

“ถ้าเสกได้นุจะเสกสารเอ็นโดรฟินใส่ชานนท์หลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น เลยครับ”

“มันก็มีส่วนเป็นไปได้ตามที่คุณหมอสแปนเลย์ว่ามานั้นแหละ แต่ต้องใช้เวลา คำถามมีอยู่ว่า…ตาชายจะมีเวลาขนาดนั้นหรือเปล่า ถ้าเขาอยู่ที่บ้านเฉยๆ ยังพอควบคุมได้ แต่หน้าที่การงานของเขาต่างหากที่จะทำให้เนื้องอกที่ว่าขยายตัวเร็วขึ้น” คุณหญิงพวงพรนั่งเหม่อลักษณะคิดไม่ตก “พรุ่งนี้ป้าจะลองขอประวัติการรักษาจากคุณหมอสแปนเลย์ดู เผื่อว่ามีอะไรจะพอยื้อเวลาได้บ้าง”

“คุณหญิงป้าครับ” อนุชัยเงยใบหน้ารื่นๆ ขึ้นมาสบตา “นุรักชานนท์ในแบบที่ไม่เคยรักใคร ชานนท์คือชีวิตใหม่และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนุ เขาคือพ่อของลูกชายนุ เราคือครอบครัว นุยอมเสียเขาไปไม่ได้….” น้ำเสียงสั่นๆ ดิ่งจมสู่ใต้ดิน นาน….กระทั้งประตูหลังถูกเปิดผาง ดร.ชานนท์ถลาเข้าไปกอดอนุชัย แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นหลังบอกถึงอารมณ์ไม่สมดุลจนเกินจะควบคุม คุณหญิงพวงพรได้แต่ยกมือขึ้นปิดปากจ้องไปที่คนทั้งคู่ไม่กระพริบ….

“คุณ…นายมาได้ไงเนี้ย….นายสะกดรอยตามฉัน นายไม่ไว้ใจฉันขนาดนั้นเลยรึไง” อนุชัยได้สติก่อน คำพูดกึ่งต่อว่าต่อขานไม่ทำให้ดร.ชานนท์หยุดสะอื้นได้ง่ายๆ เขาใช้เวลาอยู่สักพักก่อนจะเงยหน้าเปือนน้ำตามาจูบข้างแก้มต่อหน้าคุณหญิงพวงพร

“เปล่า….ฉัน ฉันไว้ใจนาย และไม่ได้สะกดรอยตามนายด้วย ฉันแค่ แค่มาเอาโน้ตเพลงที่อาตี้ลืมทิ้งไว้ต่างหาก”

อนุชัยลูบหัวปลอบ…ตัวเองก็พยักหน้ารับรู้

“แต่ที่นายพูดสักครู่ฉันซึ้งใจมากๆ เลยนายรู้รึเปล่า” ดร.ชานนท์พูดจากด้านหลัง อนุชัยผงกหัวรับรู้อีก “เรามีเวลาแค่ไหนก็จะร่วมกันสร้างความสุขให้มากแค่นั้น…..”

อนุชัยปล่อยโฮลั่นห้อง ขณะที่คุณหญิงพวงพรเองก็เก็บอาการไม่ไหวเช่นเดียวกัน

“ไม่ต้องร้องไห้ที่รัก เดียรเนียลบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าสารเอ็นโดรฟินเท่านั้นจะช่วยยืดเวลาให้ฉันได้…ที่รัก” ดร.ชานนท์เดินอ้อมมานั่งข้างๆ “มองหน้าฉันที่รัก นายต้องมองหน้าฉัน…..”

อนุชัยตั้งสติหยุดอารมณ์เศร้า เขาเป่าลมทิ้งทางปากเป็นการระบายก่อนจะจ้องเข้าไปในดวงตาที่คุ้นเคยอย่างคนมีสติเต็มร้อย

“ที่รัก ความสุขจะช่วยยืดเวลาให้เรา ความสุขที่ว่าคือนายคนเดียว นายคือเอ็นโดรฟินของฉัน” ดร.ชานนท์พูดจบก็โผเข้ากอดอนุชัยแน่นกว่าที่เคยเป็น

“นายคือชีวิตของฉันชานนท์ นายคือทุกอย่างของฉัน…ฮื้อๆ”

“ไม่เอาที่รัก ไม่ร้องไห้แล้ว ฉันยังอยู่ ฉันจะอยู่ข้างนายเสมอและตลอดไป ฉันให้สัญญา”

“คุณ คุณ นายสัญญาอะไรกับฉัน จำมันให้ขึ้นใจด้วยนะ” อนุชัยหยุดปาดน้ำตาด้วยหลังมือเร็วๆ “ฉันจะเป็นเอ็นโดรฟินให้นายเอง ฉันรักนาย แต่นายต้องรักษาสัญญาให้ขึ้นใจด้วย”

เมื่อทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติ

“พรุ่งนี้แม่จะเริ่มคุยกับคุณหมอสแปนเลย์ อาจจะขอสแกนสมองลูกดูอีกสักครั้ง” เสียงคุณหญิงพวงพรยังสั่นนิดๆ เมื่อดึงกระดาษซับน้ำตาจนแห้งแล้ว “ชายต้องเตรียมตัวนะลูก”

“ชายมียาวิเศษแล้วคะคุณแม่” เขายิงสายตาไปตกที่อนุชัย “เขาคือยาวิเศษตัวเดียวที่จะรักษาชายได้”

อนุชัยพูดไม่ออกอยู่นานกระทั้งเขาพยักหน้าให้คุณหญิงพวงพรและชานนท์เห็น….

“นุจะเป็นเอ็นโดรฟินให้ชานนท์เองครับคุณหญิงป้า” แล้วเขาก็หันมาจ้องชานนท์จริงๆ จังๆ “ฉันจะไม่สัญญากับนายนะชานนท์เพราะนายคือส่วนหนึ่งของฉัน การสัญญากับนายก็เท่ากับฉันสัญญากับตัวเอง….ฉันรักตัวฉันมากเท่าไรฉันก็รักนายมากเท่านั้น”

“ความรักไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใคร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร หรือในสถานะไหน ย่อมงดงามเสมอ….แม่มีความสุขที่เห็นลูกๆ รักกัน แม่เองก็จะไม่ให้สัญญาอะไรกับลูกหรอก….เพราะแม่จะขอเป็นเอ็นโดรฟินตัวหนึ่งให้กับลูกเองชานนท์”  คุณหญิงพวงพรพูดจบ ทั้งอนุชัยและชานนท์ก็ก้มลงกราบ…และ…..

“ใครกลับถึงบ้าน Loft Love ก่อนได้อยู่ข้างบน” ดร.ชานนท์พูดพร้อมกับเร่งสาวเท้าตรงไปที่รถเร็วๆ อนุชัยมองปาดเขาจากด้านหลังก่อนจะยกมือไหว้คุณหญิงพวงพรแบบรีบๆ

“นุต้องกลับแล้วครับคุณหญิงป้า….ขืนกลับถึงบ้านหลังไอ้คุณ นุต้องแย่แน่ๆ”

“อุ้ย! พวกเธอเล่นอะไรกันพิเรนทร์ ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…ไปๆ เอ็นโดรฟินฉันหลั่งเต็มหัวแล้วเนี่ย! หึ หึ หึ” คุณหญิงพวงพรนั่งอยู่กับที่ปล่อยให้เวลากับสมอง….แววตากังวลสารพัดก็ฉายซ้ำวนหลายรอบ “ตาชาย ตาชายเอ้ย…แม่จะทำอย่างไรดี”

จบ อนุชาย2 บทที่17 จะทำอย่างไรดี

อนุชาย2 บทที่16

อนุชาย2 บทที่16อนุชาย2 บทที่16 ผมขอโทษ

อนุชาย2 บทที่16 ผมขอโทษ

            “อาหมอ อาหมอ พูดอะไรออกมา….” อาตี้โวยวายทั้งน้ำตาใส่โทรศัพท์ สุดท้ายก็หันมาเล่นงานพ่อตัวเองอีกคน “คุณพ่อครับ ทำไมบอกอาตี้ช้าแบบนี้…คุณพ่อ คุณพ่อครับ…ฮื้อๆ”

(Arty Arty,  You listening me.) เสียงของคุณหมอเดียรเนียล สแปนเลย์ หยุดอาการคลุ้มคลั่งของเด็กหนุ่มได้ระดับหนึ่ง (Can you hear me now,)

“Yes!…เราได้ยินคุณชัดเจนเดียรเนียล” อนุชัยตอบแทน

“ฮะ อาหมอ…..I hear you” อาตี้สมทบติดๆ ด้วยน้ำเสียงไม่แข็งแรง

(นับ จาก วันนี้ คุณ ต้อง สร้าง ความสุข ให้ พ่อ…You understanding)

“แต่อาหมอฮะ….อาตี้ อาตี้….”

(ไม่ เป็น ไร มี ฉาน ทั้ง คน ไม่ ต้อง กลัว เข้า ใจไหม) เสียงหมอ เดียรเนียล สแปนเลย์ เหมือนต้องการจะตอกย้ำเพื่อให้สบายใจขึ้น

“อีกไม่กี่วันอาตี้ก็ต้องกลับอเมริกา….คุณพ่อครับ คุณหมอครับ”

“ไม่เป็นไรอาตี้…พ่อจะดูแลพ่อชายให้ดีที่สุด” อนุชัยย้ำจนปกรณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องโอบไหล่พวกเขามารวมกัน

“ยังมีลุง….เอ้ย!….” ปกรณ์เผลอและคล้ายๆ จะนึกได้ “ยังมีผมอีกคนครับ…คุณชายน้อยไม่ต้องเป็นห่วง”

“นายเป็นลุงเขาถูกต้องแล้วปกรณ์ ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกน่า” อนุชัยคล้ายจะต่อว่า

ทำให้อาตี้จ้องไปที่เขาไม่กระพริบ…..

“เอ่อ….” ปกรณ์พูดไม่ออก เขาพยายามจะปลอบเด็กหนุ่มแต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ จนกระทั้ง…

“ผมฝากคุณพ่อด้วยนะครับ ลุงปกรณ์”

ปกรณ์อึ้ง-ชะงักอยู่นาน “ขอลุงกอดอาตี้สักครั้งได้ไหม”

อาตี้ยิ้มทั้งน้ำตาก่อนจะลุกเดินอ้อมหลังอนุชัยมาสวมกอดเขาเสียเอง ปกรณ์ประกบมือขาวๆ แนบอก เขาพยายามจะไม่ให้เห็นน้ำตา กระนั้นมันก็ล้นจนได้ “ลุงจะช่วยดูแลพ่อชายของอาตี้อีกคน สองหัวดีกว่าหัวเดียวว่าจริงไหม”

“ขอบคุณครับคุณลุง ขอบคุณมาก ๆ ครับ….ฮื้อๆ”

………แสงเริ่มแรก แทรกแสดสี ที่ริมฟ้า……….

………รอบนภา ตะวันออก บอกเฉิดฉาย………

……….หนูอยากนั่ง อยากจ้องหน้า พ่อมิคลาย……….

……….ใจสลาย เมื่อมโน ถึงวันลา………

………พ่อจ๋าพ่อ พ่อจ๋า พ่อจ๋าพ่อ………

………หนูสุดท้อ ทรมาน ปานจักสิ้น………

……….เมื่อรู้ความ เมื่อเห็นภาพ ตามเรื่องจริง………

………แทบแดดิ้น อยากขอโทษ โปรดอภัย……….

………พ่อจ๋าแสง แรกตะวัน อำพันแจ้ง……..

………บอกสีแดง แสดรำพึง รำพันหมาย……….

……….เป็นเช้าแรก แดดกระจ่าง พร่างพราวพราย………..

………มีมากมาย ขอพ่อตื่น ฟื้นมาฟัง……….

……….หนูจะจับ มือพ่อกอด ไม่ยอมปล่อย……….

………จะค่อยค่อย กระซิบส่ง ปรารถนา……….

………ตื่นเถอะพ่อ ตื่นเพื่อหนู ตื่นขึ้นมา……….

……….จะเช็ดหน้า ล้างบาทา ก่อนลาไกล……….

 

“พ่อครับ พ่อชายครับ ตื่นเถอะ พ่อ พ่อครับ อาตี้ขอโทษ อาตี้ขอโทษ ตื่นเถอะ ตื่นมาเพื่ออาตี้….พ่อครับ….ฮื้อๆ” และอาตี้ก็ฟุบสะอื้นอยู่กับหน้าอกของดร.ชานนท์ กระนั้นร่างทั้งร่างก็ยังไม่ขยับ กระทั้งอนุชัยที่ยืนเป็นหุ่นเปื้อนน้ำตาใกล้ประตูทางออกต้องเข้าไปเขย่าขาเรียกแรงๆ

“คุณ ไอ้คุณ ไอ้เฮี้ยคุณ ตื่นได้แล้วขี้เซาอยู่ได้” ทันทีที่ปลายขาของดร.ชานนท์ขยับให้เห็น อนุชัยก็หันหลังปาดน้ำตาทิ้งพลางเข้าไปกระซิบลูกชายเบาๆ “จำที่คุณหมอเดียรเนียลเตือนได้นะลูก” อาตี้พยักหน้า…เขาจึงหันหลังเดินเข้าห้องน้ำไปเร็วๆ

ทันทีที่ดร.ชานนท์ได้สติ….ดวงตาที่เพิ่งตื่นจากสีดำก็ไล่สำรวจรอบ ๆ…“อาตี้!….เอ้!….ไงวันนี้มาแปลกๆ ชุดก็แปลก ใบหน้าก็แปลก….เป็นอะไร บอกพ่อได้ไหม” ดร.ชานนท์งัวเงียเจอสภาพลูกชายที่ไม่ใช่ชุดนอนเลยอดซักถามไม่ได้และเขาก็ดึงอาตี้ล้มลงข้างๆ “ร้องไห้เรื่องอะไรบอกพ่อได้ไหม”

“เปล่าฮะ เปล่า….” อาตี้ปฏิเสธพลางเช็ดน้ำตาตัวเองเร็วๆ

“ลูกโตเป็นหนุ่มแล้วนะ เป็นลูกผู้ชายด้วย อย่าขี้แยจนเกินเหตุ เข้าใจไหมลูก” ดร.ชานนท์กำชับ อาตี้ได้แต่ผงกหัวให้หน้าอกรับรู้ก่อนจะหลับตาและหลับจริงๆ ในเวลานั้น ดร.ชานนท์สำรวจลูกชายอยู่สักพักกระทั้งอนุชัยเดินออกมาจากห้องน้ำ

“ปล่อยให้เขาหลับเถอะ บ่ายๆ ค่อยปลุก”

“ตานายก็เหมือนกับคนไม่ได้นอนทั้งคืน…อย่าบอกฉันนะว่าพวกนายแอบหนีเที่ยวด้วยกันนะ” ดร.ชานนท์เล่นแรงก่อนจะโดนอนุชัยโยนหมอนใส่หน้า

“คิดได้นะ…ถ้าพวกฉันอยากเที่ยวขึ้นมาจริงๆ ต้องมีเจ้าภาพรู้ไว้ซะเด็กโง่” ทั้งคู่เกือบจะหลุดหัวเราะ…เมื่อมองไปที่อาตี้ ดร.ชานนท์จึงค่อยๆ ลุกและห่มผ้าให้แล้วก็เปิดประตูลงไปด้านล่างเร็วๆ…..

line1 for timmy

วันที่ 13 เมษายน

เป็นวันสงกรานต์และเป็นวันหยุดยาวต่อจากวันนั้นอีก 4 วัน…ถึงแม้จะเป็นวันหยุดของหลายคนแต่งานของเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่งจะเริ่มต้น อนุชัยเองก็ต้องเข้าบริษัทไปเคลียร์บางอย่างกะว่าบ่ายๆ เย็นๆ พวกเขาถึงจะค้างที่บ้านสายสกุล วันรุ่งขึ้นจะได้ไปอำเภอมวกเหล็กแต่เช้าก่อนที่อาตี้กลับอเมริกาในวันที่ 16 ต่อจากนั้น นี่แผนการเดินทางเบื้องต้น….

แดดก่อนเที่ยงขับผนังบ้านสีปูน โดดออกมาจากพุ่มใบต้นแคนาที่รายล้อมรอบๆ ตัวบ้าน เสียงเปียโน Relaxing Music จากคอมพิวเตอร์กำลังขับกล่อมเสริมให้บรรยากาศภายในพลิ้วไหวจนอุณภูมิกลางเดือนที่ร้อนที่สุดลดลงหลายองศา อาตี้กำลังจัดโต๊ะเก้าอี้พร้อมด้วยชามสแตนเลสใบใหญ่ 2 ใบที่ระเบียงหลังคาไม้ระแนงหน้าบ้าน ดอกไม้จากกระถางดินเผาแขวนกระจิริดหลากสีกำลังอวดความงามสารพันให้เห็น เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเขาจึงยืนกำมือค้ำคางสำรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย….กระทั้ง…

“ตาย ตายแน่ ๆ….แม่ แม่ ช่วยอาตี้ด้วย อาตี้ลืมของสำคัญไปได้ไงเนี้ย” อาตี้เรียกสมใจว่าแม่ตามที่คุณหญิงพวงพรสอนมาตั้งแต่จำความได้ เขาจึงสนิทใจเรียกเธอด้วยคำๆ นี้มาตั้งแต่ต้น สมใจวิ่งออกมาจากในครัวด้วยท่าทีตกอกตกใจไม่น้อย

“มีอะไรหรือคะ อาตี้….”

“อาตี้ลืมน้ำอบ ของสำคัญซะด้วย ทำไงดีละครับ”

สมใจปิดปากตัวเองยิ้มให้กับความใสซื่อของเขา “แม่เตรียมไว้ให้แล้วละคะ ไม่ต้องเป็นกังวลหรอก ว่าแต่อาตี้เถอะจำขั้นตอนที่แม่บอกขึ้นใจแล้วนะ”

อาตี้ยิ้มหน้าบานแบบคนโล่งใจก่อนจะดึงเธอเข้าไปกอด…. “ครับ คิดว่านะ”

“วันสงกรานต์ตามประเพณีโบราณถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย หลังๆ รัฐบาลจึงให้เป็นวันครอบครัวไปด้วย เป็นเพียงวันเดียวในรอบ 1 ปี…ที่เราจะได้แสดงความรักกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี” สมใจพูดพลางผละจากเด็กหนุ่มเดินสำรวจซ้ำอีกรอบ “แม่ว่า…..” เธอคิด “น่าจะครบทุกอย่างแล้วละ เออแล้วพวงมาลัย ถุงกลีบกุหลาบกับดอกมะลิของแม่ละ”

“อยู่ในตู้เย็นฮะ”

“ไปเอามาเดี๋ยวนี้เลย แม่จะได้ผสมน้ำรอ” สมใจสั่งแล้วเธอก็เดินหายเข้าไปในครัวก่อนจะออกมาเจอกับอาตี้ที่เดิมอีกครั้ง

“นี้ฮะ….”

“ขอบใจจ้ะ….คราวนี้อาตี้ก็ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวเลยลูก คุณพ่อทั้ง 2 กำลังจะมาแล้วละ”

“ฮะ….แต่อาตี้ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี มันเขินๆ อย่างไรไม่รู้” อาตี้ลงเสียงต่ำแบบคนไม่มั่นใจ จนสมใจปัดมือผ่านหน้าหัวเราะเสียงดังๆ

“ไปๆ ไปอาบน้ำได้แล้วเดี๋ยวแม่จะกำกับเอง…ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ทันทีที่ BMW ผ่านประตูรั้วไม้สักสีดำวนเข้าไปในโรงจอดเก็บภายใน แลนด์โรเวอร์สีบลอนเงินก็ตามเข้ามาติดๆ ทั้งอนุชัยและชานนท์ยืนคุยกันสองสามคำก่อนที่พวกเขาจะเลือกใช้ประตูเล็กติดกับครัวไทยขึ้นสู่ภายในโถงรวมเพดานสูง อาตี้ออกอาการประหม่าอยู่ภายในห้องนั่งเล่น เขาเป่าลมทิ้งหลายรอบวนเวียนล้มตัวนอนกับโซฟาเบทแล้วก็ลุกไปนั่งในห้องรับแขกสุดท้ายก็มาจบที่เปียโนสีดำตัวใหญ่ เขาถูมือตัวเองไปมาก่อนจะเริ่มต้นด้วยเพลงรำวงวันสงกรานต์ตามที่ได้ฝึกซ่อมก่อนหน้านี้ พอเสียงเพลงดังขึ้นทั้งดร.ชานนท์และอนุชัยก็ลงมาจากข้างบน พวกเขายืนยิ้มจนเผลอเกือบจะมีรำวงรอบๆ เปียโนสีดำถ้าเสียงเพลงไม่จบลงซะก่อน

“เออ…พ่อไม่เคยได้ยินเพลงนี้เลย อาตี้แอบฝึกตอนไหนครับลูก” ดร.ชานนท์ถามหลังเสียงปรบมือจบลง

“นั่นนะซิ!….อยู่แต่เมืองนอกพ่อไม่คิดว่าอาตี้จะเล่นเพลงไทยได้เพราะถึงเพียงนี้” และอนุชัยก็เสริมขึ้นแบบคนแปลกใจไม่แพ้กัน

“อาตี้ยังมีอีก 2 เพลง…คุณพ่อจะรำวงก็ได้นะฮะ”

“บ้าไปแล้ว….รำวงในบ้านตัวเองเนี่ยนะ….”

“บ้าอะไรวันนี้วันสงกรานต์นะ ไหนๆ ก็ใส่เสื้อลายดอกกันทั้งบ้านแล้ว อาตี้เริ่มเลยลูก พ่อจะได้โค้งพ่อชายรำวงสักรอบ” อนุชัยพูดทีเล่นทีจริง กระทั้งได้ยินเสียงอาตี้หัวเราะจนไอโขกออกมา

“เอาเลยฮะ”

“ไม่เอา อายชาวบ้านเขา” ดร.ชานนท์ยังฝืน กระทั้งอาตี้ไล่แป้นคีย์บอร์ดเป็นสัญญาณเริ่มต้นรัวๆ ดร.ชานนท์หน้าแดงถึงกับยกกำปั้นขึ้นปิดปากแบบคนทำอะไรไม่ถูก

“พ่อฮะ เอาหน่อยสักรอบ….” แล้วเพลงรำวงวันสงกรานต์เพลงที่ 2 ก็เปิดฉาก

“นายจะอายใครไม่ทราบ….เร็วดิ” อนุชัยตื้อดร.ชานนท์ไม่หยุดแถมยังออกท่าทางไปก่อน จนดร.ชานนท์หัวเราะตัวงอข้างๆ ลูกชาย อาตี้พยักหน้าแกมบังคับ แถมยังยิ้มหน้าบานบิ้วอารมณ์เสริมอีกคน

“บ้าเอ้ย!….เกิดมาฉันยังไม่เคยโดนใครโค้งขอรำมาก่อนเลยนะ….เอาไงละ…ฉันรำเป็นที่ไหน”

“คุณพ่อฮะ…” อาตี้เร่งระหว่างเพลงกำลังได้จังหวะ

“นายก็ยกมือขึ้นแบบนี้ แบบนี้” สรุปอนุชัยต้องยกมือนำดร.ชานนท์รำไปรอบๆ เสียเอง…..

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายนี้บ้าชะมัด”

“จะเอาอีกรอบไหมครับ….” อาตี้ถามขณะนิ้วยังไล่ตัวโน้ตวนในท่อนแรก…เสียงหัวเราะภายในบ้าน Loft Love จึงดังขึ้นต่อเนื่องไม่เว้นแม้กระทั้งสมใจและลุงเย็นที่เดินเข้ามายืนดูก็ไม่วายถูกทั้งคู่ดึงให้เข้ามาร่วมรำวงจนได้……

“อาตี้เล่นเราเข้าแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

และทันทีที่เสียงเพลงจบอาตี้ก็เข้าไปดึงแขนอนุชัยและดร.ชานนท์ออกไปที่ระเบียง ทั้งคู่ต่างตกตะลึงจนก้าวขาไม่ออกเมื่อเห็นสถานที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ กระดานชนวนที่เคยแขวนอยู่ตำแหน่งของมันก็ถูกย้ายออกมาข้างนอกพร้อมกับเขียนด้วยลายมือห่วยๆ ของอาตี้ว่า “สุขสันต์วันสงกรานต์”

“คุณพ่อชายครับ คุณพ่อนุครับ” อาตี้เรียกให้ตื่นจากภวังค์ เขาดึงแขนอนุชัยไปนั่งประจำตำแหน่งเป็นคนแรก ก่อนจะเข้ามาดึงแขนดร.ชานนท์ไปนั่งลงข้างๆ อ่างสแตนเลสรองด้วยน้ำลอยกลีบกุหลาบสีขาวกับสีโอโรสอยู่ตรงหน้า อาตี้จับขาเปลือยเปล่าของพ่อทีละข้างทีละคนลงไปแช่ในนั้น ใบหน้าของอนุชัยกับดร.ชานนท์ไม่ต่างกันในเวลานี้ ไม่มีเสียงพูดคุยกระทั้งสมใจนำน้ำอบที่เตรียมไว้ออกมาพร้อมกับพวงมาลัยดอกพุดสีขาว เธอกับลุงเย็นยืนมองปลื้มปริ่มอยู่ข้างๆ จนกระทั้ง…..

“คุณพ่อนุครับ คุณพ่อชายครับ ที่ผ่านมาหากอาตี้ล่วงเกินหรือทำอะไรที่ไม่สมควร อาตี้อยากจะให้พ่อ พ่อรู้ว่าอาตี้เสียใจ และอยากให้คุณพ่อให้อภัย” อาตี้พูดขณะคุกเข่าต่อหน้าทั้งสอง อนุชัยดึงปกเสื้อตัวเองซับหางตาทีละข้าง ส่วนดร.ชานนท์ได้แต่กำมือปิดปากปล่อยให้น้ำตาเละเทะ พวกเขาพูดอะไรไม่ออกไปหลายนาทีกระทั้งสมใจส่งพวงมาลัยให้อาตี้ทีละพวง

“พวงนี้ให้พ่อนุฮะ….” เขาเว้นจังหวะให้สายตาได้ทำงาน “และพวงนี้ให้พ่อชายฮะ”

“นี้น้ำอบล้างมือล้างเท้าให้คุณพ่อด้วยลูก” เสียงสมใจกำกับจากด้านข้าง ซึ่งเธอก็น้ำตาซึมตั้งแต่แรกจนบัดนี้มันก็ยังล้นออกนอกเบ้าอย่างต่อเนื่อง “นั่นแหละล้างมือ ล้างเท้าทีละข้าง อย่างนั้นแหละลูก อย่างนั้นแหละ ดีมากงดงามที่สุดอาตี้”

เมื่ออาตี้จบจากพ่อทั้ง 2 เสียงดร.ชานนท์จึงได้กลับคืนมา….. “คราวนี้ก็เป็นน้าสมใจกับลุงเย็นแล้วละครับ” ทั้งอนุชัยและดร.ชานนท์ลุกจากเก้าอี้ตัวนั้น สมใจกับลุงเย็นยกมือขึ้นปิดปากส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ก็โดนพวกเขาลากแขนมานั่งจนได้….

“ลุง ลุง….” ลุงเย็นหันหน้าไปทางดร.ชานนท์ “ลุงขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริง”

ทั้งอนุชัยและดร.ชานนท์ต่างชะงักค้าง น้ำอบในมือก็ชะงักตามไปด้วย…..

“ขอโทษเรื่องอะไรครับลุง” อนุชัยถาม ลุงเย็นจึงหันมาจ้องเขาเต็มๆ

“ชายหลงทางคนที่มาถามทางกลับบ้าน” และหันกลับไปมองหน้าดร.ชานนท์อีกคน “คือ นายน้อย….ครับคุณชาย…..”

อนุชัยปิดปากเกือบๆ จะหลุดหัวเราะ ส่วนดร.ชานนท์ได้แต่เบิกตาค้างหันไปถามอนุชัยเร็วๆ

“นายมาหาฉันเหรอ….”

อนุชัยพยักหน้า “ลงเครื่องฉันก็ตรงดิ่งมาที่นี่เลย….แต่มันแค้นนะใครเป็นคนสอนให้เดียรเนียลบอกว่านายเป็น แฟนรัก กันละ….”

“อาหมอบอกว่าคุณพ่อเป็น แฟนรัก เหรอฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แล้วอาตี้ก็หัวเราะไม่หยุด

“หยุดเลยนะอาตี้ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายเลยนะ” ดร.ชานนท์เสียงดัง….ทุกคนเงียบกริบ….สักพักเสียงหัวเราะลั่นบ้าน Loft Love ก็ดังขึ้นยาวๆ อีกพร้อมกับสงครามปืนฉีดน้ำที่พวกเขาเตรียมไว้คนละกระบอกก็เปิดฉาก บ้าน Loft Love เปียกชุ่มในวันที่ร้อนที่สุดของปีและเสียงหัวเราะก็ดังยาวกว่าทุกๆ วัน

“โอ้ย!….เดี๋ยวคนแก่จะเป็นหวัด พอแล้วครับคุณชายน้อย พอแล้วครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เมื่อตะวันลดระดับสู่ยามเย็น อีก 2 ชั่วโมงกว่าฟ้าจะมืด ดร.ชานนท์ อนุชัยและอาตี้ที่อยู่ในสภาพไม่ต่างกับลูกนกตกน้ำก็ยังรวมตัวอยู่ที่ระเบียงโดยมีลุงเย็นกับสมใจยืนเป็นหุ่นสีขาวจนระบุเพศไม่ถูกข้างๆ ประตูทางเข้า

“อาบน้ำเถอะลูกเราต้องไปรดน้ำดำหัวคุณปู่คุณย่าอีก 2 บ้าน” ดร.ชานนท์บอก

“เราจะไปค้างที่มวกเหล็กคืนหนึ่ง…ตอนเช้าจะได้ตักบาตรทำบุญให้คุณปู่คุณย่าที่วัดแล้วค่อยกลับเข้ากรุงเทพ” อนุชัยเสริม

“แล้วบ้านคุณตากับคุณยายละฮะ….” อาตี้ถาม

“คุณตาว่างวันที่ 15 เที่ยงๆ โน้นแหละ…..”

“คิดๆ แล้วอาตี้ยังไม่อยากกลับเมริกาเลยฮะคุณพ่อ…พ่อนุฮะ ขออาตี้กลับมาเรียนที่นี่ได้ไหม ช่วยพูดกับพ่อชายให้หน่อย นะฮะ นะฮะ” อาตี้อ้อนยังกับเด็กเล็ก แต่อนุชัยและดร.ชานนท์ต่างยิ้มให้กันราวกับรู้เหตุผลและได้สรุปไปแล้ว

“พ่อชายสัญญาว่าเมื่ออาตี้เรียนจบเป็นผู้ใหญ่ ลูกจะได้กลับมาอยู่บ้าน Loft Love จนกว่าจะเบื่อโน้นแหละ…ไปๆ ไปอาบน้ำเตรียมตัวออกเดินทางได้ละ เดี๋ยวจะถึงมวกเหล็กมืด รถก็กำลังติดซะด้วย…”

line1 for timmy

เมื่อผ่านพ้นวันสงกรานต์มา 1 วัน….

เที่ยงๆ ของวันที่ 16 เมษายน กระเป๋าเดินทางใบย่อมๆ ก็ถูกเด็กหนุ่มยัดในท้ายแลนด์โรเวอร์อย่างไม่เต็มใจ แดดสีขาวทิ้งเงาไว้ขอบผนังสีปูนจนแทบมองไม่เห็น อาตี้เดินเข้าไปในตัวบ้านและเดินผ่านหลายๆ ส่วนอย่างไม่มีจุดประสงค์ เมื่อเจอเข้ากับสมใจที่กำลังเช็ดน้ำตาอยู่ข้างครัว เขาก็เข้าสวมกอดเธอจากด้านข้าง

“แม่….”

“ตั้งใจเรียนนะลูก” สมใจบอกส่งเสียงสั่นๆ พลางปาดน้ำตาหลบๆ อีก 2 ครั้งก่อนจะหันหน้ามาสวมกอดเขาทั้งตัว “อาตี้ของแม่โตเป็นหนุ่มแล้วจริงๆ”

“แม่….”

“ไม่เอาๆ อีกไม่กี่เดือนปิดซัมเมอร์ก็ต้องกลับมาอยู่แล้ว จะร้องไห้ไปทำไมกัน” ดร.ชานนท์เดินเข้ามาตบไหล่บุตรชาย อาตี้หันไปจ้องหน้าพ่อราวกับมีบางอย่าง….

“ซัมเมอร์อาตี้ไม่ได้กลับฮะพ่อ อาตี้จะทำงานกับเพื่อนที่แมคโดนัลด์ คงเป็นปีถัดไปเลย” พูดจบดร.ชานนท์ถึงกับอึ้ง แต่สมใจปิดปากร้องไห้อีกรอบไปแล้ว

ดร.ชานนท์คล้ายจะช็อกอยู่ครู่ใหญ่ๆ “พ่อไปเยี่ยมอาตี้เองก็ได้”

“พาพ่อนุไปด้วยนะฮะ”

“แน่นอนครับลูก พ่อให้สัญญา”….ดร.ชานนท์ดึงอาตี้มากอดนิ่งๆ ก่อนจะโอบไหล่เดินตามหลังอนุชัยที่เพิ่งลงมาจากห้องนอนตรงไปยังรถที่พร้อมรออยู่หน้าบ้าน

“โชคดีนะครับคุณชายน้อย” เสียงลุงเย็นบอกส่งอีกคน อาตี้พยักหน้ายิ้มให้บางๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลังคู่กับดร.ชานนท์ ขณะที่อนุชัยไม่พูดไม่จาตั้งแต่ต้นก็ขับรถคันใหญ่สีบลอนผ่านประตูรั้วออกไปเงียบๆ…..

พอมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ดร.ชานนท์ไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์พิเศษเหนือชาวบ้าน พวกเขาเช็คไฟท์บินที่กระดานอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเคาน์เตอร์เช็คอินเปิดผ่านไป 15 นาทีเขาจึงพูดขึ้น

“เช็คอินได้แล้วแหละอาตี้….”

“พ่อฮะ” เขาอ้อนอนุชัย แววตาละห้อยก็ยังแขวนต่องแต่งอยู่ข้างๆ อนุชัยโอบไหล่ดึงลูกชายเข้ามากอดพลางจุมพิตที่หน้าผากบางๆ “ดูแลพ่อชายด้วยนะฮะ”

“ครับ….พ่อจะดูแลพ่อชายให้ดีที่สุด”

“มีความลับอะไรกันสองพ่อลูกเนี้ย!…..” ดร.ชานนท์ขึ้นเสียง ก่อนอาตี้จะหันไปกอดเอวเขาอีกคน

“อาตี้คงคิดถึงเปียโนที่บ้าน Loft Love”

“ไม่เอาอาตี้เดี๋ยวพ่อชายก็ร้องไห้กันพอดี…..” อนุชัยแหย่ พลางยักคิ้วให้เขาเห็น

“นายก็เหมือนกันแหละน่า….” ดร.ชานนท์สวนกลับอย่างคนไม่ยอมแพ้

“คุณพ่อต้องไปเยี่ยมอาตี้นะฮะ….และช่วยบอกอาหญิงจัดโปรตีนมื้อเช้าให้อาตี้ด้วยไม่อย่างนั้นหน้าอาตี้คงเป็นสลัดเข้าสักวัน”

อนุชัยหัวเราะก๊าก!…. “อาหญิงของลูกคงไม่โหดร้ายขนาดนั้นหรอกมั่ง”

“พ่อนุไม่รู้อะไร….ดูหน้าอาตี้ซิฮะโง่ลงทุกวันก็เพราะสลัดของอาหญิงนั้นละ”

ดร.ชานนท์จุมพิตกลางหัวก่อนจะผลักเขาออก “ไปได้แล้วหนุ่มน้อย เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นกังวลพ่อชายจะจัดการให้”

“เรียนให้สนุกนะอาตี้….ไม่ต้องห่วงพ่อชายนะลูก” แล้วอนุชัยก็สวมหมวกแก๊ปสีดำมีตราสัญลักษณ์เมืองซิดนี่ย์ให้กับเขา “อาตี้ของพ่อใส่หมวกใบนี้แล้วหล่อโคตร….” เขายิ้มไปกับเวลาผ่านๆ “ลุยให้สุดอาตี้ ลุยให้สุดทางเชื่อพ่อ”

“พ่อนุฮะ พ่อชายฮะ”

“ไปเลยลูกโลกทั้งโลกไม่หยุดรอคนๆ เดียวนะ… ลูกเท่านั้นที่จะต้องวิ่งตามโลกให้ทัน” ดร.ชานนท์บอกพลางตบหลังลูกชายเร็วๆ….เมื่ออาตี้หันหลังให้พวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบอ้อมกอดของอนุชัยก็เปิดรับ

“อาตี้เป็นผู้ใหญ่แล้วจริง ๆ…..เอ้!….ว่าแต่นายจะร้องไห้หาพระแสงอะไรเนี้ย” อนุชัยขึ้นเสียงดุตบท้าย

“กลับบ้านกันเถอะ….คืนนี้ก็เหลือแค่เราแล้วนะที่รัก”

อนุชัยตาขวาง…. “อย่าบอกนะ”

“หรือว่านายไม่อยาก….” ดร.ชานนท์ตวาดกลับเสียงแข็ง “ฉันแอบเห็นอาตี้ทำบางอย่างยัดใส่ตู้เย็นเมื่อเช้า….จิ! จิ! จิ!….มันจะเป็นอะไรนะ” ดร.ชานนท์คิดต่อเพลินๆ

อนุชัยหายใจแบบคนโล่งอกยาวๆ….. “แล้วไป ฉันก็นึกว่านายจะเล่นพิเรนทร์กับฉันซะอีก”

ดร.ชานนท์สะอึก…และจบลงด้วยเสียงหัวเราะจนจุก “ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายนี้ลามกกว่าฉันอีกรู้ไหมอนุชาย…..ฮ่า ฮ่า ฮ่า…..”

จบ อนุชาย2 บทที่16 ผมขอโทษ

อนุชาย2 บทที่15

อนุชาย2 บทที่15อนุชาย2 บทที่15 ผู้สร้างปัญหา

อนุชาย2 บทที่15 ผู้สร้างปัญหา

ภายในห้องกระจกที่มีโต๊ะสนุกเกอร์ขนาดมาตรฐานเป็นศูนย์กลาง ชายฉกรรจ์ 6 คนกำลังนั่งดูดบุหรี่ดื่มเบียร์กระป๋องกระจายไปตามมุมต่างๆ…เก้าอี้ที่ไม่เป็นระเบียบถูกเปลี่ยนมือโดยนักสอยคิวอีก 4 คนที่วนเวียนอยู่รอบๆ โต๊ะตัวนั้น ชายร่างใหญ่ผิวเข้มเห็นรอยสักรูปสัตว์ประหลาดโผล่ออกนอกเครื่องนุ่งห่มนั่งเคร่งเครียดเป่าควันสีขาวลอยคละคลุ้งสู่ฝ้าเพดานหลายรอบ ก่อนจะควักกระดาษขนาดเอ 4 คลี่กางพลางฟาดดังปัง! ลงกับโต๊ะไม้สักเก่าๆ เพื่อเรียกความสนใจ มันได้ผลทันทีเมื่อนักสอยไม้คิวต่างทยอยกันมาล้อมตัวเขาราวกับต้องการจะรับรู้เรื่องสำคัญ

“ฮัลโหลเฮีย…..” เขากดรับพร้อมกับเปิดสปีกเกอร์โพนวางมือถือทับกระดาษที่ปรากฏอักษรภาษาอังกฤษสลับตัวเลขแปลกๆ ราวกับรหัสลับบางอย่าง

(ได้กลิ่น DEATH04PK แล้วใช่ไหม) น้ำเสียงถูกแปลงด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จนเพี้ยนผิดไปจากธรรมชาติ

“ครับเฮีย….แต่”

(แต่อะไรวะ….)

“แบล็คอัพเขาใหญ่เหลือเกิน งานนี้ไม่ธรรมดาและไม่หมูอย่างที่คิดแล้วละ”

(กะอีแค่คนขับรถ แบล็คอัพมันจะใหญ่ขนาดไหนเชียววะ! แม่งเอ้ย)

“ใหญ่ไม่ใหญ่ก็เป็นบอดี้การ์ดทีมเดียวกับ DEATH05AN นั้นแหละครับ” เขาเว้นจังหวะซี๊ด! ปากเสียงดังอีกครั้ง “เจอสายแข็งเห็นทีต้องเริ่มต้นคุยกันใหม่แล้วละ”

(มันจะสายคงสายแข็งอะไรนักหนา….)

“งานนี้ถ้าเฮียไม่ลงมือชี้เป้า….เราคงไม่สามารถรับงานได้ มันเสี่ยงเกินไป”

(พวกลึ! คิดจะโก่งราคาเหรอ….เท่าไร? อั๊วต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไรว่ามาเลย…ไม่รอให้ DEATH01AC ละสะดวกเมื่อไรลงมือทันที เงินจ่ายก่อนครึ่งหนึ่งที่เดิม…เวลานี้ DEATH05AN ก็อยู่เมืองไทยแล้วด้วยตามประกบแล้วจัดการซะ….เท่าไรเท่ากัน)

“เราคงต้องเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้หลายๆ ทางเพราะประเทศเพื่อนบ้านที่แต่ก่อนพอพึ่งพาอาศัยได้แต่ปัจจุบันตำรวจเชื่อมโยงถึงกันหมดแล้ว….”

(ปิดเกมตัวไหนได้ก่อน พวกลึ! ก็สบายเมื่อนั้น เวลาเหลือน้อยลงทุกที เข้าใจไหม)

“………” เขาเป่าควันสีขาวสู่เพดายอีกรอบ ขณะที่ทุกคนที่ยืนล้อมรอบโทรศัพท์เครื่องนั้นต่างก็เงียบกริบจนคนต้นสายไม่อาจจะล่วงรู้จำนวนได้ “……..”

(เงินง่ายๆ หายากนะโว้ย!….เร็วเท่าไรส่วนที่เหลือก็จะอยู่ในกระเป๋าลึ! เร็วเท่านั้น ท่องให้ขึ้นใจ) ตุ๊ดๆ ตุ๊ดๆ….แล้วต้นทางก็ตัดสายไป

“ทั้ง 04 และ 05 ต่างก็เข้าถึงยากทั้งคู่ตำรวจปล่อยสายประกบราวกับรู้ตัวล่วงหน้า ถ้าเสี่ยงขนาดนี้ผมขอถอนตัวดีกว่า” พูดจบชายตัวผอมมีไม้คิวในมือก็หันหลังแยกไปยังโต๊ะสนุก ปากคาบบุหรี่แบบเดียวกับพระเอกหนังจีนก้มๆ เงยๆ อยู่กับลูกบิลเลี่ยดที่กระจายเต็มโต๊ะแบบไม่ใส่ใจกระทั้งน้ำเสียงกว้างๆ ดังขึ้น

“จะถอนตัว มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอน้อง” เขาก้าวอาดๆ เข้าไปใช้ตีนถีบ…จนชายผู้นั้นล้มลงไปกองกับพื้นกระเบื้อง ดวงตาผวาร้อนผ่าวๆ มือไม้สั่นราวกับจะรู้ชะตากรรมปากก็เอาแต่พร่ำไม่หยุด….

“พี่ยศ พี่ยศ ลูกผมยังเล็กอยู่เลยนะพี่…อย่า อย่า ผมกราบละ”

“เมียมึงยังสาว…แล้วก็สวยซะด้วยคงหาผัวใหม่ไม่ยากหรอก” แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้นติดกัน 2 นัด # ปัง! ปัง!#  ส่งร่างโชกเลือดดิ้นเร่าๆ สักพักก็แน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตา “พวกมึงทุกตัวจำไว้เป็นบทเรียน ถ้าจะหนีคนอย่างกูต้องไปหลบหลังยมทูตเท่านั้นถึงจะรอด” เขาอัดบุหรี่เข้าปอดอึกใหญ่ก่อนจะปล่อยมันทิ้งแรงๆ “เคลียร์พื้นที่อย่าให้เหลือหลักฐานแล้วแยกย้ายกันไปได้”

ทุกคนโค้งหัวให้เขาก่อนแสงไฟในห้องจะดับพรึบและปล่อยแสงแบล็คไล้ท์สำหรับตรวจคราบเลือดสว่างขึ้นมาแทนที่….. “อย่าให้เหลือร่องรอยเด็ดขาด”

“ครับพี่….”

line1 for timmy

เมื่อ อานนท์ สายสกุล กลับมาอยู่บ้าน Loft Love ได้ 1 อาทิตย์หน่วยบอดี้การ์ดที่ดร.ชวนนท์ผู้เป็นปู่จ้างเอาไว้ก็มาขอเข้าพบดร.ชานนท์ แต่บังเอิญเช้าวันนั้นเขาไม่อยู่อนุชัยจึงรับหน้าแทน เขารายงานพฤติกรรมแปลกๆ แผงๆ ของบุตรชายกับกลุ่มเพื่อน…ตั้งแต่เปิดโรงแรมมั่วสุมกันทั้งวันทั้งคืน ออกเที่ยวตามผับตามบาร์จนเป็นที่ปวดหัวกับทีมบอดี้การ์ดที่ต้องแฝงตัวดูแลในหลายๆที่…อนุชัยนั่งคิดตามอยู่พักใหญ่

“เวลานี้ดอกเตอร์ชานนท์สุขภาพไม่สู้ดี ผมไม่อยากให้เขารู้เรื่องนี้” อนุชัยพูดแบบคนคิดหนัก เขาลูบหน้า-ถูมือตัวเองและเป่าลมทิ้งทางปากหลายครั้งและหลายๆ รอบ

“ถ้าหนักกว่านี้ทีมคงต้องเผยตัวจัดการเองแล้วละ” ชายรูปร่างสัดทันบึกบึนคล้ายทหารอายุไล่เลี่ยกับเขาลงเสียงต่ำ

“เป็นข่าวดังแน่ๆ…..ขอให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อก่อนเถอะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยว่ากันในขั้นต่อไป” อนุชัยเว้นจังหวะให้ความเงียบ “แล้วดอกเตอร์ชวนนท์กับคุณหญิงพวงพรรู้เรื่องนี้หรือยังครับ”

“ยังครับ เพราะท่านทั้ง 2 แจ้งกับทีมว่าให้อำนาจสิทธิ์ขาดอยู่ที่ท่านกับดอกเตอร์ชานนท์เป็นลำดับแรกก่อน” เขาบอกพลางไล่รูปในคอมพิวเตอร์กระทั้งโชว์ภาพนักแข่งรถตอนกลางคืนบนถนนหลวงสายหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้อนุชัยเห็น “นี้ก็เป็นเหตุการณ์เมื่อ 2 คืนที่ผ่านมาบนถนนพระราม 2 หัวหน้าแก๊งค์คือบุตรชายท่านฉลวยลาภรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรีครับท่าน”

อนุชัยทิ้งน้ำหนักไปกับพนักพิง ภายในห้องรับแขกจึงเห็นไอความเครียดฟุ้งกระจายจากร่างคนทั้งคู่ “ต่อจากวันนี้…พวกเขาไปที่ไหน…ช่วยแจ้งผมด้วย”

“จะดีหรือครับ….”

“ผมเป็นพ่อเขาและผมต้องทำหน้าที่นั้นด้วยตัวเอง พวกคุณไม่เสียหายแน่นอน” อนุชัยพูดด้วยท่าทีคิดหนักอยู่ไม่น้อย

“ผมไม่ได้หวั่นเรื่องนั้นหรอกครับท่านเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องจัดการอยู่แล้ว ผมหวั่นแต่ว่า…ท่านจะรับมือกับเด็กพวกนั้นเพียงลำพังไหวหรือเปล่า…แค่นั้นเอง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักชัดเจนพร้อมกับพยักหน้ายืนยัน “เอาเป็นว่า งานนี้เราต้องช่วยกันทั้ง 2 ฝ่าย เดี๋ยวทีมจะช่วยแยกปลาออกจากน้ำไว้ให้ ถ้าไม่ไหวกดเรียกเราได้ทุกเมื่อ….”

“อื้อ….เวลานี้อาตี้กำลังหลับอยู่ด้านบน…ผมคงไม่กักตัวเขาไว้ในบ้านจนกว่าเขาจะซึมซับประสบการณ์ที่อยากรู้อยากให้หนำใจเพื่อจะเป็นภูมิคุ้มกันตัวเองในอนาคต…ช่วงนี้ทีมก็ช่วยดูอยู่ห่างๆ ถึงเวลาแยกปลาออกจากน้ำเมื่อไรโทรเรียกผมได้ทุกเวลาแม้จะดึกดื่นแค่ไหนก็อย่าได้เกรงใจ”

“ขอบคุณครับ ตกลงจะไม่ให้ผมรายงานดอกเตอร์ชานนท์จริงๆ เหรอครับ”

“ครับผมรับผิดชอบเรื่องนี้เอง” อนุชัยยืนยัน

“อย่างนั้นผมคงต้องขอตัว…ถ้าอาตี้ตื่นขึ้นมาเจอเข้า ผมจะทำงานไม่สะดวก”

“ขอบคุณมากๆ ครับ”

“ยินดีครับท่าน….”

…และคืนวันเสาร์เลยหลังเที่ยงคืนมา 15 นาที สัญญาณเรียกเข้าที่อนุชัยตั้งแบบสั่นก็เตือน เขางัวเงียค่อยๆ พลิกตัวให้หลุดจากผ้าห่มเบาๆ เพราะกลัวว่าอีกคนที่กำลังหลับลึกจะตื่น ทันทีที่พ้นจากเตียงเขาก็ฉวยโทรศัพท์เดินออกไปนอกห้องด้วยท่าทีเร่งรีบ

“ฮัลโหล…ว่าไง” เขากรอกน้ำเสียงเบาๆ

“……….”

“OK ผมจะออกไปเดี๋ยวนี้” อนุชัยกดวางสายแล้วจัดการกับตัวเองด้วยชุดง่ายๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าตรงไปยังอาคารจอดรถด้านหน้า ท้องฟ้าในคืนเดือนมืดไม่เห็นสิ่งใดนอกจากแสงสว่างจากหลอดไฟประดิษฐ์ปิดสีดำที่ควรจะเป็นไว้ในระดับต่ำ เขาวน BMW ขึ้นทางด่วนมุ่งสู่ถนนสีลมเป้าหมายที่โรงแรมเมอริแอทส์บนถนนเจริญกรุงด้วยท่าทีเร่งรีบ รถบนทางด่วนในเวลานี้เบาบางแต่ไม่ถึงกับโล่ง…ไม่ถึง 20 นาทีเขาก็มาถึงที่นัดหมาย

“ผมถึงโรงแรมแล้วครับ” อนุชัยกรอกน้ำเสียงแบบคนมีสติเกินร้อย

“…………”

 

“ครับได้…..” พูดจบก็ตรงไปยังล็อบบี้เพดานสูงโอ่โถงที่เห็นโคมไฟหรูหร่าประดับประดาราวกับแสงดาวบนท้องฟ้า เขาเดินตามพื้นกระเบื้องรูปตารางสู่พื้นพรมสีทึมๆ ไปยังเคาน์เตอร์ตัวใหญ่ที่มีพนักงานสาวสวยหลายคนรวมตัวกันอยู่ เมื่อแจ้งเรื่องตามข้อความที่ทีมบอดี้การ์ดบอก พนักงานคนหนึ่งก็ถือคีย์การ์ดนำทางไปยังลิฟต์ขึ้นสู่ห้องสูทชั้น 17  อนุชัยรออยู่ในห้องนั้นด้วยท่าทีไม่เป็นสุขขณะตรงหน้าคือแสงสีและบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่หลายๆ คนปรารถนาจะสัมผัส กระทั้งเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่ด้านนอก แสงไฟในห้องจึงดับพรึบลงอย่างตั้งใจ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครกันที่มาเปิดห้องให้นอนฟรีๆ…” พอประตูเปิดรับขณะที่ยังอยู่ในสถานสีดำ “ไม่เปิดไฟวะ….เหี้ยนิ!….เปิดทิ้งไปเลยเสียเงินแล้วยังมาประหยัดให้เขาอีกมันคุ้มกันที่ไหน” เสียงอาตี้พูดยานๆ ยาวๆจ นคล้ายคนเมาได้ที่ เมื่อมือควานหาสวิทซ์จนเจอ แสงไฟในห้องก็สว่างพร้อมกันใบหน้านิ่งๆ ของอนุชัยที่ยืนอยู่ในระยะ 2 เมตร “คุ คุณ คุณพ่อ”

“ครับอาตี้ พ่อนุเอง” อนุชัยใช้น้ำเสียงปกติพร้อมกับยิ้มให้ในแบบเดียวกับที่บ้าน Loft Love “พ่อนุเองอาตี้”

“คุ คุณพ่อ….มา มา ทะ ทำอะไรครับ” อาตี้พูดเสียงสั่นไม่สม่ำเสมอ

อนุชัยจึงเดินเข้ามายืนใกล้ๆ ลูกชายกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งจนต้องหันหน้าไปสูดอากาศจากด้านข้าง “พ่อแค่มาทำหน้าที่….” เขาเว้นจังหวะจ้องบุตรชายพร้อมกับเสยเส้นผมให้พ้นรำคาญ “ปีนี้อาตี้อายุเท่าไรแล้วลูก….”

เด็กหนุ่มวัย 15 กำลังย่าง 16 ปียืนลักษณะไม่มั่นคง

“เวลานี้ลูกควรจะหลับอยู่บนเตียง ไม่ใช่มาอยู่ในสถานที่เช่นนี้…” อนุชัยพูดแบบคนคลำทางวัดใจไปเรื่อย “พ่อเชื่อว่าลูกพ่อแยก สิ่งถูก-สิ่งผิด ควร-ไม่ควร ดี-ชั่ว ทางสวรรค์-หรือนรกและวิเคราะห์แก้ไขได้ด้วยตัวของลูกเอง” เขาพูดนิ่มๆ พลางประคองลูกชายไปนั่งกับชุดรับแขก เมื่อเข้าที่เข้าทาง “สมัยที่พ่ออายุเท่าๆ กับลูก พ่อไม่มีพ่อเหมือนกับอาตี้มีพ่อพร้อมกัน 2 คนเช่นวันนี้….พ่อถึงได้รับรู้รสชาติของความโดดเดียว ไม่มีตัวตน กว่าจะค้นเจอตัวตนที่แท้จริง พ่อก็ต้องผ่านอะไรมามากมาย พ่อเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงแท้ๆ มาก่อนจะเจอกับพ่อชายของลูก…พ่อรักเธอไม่ต่างจากรักพ่อชาย แต่เมื่อพ่อไร้คนนำทาง…ชีวิตพ่อเลยหักเห หากพ่อชายไม่เป็นหลักให้ยึด ชีวิตพ่อก็คงจบที่ไหนสักแห่งแบบเดียวกับนกป่าปีกหัก….”

“คุ คุณ เป็นพ่ออาตี้จริงๆ ไม่กี่วัน….ทำไมถึงมีสิทธิมากกว่าพ่อชายของอาตี้ละครับ….” อาตี้พูดเสียงต่ำๆ พร้อมกับก้มหน้าแดงเป็นสีมะเขือเทศมองพื้น “อันที่จริงคุณไม่มีสิทธิ์นี้ ด้วยซ้ำ”

อนุชัยสะอึกคำว่า คุณ ที่หลุดออกมาจากปากบุตรชายจนจุกแน่นหน้าอก เขากลืนน้ำลายสลายอารมณ์ลงสู่กระเพาะอาหารหลายครั้งและหลายรอบ ก่อนจะทิ้งลมหายใจยาวๆ แบบไม่เสียดาย

“ก็จริงอย่างที่อาตี้พูด แต่อาตี้ครับ….อาตี้มองหน้าพ่อ ดูแขนพ่อ ดูนิ้วพ่อ ดูผิวพ่อ ดูขาพ่อ และดูซิว่าเลือดในร่างกายของอาตี้ใช่กรุ๊ป AB RH- เช่นเดียวกับที่พ่อมีหรือไม่” อนุชัยเชิดใบหน้าเรียวๆ ขึ้นมาจ้องตาตัวเอง…“พ่อเป็นพ่อแท้ๆ ของอาตี้….ถึงจะไม่กี่วัน แต่พ่อก็คือพ่อ เพราะฉะนั้นพ่อต้องทำหน้าที่ ก่อนพ่อจะไม่เหลือลูกชายให้ทำหน้าที่” และใช้สายตาค้นหาความรู้สึกของอีกคนเงียบๆ “พ่อต้องทำหน้าที่ก่อนที่จะไม่เหลือลูกชายให้ทำหน้าที่ อาตี้!….” เขาย้ำประโยคเดิมแน่นๆ แล้วลุกเดินไปยังผนังกระจกที่มองเห็นผิวแม่น้ำเจ้าพระยากำลังล้อกับแสงประดิษฐ์นานาจนคล้ายจะเป็นดวงดาวเบื้องล่างระยิบระยับ…. “หากอาตี้ไม่ยอมรับ….หน้าที่คนเป็นพ่อ…ของพ่อก็ต้องล้มเหลว….พ่อก็แค่เสียใจ…” ความเงียบผ่านคนทั้ง 2 เงียบๆ “และในที่สุดพ่อก็ไม่สมควรใช้สรรพนามที่สูงค่านี้กับ….” อนุชันหันหน้ามาเผชิญพร้อมกับทิ้งสายตาไปตกที่เขาแบบให้คิด

อาตี้อ้าปากค้าง แววตาที่สั่นออกมาจากข้างในกำลังจะร้องไห้ “………พ………”

“……” อนุชัยยังใช้สายตาจิกไปที่เขาไม่หยุด “….คุณ เป็นถึงหลานชายอดีตนายกรัฐมนตรี-เป็นหลานชายคนเดียวของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และยังเป็นลูกชายของรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ถือว่าอายุน้อยที่สุดอีก…กระผมก็แค่นกป่าเผลออ้าปากอวดอ้างว่าตัวเองเป็นพ่อ เทียวมาทำหน้าที่ผิดที่-ผิดคน-ผิดเวลา….กระผมขอโทษครับ….และหวังว่า….คุณชายน้อย แห่งบ้านสายสกุลจะให้อภัย…ขอโทษที่กระผมบังอาจล่วงเกิน…”  และอนุชัยก็ค้อมหัวให้ลูกชายที่อ้าปากค้างน้ำตาไหลพรากๆ ไม่หยุด “กระผมต้องขอตัว….ขอให้สนุก…ราตรีสวัสดิ์ครับ”

ขณะที่อนุชัยกำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูเสียงสะอื้นจนสุดก็ล้มตัวลงนอนดิ้นเร่าๆ ราวกับปลาดุกถูกทุบหัว “พ่อ…..พ่อ….พ่อนุครับ อาตี้ขอโทษ อาตี้ขอโทษ”

อนุชัยถลากลับไปดึงร่างลูกชายขึ้นมากอด…..

“อาตี้ขอโทษ อาตี้ขอโทษครับพ่อ…..”

อนุชัยเช็ดน้ำตาให้ลูกชายพร้อมกับใช้ชายแขนเสื้อซับที่หางตาตัวเองเร็วๆ “ถ้าอยากให้กระผมทำหน้าที่พ่อ พ่อก็จะเป็นพ่อ และจะเป็นพ่อให้ดีที่สุดเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะทำได้”

“พ่อครับ พ่อครับ”

“ครับลูก ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”

“อาตี้ อาตี้ เสพไอ้ซ์ อาตี้ไม่ตั้งใจ พี่เขาให้ลองอาตี้จึงอยากลอง….พ่อครับ” อาตี้สารภาพจนหมดเปลือก อนุชัยตกใจไม่น้อยเขาปิดปากตัวเองที่ด้านหลังบุตรชายพร้อมกับตั้งสติอยู่พักใหญ่

“มีอย่างอื่นอีกไหมลูก….ยาบ้า กัญชา หรือเฮโรอีน” อนุชัยถามเสียงสั่น

“มีเหล้าครับ….ฮื้อๆ….อาตี้ขอโทษ”

“อาตี้เพิ่งลองครั้งแรกใช่ไหมลูก” อนุชัยผลักลูกชายออกมาถามตรงๆ

อาตี้พยักหน้า “ครับ…..”

“ถ้าอย่างนั้นพ่อจะเป็นคนสอนลูกเอง….ไปกับพ่อ-พ่อจะสอนลูกทั้งหมดเอง”

อนุชัยพาอาตี้ออกจากโรงแรม เขาโทรเข้ามือถือปกรณ์พร้อมกับจองห้องหมายเลข 28 แบบเร่งด่วน ซึ่งก็โชคดีที่คืนนั้นลูกค้าที่ใช้ห้องดังกล่าวเรียกเช็กบิลพอดี ทุกอย่างจึงลงตัว

(เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายถึงมาหลังเที่ยงคืนแบบนี้ละ) ปกรณ์ถามเร็วๆ

“เออน่า!…เดี๋ยวก็จะรู้เองนั้นแหละ” อนุชัยพูดแบบรีบสรุปก่อนจะโทรเข้ามือถือของใครอีกคนหนึ่ง

“สวัสดี….”

(ครับท่าน….เรียบร้อยไหมครับ)

“ลูกชายผมอยากรู้เกี่ยวกับยาไอ้ซ์ ยาอี ยาบ้า ได้เฮโรอีนมาด้วยจะดีมาก หาคนมาสาธิตให้เขาดูหน่อย”

(หา! เอาแบบนั้นเลยเหรอครับ)

“ผมอยากจะสอนเขา ก่อนที่เขาจะเป็นเหยื่อมัน”

(เอ่อ…..) เสียงเงียบไปสักพัก (….จะดีเหรอครับ)

“ทีมงานคุณมีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้วนิ แค่สาธิตเป็นคุณมากกว่าโทษ ผมสามารถคุยกับอดีตท่านนายกได้”

(ครับที่ไหนดีครับ)

“สวนอาหารสะบันงาบนถนนเกษตร-นวมินทร์ ห้องหมายเลข 28 ขอบคุณมาก”

(ครับ….ถ้าท่านว่าตามนั้นอีกไม่เกิน 20 นาทีเราเจอกัน)

อนุชัยกดวางสายก่อนจะหันไปพูดกับลูกชาย “คืนนี้อาตี้จะได้รู้ทุกอย่างที่อยากรู้ แม้กระทั้งวิธีดื่มเหล้า-เข้าสังคมแบบลูกผู้ชายตัวจริง”

“คุณพ่อ….”

“ไม่เป็นไร ทั้งหมดมันคือหน้าที่ที่คนเป็นพ่อจะต้องสอนเพื่อตัวของอาตี้เอง” พูดจบเขาก็เสยเส้นให้ผมลูกชายแบบเดิม “อาตี้โตเป็นหนุ่มแล้วจริงๆ”

“……” อาตี้ยิ้ม ความมืดไม่เปิดเผยหลายสิ่ง

“ไม่โทรบอกเพื่อนๆ เหรอ….เดี๋ยวพวกเขาจะหาลูกไม่เจอนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ปกติในวงก็ไม่มีใครสนใจใครอยู่แล้ว”

เมื่ออนุชัยพาอาตี้มาถึงสวนอาหารสะบันงาทีมตำรวจนอกเครื่องแบบก็รอยู่ก่อนแล้วเกือบ 20 คน พวกเขาเปิดห้องหมายเลข 28 โดยมีปกรณ์เป็นคนอำนวยความสะดวก กระทั้งทุกอย่างเข้าที่ คนที่เป็นอาสาจึงเริ่มสาธิตทั้งวิธีเสพและฤทธิ์ของตัวยาแต่ละชนิด อาตี้ตะลึงตาค้างทุกครั้งเมื่อเห็นฤทธิ์แท้ๆ ของมันจนกระทั้ง

“การดื่มเหล้าก็เช่นกันอาตี้….มีทั้งการดื่มสังสรรค์กับเพื่อน-กับครอบครัว-ออกสังคม-สังคมไม่ทางการและเป็นทางการ” ปกรณ์วางแก้วแต่ละชนิดต่อหน้าคนทั้งคู่ โดยมีสายตาตำรวจนอกเครื่องแบบมองพวกเขาแบบซึ้งๆ ไม่ยอมลุกไปไหน “นี่คือแก้วบรั่นดี ปากแคบโถป้อมๆ คือแก้วไวน์ และนี่คือแก้วเหล้า การดื่มเหล้าไม่ว่าจะสังคมระดับสูงหรือชาวบ้าน ไม่ใช่อยู่ที่ชนิดของเหล้า แต่อยู่ที่ตัวเรา ตัวเราเท่านั้นที่จะรู้ปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย ครองสติให้อยู่ อย่าให้เหล้ากินเรา…ถ้าลูกเมาอย่างหมา-ลูกก็จะเป็นหมา แต่ถ้าลูกเมาอย่างคนลูกจะได้รับคำชมเชยอาตี้”

อาตี้จ้องอนุชัยไม่กระพริบ ปกรณ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังพลอยอดปลื้มไม่ได้ กระทั้งเสียงอนุชัยดังขึ้นอีก “ปกรณ์เอาแบล็คเลเบิ้ลมาพร้อมกับแก้วให้ครบทุกคน คืนนี้ฉันจะดื่มเหล้ากับลูกชายซะหน่อย พี่ๆ คงไม่ว่าผมเป็นบ้านะครับ” เขาหันไปถามตำรวจนอกเครื่องแบบที่นั่งรวมอยู่เต็มห้อง

“พวกผมประทับใจท่านต่างหาก….”

“ดอกเตอร์ชานนท์ตาแหลมมากๆ…..” ตำรวจนายหนึ่งพูดแบบขำๆ กระทั้งปกรณ์รินเหล้าลงแก้วครบทุกคน

“นายก็ต้องดื่มด้วยปกรณ์” อนุชัยออกคำสั่ง

“แต่…..”

“เออน่าถือว่าสอนหลานชายก็แล้วกัน” …ปกรณ์ถึงได้ยอมรินเหล้าให้ตัวเอง

“อาตี้!…มาลูก ลูกต้องดื่ม ลูกต้องฝึก ก่อนที่เหล้าจะดื่มลูกชายของพ่อแทนอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น”

“คุณพ่อฮะ….แต่” อาตี้พยายามจะขืน กระนั้นอนุชัยก็ไม่ยอมแพ้ จนเห็นอาตี้ยกเหล้าแก้วนั้นขึ้นชนกับทุกคน

“อาตี้กำลังดื่มเหล้า แต่อย่าให้เหล้าดื่มอาตี้….เข้าใจไหมลูก”

“อาตี้ดื่มไม่หมด…..”

“ลูกต้องใช้สติคิดเองว่าปริมาณแค่ไหนที่ร่างกายของลูกสามารถควบคุมมันได้….อย่าสักแต่ใช้อารมณ์เพราะถ้าลูกใช้อารมณ์ดื่มลูกก็จะเป็นทาสของมัน….เข้าใจไหม” อนุชัยแนะนำก่อนเขาจะลุ้นเหล้าในมือของอาตี้ที่กำลังยกขึ้นจรดริมฝีปาก อาตี้จิบบางๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะแบบรับไม่ได้

“พอแล้วฮะ อาตี้ไม่เอาอีกแล้ว”

ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน…ปกรณ์มองสองพ่อลูกเงียบๆ ในหัวก็มีเรื่องราวมากมาย…กระทั้งรอยยิ้มฉ่ำๆ ปรากฏบนใบหน้าของเขา (อาตี้กำลังเป็นหนุ่มแรกเป็นวัยที่กำลังอยากรู้-อยากลอง-อยากเด่น-อยากดัง-เมื่อมีภูมิคุ้มกัน ด้านมืดก็มิอาจย่างกลายเข้าไปในชีวิตได้) เขาคิดแล้วก็ยิ้มให้อนุชัยจากด้านหลัง

“พ่อเชื่อคนทุกคนต้องการเป็นคนดี มีจิตที่ใฝ่ดี แยกแยะสิ่งดี-สิ่งเลวได้ด้วยตัวเองทั้งนั้น เมื่อลูกได้เรียนรู้สิ่งไม่ดี เห็นด้านมืดจนกระจ่างแล้ว พ่อก็เบาใจ”

“ขอบคุณครับคุณพ่อ….” อาตี้พูดแล้วก็เงียบราวกับคนกำลังคิดต่อ “คุณพ่อจะบอกเรื่องนี้กับพ่อชายหรือเปล่าฮะ”

อนุชัยจ้องดวงตาใสๆ สักพัก “ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับลูกชายครับ”

“ออ!….ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะออกไปรอด้านนอก….ลุงไปรอด้านนอกนะลูก” นายตำรวจใหญ่บอกส่ง อาตี้ยกมือไหว้….เมื่อปกรณ์กำลังหันหลังตามหลังนายตำรวจกลุ่มนั้น….

“ปกรณ์นายคือครอบครัวฉัน….นายควรจะรู้เรื่องนี้ด้วย”

“อนุชัย….”

“ใช่นายนั่นแหละ……” อนุชัยย้ำ

อาตี้มองพ่อตัวเองแบบคนหลงทางกระทั้งอนุชัยต่อสายถึงใครบางคน………

“Hello….สวัสดีเดียรเนียล นายกำลังทำอะไรอยู่ พอมีเวลาสัก 10 นาทีไหม” อนุชัยเปิดสปิกเกอร์โพนวางมือถือลงระหว่างทั้ง 3

“Yess! โอ้! ได้ เลย ฉาน ดีใจ ที่ นุโทร มา ……………..”

อาตี้ทำหน้างงๆ….มองหน้าพ่อสลับมือถือไปมา…..

“อาหมอ-คุณพ่อครับ….นี่มันอะไร…เกิดอะไรขึ้นกันแน่ฮะ”

จบ อนุชาย2 บทที่15 ผู้สร้างปัญหา

อนุชาย2 บทที่14

อนุชาย2 บทที่14อนุชาย2 บทที่14 อานนท์ สายสกุล

อนุชาย2 บทที่14 อานนท์ สายสกุล

เช้าวันเสาร์ถัดมา….เป็นเช้าวันแรกที่ ดร.ชานนท์ สายสกุล ตื่นก่อนอนุชัยเพราะเมื่อคืนกว่าจะเข้านอนก็หลัง 6 ทุ่มไปแล้ว เขาตั้งกล้องเซ็ตระบบจัดสถานที่ภายในห้องนั่งเล่นเตรียมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วยท่าทีเต็มเปรี่ยมไปด้วยความสุข แดดแรกสีวะนิลาสาดลำแสงยาวผ่านชุดรับแขกที่มีโซฟาเบทสีเบจขั้นกลางมาตกตำแหน่งขาตั้งกล้องพอดิบพอดี เมื่อทุกอย่างเข้าที่

“เกือบ 7 โมง ซานฟรานซิสโกน่าจะเย็นๆ แล้วละ” เขาพึมพำวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนก่อนจะลากแขนอนุชัยที่ยังงัวเงียอยู่ในชุดนอนลงมา “เร็วเข้า…นายต้องนั่งตรงนี้ แสงกำลังสวยเลย”

“นายจะทำอะไร…ไงตื่นก่อนฉันได้” อนุชัยพูดไปหาวไป

“เออน่า…เร็วเข้า….เอ้! นายนิเดี๋ยวแสงสวยๆ ก็หมดกันพอดี” ดร.ชานนท์กระตุ้นอีก… “ฉันอุตส่าห์ตื่นขึ้นมาเซ็ตระบบตั้งแต่ยังไม่ตี 5 เลยนะ”

“ล้างหน้าก่อนละกัน”

“……” ดร.ชานนท์จิ! ปากแบบคนอารมณ์เสีย “เออๆ เร็วเข้า…ตั้งใจจะเปิดตัวพ่อของอาตี้เลยนะเนี้ย” เพียงเท่านั้นอนุชัยก็หันขวับจ้องตรงๆ

“นาย จะ วิดีโอคอลไปหาอาตี้เหรอ….”

“เออดิ!….”

“ทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อคืน หน้าฉันยังไม่ล้าง น้ำก็ยังไม่อาบ….อะไรของนายเนี้ย” อนุชัยบ่นยับ

“เออน่า…ฉันจะคุยรอไปพลางๆ….เร็วเข้าละ”

วิดีโอคอนเฟอเรนซ์

# (ดร.ชานนท์ต่อสายแล้วภาพภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้านทรงโมเดิร์นเรียบๆ บนถนน 29 ซานฟรานซิสโกก็ปรากฏขึ้นมา) “พ่อฮะ——>หวัดดีอาตี้เลิกเรียนแล้วเหรอลูก——> (แต่อาตี้กลับถือโทรศัพท์เปิดประตูวิ่งลงบันไดไปเร็ว) อาหญิงฮะ อาหญิงฮะ คุณพ่อคอลมาแล้วฮะ (อาตี้หยุดถ่ายรูปหญิงรัดดากับเดียรเนียล สแปลนเลย์ ที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดฝั่งตรงข้ามและหญิงรัดดาก็ลุกมาแย่งมือถือไป) พี่ชายคะ อาตี้ไปนั่งข้างอาหมอเลย (แล้วภาพก็หมุน 360 องศาอยู่สักพักจึงค่อยๆ นิ่ง) พี่ชายคะเห็นพวกเราหมดทุกคนไหมคะ——>OK คะน้องหญิง Hi Dearniel What are you doing here—–> Ha Ha Ha (เดียรเนียล สแปนเลย์ หัวเราะเสียงดัง) ฉัน มา เรียน ภาษา ไทย / คุณพ่อฮะอย่าเชื่อฮะ / อาตี้! (หญิงรัดดาปราม) / น้อง สาว You ม่าย ยอม พูด ภาษาอังกฤษ กับ I ฉาน เลย ต้อง เรียน พูดภาษาไทย ว่า แต่ You เถอะ เป็น แบบไหน บ้าง / เป็นอย่างไรยะ…แบบไหนใช้กับสิ่งของ คุณนี้สอนเท่าไรไม่เคยจำ (หญิงรัดดาแทรก)——>เขามาเรียนพูดภาษาไทยกับน้องหญิงเหรอคะ (ดร.ชานนท์ถามแบบคนสงสัย)——>คะพี่ชาย ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นถึงอยากพูดไทยขึ้นมาซะอย่างนั้น / ก็ You ไม่ ยอม พูด อังกฤษ กับ I นิ / พ่อฮะเป็นข้ออ้างฮะ อย่าเชื่อ / อาตี้! (เสียงหญิงรัดดาปรามอีกรอบ) / ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณพ่อเห็นไหมฮะ นี้คือปฏิกิริยาแก้เขิน / อาตี้! (แล้วหญิงรัดดาก็โยนสมุดลงบนหัว) / โอ้ย!….ฮ่า ฮ่า ฮ่า อาหญิงเขินก็บอกกับอาหมอไปตรงๆ ดิ มาลงที่อาตี้ทำไมเนี้ย / เขิน หมาย ถึง สั้นๆ ช่าย ไหม ยิ๋ง ลาดดา You สั้น เรื่องอะไร คราบ / พอเลยทั้งคู่——>ขืนคุยต่อมีหวังสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดแน่ๆ——>เออ!…คุณพ่อฮะ เดี๋ยวสักครู่นะฮะ (แล้วอาตี้ก็หลุดจากเฟรม ได้ยินแต่เสียงวิ่งขึ้นบันไดไปเร็วๆ แล้วก็ภาพ 2 หนุ่มสาวต่างก็จ้องหน้ากันไปมาสักพักอาตี้ก็กลับเข้าที่เดิม)

คุณพ่อฮะ (อาตี้โชว์ภาพถ่ายคู่ของดร.ชานนท์กับอนุชัยระหว่างที่อยู่แวนคูเวอร์ประเทศแคนาดาให้กล้องซูมใกล้ๆ) คุณพ่อฮะที่คุณพ่อฝากรูปนี้มากับอาหมอหมายความว่าอย่างไรฮะ ใช่ ใช่ อย่างที่อาตี้กำลังคิดอยู่หรือเปล่าฮะ——->(ดร.ชานนท์ยิ้มรื่นๆ ก่อนจะกวักมือเรียกใครบางคนที่อยู่หลังกล้องให้เข้ามาร่วมเฟรมด้วย) เร็วดิทุกคนรออยู่ (กระนั้นอนุชัยก็ยังเก้ๆ กังๆ จนดร.ชานนท์ต้องลุกไปลากแขนมานั่งลงข้างๆ อนุชัยเหลอหลายิ้มง่ายๆ แบบคนทำอะไรไม่ถูก เขาโบกมือทักทายก่อนดร.ชานนท์จะกดนั่งลงตรงหน้า) นายต้องนั่งตรงนี้——>(อาตี้ตาโตยกมือขึ้นกุมศีรษะ หญิงรัดดายกมือปิดปากคล้ายคนจะร้องไห้ มีเพียง เดียรเนียล สแปนเลย์ คนเดียวที่หัวเราะไม่หยุด)

Oh!…คุณ คุณ พ่อ / พี่ชาย พี่นุ นี้ นี้….เดียรเนียลทำไม You ไม่บอกฉันหึ! / เรื่องของ คน อื่น ฉาน ไม่ เกี่ยว ฮ่า ฮ่า ฮ่า / เดียรเนียล เดียรเนียล เดียรเนียล / คุณพ่อ คุณพ่อฮะ (อาตี้เรียก)——> (แต่อนุชัยได้แต่จ้องผ่านจอโทรทัศน์ยกกำปั้นขึ้นปิดปากตัวเองแผ่นน้ำรื่นๆ กำลังเคลือบเปลือกตาจนเห็นภาพลูกชายสั่นระริก) นายไม่คุยอะไรกับลูกเราสักคำเหรอ (ดร.ชานนท์กระทุ้ง อนุชัยจึงโบกมือทักทายและน้ำตาหยดแรกก็หลั่งให้เห็น) ให้เวลาพ่อเขาหน่อยนะลูก——->คุณพ่อฮะ——>ครับลูก—–>คุณพ่อนุ——>ครับ ครับอาตี้ พ่อ พ่อเอง / ให้เวลาพ่อเขาหน่อยนะลูก——>คุณพ่อฮะ อาตี้อยากกลับบ้าน / (ภาพหญิงรัดดาเข้ามาสวมกอดอาตี้จากด้านหลัง เธอเองก็ปาดน้ำตาทิ้งหลายรอบพอๆ กับพวกเขาที่อยู่เมืองไทย) พี่ชายคะ พี่นุคะ….อาตี้ชอบน้ำเชื่อมจากต้นเมเปิ้ลมากๆ / ขอบคุณฮะพ่อนุช็อกโกแลตอาตี้ก็ชอบ อาตี้ชอบหมดทุกอย่างเลยฮะ——>(อนุชัยพยักหน้าให้กล้องเร็ว)——>คุณพ่อฮะปิดเทอมนี้อาตี้กลับบ้านนะฮะ / แต่อาไม่ได้กลับด้วยนะอาตี้ / อาตี้กลับเองได้ พ่อฮะ อาตี้อยากกลับไปอยู่กับพ่อนุสัก 2 วีค นะฮะ นะฮะ——->(ดร.ชานนท์พยักหน้าเร็ว) ครับลูกได้ครับ——>คงต้องเป็นต้นเดือนเมษาโน้นแหละอาตี้ (หญิงรัดดาพูดขึ้นอีก) / อาหญิงฮะปิดเทอมเล็กเดือนหน้านี้ไม่ได้เหรอ / อาตี้ต้องไปเม็กซิโกกับโรงเรียนไม่ใช่เหรอ / แต่คุณพ่อฮะ——->เดือนเมษายนก็เหลืออีกไม่กี่เดือนเองนะครับลูก (ดร.ชานนท์บอก) ไปหาประสบการณ์กับเพื่อนๆ นะดีแล้ว / ครับอาตี้พ่อชายพูดถูก สนุกให้เต็มที่นะครับพ่อนุจะรอลูกอยู่บ้าน Loft Love นี้แหละ——>พ่อนุต้องรออาตี้นะฮะ อย่าไปไหนอีกนะฮะ——->(อนุชัยพยักหน้าก่อนดร.ชานนท์จะสวมกอดหลวมๆจากด้านหลัง

ทั้งคู่ยิ้มให้กล้องและโบกมือให้กระทั้ง)——> อนุชายยย เป็น แฟนรัก ฉาน You รู้ไหม ยิ๋งลาดดา…. / แฟนเหรอ…you พูดอะไรนะเดียรเนียล——>ฮ่า ฮ่า ฮ่า (ทั้งอนุชัยและชานนท์หัวเราะจนเช็ดน้ำตาอยู่หลัดๆ) น้องหญิงเทรนลูกศิษย์ใหม่ด้วยนะคะ…เฟรน เดียรเนียล Friend not Fan…——> อ้อ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า…(ทั้งอาตี้และหญิงรัดดาหัวเราะตัวงอเป็นกุ้ง) สงครามโลกจะเกิดเพราะอาหมอนี้เอง——>นอนหลับฝันดีนะครับอาตี้ (ดร.ชานนท์บอกส่ง ขณะที่อนุชัยโบกมือและยิ้มให้ไม่หยุด)——>ฮะ….แล้วเจอกันคะพี่ชายพี่นุ / แล้ว เจอ กาน เฟ เฟร เฟรน รัก…เพื่อรัก / ออกเสียงว่า เ พื่ อ น รักยะ / โอ้ย! ไปแล้วๆ ฉานต้องเรียนภาษาไทยต่อแล้ว โชด ดีนะ Chanoon Good Luck Nu…. / เดี๋ยวฮะพ่อ…พ่อฮะ พ่อฮะ รู้ไหมว่าอาหมอซื้ออะไรมาฝากอาหญิง / อาตี้! (เสียงหญิงรัดดาดังที่หลังกล้อง อาตี้วิ่งหายไปสักพัก ขณะในเฟรมเหลือแต่ เดียรเนียล สแปนเลย์ นั่งอ้าปากค้างอยู่คนเดียว สักพักอาตี้ก็หยิบสิ่งหนึ่งมาโชว์ให้กล้องเห็น) อาตี้!….(เสียงหญิงรัดดาตวาดอีกก่อนเธอจะวิ่งมาแย่งแล้วหลบไป) / กระหรี่ป๊อบ! I แอบ ซื้อ มา จาก สา ราบูรี…ฮ่า ฮ่า ฮ่า / เดียรเนียล เดี๋ยวเถอะ….พี่ชายคะคือหญิง…เพราะเธอคนเดียวเลยอาตี้! / คุณพ่อฮะ…..  —–> เฮ้ย!…นี้เดียรเนียล นายคิดอะไรกับน้องสาวฉันไหมเนี้ย…นายต้องเคลียร์ให้ชัดนะ ไม่อย่างนั้นมีบุกถึงซานฟรานซิสโกแน่ๆ…. / ฮ่า ฮ่า ฮ่า (อนุชัยหัวเราะไม่หยุดแล้วภาพก็ตัดไป)#

“หญิงรัดดาก็ 30 กว่าปีแล้วนะ…นายจะหวงเธอไว้ทำไมไม่ทราบ”

“ฉันไม่ได้หวง! แต่น่าจะบอกกันก่อน…ฉันเป็นเพื่อนซี้กับมันนะและยังเป็นพี่ชายน้องหญิงอีกด้วย นี้เท่ากับมองข้ามหัวฉันชัดๆ” ดร.ชานนท์หงุดหงิด อนุชัยมองอาการของเขาก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายเป็นเอามากนะชานนท์….”

ต้นเดือนเมษายนปีต่อมา

เกือบจะค่ำแล้วแสงโคมบนหอสูงบนทางยกระดับจากถนนมอเตอร์เวย์เข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิค่อยๆ สว่างขึ้นมาแทนแสงจากดวงอาทิตย์ สีอำพันที่ขอบฟ้าทางทิศตะวันตกกำลังเข้มขึ้นเรื่อยๆ มันกลืนเข้ากับสีน้ำตาลดำของ BMW ซีรี่ส์5 ที่อนุชัยเป็นคนขับอย่างพอเหมาะพอเจาะ

“ขึ้นไปจอดบนอาคารเถอะ เราจะได้หาอะไรกินสักหน่อย” ดร.ชานนท์กำกับจากตำแหน่งที่นั่งข้างคนขับ

“อีกแค่ชั่วโมงเดียวเองนะ….” อนุชัยพูดเสียงไม่สม่ำเสมอ

“ฉันเข้าใจ…เรามีเวลาอีกชั่วโมง…กว่าเครื่องจะแลนดิ้ง” ดร.ชานนท์ยิ้มให้เห็น “อีกตั้ง 1 ชั่วโมงที่รัก ไม่ใช่แค่ชั่วโมงเดียว….ฉันรับรองนายได้เจอกับอาตี้แน่ๆ ไม่ต้องเป็นกังวลหรอก”

“ฉันจะพูดอะไรกับลูกก่อนดี….คุณ นายช่วยฉันคิดหน่อยดิ” อนุชัยกระสับกระส่ายขณะวนรถเข้าไปภายในอาคาร 3 ชั้น 5 เขาลดกระจกข้างขณะที่รปภ. 3 คนโบกให้จอดตรวจ

“กรุณาเปิดท้ายรถด้วยครับ….” เมื่อกระจกเลื่อนลงจนสุด “อ้าว!…ท่านรองสวัสดีครับ….ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องก็ได้ครับ”

“ไม่เป็นไร ทำตามหน้าที่นะดีแล้ว” ดร.ชานนท์บอก อนุชัยที่เปิดท้ายรถตั้งแต่แรกผงกหัวอนุญาต

“ไม่ทราบว่าท่านมาทำธุระหรือครับ” รปภ.คนเดิมถามขึ้นอีก

“เรามารับลูกชายนะครับ” ดร.ชานนท์พูด อนุชัยก็ยังผงกหัวยิ้มง่ายๆ อีก รปภ.ทำหน้างงๆ แต่ก็ต้องผายมือให้ผ่านทันทีที่ตรวจเสร็จสิ้น

“อ้อๆ….เอ่อ…เชิญ เชิญครับท่าน ชั้น4 หน้าลิฟต์เลยนะครับ ผมจะแจ้งกันพื้นที่ไว้ให้เป็นพิเศษ”

“ไม่เป็นไรๆ….ไม่ต้องมีสิทธิเหนือคนอื่นๆ หรอก เราก็แค่ครอบครัวธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่ง…ขอบคุณมาก”

“ครับๆ ท่าน…เชิญครับ”

ทันทีที่กระจกข้างเลื่อนปิดสนิท “นายได้ใจฉันไปเต็มๆ เลยรู้ไหม” อนุชัยบอกพร้อมกับยิ้มให้เห็น

“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ…เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะจัดนายให้หนักเลยเป็นไง” ดร.ชานนท์พูดท่าทางเอาจริง อนุชัยยิ้มเจ้าเล่ห์ส่ายหน้าละอาไปมา “นายว่าฉันพูดเล่นเหรอไง”

“เปล่า!….นายพูดจริงและตั้งใจจะทำจริงๆ ด้วย…แต่….”

“แต่….แต่อะไรไม่ทราบ”

“คืนนี้ฉันจะนอนกับอาตี้…..”

“ห่า!…ได้ไง…อาตี้โตเป็นหนุ่มแล้วนะ”

“หึ!…ฉันจะนอนกับลูกเป็นหนุ่มแล้วไงละ….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  อนุชัยหัวเราะยาวกระทั้งวนได้ที่จอดรถชั้น 3 และขณะที่กำลังเดินอยู่บนสะพานเชื่อมไปยังตัวอาคารของสนามบิน อนุชัยทิ้งรอยเท้าขนานใกล้ๆ จนดร.ชานนท์ยกมือขวาโอบไหล่ดึงเข้าหาตัวเอง

“ฉันรู้ว่านายตื่นเต้น….เพราะครั้งหนึ่งอาการเดียวกันนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับฉัน เพียงแต่ครั้งนั้นฉันไม่มีนายอยู่ด้วย”

“ฉันจะพูดคำไหนกับลูกก่อนดีละคุณ….นาย นาย” อนุชัยเหมือนคนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ดร.ชานนท์จึงจ้องหน้าส่งสายตาเย็นๆ ให้เห็น

“ก็ใช้หัวใจพูดแทนซิ!…” เขาเว้นจังหวะขณะกำลังจะผ่านประตูกระจกหมุน 360 องศา “นายกับอาตี้ใช้หัวใจยิ้ม ฉันเชื่อว่าหัวใจพวกนาย 2 คนจะคุยกันเองรู้เรื่อง เชื่อฉัน…ไปเถอะฉันอยากได้เบียร์เย็นๆ สักกระป๋อง”

….กระทั้งเวลา 19.45 น. ดร.ชานนท์ยืนเช็คไฟลท์บินหน้ากระดานอิเล็กทรอนิกส์ขณะที่อนุชัยถูฝ่ามือตัวเองแบบคนรุ่มร้อนอยู่ข้างๆ

“ไปเถอะเครื่องแลนดิ้งแล้วละ อีกไม่เกิน 20 นาทีอาตี้น่าจะผ่านประตูให้เห็น”

“อื้อ….คุณ…ถ้า….” อนุชัยพูดแบบคนไม่มั่นใจจนดร.ชานนท์ต้องโอบไหล่ดึงเข้าหาตัวเองอีก

“เออน่า…ใจเย็นๆ เขาเป็นลูกแท้ๆ ของนายนะ มั่นใจหน่อยซิ” ดร.ชานนท์ขึ้นเสียงดุนิดๆ อนุชัยถึงได้พยักหน้า คนมารอรับผู้โดยสารแน่นขนัดเต็มพื้นที่ 2 ฝั่งยาวกว่า 100 เมตร แสงไฟประดิษฐ์หลากสีกระพริบพราวพร่างจนหามุมอับไม่เจอ แต่เมื่อมองผ่านผนังกระจกสูงออกไปข้างนอกเวลานี้ท้องฟ้าแรกรัตติกาลกำลังเข้าเฉดสีเทาจมดำและดำสนิทในหลายพื้นที่ อนุชัยยกมือป้องปากพลางเป่าลมร้อนจากข้างในทิ้งทุกๆ 5 นาที ขณะที่ดร.ชานนท์ยืนชะเง้อข้ามหัวและป้ายกระดาษที่โชว์รอรับผู้โดยสารต่างชาติแบบคนไม่รู้จักเบื่อ เมื่อสายตาปะทะกับเด็กหนุ่มวัย 15 จะย่าง 16 ปีตัวสูงผิวขาวใสกำลังลากกระเป๋าเดินทางสีเทาใบย่อมๆ มาเพียงลำพัง น้ำเสียงตื่นเต้นจึงดังขึ้น

“นุ นุ อาตี้มานั่นแล้ว” แสงไฟจากเพดานดันสีผิวนอกเครื่องนุ่งห่มให้กระจ่างขาวมากกว่าธรรมดา หมวกแก๊ปสีดำมีตราสัญลักษณ์เมืองซิดนีย์ประเทศออสเตรเลียปกปิดใบหน้าเรียวๆ ไว้กว่าครึ่ง อนุชัยจ้องเขา มองเขาจากมุมไกลๆ จนคล้ายจะเห็นเป็นตัวเองถูกย่อส่วนลดทอนอายุกำลังเดินลากกระเป๋าใกล้เข้ามา สายตาที่มุ่งมั่นไม่หลุกหลิกเสริมบุคลิกที่โดดเด่นอยู่แล้วให้มีพลังมากขึ้น

“เขาช่างเหมือนฉันเหลือเกิน” อนุชัยละเมอ กระทั้งเด็กหนุ่มคนดังกล่าวอยู่ในรัศมี เสียงเรียกจากดร.ชานนท์จึงดังขึ้น

“อาตี้ อาตี้ ทางนี้ลูก” หลายคนที่รอรับผู้โดยสารต่างมองมาที่พวกเขาและแหวกทางให้เป็นแนวยาว เด็กหนุ่มวัย 15 จะย่าง 16 ปีส่ายหน้าราวกำลังมองหา เมื่อเห็นเจ้าของเสียงเรียกเขาก็ถอดหมวกแก๊ป…รอยยิ้มที่มุมปากค่อยๆ เผยให้เห็นหัวใจที่กำลังเต้นเป็นเสียงกลอง

“เขาใช้หัวใจยิ้ม…”

“เหมือนนายมากๆ อนุชัย…..” ดร.ชานนท์โบกมือเร็วๆ จนเด็กหนุ่มทิ้งกระเป๋ากระโจนเข้าใส่อ้อมกอดจนมือของอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ สั่นเป็นเจ้าเข้า

“พ่อฮะ พ่อฮะ….”

อนุชัยไล่สำรวจเด็กหนุ่มที่เป็นเลือดเนื้อของตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เขาเดินวนไปรอบๆ ทั้งคู่ขณะที่ดวงตากำลังมีน้ำรื่นๆ ใช่! แอ่งน้ำในซอกหินแบบเดียวกับที่เมืองชิมะกำลังเอ่อล้น

“เดินทางเป็นอย่างไรบ้างลูกเหนื่อยไหม” ดร.ชานนท์ถามขณะยังกอดอาตี้แน่น

“ไม่ฮะ…”

“อาตี้….” ดร.ชานนท์ดันตัวลูกชายออกราวจะเปิดโอกาสให้อีกคนได้ริมลอง อนุชัยกำมือหลวมปิดปากสั่นๆ อาตี้จ้องไปที่เขาไม่กระพริบ นาน นานกระทั้งหมวกแก๊ปสีดำในมือถูกสวมลงบนศีรษะของอนุชัยเบาๆ

“พอดีเลยฮะ” อาตี้พูดเสียงสั่นเปลือกตาก็กำลังมีน้ำใส่ๆ ซึมรอบๆ “ใส่แล้วหล่อมากเลยฮะ”

ดร.ชานนท์ยืนมองทั้งคู่ด้วยอารมณ์ไม่ต่างกัน….

“เป็นหมวกแก๊ปของพ่ออาตี้เองฮะ….”

“อาตี้….” อนุชัยเรียกแต่เสียงก็ถูกกักเอาไว้ในลำคอ

“คุณ พ่อ” อาตี้เรียกแผ่วๆ “คุณพ่อ คุณพ่อฮะ” แล้วเด็กหนุ่มก็กระโจนใส่อนุชัยราวกับเสือหิว “คุณพ่อฮะ…ดูคุณพ่อซิ!….ดูคุณพ่อซิ!….”

“อาตี้!….อาตี้!….พ่อ พ่อ ขอโทษ พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับลูก ไม่ได้ดูแลลูกตั้งแต่แรก” อนุชัยกอดลูกชายที่เหมือนตัวเองแน่นๆ เสียงร้องไห้สองอารมณ์ที่แสดงต่อกันราวกับพวกเขาอยู่เพียงลำพัง กระทั้งดร.ชานนท์เข้าไปสวมโอบอีกคน

“คุณพ่อฮะ คุณพ่อใส่หมวกแก๊ปใบนี้แล้วดูหล่อจัง….คุณพ่อฮะ…ฮื้อๆ” อาตี้ร้องไห้ไม่หยุด จนอนุชัยกับดร.ชานนท์ต้องช่วยกันปลอบกระทั้งทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง อนุชัยจึงสวมหมวกกลับคืนให้

“อาตี้! ใส่แล้วดูหล่อกว่าพ่อเยอะ พ่อยกให้ลูกครับ”

“คุณพ่อ ฮื้อๆ ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ ฮะ ขอบคุณฮะ” อาตี้! ยังร้องไห้ในอ้อมกอดของอนุชัย ดร.ชานนท์จึงแยกจะเข้าไปลากกระเป๋าที่นอนนิ่งอยู่กับพื้น แต่อาตี้ก็รีบรนเช็ดน้ำตัวตัวเองจนแห้ง

“คุณพ่อฮะ อาตี้ลากมันเองดีกว่า….”

“ทำไมละ….แค่นี้เองไม่เป็นไร ลูกจะได้คุยกับพ่อนุไง” ดร.ชานนท์บอก

“อาตี้ส่ายหน้า “อาตี้โตแล้วนะฮะ กระเป๋าแค่นี้อาตี้จัดการเองได้และไม่เป็นอุปสรรค์ที่จะคุยกับพ่อนุด้วย…จริงไหมฮะ”

อนุชัยเช็ดน้ำตาตัวเองพร้อมกับพยักหน้าให้อาตี้เห็นเร็วๆ “ครับ….ลูกพ่อโตเป็นหนุ่มแล้วจริงๆ”

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับบ้าน Loft Love กันเลยดีกว่า”

“ไปฮะพ่อนุ อาตี้คิดถึงเปียโนจะแย่อยู่แล้ว”

“ครับ ครับลูก” อนุชัยเดินเกาะบ่าอาตี้ ขณะที่ดร.ชานนท์เดินเกาะบ่าเขา ทั้ง 3 จึงเดินเรียงแถวไปตามโถงทางเดินกว้างๆ แสงไฟสีขาวไล่ตามหลังตลอดเส้นทางถึงรถ BMW. กระทั้งกระเป๋าสัมภาระถูกอาตี้ยกยัดใส่ท้ายรถเรียบร้อยแล้ว

“นายไปนั่งหลังกับลูกเถอะ ฉันจะเป็นคนขับให้เอง” ดร.ชานนท์ตบไหล่จ้องนัยน์ดวงตาอนุชัยซึ้งๆ จนเสียงอาตี้แทรกขึ้น

“คืนนี้อาตี้ต้องรู้ให้ได้ว่า ความรักของพ่อ 2 คนเป็นมาเป็นไปอย่างไร…ชักน่าสนุกแล้วดิ”

“คืนนี้เรานอนด้วยกัน 3 คนเลยเป็นไงเพราะเรื่องของพวกพ่อยาวมากๆ” อนุชัยเสริมพลางจ้องตาดร.ชานนท์เชิงบังคับให้เห็นตามนั้น

“ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว นะฮะคุณพ่อ ขออาตี้นอนด้วยคนนะฮะ” อาตี้เขย่าแขนดร.ชานนท์ไม่หยุด

“แค่คืนเดียวนะ”

อาตี้ยิ้มไม่หุบ “ฮะ ฮะ คืนเดียวก็คืนเดียว”

“ขึ้นรถได้แล้ว” ดร.ชานนท์บอก ในที่สุด BMW. สีน้ำตาลดำก็เคลื่อนตัวออกไป…..

……….แรมราตรี มีดารา มาวาดฟ้า………

………ป้ายนภา ระบายรัก ให้เฉิดฉาย ……….

……….อบอุ่นร่าง อบอวลเลิฟ ลอฟท์มลาย……….

………ทั้งใจกาย LOFT LOVE HOUSE เรา 3 คน………

 

ที่บ้านสายสกุล

คืนต่อมา….คุณหญิงพวงพรกับดร.ชวนนท์ก็ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ อานนท์ สายสกุล หลานชายคนเดียวแบบง่ายๆ แต่ก็ไม่ง่าย ที่บริเวณสนามหญ้าข้างสระว่ายน้ำ เวทีเล็กๆ ถูกประดับประดาด้วยแสงไฟหลากสีจากสวนอาหารสะบันงา แน่นอนงานนี้เจ้ดวงกับปกรณ์เป็นหัวเรียวหัวแรงรวมทั้งเมนูอาหารก็ถูกสั่งตรงจากที่นั้น แขกที่มาร่วมงานหลักๆ หนีไม่พ้นอดีตนายยกรัฐมนตรี ดร.ทักพงษ์ ชีวาวัฒนะ พร้อมครอบครัว ซึ่งมีฐานะเป็นคุณตา-คุณยายของอาตี้-ปีใหม่ อาจารย์พิชัยกับอาจารย์สรวงสุดาที่ได้ย้ายกลับเข้ามาสอนในกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันคุณหญิงพวงพรก็ได้ส่งรถตู้ไปรับสมรกับศักดิ์ดาจากมวกเหล็ก ถึงงานเลี้ยงต้องการจะให้ออกไปทางส่วนตัวกระนั้นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันรวมทั้งคณะรัฐมนตรีบางส่วนที่ทำงานกับดร.ชานนท์ก็มาร่วมงานในคืนนี้ด้วย จากที่เคยคิดว่าเป็นการจัดงานเลี้ยงเล็กๆ เลยคล้ายจะใหญ่และเป็นทางการอยู่ไม่น้อย….

ปกรณ์กลายเป็นหัวแรงหลักด้านสถานที่ เจ้ดวงดูแลเรื่องอาหาร เมื่องานเริ่มทุกสิ่งอย่างจึงค่อยๆ ขับเคลื่อนไปตามจังหวะช้าๆ ปกรณ์ได้รับคำชมจากผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆ ท่านโดยเฉพาะอดีตนายกและนายกคนปัจจุบัน กระนั้นเขาก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับอนุชัยและดร.ชานนท์เลยตลอดทั้งคืน

“แขกผู้มีเกียติทุกๆ ท่านครับ ในที่สุดค่ำคืนที่แสนพิเศษก็เดินทางมาถึงช่วงเวลาพิเศษสุดแล้วนะครับ…” พิธีกรบนเวทีมาจากพิธีกรรายการทีวีดังเว้นจังหวะให้เสียงดนตรี แสงไฟทุกดวงกระพริบระยิบระยับ ผิวของน้ำในสระรูปเลขแปดก็พราวพร่างเสริมอยู่ด้านหลัง “กระผมขอเปิดตัวหลานชายคนเดียวของอดีตนายยกรัฐมนตรี ดร.ทักพงษ์ ชีวาวัฒนะ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.ชวนนท์ สายสกุล เขาคือ อานนท์ สายสกุล ครับท่าน” และเสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงดนตรีเล้าใจ อานนท์ สายสกุล ในชุดทักซิโด้สีน้ำตาลดำ เขาดูหล่อโดดเด่นราวกับเทพบุตรเมื่อมาพร้อมกับความมั่นใจจนคุณหญิงคุณนายถึงกับเผลอกรี๊ดเสียงดังลั่น เขาก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยรอยยิ้มกระทั้งไปหยุดตำแหน่งเดียวกับพิธีกรเมื่อครู่ น้ำเสียงนุ่มๆ จึงดังขึ้น

“กราบสวัสดีคุณตาทักพงษ์กับคุณหญิงยายที่นั่งหลบอยู่มุมโน้นด้วยนะครับ” เขาหยุดยิ้มพร้อมกับยกมือไหว้ ทำเอาหลายๆ คนถึงกับซาบซ่าน “กราบสวัสดีท่านนากยกรัฐมนตรีพร้อมกับคณะรัฐมนตรีที่ทำงานร่วมกับคุณพ่อทุกๆ ท่านเลยนะครับ” และเขาก็กระทำแบบเดียวกับเมื่อครู่อีก “สุดท้ายก็ขอสวัสดีคุณปู่คุณหญิงย่า” เขาหยุดยิ้มเอียงๆ ออกจากไมล์ “คุณปู่คุณย่าทั้ง 2 ครอบครัวครับ” เสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งงาน “รวมทั้งแขกที่ให้เกียติมาในงานของกระผมในคืนนี้ทุกๆ ท่านรวมกันเลยนะครับ ขอบคุณมากๆ….” อาตี้หยุดยิ้มก่อนจะยกมือโบกให้กับดร.ชานนท์กับอนุชัยที่นั่งอยู่ข้างๆ เวทีแบบจงใจ “คืนนี้ผมมีความสุขมากและมีความสุขที่ได้รับรู้ถึงความรักของผู้ชาย 2  คน เป็นความรักแปลกใหม่ที่ผมเพิ่งจะรู้จากปากพวกเขาเมื่อคืนที่ผ่านมานี้เองครับ คุณพ่ออนุชัยกับ คุณพ่อชานนท์ สายสกุล ปรบมือให้กับความรักที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วยครับ” เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกันและยาวนานกระทั่งอนุชัยกับชานนท์ที่มาด้วยชุดสูทสีดำสนิทคล้ายกันต้องยืนค้อมหัวให้แขกเห็น “ถ้าไม่มีพวกเขา ก็คงจะไม่มีผม” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก “พวกเขาทั้งคู่พิเศษสำหรับผมมากๆ ผมจึงอยากจะมอบเพลงๆ หนึ่งและอยากจะถ่ายทอดเพลงนี้ให้ทุกๆ ท่านรู้ว่าความรักของพวกเขายิ่งใหญ่เพียงใด” อาตี้เว้นจังหวะให้เวลาขณะที่ทุกคนในงานเงียบกริบ…. “เพลงนั้นก็คือ—รักเอย—-อาตี้มอบให้คุณพ่อทั้ง 2 ท่านครับ” เสียงปรบมือดังยาว เขาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเปียโนสีดำที่พร้อมรออยู่ก่อนแล้ว….เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวพร้อมอยู่บนคีย์บอร์ด แสงไฟทุกดวงในบริเวณจึงดับพรึบสู่สีดำปล่อยเพียงสปอร์ตไลท์สีขาวนวลเพียงตัวเดียวไปตกที่เขา

 

………รัก เอย……..
……..จริงหรือที่ว่าหวาน………
………หรือทรมานใจคน………
……..ความรักร้อยเล่ห์กล………
………รักเอยลวงล่อใจคน……….
……….หลอกจนตายใจ……….
line1 for timmy

อานนท์เล่นเปียโน พร้อมกับร้องเพลงนี้จนทุกคนถึงกับเคลิ้ม โดยเฉพาะอนุชัยและดร.ชานนท์ที่ไม่ยอมห่างกันแม้แต่ก้าวเดียว พวกเขาดูลูกชายเดี่ยวเปียโนบนเวทีด้วยท่าทีมีความสุขจนเห็นน้ำตาอาบแก้มและมีความสุขต่ออีก 2 เพลงกระทั้งดร.ชวนนท์ เดินเข้ามานั่งตรงหน้า

“อนุชัย…ตาชาย ที่ผ่านมาพ่อขอโทษที่เข้าไปยุ่งเรื่องของลูกมากเกินไป” เขาใช้น้ำเสียงระดับ3 ทำเอาอนุชัยและดร.ชานนท์ถึงกับยกตัวขึ้นตรงๆ “วันนี้ลูกทั้งคู่ก็ได้พิสูจน์ให้พ่อเห็นแล้วว่าความรักในโลกนี้ไม่ได้มีแค่มิติเดียว แต่มันมีอีกหลายมิติที่คนรุ่นพ่อไม่มีวันเข้าใจ”

“คุณพ่อ….” ดร.ชานนท์อุทานเสียงในลำคอ อนุชัยเองก็อดกำมือขึ้นปิดปากไม่ได้

“โลกต่อจากนี้อยู่ในมือของลูกๆ ความรักก็เช่นกัน ในเมื่อลูกได้สร้างครอบครัวจนสมบูรณ์แบบให้พ่อเห็นและพ่อก็ได้เห็นชัดเจนแล้ว คำขอโทษจากพ่อก็คือการยอมรับจากพ่อ”

“คุณลุงครับ” อนุชัยเอ่ย ทั้งดร.ชวนนท์และดร.ชานนท์ต่างหันมามองที่เขา “คุณลุงได้ทำหน้าที่พ่อสมบูรณ์ที่สุดแล้วครับ หากไม่มีเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมา เราคงไม่มีอาตี้-ไม่มีปีใหม่” อนุชัยเอื้อมไปจับและประสานกุมมือกับดร.ชานนท์แน่น “และครอบครัวเราคงไม่สมบูรณ์แบบ เราต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณลุงกับคุณหญิงป้า”

“ใช่ครับคุณพ่อ….เราต่างหากที่ต้องขอบคุณเรื่องราวที่เกิดขึ้น…ที่ชายมีวันนี้ก็เพราะคุณพ่อกับคุณแม่….” ดร.ชานนท์พูดและจ้องอนุชัยลึกกว่าที่เคยเป็น

“พ่อก็ดีใจที่ลูก 2 คน ฝ่าฟันร่วมกันจนชนะ วันที่มิติรักอีกหลายๆ ด้านบอกให้พ่อกับแม่ต้องทบทวน…พ่อจึงได้แต่ภาวนาขอให้ลูกรักกันแบบนี้ ดูแลกันแบบนี้ตลอดไป”

ทั้งอนุชัยและดร.ชานนท์ยกมือไหว้ “นุคือรักเดียวที่เกิดขึ้นกับชาย อาตี้เป็นมิติรักที่ลึกสุดที่เราสัมผัสถึงความรู้สึกที่คุณพ่อกับคุณแม่มีต่อเรา ครอบครัวของชายสมบูรณ์แบบแล้วครับคุณพ่อ” และดร.ชานนท์ก็จุมพิตอนุชัยต่อหน้าถึง ดร.ชวนนท์จะผะอืดผะอมอยู่บ้าง แต่อีกด้านเขาก็เข้าใจมันมากกว่าเมื่อก่อน

“เราสัญญาครับคุณลุงว่าจะเลี้ยงอาตี้-ปีใหม่ให้โตขึ้นอย่างที่ธรรมชาติให้เขามาตั้งแต่แรก ถึงโลกอนาคตจะเป็นโลกที่ยากจะเข้าถึง ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้น แต่เราก็พร้อมรับมือแล้วครับ”

“ไม่รู้จะมีมิติรักที่แปลกกว่านี้หรือเปล่า ผมกับนุก็พร้อมจะเรียนรู้และทำให้มันดีที่สุดไปพร้อมๆ กัน” ดร.ชานนท์เสริมราวจะให้สัญญา

“ดีแล้วละลูก” อยู่ๆ เสียงคุณหญิงพวงพรก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เธอโอบไหล่ดร.ชวนนท์ไว้หลวมก่อนจะพูดต่อ “ต่อจากวันนี้เป็นต้นไปทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในมือของลูกๆ แล้วนะ เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วต้องรู้จักใช้เหตุใช้ผล ช่วยกันคิด-ช่วยกันทำ มิติรักแปลกๆ ที่รออยู่ก็ค่อยๆ เรียนรู้และเข้าใจมันไป โลกอนาคตอยู่ในมือคนรุ่นใหม่ พ่อกับแม่ส่งพวกเธอได้เท่านี้จริงๆ”

“ขอบคุณคะคุณแม่-ขอบคุณครับคุณหญิงป้า-ขอบคุณครับคุณพ่อ-ขอบคุณครับคุณลุง” ทั้งคู่จุมพิตกันบางๆ อีกครั้งก่อนอาตี้-ปีใหม่จะเข้ามาสมทบ 3 คนพ่อลูกจึงถูกมือกล้องสมัครเล่นขอถ่ายรูปไปหลายใบก่อนจะได้ยินเสียงดร.ชวนนท์ดังขึ้นกับมือกล้องคนดังกล่าวห่างๆ

“เธอจัดงานออกมาได้ดีมากๆ ปกรณ์”

(หา!….ปกรณ์เป็นคนจัดงานนี้เหรอ) ดร.ชานนท์อุทานในใจ แต่ก็ไม่มีเวลาคิดอะไรกระทั้งส่งแขกที่มาร่วมงานกลับไปจนหมด….เงารัตติกาลหลังเที่ยงคืนกับสายลมเย็นๆ ก็ดันคำถามดังกล่าวขึ้นมาในหัวอีกรอบ

(นายเป็นใครกันนะปกรณ์… นายเป็นใครกันแน่)

จบ อนุชาย2 บทที่14 อานนท์ สายสกุล

อนุชาย2 บทที่13

อนุชาย2 บทที่13อนุชาย2 บทที่13 นายมาช้า

อนุชาย2 บทที่13 นายมาช้า

เลย 11 โมงมาพอสมควร…และอีก 28 นาทีก็จะเที่ยงวัน ดร.ชานนท์ สายสกุล หอบกุหลาบฮอลแลนด์สีขาวแซมสีโอโรสช่อใหญ่เข้าไปในตึก เอ็น.ทาวเวอร์ ถนนสุขุมวิท รอยยิ้มบางๆ บวกดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับชวนให้เสน่ห์ที่เกิดมาคู่กับเขายิ่งเพิ่มพูนทวีมากขึ้นหลายเท่า….

                #“ผมกับอนุชัยจะเป็นอะไรกันไม่สำคัญหรอกครับ สำคัญอยู่ที่อนุชัย…เขารักคุณชาย ต้องการอยู่กับคุณชายต่างหาก”——>“นาย นาย เป็นใครกันแน่ปกรณ์….ทำไมฉันถึงคุ้นชื่อนี้กับใบหน้าของนายชอบกล”——->“ผมเป็นใครไม่สำคัญอีกเช่นเคย….อนุชัยกำลังเข้าใจคุณชายผิดอย่างแรง รีบไปปรับความเข้าใจกับเขาซะ…ก่อนจะสายเกินไป”——>“นี่ นี่ นาย…..”——>“แต่ถ้าหากคุณชายไม่ได้รักอนุชัยแล้ว…ได้โปรดส่งกลับคืน…ผมจะดูแลเขาเอง….ผมพูดจริงๆ เพราะผมเองก็รักเขาไม่น้อยไปกว่าคุณชายเช่นกัน”#

ยิ่งนึกถึงคำพูดของปกรณ์เมื่อวานกุหลาบในมือยิ่งมีอิทธิพลต่อเขาและหวังว่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับอีกคนที่อยู่บนชั้น 18th  เขาอบอุ่นราวกับได้รับพลังวิเศษจนเผลอนับช่อกุหลาบ 2 สีตามจังหวะก้าวที่ใกล้ตัวอาคารเข้าไปเรื่อยๆ….

“แม้จะเป็นนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้แต่นายก็เคยบอกฉันว่าสีโอโรสจะดันสีขาวที่นายรักให้กระจ่างมากขึ้น ฉันยอมนายหมดทุกประตูแล้วที่รัก” ดร.ชานนท์พึมพำกระทั้ง 2 สาวประชาสัมพันธ์ยกมือไหว้ทักทาย

“สวัสดีคะท่านรอง” เขาผงกหัวยิ้มรับบางๆ ก่อนจะเดินผ่านไปยังลิฟต์ที่อยู่ด้านในสุด

“สวัสดีครับท่านรอง…ไม่ทราบว่าจะขึ้นไปชั้นไหนครับ” รปภ. รุ่นราวคราวเดียวกันถามอย่างสุภาพขณะเดินนำเข้าไปในลิฟต์

“ชั้นที่ 18th ครับ ขอบคุณมาก” เขาบอกพร้อมกับอมยิ้มจน รปภ. รู้สึกวางใจจึงเอ่ยขึ้นมาอีก

“กุหลาบสวยดีนะครับ”

“จะไปง้อแฟนนะครับ ไม่รู้ว่าจะใจอ่อนหรือเปล่า” เขาบอกแบบเปิดเผย จนคิ้วของ รปภ.ขมวดเข้าหากันแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีกกระทั้งหมายเลขชั้นปรากฏเลข 18 ให้เห็น

“โชคดีนะครับท่าน…หวังว่าท่านผู้หญิงเธอจะใจอ่อน”

ดร.ชานนท์จ้องหน้าเขาตรงๆ ก่อนริมฝีปากจะบีบเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง…..เมื่อป้ายชื่อบริษัท APT. GROUP จำกัด สีเงินสแตนเลสแวววับอยู่ตรงหน้า มือที่ถือช่อกุหลาบก็เริ่มไม่มั่นคง ทุกๆ ย่างก้าวกำลังเกิดคำถามคำตอบสลับกันวนเวียนอยู่ในหัว น่าจะมีแหวนเพชรมาด้วย เขาคิด คิด และก็คิดจนกระทั้งเลขาหน้าห้องที่รู้จักระดับหนึ่งเดินออกมายกมือไหว้ต้อนรับ

“สวัสดีคะท่านรอง….วันนี้ท่าน…”

“ผมมาขอพบ อนุชัย ธารากรณ์ ครับ” ดร.ชานนท์ พูดเต็มปากเต็มเสียง ดวงตาที่เป็นประกายของเลขาสาวหุบหาย เธอซ่อนอารมณ์ไม่ดีนักเวลานั้น

“บอสออกไปเมื่อครู่นี้เองคะท่าน….เห็นบอกว่ามีธุระด่วน” เธอรายงานหน้าเศร้าๆ สายตาก็จับไปที่กุหลาบช่อใหญ่ไม่กระพริบ ดร.ชานนท์วูบวาบ-สีหน้าปรับสู่ความผิดหวังสุดทาง จนเสียงเลขาสาวดังขึ้นมาอีก “ไม่ทราบว่าท่านรองจะฝากโน้ตไว้หรือเปล่าคะ”

“ยังไม่เที่ยงเลยทำไมเขารีบร้อนจัง ช่วงบ่ายจะเข้ามาไหมครับ” ดร.ชานนท์ถามต่อพลางเป่าลมออกจากปากยาวๆ

“คงไม่เข้ามาแล้วละคะ เพราะแพลนงานวันนี้จบแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากกุหลาบช่อนี้จัดใส่แจกันไปไว้ในห้องทำงานเขาที” ดร.ชานนท์บอก ทำให้เลขาสาวหน้าใสถึงกับถลึงตาโตๆ แบบคนอดแปลกใจไม่ได้ แต่เมื่อเวลาไม่ตอบโจทย์เธอจึงได้แต่ยิ้มรับแบบง่ายๆ

“คะ คะ…จัดไว้ในบนโต๊ะทำงานของบอสเลยนะคะ….ดิฉันเข้าใจถูกต้องไหมคะท่าน….”

“ครับ….ถูกต้องที่สุด” ดร.ชานนท์ตอบกลับเสียงนิ่มๆ ก่อนส่งช่อกุหลาบให้แล้วหันหลังเดินออกมา (เขาไปไหนของเขานะ….นุ นายไม่ได้หลบหน้าฉันใช่ไหม) เขาคิด คิด กลัว กลัว จนขาที่ก้าวตรงไปยังลิฟต์ไม่มั่นคง….กระทั้ง รปภ.คนเดิมเปิดประตูลิฟต์มารับเมื่อเจอเข้ากับใบหน้าผิดหวัง เขาจึงเงียบกระทั้งตัวเลขแสดงชั้น G

“ไม่เป็นไรนะครับท่าน”

“อื้อ!….” ดร.ชานนท์ตอบสั้นๆ ดวงตาที่เป็นประกายขามาไม่รู้หลบหลงอยู่ชั้นไหน แต่ขากลับมีหลายๆ ความผิดหวังปรากฏขึ้นแทน….

……….อยู่แห่งไหน นายนกป่าของฉัน………

……….เกือบเที่ยงวัน ใจสั่นอยากเห็นหน้า………….

……….อยากเคล้าคลอ เคียงคู่เจรจา……….

……….ตามนกป่า คืนรังเล้า ที่เฝ้ารอ………

“นายอยู่ไหนอนุชัย….นายอยู่ไหน…นายไม่ได้หลบหน้าฉันใช่ไหม….อนุชาย อนุชายยย”

….เมื่อสมองนำทาง….การยอมแพ้ง่ายๆ ก็ไม่ใช่ทางของเขา แลนด์โรเวอร์พุ่งออกจากอาคารจอดรถสู่ถนนสุขุมวิทก็ตรงดิ่งไปยังเป้าหมายต่อไปทันที…

“วันนี้ฉันต้องเจอนายให้ได้อนุชัย” เขาตั้งพิกัดที่คอนโดมิเนียมใน ซอยลาดพร้าว 20 และเกือบๆ จะบ่ายโมงก็มาถึง ดร.ชานนท์วนหาที่จอดรถชั้น 1 เมื่อรถเข้าที่เข้าทาง สมองกลับคิดหนักไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดีและขณะกำลังคิดวนอยู่นั้นสายตาที่มองผ่านกระจกหน้าก็ปะทะเข้ากับคนๆ หนึ่ง

“ปกรณ์…นาย กับ อนุชัย….อยู่ อยู่ด้วยกันรึนี้….หมาย หมายความว่า….” ดร.ชานนท์ช็อกจนพูดและนึกอะไรไม่ทันกระทั้งปกรณ์ขับรถกระบะโฟวิลแล่นออกไป อาการชาช็อกเมื่อครู่ถึงค่อยๆ คลายตัว…. “อนุชาย….อนุชาย….อนุชาย…..” เขายกมือขึ้นเสยผมปาดความเครียดที่กำลังลามไปทั่วใบหน้าหลายรอบ “ฉันหมดหวังจริงๆ แล้วใช่ไหม…นายมีคนใหม่จริงๆ….ก็มัน 15 ปีแล้วนี้นะ ใครจะบ้ารอมึงวะไอ้ชานนท์ ใครจะยังบ้ารอมึงอยู่อีก….”

สุดท้ายแลนด์โรเวอร์ก็ค่อยๆ แล่นออกจากลานจอดของคอนโดฯ ขนาด 22 ชั้นอย่างเงียบๆ เขาอยากจะเร่งความเร็วหนีความอับอายให้สุดตีน ไปให้ไกลจากเมืองมัวๆ แต่เมื่อเจอกับสภาพจราจรช่วงบ่ายแผ่นหลังก็วูบวาบซึมซับไอหนาวลามเข้ากระดูกสันหลัง “ฉันมาช้าเกินไปรึไงกัน….นุ ฉันมาช้าเกินไปใช่ไหม”

ดร.ชานนท์แวะเทเหล้าเข้าปากจนสมองเริ่มชา เมื่อผ่านไป 30 นาทีเสียงโทรศัพท์จาก เดียรเนียล สแปนเลย์ ก็ดังขึ้น

“ฮัลลลโหล…” เขากรอกด้วยน้ำเสียงตามระดับดีกรีในเลือด

(You อยู่ไหน Chanoon…น้ำเสียง ไม่ดี เอาซะเลย I ต้องไป สนาม บินแล้ว นะ)

“ฉาน จัดรถไว้ให้แล้วละ โชคดีนะเพื่อน”

(ไม่ต้อง ไม่ต้อง แฟนรักคนใหม่ ฉานจะไปส่ง ไม่ ต้อง เป็น ห่วง ดูแล ตัวเองด้วยนะ)

“ออกเสียงให้ชัวเดียรเนียล เฟรนรักโว้ย!….เออ เพื่อนใหม่ You เป็นใครกัน ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลย” ดร.ชานนท์ถามกลับด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ขาดๆ เกินๆ

(You เมาใช่ไหม Chanoon) เดียรเนียล สแปนเลย์ เงียบไปสักพัก (ฉาน ต้อง กลับ จริงๆ แล้วนะ เพื่อ เพื่อนรักคนใหม่ของ I เป็นคนใกล้ตัว You นั้นแหละ โชคดีนะ เพื่อ เพื่อนรัก)

“ไม่ ม่าย ม่าย….ฉานไม่ได้เมา ฉันกำลังจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละ โชคดีนะ ว่าแต่นายอย่าลืมของฝากอาตี้ด้วยละ ฉันวางไว้ข้างๆ กระเป๋าเดินทางนะ”

(Oh! Yes!….แล้วของฝาก ยิ๋งลัดดา ละ ไม่ มีเหรอ…แต่ไม่เป็นไร I เตรียมไปให้เธอแล้วด้วย You ต้องดูแลตัวเองนะ….Love You Chanoon)

“I’am Too. Good luck My Friend” ดร.ชานนท์บอกส่งก่อนจะกดวางสายแบบเงียบๆ หมองๆ “ฉันต้องกลับบ้าน Loft Love ที่มีแค่ฉันคนเดียวแล้วละเพื่อน….ฉันมีนายอยู่แล้วทำไมฉันต้องโหยหานายอีกคนไม่ทราบ….ฉันมีนายอยู่แล้วอนุชัย ฉันมีอาตี้อยู่แล้ว ทำไมฉันต้องโหยหานายอีก….อนุชัย อนุชาย…อ๊าก!”

line1 for timmy

ดร.ชานนท์กลับถึงบ้าน Loft Love เกือบจะบ่าย 4 โมงเย็นเข้าไปแล้ว ตะวันต้นฤดูหนาวอ้อมใต้เฉียงไปทางทิศวันตก เงาของบ้านสีปูนกับป่าต้นแคนาจึงโอนยืดไปทิศตรงข้าม หน้าบ้าน Loft Love จึงปรากฏลวดลายซึ่งเวลานั้นเป็นเส้นแสงผ่านก้อนเมฆไร้สาระเฉือนประตูรั้วไม้สักสีดำออกเป็นส่วนๆ เขานั่งมองมันราวกับ ดาบคาตานะ อย่างคนสิ้นหวัง ห้องนั่งเล่น ทำงาน ครัวฝรั่งเพดานสูงว่างเปล่าไร้ผู้คน ไร้ทุกๆ สรรพสิ่ง ความโดดเดี่ยวสุดทางจึงอยู่ครบ เงาชายที่กำลังมึนรักเมาแอลกอฮอล์โดดเดี่ยวจนเกือบจะเบลอค้าง

“ฉันยังมีอาตี้ ฉันยังมีนายอีกคน อนุชาย” เขาพึมพำก่อนจะลุกเดินไปนั่งลงเก้าอี้เปียโนสีดำหลังใหญ่ ขณะที่นิ้วเรียวๆ กำลังไล่ตัวโน๊ต ดวงตาก็หลับสู่วิมานที่พยายามสร้างขึ้นมาทดแทนเมื่อเหมอมองในมุม 45 องศา เขาก็ลืมตาเห็นหัวสกรูเพียงตัวเดียวในบ้านที่โผล่ออกมาจากผนัง Loft หน้าโต๊ะอาหาร

# “ติดมันไว้ตำแหน่งนี้แหละ ทุกๆ เวลาอาหารเช้า กลางวัน เย็น จะได้เตือนสติเราทั้งคู่ไง”#

เสียงจากความทรงจำเด้งขึ้นมาในหัว

“….ไม่ใช่ตำแหน่งกระดานชนวน ไม่ใช่ตำแหน่งของกฎเขกกะโหลก แต่เป็นตำแหน่งของรูปอาตี้….” น้ำตาไหลพรากปลายนิ้วก็บรรเลงเพลงทำนองพลิ้วๆ ไล่ตัวโน๊ตอ้อยอิ่งตามอารมณ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ข้างในกระทั้งประตูกระจกอลูมิเนียมอบสีดำถูกสมใจพี่เลี้ยงของอาตี้เปิดออกกว้างๆ….มันกว้างกว่าปกติที่เธอเคยทำกระทั้งสายตาที่กำลังมัวเมาปะทะเข้ากับกระดานชนวนที่เขายังหามันไม่ได้ มันปิดบังใบหน้าของผู้ถือเดินขึ้นบันไดใกล้เข้ามาอย่างมิดชิด (เขาเป็นใคร…เอ้!…มันคือกระดานแผ่นนั้นเอง….กระดานชนวนแผ่นเดิม….ใคร เขาเป็นใครที่ยกเข้ามา…ใครกัน…ใครกันนะ) ดร.ชานนท์คิด เขารีบเช็ดน้ำตาเร็วๆ ขยี้ดวงตาแรงๆ กระทั้ง

“เชิญคะ…..”

“เอ้!….ใช่ๆ…..”

“กระดานชนวนแผ่นเดิมครับคุณชาย” เสียงลุงเย็นที่เดินประคองนำหน้ามาตอบแทน เขายิ้มจนเกือบจะเห็นน้ำตากระทั้งเสียงสมใจดังขึ้นอีก

“ติดไว้ตำแหน่งเดิมเลยนะคะคุณชาย” เธอถามอย่างคนกำลังมีความสุขเหลือล้น ดร.ชานนท์พยักหน้าสีแดงๆ เร็วๆ เขาจ้องไปที่นิ้วเรียวๆ ผิวขาวๆ ของคนยก…มัน รู้สึกคุ้นเคยราวกับเคยลากผ่านตัวเขาไปมาหลายๆ รอบ จนกระทั้ง…..

“ฉันไปส่งเดียรเนียลเสร็จจึงเลยแวะไปค้นหาในโกดังบ้านตระกูลเชาว์ ไม่นึกว่ามันจะยังอยู่ที่เดิม” น้ำเสียงคุ้นๆ ดังก้องกังวาน

“นุ…..” ดร.ชานนท์อุทานทรุดฮวบสะอื้นอยู่กับพื้นกระเบื้อง เมื่อกระดานชนวนเข้าที่เข้าทางทั้งสมใจและลุงเย็นก็ปาดน้ำตาหลบออกไปข้างนอก ทิ้งไว้เพียงพวกเขาให้อยู่ภายในบ้าน Loft Love ตามลำพัง “นายมาช้า นายมาช้า”

“นายต่างหากที่มาช้า….ฉันรอนายตั้งแต่เที่ยงแล้วรู้ไหม” อนุชัยบอกขณะค่อยๆ นั่งลงข้างๆ ใช้แผ่นหลังพิงกับเปียโนในลักษณะเดียวกัน

“นี่ๆ แสดงว่า….”

“เลิกประชุมฉันก็ตรงดิ่งมาหานายที่บ้านเลย นายไปไหนมา”

“ฉัน ฉัน ไปตามหานาย ไปทุกๆ ที่ที่นึกออก….” ดร.ชานนท์พูดขณะสายตาก็จ้องไปที่กระดานชนวนไม่กระพริบ

“ตามหาฉัน…อย่าบอกนะว่า….”

“ฉันหอบกุหลาบช่อใหญ่กะจะเซอร์ไพรส์ที่บริษัท….แต่…”

“หา! นาย นาย…..” อนุชัยหัวเสีย เขาจิ! ปากสูดลมเข้าปอดแรงๆ “เซอร์ไพรส์บ้าอะไรไปเปิดตัวฉันซิไม่ว่า”

ดร.ชานนท์ปาดน้ำตาอีกครั้งก่อนจะหันไปจ้องอนุชัยตรงๆ “เปิดตัวแล้วจะทำไม นายมีความลับที่นั่นรึไง”

อนุชัยยิ้มปลื้มๆ “เปล่า! ฉันดีใจมากๆ ต่างหาก….” แล้วทั้งคู่ก็โผเข้ากอดกันกลม “ฉันคิดถึงนายชานนท์ ฉันคิดถึงนายที่สุดในโลก” อนุชัยน้ำตาแตกจนหยดลงหัวไหล่ ดร.ชานนท์พูดไม่ออก พวกเขาปล่อยให้เวลาบำบัดเกือบครึ่งชั่วโมง

“ถ้าฉันไม่ปวดหัวจนต้องเข้านอนโรงพยาบาลที่ฮ่องกง นายคงไม่ต้องเข้าใจฉันผิด”

อนุชัยดันร่างชานนท์จ้องในลักษณะตื่นตะลึง “นายว่าอะไรนะ….”

“ฉันปวดหัว….เลยนอนในโรงพยาบาลกว่า 3 วัน”

“คุณ ไอ้คุณ ไอ้เหี้ยคุณ ทำไมนายไม่บอกฉัน ทำไมนายไม่บอกฉัน ฮื้อๆ ชานนท์ ทำไมนายไม่บอกฉัน คุณ ไอ้คุณ นาย  นายใจร้ายมากๆ….E-Mail ฉันก็มีทำไมนายไม่บอกฉัน” อนุชัยร้องไห้อย่างหนัก กระทั้งแผ่นหลังที่อยู่ตรงหน้าสะเทือนให้เห็น ดร.ชานนท์แปลกใจและตกใจไม่น้อย เขาค่อยๆ เชิดใบหน้าเละเทะขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ทีละข้าง

“ฉันก็แค่ปวดหัวนุ…”

“แค่ปวดหัว แค่ปวดหัว ฮื้อๆ ก็แค่นายปวดหัว ใช่ๆ ก็แค่นายปวดหัว ฮื้อๆ ชานนท์ คุณ….”

“ใช่ ฉันแค่ปวดหัวธรรมดา ไม่เป็นอะไรมากหรอก….” เขาเชิดใบหน้าของอนุชัยมาเช็ดน้ำตาให้อีก “นายรู้เรื่องอาตี้ ลูกชายของเราแล้วใช่ไหม” ดร.ชานนท์ถามเพื่อหวังจะเปลี่ยนประเด็น อนุชัยพยักหน้า

“นายทำให้ฉันเซอร์ไพรส์ได้ตลอด…ชานนท์ ฉันอยากเจอลูก ฉันอยากคุยกับเขา 15 ปี ฉันอยากจะขอโทษเขา”

“15 ปี นายโดดเดียวเกินไปแล้ว….ย้ายมาอยู่บ้านเราด้วยกันเถอะนะ” ดร.ชานนท์ไม่ปล่อยให้เวลาพิเศษนี้ผ่านไปเฉยๆ อนุชัยยกตัวขึ้นมานิ่งคิดหลายนาที “นุ  หรือว่า นาย….” ในหัวดร.ชานนท์นึกถึงปกรณ์ขึ้นมา “นาย มี”

“ยังเผื่อพื้นที่สำหรับฉันด้วยเหรอ….”

ดร.ชานนท์กำมือหลวมๆ ปิดปาก น้ำตาก็ยังไหลทิ้งไหลขว้างอย่างไม่เสียดาย เขาพยักหน้าแทนคำพูดเร็ว “ฉัน ฉัน เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อนายมา 15 ปี นุ แค่นาย แค่ตัวนาย ที่นี่มีครบทุกอย่างแม้กระทั้งถุงเท้า รองเท้าและกางเกงชั้นในที่นายชอบ….นุ”

“คุณ…คุณ…ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหนอีกแล้ว” อนุชัยยกตัวก้มลงจูบกลางศีรษะเขาเบาๆ “ฉันจะไม่มีวันทิ้งนายไปไหนอีกเด็ดขาด” พร้อมกับดึงหัวที่กำลังสะอื้นเข้ามาแนบอก “ไม่มีวันไปไหนอีก ถึงแม้ฉันจะอยู่ในสถานะเมียน้อย ฉันก็จะขอเป็นอนุชายให้นายตลอดไป คุณ นายได้ยินฉันไหม นายจะไล่ฉันออกจากบ้านไหมถ้านายโมโหฉัน”

ดร.ชานนท์สะอื้นวงแขนก็โอบรัดร่างที่กำลังสะท้านจนไม่อยากปล่อย “ไม่ ไม่มีทาง นายคือรักเดียว นายไม่ใช่อนุชาย แต่นายคือภรรยาคนแรกและคนเดียวของฉัน”

ทั้งคู่กลับมาสบตากันอีกครั้ง แสงสุดท้ายก็ใกล้จะลับขอบฟ้าเงามืดภายในบ้าน Loft Love  จึงครบถ้วนในเวลานั้น

“ฉันแก่แล้วนะนายยังจะรักฉันอีกเหรอ——>แล้วฉันไม่แก่รึไง นายจะรักฉันไหมละ——>อีกไม่กี่ปีหัวฉันก็จะล้าน——>แล้วหัวฉันไม่ล้านรึไง——>อีกไม่กี่ปีฉันก็จะลงพุงนายยังจะรักฉันไหวเหรอ——>ฉันก็จะลงพุงไปพร้อมๆ กับนาย——>อีกไม่กี่ปีผิวหนังของฉันก็จะเหี่ยวย่น——>แล้วผิวฉันไม่เหี่ยวรึไง ทำไมนายถึงเรื่องมากอย่างนี้นะอนุชาย——>เพราะ….เพราะฉันเป็นแค่เมียน้อย เป็นแค่อนุชาย นายทิ้งฉันเมื่อไรก็ได้….และนายก็ไม่ผิดด้วย——>อนุชาย (ดร.ชานนท์จ้องตาอนุชัยอยู่นาน) นายเข้าใจผิดแล้วละ——>ฉันเข้าใจผิด——>ใช่! นายเข้าใจผิดอย่างแรงเลยละ….นายคือพ่อของลูกชายฉันเพราะฉะนั้นนายลืมเรื่องนี้ไปได้เลย”

………รัตติกาล เนินนาน กระจ่างฟ้า………

………ห้วงเวหา เหินหาว ราวสวรรค์………

………ฉันถอดเสื้อ นายถอดผ้า พัลวัน……….

………อกของฉัน แทบไหม้ เพราะไฟทรวง………

……….รสสวาท วาบหวาม ยามรักเก่า………

………โลกของเรา วันของเรา หวนมาถึง……..

………รักสุดรัก หวงสุดหวง ห้วงคะนึง……..

………นายทึ้งดึง ฉันทิ้งร่าง กระชากกาย………

………ฉันจะจูบ นายก่อนหลับ จวบจนเช้า………

………ฉันจะเฝ้า รอนายตื่น ฟื้นจากฝัน………

………ภาวนา ขอเห็นหน้า วันต่อวัน………

………มุ่งหมายมั่น เพียงแสงเช้า ที่เฝ้ารอ………

….ตี 5 กับ 15 นาที

อนุชัยยกเก้าอี้ผ้านุ่มๆ มานั่งจับมือดร.ชานนท์ที่กำลังหลับลึกด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย ฝ่ามืออุ่นๆ กับสัญญาณชีพจรเต้นตุบๆ ทำให้ใจชื่นอยู่บ้าง กระนั้นคำภาวนามากมายก็ยังถูกส่งไปยังวงหน้าที่ไม่มีวันเบื่ออยู่ดี….

“ได้โปรดเถอะชานนท์ นายต้องตื่นมาเพื่อฉัน นายต้องตื่นมาเพื่อเรา นายต้องตื่นมาเพื่อลูก เพื่ออาตี้ลูกชายของเรา ชานนท์ ได้โปรดเถอะ ตื่นเถอะที่รัก ตื่นขึ้นมาคุยกับฉัน ตื่นขึ้นมากินอาหารเช้ากับฉัน” อนุชัยเงยหน้ามองผ่านกลีบผ้าม่านทางทิศตะวันออกที่ปิดไม่สนิท “ท้องฟ้ากำลังเรืองรองแล้วที่รัก แต่ละเฉดสี แต่ละเวลามีความหมายมากมาย ให้ความงามคนละแบบ นายต้องตื่นมาเห็นเอง ชานนท์ นายต้องตื่นขึ้นมาสัมผัสกับมัน มองมันด้วยตาของนายเอง นายถึงจะรู้ว่าสวยงามเพียงใด ชานนท์ คุณ คุณ ได้โปรดตื่นเถอะที่รัก ตื่นได้แล้ว ฉันรอนายอยู่ ฉันจะรอนายทุกๆ เช้าที่รัก ได้โปรด ชานนท์ ชานนท์” เมื่อสัญญาณชีพของคนกำลังหลับลึกค่อยๆ อ่อนลงเรื่อยๆ มือของเขาก็เริ่มสั่นดวงตาเบิกโพลงใบหน้าซีดฟุบสะอื้นกับแผ่นอกจนน้ำตาชื้นๆ ซึมสู่ผิว….ดร.ชานนท์จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเผชิญ

“นุ นุ นาย นาย”

“ขอบคุณ ขอบคุณชานนท์ ขอบคุณมากๆ ที่ตื่นมาเพื่อฉัน ขอบคุณ ขอบคุณ” อนุชัยพร่ำไม่หยุดกระทั้งชานนนท์ดึงลงนอนที่เดิม

“นายจะนั่งมองฉันทำไม ฉันอยากตื่นขณะที่นายอยู่ในอ้อมกอดฉันแบบนี้ทุกๆ เช้ามากกว่า….แต่เอ้!….ฉันจำได้เมื่อคืนเราไม่ได้นุ่งอะไรนี้หนา ทำไมตอนนี้นายกับฉันถึงได้….”

“ไอ้คนลามก”

“ไม่เอา….ถอดออกเลยนุ่งทำไมเกะกะจะตาย”

“คุณ ไอ้คุณหยุดนะ….ฉัน ฉันต้องลงไปทำอาหารเช้า”

“ไม่ต้อง น้าสมใจเตรียมให้เราทั้งคู่แล้วละ นายไม่ต้องมาเลี่ยงฉันให้ยากเลย”

“โอ้ย!….ชานนท์”

“นายเจ็บเหรอ” ดร.ชานนท์กระซิบข้างหู

“15 ปี ฉันไม่เคยมีอะไรกับใครเลย เบาๆหน่อย”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ฉันได้นายเป็นครั้งแรกเลยว่าไหม”

“โอย! คุณ ไอ้คุณ ไอ้เหี้ยคุณ”

“ดีขึ้นยัง….ฉันจะนุ่มนวลที่สุด เป็นไงอุ่นไหม อนุชาย อนุชาย ฉัน ฉันมีความสุขเหลือเกิน…”

“อ้า….ชานนท์….”

“ฉันรักนายที่สุด…..”

“ฉันรักนายชานนท์….นาย นาย มาช้า…..”

“นายต้องได้อยู่ข้างบนซินะ” แล้วชานนท์ก็พลิกตัว-ดันร่างอนุชัยให้อยู่ข้างบน “เอาเลยที่รัก เอาให้สมกับ 15 ปีที่นายรอ….ฉันพร้อมแล้ว นุ อนุชัย อนุชาย”

“นาย  นาย กำลังทำให้ฉันเป็นบ้า ชานนท์”

“เรียกฉันว่าที่รักเร็วเข้า….เด็กโง่เอ้ย เร็วเข้า”

“ฉันเป็นพี่นายนะ….”

“ที่รัก นายสุดยอด นาย นาย”

“ที่รัก ที่รัก ชานนท์ ชานนท์ ฉันรักนาย ฉันรักนาย ฉันรักนาย”

จบ อนุชาย2 บทที่13 นายมาช้า

อนุชาย2 บทที่12

อนุชาย2 บทที่12อนุชาย2 บทที่12 นายคนเดียว

อนุชาย2 บทที่12 นายคนเดียว

เย็นวันเดียวกัน…ดร.ชานนท์ สายสกุล ก็พา เดียรเนียล สแปนเลย์ ไปรับทานอาหารนอกบ้านกึ่งเป็นการเลี้ยงส่งเพราะวันพรุ่งนี้เขาต้องบินกลับอเมริกา ดร.ชานนท์จงใจจองห้องหมายเลข 28 ในสวนอาหารสะบันงา แต่วันนั้นปกรณ์ถูกให้เข้าไปช่วยงานในครัว เด็กสาววัย 23 ปีหน้าตาสะอาดจึงมาเป็นบริกรแทน กระนั้นกล้องวงจรปิดภายในห้องผู้จัดการก็ยังทำให้สาวๆ รวมทั้งเจ้ดวงที่นั่งรวมอยู่ด้วยถึงกับทำงานไม่เป็นสุข

“ต๊ายๆ….มีตักอาหารให้กันด้วย เจ้ขาเจ้!…มันไม่ใช่แล้วนะแบบเนี้ย” พนักงานสาวร่างท้วมผิวคล้ำเกือบจะเป็นสีเทาเอ่ยขึ้น ขณะที่สายตาของเธอยังจ้องไปที่โทรทัศน์วงจรปิดไม่กระพริบ “แต่ฝรั่งดูหล่อมากๆ เลยว่าไหม ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“หุบปากไปเลย ถึงจะหล่ออย่างไร เขาก็ยังเป็นตัวร้ายสำหรับฉันอยู่ดี…ทำไมไม่เป็นอนุชัยนะ….”

“ดูท่าทางพวกเขาสวิทกันมากๆ หนูทนดูไม่ได้แล้วละเจ้” พนักงานร่างท้วมผิวคล้ำคนเดิมพูดขึ้นอีก จนเจ้ดวงที่กำลังจมอยู่กับกองเอกสารต้องเงยหน้าหันไปดูมั่ง เธอจ้องภาพในจอโทรทัศน์แบบคนครุ่นคิดสักครู่

“หวานไปตามปกรณ์มาพบฉันหน่อย….”

“ได้ค่ะเจ้….” เมื่อหวานเดินเร็วๆ หายออกจากห้องไปสักครู่ ปกรณ์ก็ตามมาห่างๆ ด้วยชุดพ่อครัวเต็มสูบ เจ้ดวงเห็นเข้าคว้าแขนกึ่งลากไปจบหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังโชว์สวิทหวานของชายคู่

“เรียกผมมาเพื่อจะให้ดูพวกเขาสวิทกันนี้นะ…” ปกรณ์พูดอย่างคนไม่ทันสังเกต

“เธอก็ดูดีๆ ก่อนซิ!….นั้นนะคุณชายบ้านสายสกุลนะ” เจ้ดวงบอก ปกรณ์จึงได้แหวก 2 สาวที่ยืนขวางให้พ้นทาง

“นี่ๆ….คุณชานนท์จริงๆ เหรอ….แล้วฝรั่งคนนั้นละเป็นใครกัน…” เขาถามขึ้นลอยๆ จนเจ้ดวงต้องยื่นแก้มเกือบชนแก้มตอบเสียงแผ่วๆ

“ใช่!…ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าฝรั่งหล่อคนนั้นเป็นแฟนใหม่ของคุณชานนท์หรือเปล่า…น้องฉันกำลังจะมีลุ้นรีเทิร์นอยู่แล้วเชียว….เธอช่วย….” เจ้ดวงพูดไม่ทันจบ

“อย่าบอกนะ…..”

“เออเธอนั่นแหละ เปลี่ยนชุดชั่วครู่แล้วไปสืบให้ฉันหน่อย นะ นะ นะ”

“เด่นดวง” ปกรณ์หลุดอุทานจน 2 สาวที่ก้มหน้าอยู่กับคอมพิวเตอร์อดขำไม่ได้

“เออน่า….ถ้าฝรั่งคนนั้นเป็นแฟนชานนท์จริงๆ ฉันจะได้หาทางช่วยน้องฉันไม่ต้องเจ็บปวดมากกว่าที่เป็นอยู่…นะ นะ ช่วยฉันที” เจ้ดวงดันแผ่นหลังปกรณ์เข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด ถึงปกรณ์จะต่อต้านแต่ในหัวก็แอบเห็นด้วยอยู่ไม่น้อย เมื่อปุ้มสาวบริกรวัย 23 ถูกเรียกตัวกลับ ปกรณ์จึงเข้าไปทำหน้าที่แทน

แสงไฟสีส้มภายในห้องกระจกสว่างไสว

จนเห็นเงาของแมลงหวี่ชัดเจน กระนั้นเปลวเทียนสีชมพูที่ขยับวิบๆ วับๆ กลางวงล้อมดอกกุหลาบสีแดงก็ยังถูกนำมาเสริมบรรยากาศให้น่าอภิรมย์มากขึ้น ทันทีที่ประตูอลูมิเนียมถูกผลักเข้าสู่ภายในพร้อมกับอาหารชุดใหม่โดยบริกรหนุ่มผิวขาวรูปร่างสูงโปร่งราวกับพระเอกเกาหลีก็ทำให้ทั้ง เดียรเนียล สแปลนเลย์ และชานนท์ถึงกับชะงักค้างไปตามๆ กัน ทั้งคู่จ้องไปที่ปกรณ์มากกว่าอาหารที่ถูกนำเข้ามา กระทั้งทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เดียรเนียล สแปนเลย์ จึงให้ความสนใจกับอาหารแปลกตาขณะที่อีกคนจ้องป้ายชื่อที่ติดระดับอกไม่กระพริบ

“นายชื่อปกรณ์เหรอ” เสียงดร.ชานนท์ดังขึ้นห่างๆ แต่ก็ทำเอา เดียรเนียล สแปนเลย์ ที่ตักอาหารชุดใหม่กำลังส่งต่อให้ดร.ชานนท์ต้องชะงักตามไปด้วย

“ครับคุณชาย” ปกรณ์ตอบพลางก้มหัวให้นิดๆ

ดร.ชานนท์เก็บความสงสัยสำรวจเขาไม่หยุด กระทั้งเสียง เดียรเนียล สแปนเลย์ ดังขึ้น

“ปกรณ์…เอ๋! เป็น ชื่อ เดียวกับ แม่อนุชาย บอกเมื่อเช้า ที่ มวก เหล็ก เลย…ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ดร.ชานนท์จ้องใบหน้าหล่อๆ อยู่นานจึงได้โอกาส “ใช่นายใช่ไหม ที่ไปกับเขา”

“ครับคุณชาย” ปกรณ์ยอมรับง่ายๆ อีกรอบราวกับตั้งรับสถานการณ์มาแล้ว….เขาทิ้งหางตาแบบคนมีคำถามไปยังแผ่นหลังของ เดียรเนียล สแปนเลย์ ปากก็อยากถามว่าฝรั่งผู้นี้เป็นใครแต่บรรยากาศก็ยังไม่เอื้ออำนวย

“ฉันอยากคุยกับนายหน่อย” และเสียงทุ้มๆ ของดร.ชานนท์ก็เปิดทาง ปกรณ์ชายตาไปยัง เดียรเนียล สแปนเลย์ แบบจงใจจะให้ดร.ชานนท์รู้ว่ายังมีอีกคนอยู่ด้วย

“…เรื่องฉันกับแฟน…เพื่อนอย่างเขารู้หมดทุกอย่าง….นายไม่ต้องเป็นกังวลหรอก”

“ใช่ๆ….อนุชายแฟนเขา….แต่ I เป็น แค่ พืนนนน ….” เดียรเนียลตามขึ้นติดๆ ซึ่งทำให้ปกรณ์เริ่มผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด

“เ พื่ อ น….หรือเปล่าครับ” และเขารีบทวนย้ำแบบคนคาดคะเน

“โอ้! Yes….Thank you… เพื่อ เพื่อน เพื่อน I เป็น เพื่อน ชานนท์ เราไม่เคยมี ความ ลับ ต่อ กาน” เดียรเนียล สแปนเลย์ พูดไม่ทันจบ ดร.ชานนท์ก็สวนขึ้นเร็วๆ

“นายกับอนุชัย….เป็นอะไรกัน” น้ำเสียงเครียดถูกกดต่ำจมดิน ทำให้ปกรณ์ต้องประเมินสถานการณ์อยู่หลายนาที

“ผมกับอนุชัยจะเป็นอะไรกันไม่สำคัญหรอกครับ สำคัญอยู่ที่อนุชัย…เขารักคุณชาย ต้องการอยู่กับคุณชายต่างหาก”

“นาย นาย เป็นใครกันแน่ปกรณ์….ทำไมฉันถึงคุ้นชื่อนี้กับใบหน้าของนายชอบกล”

ปกรณ์ก้าวเข้าไปหาดร.ชานนท์อีกก้าวพร้อมๆ กับก้มต่ำข้างตัวเขา “ผมเป็นใครไม่สำคัญอีกเช่นเคย….” เขาเว้นจังหวะเพื่อดึงความสนใจ “อนุชัยกำลังเข้าใจคุณชายผิดอย่างแรง” และชายตาไปยัง เดียรเนียล สแปนเลย์ ราวจะบอกใบ้….. “รีบไปปรับความเข้าใจกับเขาซะ…ก่อนจะสายเกินไป”

“นี่ นี่ นาย…..”

“แต่ถ้าหากคุณชายไม่ได้รักอนุชัยแล้ว…ได้โปรดส่งกลับคืน…ผมจะดูแลเขาเอง….” ปกรณ์ใช้แววตาแข็งๆ กดดันดร.ชานนท์จนอยู่หมัด…. “ผมพูดจริงๆ เพราะผมเองก็รักเขาไม่น้อยไปกว่าคุณชายเช่นกัน”

“นา นาย นาย….”

“ขอให้มีความสุขกับมื้อค่ำนะครับ ต้องการอะไรเพิ่มกรุณากดกริ่งเรียกได้ตลอดเวลา ขอบคุณมากๆ ครับ” พูดจบปกรณ์ก็ผลักประตูออกไป ทิ้งให้อีกคนถึงกับอึ้งจ้องตามแผ่นหลังไม่กระพริบ

“คุยอะไรกาน…You ต้องลองกินนี้ชานนท์ แสบ มากๆ”

“แซบ!….เดียรเนียล ออกเสียงว่า แซบ” เขาบอกเพื่อนขณะที่อารมณ์กลับจมไปกับคำพูดของปกรณ์เมื่อครู่ (นี่นายเป็นอะไรกับเขากันแน่…หรือว่านายรักเขามากซะจนยอมเสียสละให้ฉันได้….ปกรณ์…ปกรณ์ นาย นาย)

“Oh! my God แสบ – แซท – แซบ – แซบ มากๆ Ha ha Ha…. ฉาน ต้อง รีบ กลับ อเมริกา แล้วละ ก่อน สงครามโลก ครั้ง ที่ 3 จะ เกิด ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ปกรณ์ปล่อยให้พวกเขาจบอาหารค่ำแบบเงียบๆ เพียงแค่รู้ว่าหนุ่มฝรั่งหน้าหล่อเป็นแค่เพื่อนดร.ชานนท์ สิ่งที่ประเมินไว้ตั้งแต่แรกก็ไม่น่าจะผิด….เขาอมยิ้มขณะเดินกลับเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดจนกระทั้ง 3 สาวออกมาดักทางเอาไว้

“ตกลงเขาเป็นอะไรกัน” เจ้ดวงใช้ระดับเสียงกระซิบขณะที่ปกรณ์ยังผูกผ้ากันเปื้อนไม่เรียบร้อยเธอจึงช่วยเขาสายตาก็วิงวอนไม่หยุดไม่หย่อน…ปกรณ์ยิ้มลอยๆพร้อมกับแหวกทางพวเธอเดินห่างออกไป “ปกรณ์ ตัวเองนี้นะ….” เจ้ดวงหลุดเสียงดัง ทำเอาสาวๆ ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก….

“เค้าเป็นแค่เพื่อนกันไม่มีอะไรหรอกตัวเอง” และปกรณ์ก็หันมาบอกพร้อมกับยิ้มหวานๆ ให้จนเจ้ดวงไปต่อไม่เป็น ฮ่า ฮ่า ฮ่า

“เจ้ ขา เจ้ ห้องทำงานอยู่ทางนี้….และบิลห้องหมายเลข 28 ก็มาแล้วด้วย”

“ลดพิเศษ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะพวกเขาทำให้เจ้มีความหวังขึ้นมาบ้างแล้วละ”

“ฮิ ฮิ ฮิ ใช่ๆ….พวกหนูก็มีความหวังขึ้นมาเหมือนกัน เพื่อนคุณชายหล่อมากๆ สเปค!หนูเลย…”

“สเปค! ฉันต่างหาก….เจ้ขาหนูไปเอง….ทิปฉันยกให้แกแต่พ่อหนุ่มฝรั่งหน้าหล่อฉันขอ…ฮิ ฮิ ฮิ”

“ฝรั่งพวกแกเอาไปเลย แต่อย่ายุ่งกับน้องเขยเจ้เป็นอันขาด”

line1 for timmy

เดียรเนียล สแปนเลย์

เตรียมกระเป๋าเดินทางกลับอเมริกาตั้งแต่ยังไม่เข้านอน กระทั้งเช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ดร.ชานนท์ขยับตัวให้เห็นเขาก็ออกเดินทาง

“N.Tower on Sukhumvit road,” เขาบอกกับคนขับรถแท็กซี่ขณะที่เวลายังไม่ 7 โมงเช้าด้วยซ้ำ

“เอ่อ…ขอโทษครับคุณพูดภาษาไทยได้ไหม” คนขับแท็กซี่ถามกลับในลมหายใจเดียวกัน

“ครับ นิดโน้ย!….”

“ไม่ทราบว่าซอยที่เท่าไรพอจะรู้ไหมครับ” คนขับแท๊กซีถามขึ้นอีก

“Oh! Sorry” เดียรเนียล สแปนเลย์ ค้นหากระดาษโน้ตในกระเป๋าเสื้อ “เอ่อ…Soy 60 คราบ”

“OK. Thank you…Ha Ha Ha Ha ขอบคุณครับ…ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

(18th Floor…. God… I want to meet him please….) เดียรเนียล สแปนเลย์ ภาวนาอยู่ภายในรถ เมื่อ 1 ชั่วโมงกับไม่กี่นาทีบนถนน แท็กซี่ก็วนเข้าไปจอดส่งหน้าตึกสูง เดียรเนียล สแปนเลย์ จ่ายเงินเสร็จก็ตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่อยู่ภายในโถงเพดานสูงชั้น 1 โอ่อ่าราวกับโรงแรม 5 ดาว  ขณะเวลาบอกเลย 8 โมงเช้ามาไม่กี่นาที เขายุ่งอยู่กับประชาสัมพันธ์สาว 2 คนอยู่พักใหญ่

“I ต้อง การ ขึ้น ไป ชั้น 18 นา ครับ”

“กรุณาแจ้งก่อนนะคะว่าจะขึ้นไปพบใคร….”

“ผม จะ ขึ้น ไป พบ อนุชาย…Oh! no no….อนุชะ ชะ ชัย ครับ” เขาพยายามออกเสียงให้ชัดเจนสุดกำลัง

“ขอทราบชื่อบริษัทกับตำแหน่งด้วยคะ”

“Oh! ….Sorry I Don’t Know” เดียรเนียลบอกเป็นภาษาอังกฤษรัวๆ เร็วๆ

“Please wait there, I will contact you first”

“OK OK….” เดียรเนียล สแปนเลย์ ตอบรับอย่างคนหัวเสียและขณะที่กำลังจะหมุนตัวไปยังมุมรับแขกที่อยู่ไกลอีกฝั่ง เสียงสาวๆ ก็ดังขึ้น

“นั้นไงๆ….คุณคะ Youๆ…..คุณอนุชัยคะ” เสียงใสๆ เรียกอนุชัยที่หอบเอกสารกำลังเลี้ยวตรงไปยังลิฟต์พร้อมกับเรียก เดียรเนียล สแปนเลย์ ในเวลาเดียวกัน จนเป็นเหตุให้คนทั้งคู่หันมาเผชิญหน้ากันแบบต่างคนต่างตกใจคนละมุม

“Oh! Thanks my God….Nu,…. I have Something for tell you” เดียรเนียล สแปนเลย์ พูดภาษาอังกฤษรัวๆ จนอนุชัยตั้งหลักไม่ทัน เขาจึงพูดเป็นภาษาไทยตามอีก “นุ…ฉันมีเรื่อง จา บอก คุณ….” เมื่ออนุชัยไม่ตอบกลับ…. “Please…Nu ให้โอกาส ฉาน  ได้ อธิบาย ด้วย Please”

นายคนเดียว

อนุชัยยกนาฬิกาข้อมือเช็คเวลานิดๆ ก่อนใบหน้าหมองๆ จะพยักหน้าให้เห็น “เชิญที่ร้านกาแฟด้านบนดีกว่าครับ” เขาพูดห้วนๆ แบบคนระมัดระวังตัว เมื่อนำทางเดียรเนียล สแปนเลย์ ขึ้นไปร้านกาแฟบนชั้น 17 พร้อมกับสั่งกาแฟร้อน 2 ที่เรียบร้อยแล้วจึงนำไปยังมุมกระจกที่เห็นภาพวิวของกรุงเทพฯ ในมุมสูงกว่า 270 องศา อนุชัยจิ! ปากแบบคนไม่สบายใจก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ

“มีอะไรกับผมรึเปล่าครับ…คุณเดียรเนียล….และรู้ได้อย่างไรว่าผมทำงานที่นี้” อนุชัยเว้นจังหวะพูดกับเขา 2 ครั้ง

“I มี เรื่อง สำคัญ มากๆ จา บอก You” เดียรเนียล สแปนเลย์ จ้องลึกเข้าไปดวงตาของอนุชัยราวกับนินจาต้องการสะกดจิต “สำคัญ มากๆ เกี่ยว กับ ชานนท์” และพูดต่อจนทำให้อนุชัยสะดุ้ง กระนั้นก็ยังสงวนท่าทีจนกาแฟร้อนเข้ามาเสริฟจึงใช้ช้อนสแตนเลสคนในถ้วยสีดำแบบว่างเปล่าพร้อมกับยกมันขึ้นมาจิบเพื่อบรรเทาอาการมืดๆ มัวๆ….สักครู่เดียรเนียลก็พูดขึ้นมาอีก “Nu ตอน ที่ I  เรียน ปริญญาเอก  I  ขอให้ ชานนท์ ช่วย เป็น อาสา ให้ กับ ฉาน….” เดียรเนียลเล่ายาวจนกระทั้ง “….I ตรวจ เจอก้อน เนื้อ ในสมอง ของเขา” พอประโยคนี้หลุดออกมาจากปาก…อนุชัยถึงกับตาเบิกค้าง ถ้วยกาแฟในมือสั่นระริกพลางจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าไม่กระพริบ

“คุณ คุณหมายความว่า…”

เดียรเนี่ยว สแปนเลย์ พยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น พร้อมกับตั้งหน้าตั้งตาอธิบายต่อยาวๆ อนุชัยกำมือขึ้นปิดปากพร้อมกับเสยผมอย่างคนวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา

“คุณเป็นหมอและยังเป็น แฟน กับเขา ทำไมถึงเอาเรื่องนี้มาบอกผม เดียรเนียล คุณเป็น แฟน เขานะ คุณต้องบอกเขาซิ! ต้องรักษาเขาให้หายด้วย….” อนุชัยคล้ายจะโวยวายใส่กลายๆ จนพนักงานหลายคนอดเหลือบมองพวกเขาไม่ได้

“Nu….You คน เดียว….You คน เดียว ที่ จะ หยุด เนื้อร้าย ก้อน นี้ ได้ ไม่ ใช่ I”

“คุณหมายความว่าอย่างไร นี่คุณเป็น แฟน เขาภาษาอะไรวะ!” อนุชัยหัวเสียจนเกือบๆ ร้องไห้ออกมา

“ฟัง ฉาน ให้ ดีๆ นะ Nu….เพราะ ฉาน ไม่ อยาก ให้ สง คราม โลก ครั้ง ที่ 3 เกิด….” เดียรเนียล สแปนเลย์ หยุดประเมินฝ่ายตรงข้าม “ฉาน เป็น แฟน –No- แฟ –เฟ-เฟรน-Friend-Friend….เป็น Friend Chanoon ม่าย ช่าย Boy Friend….I ม่ายใช่ คนรัก….เออ ไม่ใช่คน ที่ นอน บน เตียง เดียว กับเขา You เข้าใจ ไหม”

อนุชัยผวาโน้มเข้าไปกระซิบถามใกล้ๆ อีกรอบ…. “นี่ นี่ อย่างบอกนะว่าคุณ…คุณ….”

“Sorry…I ออก เสียง เพี้ยน จน You เข้า ใจ ผิด…I เป็น พืน- เพื่อ-เพื่อน เพื่อน….Yess! เพื่อนรัก กับ ชานนท์มา ตั้ง แต่ เรียน High school ที่ ซานฟานซิสโก….” เดียรเนียลพูดช้าๆ ทีละคำ อนุชัยถึงกับทิ้งแผ่นหลังไปกับพนักพิงโซฟาแบบคนหมดแรง “และ สมัย เรียน มหาวิทยาลัย ที่ บิติสโคลัมเบีย เรา เป็น Roommate กานวัฒนธรรม รูมเมท ของ ที่นั้น ก็ บังคับ ต้อง แลก ชื่อ กานใช้….ด้วยเหตุนี้ E-mail ฉาน จึง ใช้ เป็น ชื่อเขา และชานนท์ ก็ใช้ ชื่อ ของ ฉาน ด้วย… You เข้าใจ ไหม นุ You understanding” เดียรเนียลพูดยาว จนภาษาไทยเริ่มเข้าที่เข้าทาง กระนั้นอนุชัยก็ยังจมอยู่กับสีดำไปหลายนาที…เขายกตัวเองขึ้นมาพลางดึงมือ เดียรเนียล สแปนเลย์ มากุมสั่น ใบหน้าหวาดวิตกฉายซ่านให้หมอหนุ่มจากอเมริกาเห็น

“ฉัน….”

“15 ปี ชานนท์ Waiting for You คนเดียว….He love you ถึง ขนาด จงใจ มีลูก กับ You และ him ก็ทำสำเร็จ นุ…You ต้อง ย้าย ไปอยู่กับ เขา 15 ปี นาน เกิน ไปแล้ว”

“ฉันจะทำอย่างไร….ฉันจะช่วยเขาได้อย่างไร เดียรเนียล นายต้องบอกฉัน”….และอนุชัยก็ยกฝ่ามือปิดหน้า กระนั้นน้ำตาก็ยังเล็ดลอดง่ามมือออกมา เดียรเนียล สแปนเลย์ ขยับเข้าไปตบไหล่ปลอบพร้อมกับวางฝ่ามืออุ่นๆ หนาๆ ไว้ตรงนั้น

“ความสุข หรือ Happiness จะ ทำ ให้ เนื้อร้าย ก้อนนี้ ค่อยๆ ยุบ หาย ไปเอง…แต่ ระยะ แรก ฉาน อยาก ให้ You ช่วยปลุกเขา ตื่น ทุกๆ เช้า…” เดียรเนียลเว้นจังหวะแบบคนหนักใจ “…..และ หาก เขา ไม่ตื่น เขา ก็ จะ ไม่ ตื่น ตลอดไป”

“หา!….นาย นาย หมายความว่า….”

เดียรเนียล สแปนเลย์ พยักหน้ายืนยันอีกรอบ….

“นายคนเดียว ที่จะสร้าง ความสุข ให้ กับ ชานนท์  Nu….นายคนเดียว ฉาน มองไม่เห็นใคร เลยจริงๆ…ได้โปรด ช่วยเขา ด้วยเถอะ Please”

“ฉัน เดียรเนียล ฉัน ฉัน….ไม่มั่นใจ…” อนุชัยหวาดวิตกสุดๆ

“แต่ ฉาน เชื่อว่า You ทำได้….You ช่วยเขาได้…เพราะ You รักเขา เพียง แค่ รัก เขา ก็ ไม่ มี อา รัย ต้อง เป็นกังวล…” พูดจบเดียรเนียลก็ตบไหล่อนุชัย 3 ที “ I ต้อง กลับ อเมริกา เย็นนี้ แล้ว….ฉาน อยาก ให้ You ย้าย ไป อยู่ กับเขา คืนนี้ เลย…จา ได้ ไหม”

“ทำไมเพิ่งจะมาบอกฉัน…ทำไมนายถึงใจร้ายเพียงนี้ เดียรเนียล ทำไมนาย นายปล่อยให้ฉันเป็นบ้าอยู่ได้ตั้งหลายวัน…และเกือบจะฆ่าตัวตายไปแล้วด้วย”

“ฉาน ขอโทษ….ฉาน ไม่รู้จะบอก ด้วยวิธีไหน กระทั้ง เมื่อ วาน ฉานกับชานนท์ไป อำเภอมวกเหล็ก แม่ You ถึงบอก I ว่า You มี ประชุม ที่ นี่ ฉาน เลย รีบ มา พบ ก่อนที่ I จะกลับ….ดูแลเขาด้วยนะ Nu ฝาก ชานนท์ด้วย…เขา คือ พืน-เพือ-เพื่อนรัก คน เดียว ของ I… You เข้าใจ I แล้วนะ….” เมื่ออนุชัยคล้ายคนยังไม่พร้อม เดียรเนียล สแปนเลย์ ก็จับมือเขาพร้อมกับยัดนามบัตรส่วนตัวให้ “You ม่าย ต้อง กังวล อารัย ทั้งนั้น มี อารัย โทรหาฉาน…”

อนุชัยจ้องนามบัตรของเดียรเนียลอยู่นาน นานกระทั้งเดียรเนียลดึงเข้ามากอดเขย่าแบบต้องการกระตุ้น “ความรัก เท่านั้น จะ บำบัด เขา และ You คนเดียว จะ ทำ ให้ ชานนท์ ดีขึ้น I รับรอง”

“ทำไมนายเพิ่งจะบอกฉันเดียรเนียล ทำไมนายถึงเพิ่งจะมาบอกฉัน”

“ขนาด ฉาน พูดกับ You ไม่กี่คำ You ยัง เข้า ใจ ฉาน ผิด มาก ขนาด นี้ ถ้าวันนั้น I บอกเรื่องนี้ มีหวัง สงคราม โลกเกิด แน่ๆ Ha Ha Ha”

“นั้นนะซิ….” อนุชัยยังนิ่งเครียดๆ ต่อหน้า…..

“You จะเครียดแบบนี้ไม่ได้นะ Nu You ต้อง ทำให้เขา Happy ให้ เขา หัวเราะ ปลุก เขา ตื่นตอนเช้า…ฉานคิด ว่า น่า จะ ดี ขึ้น I เอาใจช่วย และจา  ภาวนา ขอ ให้พวก You ผ่าน เรื่องนี้ ไปด้วยกัน ให้ได้”

“ขอบคุณเดียรเนียล ขอบคุณที่มาอธิบายทุกอย่างให้ฉันกระจ่าง….ขอบคุณจริงๆ”

“A heart with love makes happiness เชื่อฉันนะ Timmy”

line1 for timmy

ที่บ้านตระกูลเชาว์

อนุชาญ เชาว์ นั่งอ่านหนังสือจากศาล เป็นหนังสือที่รับรองจากผู้จัดการมรดกอ้างถึงทายาทลำดับที่ 4 มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์พร้อมแนบเอกสารผลตรวจ DNA. มายืนยันด้วย…..

“….ทั้งนี้ผลดังกล่าวจะถูกบังคับใช้และจัดการแบ่งมรดกจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ดังที่ได้กล่าวไว้ในพินัยกรรมให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วันหรือ 3 เดือนนับจากวันที่ลงในหนังสือฉบับที่ท่านกำลังอ่านอยู่ขณะนี้….จึงขอแจ้งเรียนมาเพื่อทราบ….ทนายอำพล โรจน์ชัยนาม….” อนุชาญ ซี๊ด! ปากหน้าหมองคล้ำ กระดาษ 2 แผ่นในมือสั่นระริก…. “ตกลงไอ้เด็กเปรตที่เกิดจากน้ำเงี่ยนมันเป็นลูกใครกันแน่วะ!” เขาพึมพำพร้อมกับพลิกหนังสือแผ่นที่ 2 ขึ้นมาไล่อ่านทีละบรรทัด “นี่ นี่…ลึ!….ทำไมเฮียชาติ ทำไมลึ! ถึงได้จองเวรจองกรรมกับอั๊วนักหนา….เพราะลึ! คนเดียว เพราะเฮียคนเดียวที่สร้างเรื่องสร้างราวไม่หยุดไม่หย่อน…..” เขาลุกจากเก้าอี้ไม้สักข้างสระว่ายน้ำเดินเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับหยุดกำมือแน่นๆ หน้ารูปของ อนุชาติ เชาว์ พี่ชายคนโตด้วยท่าทีบอกไม่ถูก “เฮียอย่าหวังนะว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆ…เขาเป็นลูกชายลึ! ก็ดี อั๊ว! จะได้ทำงานสบายใจมากขึ้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า….” หลังเสียงหัวเราะเขย่าประสาทโทรศัพท์มือถือก็ถูกใช้งาน

“D E A T H 0 4 P K หามันให้เจอแล้วรอคอยให้ D E A T H 0 1 A C ออกมาซะก่อน”

(……………………………………………………..)

“ส่วน D E A T H 0 5 A N ยังมีเวลา…ทำแบบไหนก็ได้ให้ D E A T H 0 1 A C กลับเข้าไปในคุก-ตายในคุกได้ยิ่งดี”

(………………………………………………………)

“ 145 ที่เดิม…ห้ามพลาดอีกเด็ดขาด เข้าใจไหม” และเขาก็กดวางสาย… “ทำไมเฮียต้องบังคับอั๊ว! ให้ทำแบบนี้….ทำไมต้องทำให้กงสีบ้านตระกูลเชาว์แตกเป็นเสี่ยงๆ….สิ่งที่อากง อาม่าช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวมาไม่มีความหมายเลยรึอย่างไร เฮียชาติ เฮียชาติหมา….เฮียชาติสารเลว….ตายแล้วยังไม่ยอมตาย….ได้! ถ้าเฮียต้องการจะเห็นลูกหลานของเฮียย่อยยับก็อย่างเพิ่งรีบไปผุดไปเกิดก็แล้วกัน  อั๊ว! นี้แหละจะทำให้เฮียเห็นเอง….คอยดู….เฮียรอดูไปก็แล้วกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

จบ อนุชาย2 บทที่12 นายคนเดียว

อนุชาย2 บทที่8

อนุชาย2 บทที่8อนุชาย2 บทที่8 เดียรเนียล สแปนเลย์

อนุชาย2 บทที่8 เดียรเนียล สแปนเลย์

กลางเดือนกรกฎาคมที่เรือนจำบางขวาง…

ชายตัวสูงผิวขาวหล่อราวกับพระเอกเกาหลี สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีเทา ไว้ผมยาวประบ่า สวมแว่นดำมาขอเข้าเยี่ยมนักโทษชาย อนุชา เชาว์ เขาปฏิบัติตามขั้นตอนของเรือนจำอย่างคล่องแคล่วราวกับเคยมาที่นี้เป็นประจำ ซึ่งอันที่จริงมันก็เป็นเช่นนั้น ในเมื่อนอกคุกชายผู้นี้คล้ายจะไม่มีใครให้ถามหา เมื่อนักโทษชายอนุชา เดินผ่านห้องตรวจเข้ามานั่งต่อหน้ากระจกตรงตำแหน่งที่รออยู่ เสียงนิ้วเคาะกระจก 2 ทีจากข้างในก็ทำให้เขาถอดแว่นพร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู

“คุณเป็นไงบ้างครับ” เขากรอกน้ำเสียงเรียบๆ ยิ้มให้ก่อน อนุชา เฉยเมยเป่าลมออกจากปากให้เห็น

#นายไม่มีที่ไปรึไงปกรณ์ ถึงได้มาเยี่ยมฉันทุกอาทิตย์แบบเนี่ย…แล้วได้ไปเยี่ยมพี่หญิงแขไขบ้างหรือเปล่า เธอเป็นอย่างไรบ้าง#

“ท่านผู้หญิงแก่ลงไปเยอะเจ็บป่วยก็ไม่หนักหนาอะไร”

#จะว่าไปแล้วพี่หญิงแขไขถึงจะไม่ใช่แม่แต่ก็ใกล้เคียงคำว่าแม่ของนายมากที่สุดแล้ว ถ้าไปเยี่ยมคราวหน้าฝากบอกเธอด้วยว่าฉันคิดถึง#

“อื้อ!…ได้ครับ…อีกไม่กี่เดือนคุณก็จะพ้นโทษ ผมเลยมีหลายเรื่องที่ต้องถาม….” ปกรณ์นิ่งเหมือนคนกำลังคิด “….เอ่อ….”

#ว่าแต่นายเถอะตอนนี้อยู่ที่ไหน เงินมีใช้ไหม#

“เรื่องเงินไม่เท่าไรหรอก….แต่….เขานะซิ…คล้ายจะรุกผมหนักขึ้นทุกวัน” ปกรณ์บอกพลางแสดงสีหน้าไม่สบายใจให้เห็น

#นายหมายถึงเฮียชาญนั้นนะ#  อนุชาถามแต่ปกรณ์ชี๊ดปากเชิดหน้าไม่ตอบ

“ตอนนี้ผมก็ใช้วิธีหลบไปเรื่อยๆ ก็ได้ดอกเตอร์ชวนนท์กับคุณหญิงพวงพรช่วยแนะนำให้ไปทำงานในร้านอาหารแถวๆ เกษตร-นวมินทร์ เลยขอพักหลังร้านซะเลย”

#เขารุกนายหนักนั้นแสดงว่า….นาย#

“อันที่จริงผมไม่สนมรดก 10 เปอร์เซ็นต์ของบ้านตระกูลเชาว์หรอก…ผมเพียงแต่อยากจะชัดเจนกับชีวิตและเรื่องราวของตัวเองก็เท่านั้น…เรื่องนี้คุณหญิงพวงพรเธอก็ยื่นมือเข้ามาช่วย ผมจึงปฏิเสธท่านไม่ลง”

#หู-ตาเขายังกับสับปะรด ขนาดฉันเป็นน้องชายแท้ๆ เขายังไม่คิดจะเอาไว้เลย อันที่จริงฉันอยู่ในคุกแบบนี้ปลอดภัยกว่าอยู่ข้างนอกเป็นไหนๆ#

“เรื่องนี้แหละที่ผมตั้งใจจะมาคุยกับคุณ….คุณอาครับ….” ทั้งคู่นิ่งจ้องตากันผ่านกระจกเพราะประโยคสุดท้าย

#นี้แสดงว่า….#

“ครับผลตรวจ DNA. ออกมาแล้ว ผมควรจะเรียกคุณว่า คุณอาหรือว่า….ผม ผม แค่อยากมีญาติสักคน”

นัยน์ตาของอนุชาค่อยๆ ปรากฏผิวน้ำรื่นๆ ในที่สุดน้ำตาหยดแรกก็หล่นแหมะลงเคาน์เตอร์ปูนขัดมันสีเทาเข้ม…ขณะที่พฤติกรรมอย่างอื่นยังไม่ขยับ

“ผม ผมขอโทษที่ล่วงเกิน คุณจะให้ผมเตรียมอะไรก็เก็บไว้บอกคราวหน้าก็แล้วกัน” พูดจบปกรณ์ก็วางสายโทรศัพท์สวมแว่นหันหลังซ่อนความรู้สึกอับอายเดินออกจากห้องไปเร็วๆ ปล่อยให้ อนุชา เชาว์ นั่งถือโทรศัพท์ค้างอยู่ข้างในเพียงลำพัง

#นี้นายเป็นหลานในไส้ฉันจริงๆ หรือปกรณ์…ทำไมเฮียถึงได้ใจดำทำกับนายได้ถึงเพียงนี้ เฮีย…เฮียทำกับอั๊วคนเดียวไม่พอ นี้เฮียถึงขนาดทำกับลูกชายแท้ๆของเฮียอีกคนรึนี้…#

line1 for timmy

สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

ทันทีที่ไฟท์บิน XX-619 จากฮ่องกงถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ อนุชัยก็ไม่เสียเวลากลับห้องตัวเอง เขาสั่งแท็กซี่ตรงไปยังบ้าน Loft Love เป็นที่แรก นัยน์ตาฉ่ำๆ เป็นประกายระยิบระยับขณะที่ริมฝีปากแบะเผยรอยยิ้มบางๆ ไล่ไปตามถนนมอเตอร์เวย์และวงแหวนตะวันออก จนกระทั้งสายตาปะทะกับผนังบ้าน Loft Love ที่ซ่อนตัวอยู่กลางต้นแคนาที่กำลังแทงยอดใหม่ในระยะไกล ฝ่ามือกว้างๆ เห็นหลังมือกระดิกสั่นก็ยกขึ้นปิดปาก

: แสงใกล้บ่ายโมงสีขาวกำลังฉาบไล้ท์สีสัน 2 สิ่ง คือตัวบ้านทรงโมเดิล 2 ชั้นเรียบๆ ผนัง Loft สีปูนจมดำที่ขัดแย้งจากใบต้นแคนาที่เพิ่งจะแทงยอดอ่อนสีเขียวอมเหลือง มันจึงโดดเด่นแก่สายตาผู้คนได้จากระยะไกล ผนังรั้วโปร่งๆ ที่ประดิษฐ์ประกอบจากเหล็กแฟลตบาร์ขนาด 3 นิ้ว รูปตารางช่องเล็กๆ เป็นแนวยาวไปจบที่ประตูไม้ดิบทาสีดำสนิทกว้าง 5 เมตรก็ราวกับเป็นของดั่งเดิมที่ไม่เคยผ่านการทุบทำลายมาตั้งแต่แรก อนุชัยเกือบจะเผลอทำน้ำตาหยดรดเบาะหนังหากเสียงคนขับแท๊กซี่ไม่แทรกขึ้นมาซะก่อน

“ใช่บ้านปูนเปลือยหลังข้างหน้าหรือเปล่าครับ”

“ครับจอดที่หน้าประตูไม้สีดำนั้นละ….” เขาบอกพร้อมกับควักเงินในกระเป๋าจ่าย เมื่อกระเป๋าเดินทางถูกยกลงมาตั้งบนพื้นถนน เจ้าของก็ก้าวลงจากรถมายืนนิ่งๆ มองทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าราวกับหุ่นหิน เมื่อเวลาเดินเข้าสู่นาทีที่ 12 ขาก็ก้าวไปยังผนังรั้วอีกฝั่งที่เห็นป้ายหินแกรนิตสีน้ำตาลดำสลักด้วยกรดกัดลึกเป็นอักษรภาษาอังกฤษสไตล์โรมันว่า “Loft Love House” สีโอโรสในความทรงจำพร้อมกุหลาบขาว 2 ดอกพัวพันกันไปมาก็ยังเด่นชัดราวกับพิมพ์เดียวกัน อนุชัยค่อยๆเอื้อมมือจะลูบ แต่เสียงสั่นๆ ของ รปภ.วัยไม้ใกล้ฝั่งที่เปิดประตูเล็กโผล่หน้าออกมาก็ดักอารมณ์ไว้ซะก่อน

“ขอโทษนะครับ…”

เมื่ออนุชัยเงยหน้าหันไปจ้องตรงๆ….

“นาย นายน้อย นายน้อยใช่หรือเปล่าครับ” เขาเรียกชื่อนี้ซ้ำๆ ด้วยใบหน้าที่ตกตะลึงพรึงเพริด “นายน้อยใช่ไหมครับ”

อนุชัยพยักหน้าให้ “ลุงยังแข็งแรงนะครับ ไม่นึกว่าจะยังอยู่บ้านหลังนี้อีก”

“นายน้อยที่ผมอยู่ก็เพื่อจะรอนายน้อย รอเพื่อขอบคุณที่ช่วยเหลือ และอยู่เพื่อจะใช้หนี้ให้นายน้อยไปจนกว่าจะตายนั้นแหละ” รปภ. ที่เขาเคยให้เงินไปตั้งหลักก้อนโตพูดแบบคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สุดท้ายน้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งไปตามกาลเวลาก็ล้นออกมาให้เห็น “ผม ทิ้งนายน้อยไม่ได้ และผมก็เฝ้าที่นี้จนกระทั้งบ้าน Loft Love ถูกคุณชาย ดอกเตอร์ชานนท์สร้างขึ้นมาอีกครั้งและสร้างขึ้นมาจากภาพเก่าๆ ในหัวของเขา จนทุกวันนี้ผมยังคิดว่าบ้านที่ถูกทุบทิ้งชั่วข้ามคืนเป็นเพียงความฝันเท่านั้นเอง”

อนุชัยจ้องหน้า รปภ. วัยใกล้จะ 80 ปีด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย

“เชิญนายน้อยเข้าบ้านก่อน…ส่งกระเป๋ามาครับผมลากไปให้” รปภ.กดรีโหมดประตูรั้วให้กว้างขึ้น

“ตั้งไว้ข้างๆ ป้อมนั้นละเดี๋ยวผมกลับมา” อนุชัยบอก เขาก้าวต่อไปตามทางเดินทรายล้างสีเทาช้าๆ ขณะที่สายตายังไม่ลดละไปจากซุ้มเฉลียงสูงด้านหน้าที่มีไม้ระแนงดิบๆ มุงด้วยหลังคาโปร่งแสงสีชาเรียบๆ กระถางดินเผาสีธรรมชาติที่ห้อยแขวนเป็นสายใต้หลังคานั้นก็ยังปรากฏดอกไม้กระจิดริดหลากสีราวกับมันไม่เคยเหี่ยวเฉาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เขายืนเหม่อปล่อยอารมณ์และความรู้สึกผิดใต้ต้นแคนาจนกระทั้งแดดสีขาวไล้ท์อาบแผ่นหลังจนอุ่น ขาจึงได้ค่อยๆ ก้าวตรงไปยังบันไดช้าๆ และเมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนเฉลียงหน้าบ้านอย่างเต็มตัว ความรู้สึกในวันเก่าๆ ก็ถาโถมเข้าใส่

“ไอ้คุณ นี้นายจำรายละเอียดได้แม้กระทั้งเม็ดทรายล้างเลยรึนี้….” เขานั่งใช้ฝ่ามือลูบกับพื้นทรายล้างทีละเม็ดกระทั้งประตูอลูมิเนียมอบสีดำสูงกว่า 3 เมตรถูกเลื่อนเปิดจากด้านในโดยหญิงวัย 60 ต้นๆ

“เชิญด้านในคะนายน้อย” เธอใช้สรรพนามราวกับรู้จักเขาดี เมื่ออนุชัยลุกจ้องไปที่เธอแบบคนแปลกใจ “เอ่อ…ลุงเย็นเธอเล่าประวัติของบ้าน Loft Love ให้ฟังเกือบทุกวัน ดิฉันเลยคุ้นจะเรียกคุณด้วยสรรพนามตามเธอ….ขอโทษด้วยนะคะ”

อนุชัยส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่เป็นไรหรอกครับ”

“ดิฉันชื่อสมใจคะ…เป็น…..” เธอหยุดราวกับนึกถึงคำสั่งของใครคนหนึ่งขึ้นกะทันหัน “….เออ เป็นแม่บ้านคะ…เชิญนายน้อยเข้าบ้านก่อนคะ” เธอวาดมือนำเข้าไปด้านใน พออนุชัยก้าวผ่านประตูเข้าไปยืนบนพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้แผ่นใหญ่สีขุ่นๆ สายตาที่ไล่ไปรอบๆ โถงรวมสูงๆ ก็ต้องตกตลึงค้างอีกวาระเมื่อชุดรับแขกชุดนั่งเล่นเป็นชุดเดิมสีเดิม โต๊ะทำงานกับเคาน์เตอร์ครัวฝรั่งที่เห็นอยู่ลึกเข้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ก็ยังเป็นตัวเดิม หินแผ่นเดิม มีเพียงเปียโนสีดำที่ตั้งระหว่างโถงรับแขกกับโซนทำงานเท่านั้นที่แสดงตัวตนของสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด

“ตอนสร้างบ้านหลังนี้ คุณชายเธอเข้ามาดูงานแทบทุกวัน และเธอก็จะใช้วิธีหลับตาดึงภาพในหัวอาศัยฝ่ามือลูบไปตามผนัง ตรงไหนสะดุดเธอก็จะสั่งทุบทิ้งทำใหม่แบบไม่เสียดายจนทีมก่อสร้างปวดหัวไปตามๆ กันเลยคะ” สมใจรายงานขณะเดินกลับมาพร้อมกับน้ำส้มคั้น

“วางไว้บนโต๊ะกลางนั้นก็ได้ ขอบคุณครับ” อนุชัยหมายถึงโต๊ะกลางในโซนรับแขก เขาเดินต่อไปหยุดมองผนัง Loft โล่งๆ หน้าโซนอาหารที่เห็นพุกตัวเดียวโผล่ออกมา

“คุณชายเธอตั้งใจจะติดอะไรสักอย่าง แต่ยังหาไม่ได้….ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นรูปภาพนะคะ”

อนุชัยหันไปมองหน้าเธอนิ่งๆ “ไม่ใช่รูปหรอกครับ แต่เป็นกระดานชนวนต่างหาก” เขาบอกพร้อมกับใช้หลังนิ้วชี้ซับหางตาที่ละข้าง

“อ๋อ คะ….”

“ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเขาจะจำรายละเอียดได้มากถึงเพียงนี้….”

สมใจยิ้มฉ่ำๆ ตามแผ่นหลังของอนุชัยกระทั้งเธอหมุนตัวหายเข้าไปในครัวไทยทางทิศตะวันตก อนุชัยจึงได้แต่นั่งเสพความสุขอย่างไม่รู้จักอิ่มเพียงลำพัง จนกระทั้งได้ยินเสียงคนกำลังเดินลงบันไดมา

“คุณ คุณ นายมาถึงก่อนฉันรึไง” อนุชัยตะโกนถามทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นหน้า และขณะกำลังจะลุกเพื่อเดินเข้าไปหา ชายฝรั่งตัวสูงผมบลอนนัยน์ตาสีฟ้าหล่อราวกับพระเอกฮอลลีวูดสวมชุดลำลองขาสั้นสีเทาสบายๆ ของดร.ชานนท์ก็ปรากฏตัวให้เห็น อนุชัยชะงักเท้าแบบคนไม่รู้เหนือรู้ใต้ จนชายฝรั่งเผยรอยยิ้มบางๆ ให้ก่อน เขาจึงได้สติ

“Hi สะ หวัด ดี ครับ” เขาทักทายด้วยภาษาไทยที่ไม่ค่อยดีนัก เมื่อเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามเขาก็พูดขึ้นอีก “คุณ คง มา หา ชา นนท์ ใช่ไหม คราบบ”

“สวัสดีครับ ใช่ ใช่” อนุชัยตอบอย่างคนไร้ทิศทาง ในหัวเริ่มจะวุ่นวายอ่านชายฝรั่งตรงหน้าไม่ออก ความสะอาดสะอ้านของสีผิวและนิ้วมือบอกว่าฝรั่งคนนี้ไม่ธรรมดา

“ชา นนท์ เขา ติด Business ยู Hong Kong คุณ มี อารัย ฝาก ไว้ กับ I ได้ ครับ” เขาพูดภาษาไทยผสมอังกฤษทีละคำพลางวางตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ อนุชัยจ้องเขา อ่านเขา จนร่างการเริ่มชาไปทีละส่วน

“ผมชื่ออนุชัย เรียกผมว่า นุ หรือ Timmy ก็ได้ แล้วคุณ……” อนุชัยเว้นจังหวะอย่างคนขลาดหวาดและระแวงไปเสียทุกอย่าง

“อ๋อ….Sorry  I  ลืม แนะ นำ ตัว ไป เลย” เขาหยุดราวกับนึกเป็นภาษาไทย… “I am ชื่อ Dearniel Spanlay”

“เดียรเนียล” อนุชัยทวนตามติดๆ

“ใช่ I ชื่อ เดียรเนียล สแปนเลย์….ครับ คุณ Timmy”

อนุชัยอึ้งอยู่สักพักก่อนเสียงเดียร์เนียลจะดังขึ้นมาอีก

“ I เป็น แฟน กับ ชา นนท์ ครับ We are แฟน กัน มา ตั้ง เรียน High School at ซานฟรานซิสโก และ I and ชานนท์ ก็อยู่ ด้วยกัน Together ที่ บริ ติสโคลัมเบีย University too….”

อนุชัยหน้าซีดชามือสั่นจนแทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น “คุณว่าอะไรนะ คุณเป็น แฟน เป็น คนรัก ของชานนท์ อย่างนั้นหรือ”

คนรัก…คน รัก หมาถึง แฟน” เดียรเนียลหยุดคล้ายจะนึกความหมาย  “อ๋อ…แฟน Oh! Yess…. เรา เป็น คน รัก กัน มา นาน แล้ว….จน I ใช้ ชื่อ ชาย (Chai) ใน E-mail ด้วย เรา แลก ชื่อ เล่น กัน ใช้ ใน โลก Internet เรา 2 คน รัก กัน มากๆ ครับ” เดียรเนียว สแปนเลย์ พูดอย่างคนภาคภูมิใจเป็นพิเศษ

“รักกันถึงขนาดแลกชื่อเล่นใช้ในนามแฝงเลยอย่างนั้นหรือ” อนุชัยอยากจะมั่นใจให้มากขึ้น เขาจ้อง เดียรเนียล สแปลนเลย์ ชายฝรั่งผมบลอนนัยน์ตาสีฟ้าไม่กระพริบ

“Yesss….เรา รัก กัน ยู ด้วย กัน เป็น Roommate…จน I คิด ว่า I รู่จัก เขา มากกว่า ทุกคน ใน โลก นี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เขาหัวเราะสั้นๆ ก่อนจะพูดต่ออีก “ชา นนท์ ชอบแวนคูเวอร์ มาก กว่า ซานฟรานซิสโก I เลย ต้อง ย้าย ตาม ไป เรียน กับ เขา ที่ นั่น….เรา ชอบ ไป ดื่ม ไป เดินเล่น ใน แก๊สทาวน์ เป็น ประจำ คุณเคย ไป ที่ แก๊ส ทาวน์ ไหม ครับ Timmy”

ขณะที่ในหัวของอีกคนได้ยินแต่เสียงในอดีตดังกึกก้อง—ตั้งใจจะให้ฉันชื่อ น้องมะขามรึไง”——>“งั้นก็เป็น Timmy ก็แล้วกัน ดูหล่อขึ้นเยอะ”——>“ทิมมี่ บูโตะ แล้วไอ้คำว่าบูโตะละมาจากไหน”——>“เดี๋ยวนายก็จะรู้เองแหละ”——>“โอเค!….คราวนี้ เป็นฉันตั้งนามแฝงให้นายมั่ง….”——>“ไม่ต้องเลย ฉันมีของฉันตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว นายฟังฉันให้ดีนะ ฉันชื่อว่า เดียร์เนียล”—->“เดเนี่ยว….”—->“ไม่ใช่ต้อง เดียร์ เดียร์เนี่ยล เดียร์เนียล”……….

“Timmy ยู OK” และเสียงเดียรเนียลก็กระตุ้น อนุชัยจึงได้ตื่นจากภวังค์ เขาหายใจติดๆ ขัดๆ จนชาตามแขนขาแทบขยับไม่ไหว

“คุณว่าอะไรนะครับ” เขาถามขณะที่มือยังสั่นระริก

“I ถาม ยู ว่า เคยไป แก๊สทาวน์ ใน แวนคูเวอร์ ไหม ครับ เพราะ ที่นั้น เป็นที่ I กับ ชา นนท์ ชอบมากๆ เลย เวลา เมา เรามัก จะเปิด ห้อง โรงแรม แถวนั้น นอน กัน เป็น ประจำ”

“อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง” อนุชัยพยักหน้า…. ก่อนจะรวบรวมพลังที่เหลือค่อยๆ ยันตัวลุกยืน “ยินดีที่ได้รู้จักครับเดียรเนียล ผมคงต้องกลับซะที”

เดียรเนียลลุกตามพลางยื่นมือขอจับ อนุชัยมองฝ่ามือขาวๆ นิ้วยาวๆ เป็นระเบียบ ก่อนจะก้มหน้าซ่อนความรู้สึกจับลาบางๆ “ผมดีใจที่ได้ฟังเรื่องราวดีๆ ของพวกคุณ 2 คน”

“แล้ว จะ ให้ I บอก แฟน  ไหม”

“ไม่ต้องหรอกครับ มันไม่สำคัญแล้วละ ลาก่อนเดียรเนียล” อนุชัยบอกส่งที่ประตูขณะหันหลังให้ และตั้งแต่นาทีนั้นเขาก็หันหลังให้กับบ้าน Loft Love โดยสิ้นเชิง

“นายน้อย….จะกลับแล้วหรือครับ ไม่อยู่รอคุณชายเหรอ” รปภ. ถามเสียงดัง

อนุชัยส่ายหน้าแดงๆ และพยายามซ่อนนัยน์ตาด้วยการก้มต่ำๆ “ไม่ต้องบอกเขาว่าผมมาหานะครับ…”

“นายน้อย นายน้อยครับ”

“แต่ถ้าเขาถามบอกแค่ว่ามีคนหลงทางแวะถามทางกลับบ้านเท่านั้น” พูดจบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็ถูกลากออกไปนอกประตู ด้านหลังของเขาคือบ้าน Loft Love เป็นบ้านปูนเปลือยที่มองไม่เห็นจนกระทั้งรถแท็กซี่วนเข้ามาจอดรับ เมื่อทุกอย่างเข้าไปอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว แรงสะอื้นที่เงียบงันก็ระเบิดทิ้งอย่างไม่เสียดาย จนคนขับอดมองผ่านกระจกหลังมองไม่ได้

“จะไปไหนครับ”

“ลาดพร้าว 20…..” พูดจบอนุชัยก็สะอึกเกร็งกรอบอยู่กับเบาะหลัง “คราวนี้นายได้ฆ่าฉันจริงๆ แล้วเดียรเนียล นายได้ฆ่าฉันจริงๆ แล้วละชานนท์ ชานนท์&เดียรเนียล….แล้วฉันละ แล้วฉันละชานนท์ ฉันเป็นใคร ฉันเป็นอะไรกับนาย ไอ้บ้า! ไอ้เหี้ย! ไอ้สัตว์!…..อ๊ากกก”

line1 for timmy

ที่บ้านสายสกุล….

สายๆ วันเดียวกันขณะที่ ดร.ชวนนท์ กำลังวุ่นวายอยู่กับโต๊ะทำงานในห้อง คุณหญิงพวงพรก็ถือวิสาสะผลักประตูเดินเข้าไปหาโดยไม่ทันได้เคาะ

“คุณคะ เป็นอย่างไรบ้าง ติดต่อกับตาชายได้หรือยัง” เธอไม่รอคำตอบจากสามี โทรศัพท์มือถือก็ถูกใช้งานสุดท้ายก็ต้องกดวางสายด้วยใบหน้าไม่สู้ดีอย่างเคย “คุณคะว่าไง”

ดร.ชวนนท์ เงยใบหน้าคล่ำเครียดมองภรรยาตัวเอง “ยังติดต่อใครไม่ได้เลยคุณ”

“2 วันแล้วนะ หรือว่าคุณจะบินไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่”

“คุณหญิง” ดร.ชวนนท์ปรามกึ่งปลอบใจ “คนของเราอยู่ในฮ่องกงก็หลายคน ถ้าเกิดเรื่องมิดีมิร้ายกับตาชายต้องมีใครโทรกลับมาบอกอย่างแน่นอน” แล้วเขาก็ก้มหน้าเช็คข้อมูลหน้าจอคอมพิวเตอร์อีก

“คุณก็ใจเย็นเป็นน้ำแข็งอยู่ได้ คนเคยคุยกันทุกวัน อยู่ๆ ก็เงียบไปเฉยๆ คงมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ลองให้กวงเฉาไปดูที่คอนโดมิเนียมซิคะ…ทำอะไรสักอย่างเถอะดิฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”

ดร.ชวนนท์ เงยหน้ามองภรรยาสั้นๆ อีกครั้งก่อนจะพยักหน้าเร็วๆ แล้วโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆ จึงถูกใช้งาน ดร.ชวนนท์เดินวนจากโต๊ะไปหยุดคุยยาวที่หน้าต่างด้านติดกับสระว่ายน้ำรูปเลขแปด ขณะที่คุณหญิงพวงพรก็วางสีหน้าเป็นกังวลรอคำตอบอยู่บริเวณนั้น เมื่อ ดร.ชวนนท์วางสาย

“กวงเฉาว่าอย่างไรบ้างคุณ”

“ยังติดต่อไม่ได้เหมือนกัน แต่รับปากว่าอีกไม่เกิน 2 ชั่วโมงจะเข้าไปดูให้”

“โอ้! ตั้ง 2 ชั่วโมง ตาชายนะตาชาย เป็นอะไรเหรอลูก เป็นอะไร….”

ดร.ชวนนท์เดินเข้ามาวางมือทั้ง 2 ข้างที่หัวไหล่ “คุณหญิง คุณหญิง ตาชายไม่เป็นไรง่ายๆ หรอก ใจเย็นๆ…ว่าแต่คุณหมอสแปนเลย์ที่ตามหลังตาชายมาจากแวนคูเวอร์ติดๆ คุณรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ดร.ชวนนท์ถามต่อก่อนจะปล่อยมือจากบ่าเดินวนกลับไปนั่งที่เดิม จนคุณหญิงพวงพรต้องตามไปนั่งลงกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ดิฉันก็เป็นกังวลอยู่….เพิ่งจะเจอกันไม่กี่วัน ไหนรีบร้อนซื้อตั๋วราคาสูงบินตามมาถึงเมืองไทย”

“แล้วคุณไม่ได้ถามคุณหมอเขาเลยเหรอ…”

“คะดิฉันถาม แต่เขาก็ได้แต่บ่ายเบี่ยง คล้ายกับคนมีความลับอย่างไรไม่รู้” คุณหญิงพวงพรดึงมือ ดร.ชวนนท์มากุมและจ้องเข้าไปในดวงตาแบบคนมีหลายเรื่องให้คิด

“หึ!….มีอะไรรึคุณ”

“ดิฉันแอบเป็นกังวลเรื่องที่ตาชายยอมเป็นอาสาให้คุณหมอสแปนเลย์ทำปริญญาเอกเกี่ยวกับระบบสมองนั้นแหละคะ….คุณคะดิฉันเป็นหมอนะคะ ถึงจะเก็บความลับของคนไข้ได้ดีแค่ไหน แต่ดิฉันก็เก็บอาการไม่อยู่โดยเฉพาะคนใกล้ตัว”

“คุณหญิง” ดร.ชวนนท์อุทาน

“ดิฉันเห็นบางอย่างนัยน์ตาของคุณหมอสแปนเลย์ แต่ดิฉันก็ไม่กล้าคาดเดา คุณคะดิฉันควรจะทำอย่างไรดี” คุณหญิงพวงพรกดน้ำเสียงต่ำๆ ก่อนจะบีบกุมมือสามีไว้แน่น

“ใจเย็นๆ คุณ อย่างน้อยการที่คุณหมอสแปนเลย์ไม่แสดงความกังวลให้เห็น นั้นก็แสดงว่ายังไม่ร้ายแรง หรือไม่ก็อาจจะเป็นเรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องสุขภาพ”

“เรื่องอื่น…..คุณหมายถึงเรื่องอะไรคะ” คุณหญิงพวงพรซักสามีทันทีทันใด ก่อนจะพูดต่อซะเอง “คุณหมอเขาเป็นรูมเมทกับตาชายมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่ซานฟรานซิสโก และยังย้ายไปอยู่ด้วยกันอีกที่แวนคูเวอร์ ที่สำคัญคุณหมอเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วแต่ก็อยู่ได้ไม่นาน หรือว่า….คุณหมอกับตาชายจะ”

“คุณหญิง คุณหญิง ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบสรุป….อย่างไงๆ ในสายตาตาชายที่ผมเห็นเขาก็ไม่เคยวอกแวกเรื่องทำนองนี้นะ…” ดร.ชวนนท์ตัดบท แต่เสียงของคุณหญิงพวงพรก็ตามขึ้นอีก

“ดิฉันก็คิดเหมือนคุณ….แต่เวลาก็ทำให้ใจคนเปลี่ยนได้….ใครจะไปรู้ใช่ไหมคะ” คุณหญิงตบหลังมือ ดร.ชวนนท์เบาๆ ก่อนจะลุกเดินอย่างคนเป็นกังวลไปหยุดที่ประตูทางออก “ถ้าอีก 2 ชั่วโมงกวงเฉาไม่โทรมา ดินฉันจะบินไปดูลูกที่ฮ่องกงด้วยตัวดิฉันเอง”

จบ อนุชาย2 บทที่8 เดียรเนียล สแปนเลย์

ตามหาหัวใจ3

อนุชาย2 บทที่7 ตามหาหัวใจ3

ตามหาหัวใจ3

อ นุ ช า ย   อ นุ ช า ย ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้ นายได้ยินไหม…ฉัน ชานนท์ สายสกุล ไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้….” ดร.ชานนท์วนรถ BMW สีดำเข้าไปในอุทยานสแตนเลย์พาร์ค สนสูงใบหนาเขียวทึบๆ ยังสงบนิ่งมีเพียงใบเมเปิ้ลสีม่วงเท่านั้นค่อยๆ จมสู่สีดำไปพร้อมๆ กับแสงสุดท้ายหลัง 3 ทุ่ม โซนที่จอดรถ Vancouver Seawall หรือกำแพงทะเลแห่งแวนคูเวอร์ก็กำลังจะร้างผู้คน ชายเอเชียตัวสูงสวมเสื้อโค้ทสีดำตัวใหญ่ยาวเลยหัวเข่าค่อยๆ เดินอย่างคนหมดอาลัยตายอยากลงไปตามขั้นบันไดธรรมชาติสู่ถนนออกกำลังกายที่ประกอบไปด้วยทางจักรยานและลู่วิ่งรอบเกาะธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ…ช้าๆ…ช้าๆ จนแดดสีชาจีนเข้มๆ พุ่งตรงๆ อาบใบหน้าที่ยากจะเข้าใจ เขายืนนิ่งตรงขอบปูนกว้างประมาณ 1 ฟุตฝั่งอ่าวแวนคูเวอร์…สโมสรเรือยอชต์ที่อยู่ระดับผิวน้ำทะเลยังสงบนิ่ง…ไร้เงานกนางนวลอย่างที่ควรจะเป็น เขามองข้ามไปยังฝั่งดาวทาวน์เห็นตึกสูงราวกับกำแพงเสาหินหลายๆ ชั้น ใช่! มันเสมือนกำแพงเสาหินเพื่อกีดกั้นไม่ให้เขาเข้าไปในแก๊สทาวน์ที่เห็นแสงไฟอยู่ลิบๆ ลมทะเลโบกสะบัดชายเสื้อโค้ทเบาๆ-เงาแห่งเขาทางเบื้องหลังก็เต้นระบำช้าๆอนุชาย2 บทที่7

ฉัน ไม่ ได้ เกิด มา เพื่อ แพ้ นายได้ยินไหม นายได้ยินฉันไหมอนุชาย” เสียงละเมอหลุดจากปาก เขาเพ่งสายตาข้ามไปยังแก๊สทาวน์อย่างตั้งใจ…ในขณะที่น้ำตาไหลพรากเลยตามเลย “อนุชาย ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้” เขาหลุดเสียงเบาๆ อีก พลางปลดกระดุมเสื้อให้เป็นอิสระ ชายเสื้อโค้ทก็ปลิวไสวตั้งแต่นาทีนั้น เงาแห่งเขาทางเบื้องหลังก็ยิ่งเริงระบำเกินขีดจำกัด หลังจากดึงปกเสื้อซับน้ำตาบางๆ แล้วมือ 2 ข้างก็ยกขึ้นป้องปากตะโกนเสียงจากหัวใจเน่าๆไปยังแก๊สทาวน์ดังๆ ว่า….

อ นุ ช า ย   อ นุ ช า ย ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้ นายได้ยินไหม…ฉัน ชานนท์ สายสกุล ไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้….อ๊าก!…นายได้ยินเสียงฉันไหม นายได้ยินเสียงเดียรเนียลของนายหรือเปล่า Timmy Timmy

line1 for timmy

คืนต่อมาที่มุมถนนเดวี่ย์ (Davie ST) เมืองแวนคูเวอร์……….

เกือบจะ 5 ทุ่ม นักท่องราตรีในดาวทาวน์กำลังจับกลุ่มพูดคุย-ยอกล้อ-ต่อบุหรี่ กระจายเป็นจุดๆ ตามหน้าอาคารที่เห็นชายฝรั่งร่างยักษ์คอยยืนคุมตรวจบัตรและอื่นๆ นานๆ จะได้ยินเสียงหัวเราะโห่ฮาตามประสาวัยรุ่นเสริมบรรยากาศให้นักท่องราตรีคึกคักมากขึ้น เบ็บบี้กับอนุชัยหลังจากออกมาจากบาร์เครื่องดื่มทั้งคู่ก็เดินเกาะไหล่ขนานกันไปช้าๆ เบ็บบี้ดูจะมีความสุขที่สุดผิดกับอีกคนที่เอาแต่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจ้องราวกับรอบางอย่าง และขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนเดวี่ย์รถแท็กซี่ที่เปิดไฟสว่างทั้งคันก็เลี้ยวผ่านทั้งคู่และจอดดักด้านหน้าเอาไว้ อนุชัยจ้องเข้าไปข้างในรถจนผิดธรรมชาติของแขกผู้มาเยือนเมืองนี้เพียงลำพัง และชั่วอึดใจก็ปรากฏรอยยิ้มฉ่ำๆ ฉายออกมาให้อีกคนเห็น

“You เป็นอะไร Timmy” เบ็บบี้ถามพร้อมกับมองตามสายตาของคู่สนทนา เมื่อปะเข้ากับดร.ชานนท์ที่มาด้วยชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำสนิท เขาก็หยุดชะงักค้างคิดแบบคนมีบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวแบบปัจจุบันทันด่วน

“เบ็บบี้…ฉันอยากแนะนำให้นายรู้จักคนๆ หนึ่ง” อนุชัยพูดอย่างคนร่าเริง พลางฉุดแขนเกร็งๆ ให้ตามเขา “เดียรเนียล เดียรเนียล ฉันอยู่ทางนี้”

เบ็บบี้จ้องดร.ชานนท์ไม่กระพริบ สักครู่ดวงตาก็ลุกโพลงแต่อนุชัยก็ยังไม่สังเกตเห็น

“เบ็บบี้นี้คือเดียรเนียล เขามาจากประเทศไทยเหมือนฉัน” เขาเว้นจังหวะรออีกคน….“เดียรเนียลนี้คือเบ็บบี้เพื่อนใหม่ของฉันที่นี่….ถ้านายมาช้ากว่านี้แบตเตอร์รี่โทรศัพท์มีสิทธิ์หมด เราอาจจะไม่ได้เจอกันก็ได้” อนุชัยบอกเร็วๆ

“เพื่อนนายชื่ออะไรนะ” ดร.ชานนท์ถามซ้ำราวกับเสียงรัตติกาลทำให้เขาพลาด

เบ็บบี้จ้องชานนท์ไม่กระพริบพลางจิ! ปากเสียงดังๆ 2 ที “นายเรียกฉันว่าเบ็บสั้นๆ พอเดียรเนียล”

“เอ้!…เมื่อครู่นุยังบอกฉันว่านายชื่อเบ็บบี้อยู่เลยนิ” ดร.ชานนท์แย้งราวจะหาเรื่อง

“นั้นนะสำหรับเขาคนเดียว” เบ็บบี้ชายตากระชากน้ำเสียงห้วนๆ พลางวางหางตาไปตกที่อนุชัย

“Hi…. Happy night Guy” และนั่นก็เป็นเสียงของอนุชัยทักทายเด็กฝรั่งที่เข้ามาขอแปะมือ

“I ว่า……อื่อๆๆๆ…. เพิ่งจะเจอ You เมื่อ….” เบ็บบี้กำลังจะถอดภาพจากความทรงจำ แต่ดร.ชานนท์ก็ลากแขนอนุชัยกระชับเข้าหาตัวเองซะก่อน

“ฉันอยากดื่มอะไรเย็นๆ หน่อย….” ดร.ชานนท์พูดพร้อมกับชายตาไปตกยังร้าน SOPPERS24 ฝั่งตรงข้าม “นายจะไปกับเราไหม”

“I ขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน Timmy, I จะเข้าห้องน้ำ You จะไปกับ I ไหม” เบ็บบี้ถามเร็วๆ

“ไม่ละ ถ้าอย่างนั้นพวกฉันจะเข้าไปรอในร้าน OK ไหม” อนุชัยมองหน้าที่ไม่ค่อยสบายใจของดร.ชานนท์สั้นๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้อีกคนเห็น

“OK อย่างนั้นพวก You เข้าไปรอ I ในร้านก็แล้วกัน”

“แล้วเจอกันเบ็บ…” ดร.ชานนท์บอกส่งพร้อมกับฉุดแขนอนุชัยวิ่งข้ามถนน ทั้งคู่สั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บางๆ คนละแก้วก่อนดร.ชานนท์จะลากไปนั่งในมุมที่มีคนน้อยที่สุด

และเมื่อทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ….อยู่ๆ เสียงทุ้มๆ ของดร.ชานนท์ก็ดังขึ้น “เขาหน้าตาดีนะ”

“ฮึ!…นายหมายถึงใคร” อนุชัยถามกลับเร็วๆ

“เบ็บบี้ของนายไง” ดร.ชานนท์พูด เขาจิบเครื่องดื่มสีเขียวบางๆ ขณะที่สายตาขุ่นๆ ลอยออกไปนอกร้านไม่เห็นจุดตก

“คุณ….” อนุชัยชะงักในคำพูดที่กำกวม “ทำไมต้องเบ็บบี้ของฉัน”

“เปล่าๆ….เราอย่าเริ่มต้นด้วยอารมณ์นี้เลยนะ ไหนเล่าให้ฉันฟังหน่อยดิ รู้จักเขาที่ไหน ทำไมเบ็บบี้ถึงพูดไทยได้คล่องและพวกนาย 2 คนก็รู้สึกว่าสนิทสนมกันเร็วกว่าปกติด้วย…”

“ไอ้คุณ…15 ปีสมองนายเปลี่ยนไปน้อยมากเลยนะ อย่างลืมซิตอนนี้เรา 2 คนอายุเท่าไร อีกไม่กี่ปีก็จะ 40 ปีกันแล้วนะ” อนุชัยร่ายยาว สักครู่ “ว่าแต่เรื่องของนายเถอะ…มีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังหรือเปล่า”

ดร.ชานนท์ดึงมือข้างหนึ่งของอนุชัยขึ้นมาวางคล่ำบนโต๊ะและใช้นิ้วชี้ไล้ท์วนเป็นวงกลมแบบไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด “นุ….ฉัน”

“นายมาเจอฉันตามสัญญาก็ดีละ…พรุ่งนี้นายบินกลับประเทศไทยกี่โมง” อนุชัยถามเปิดๆ แต่ดร.ชานนท์ที่ยังใช้ปลายนิ้วไล้ท์วนหลังมือก็หลุดอุทานขึ้นมาอีก

“ฉัน…..”

อนุชัยที่พออ่านอาการออก…จึงจิ! ปากรำคาญพร้อมกับชักมือไปหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ “เบ็บบี้เป็นลูกชายเจ้าของฟาร์มบลูเบอร์รี่ที่แม่ฉันไปทำงานด้วย แม่เบ็บบี้เป็นคนไทยจึงพูดไทยได้ นายอยากรู้อะไรอีกไหม”

“นายกับ….”

“No No ฉันไม่ได้ร่านเท่าความลามกในหัวนายหรอก” อนุชัยพพูดปลงๆ เขาปล่อยเวลาผ่านๆ อีกช่วง ก่อนจะจับใบหน้าหมองๆ ของดร.ชานนท์ให้มองหน้าตัวเอง “ว่าแต่นายเถอะเป็นไงบ้าง ฉันเห็นนายในทีวี ฉันก็อดดีใจไม่ได้…นายเป็นพ่อคน นายมีครอบครัวที่อบอุ่น นายสมบูรณ์แบบแค่นี้ฉันก็ดีใจแล้วละ”

ดร.ชานนท์สะอึกแทบสำลัก

เขาอ่านดวงตาของอนุชัยสักพัก “ใช่ 15 ปี ฉันพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ และฉันก็หวังว่านายจะชอบและรักมันสุดชีวิต” ดร.ชานนท์นึกถึงดวงตาของอาตี้ขึ้นมาทับซ้อนดวงตาที่อยู่ตรงหน้า “และเวลานี้มันใกล้จะเป็นจริงแล้ว นุ นาย นาย….” และก็สะดุดอารมณ์ตัวเองอีกครั้ง เขาไม่อยากบอกเรื่องอาตี้เพื่อให้ได้อนุชัยกลับมา…ไม่อยากเอาเรื่องลูกมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้พ่อนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้กลับรัง Loft Love  แต่เขาปรารถนามิติรักเนื้อแท้จากก้นบึ้งหัวใจเพื่อความสมบูรณ์แบบที่วางแผนไว้ “รอเพียงนายเท่านั้น”

“รอฉัน…รอฉันเรื่องอะไรมิทราบครับท่านรอง” อนุชัยขึ้นเสียงดังๆ และนาทีเดียวกันเบ็บบี้ก็วางแก้วเครื่องดื่มลงข้างๆ พร้อมกับเกยคางไว้บนหลังไหล่อนุชัยจนริมฝีปากเกือบจะชนแก้มอยู่มะลอมมะล่อ

“นั้นดิ…You รอ Timmy ทำไมกันครับเดียรเนียล”

ดร.ชานนท์ขยับหันหน้าหนีแล้วพ่นลมหายใจทิ้งแรงๆ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั้นนะซิ ฉันอาจจะคิดไปเอง เป็นบ้าไปเองคนเดียวก็ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ไม่เอาน่า เรามาเที่ยวนะ ต้องสนุกให้เต็มที่มันถึงจะถูก You ว่าไหม Timmy แล้วคุณละเดียรเนียล You OK,”

ดร.ชานนท์ยกแก้วดื่มจนหมด “Yeah! Ya Ya I’m OK”

“Good ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ I จะนำพวก You สนุกให้ลืมโลกเน่าๆ เลยเป็นไง ฮ่า ฮ่า ชนแก้วหน่อยที่รัก” เบ็บบี้ชนแก้วกับอนุชัย ขณะที่แก้วของดร.ชานนท์เพิ่งจะหมด โลกของเขาจึงเดียวดายต่ออีกวาระ

(นายมันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิด อนุชาย) ดร.ชานนท์จ้องใบหน้ารื่นเริงของอนุชัยขณะที่มีริมฝีปากของอีกคนขยับไปมาใกล้ๆ ติ่งหู

“Are you ready-ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ค่ำคืนแห่งสีสันในแวนคู่เวอร์ผ่านไปแบบทรมานดร.ชานนท์อย่างที่สุด เขาเอาแต่นั่งอัดเบียร์กระป๋องลงสู่กระเพาะในขณะที่อีกคนเริงร่าไม่ยอมห่างจากวงแขนของเบ็บบี้ พวกเขาคลอเคลียทั้งต่อหน้าและลับหลังจนกระทั้งเวลาของนักท่องราตรีสิ้นสุดลง

“นุ นุ นายต้องกลับโรงแรมกับฉาน” เสียงดร.ชานนท์ยืดๆ ยานๆ ร่างกายก็โงนเงนไม่สมดุล

“เมื่อคืน You หลับสบายบนเตียงของฉันมิใช่หรือ Timmy เรากลับกันเถอะ” เบ็บบี้ยิงสายตาไปที่ดร.ชานนท์ “แล้ว You ละ เดียรเนียล จะให้ I ไปส่งที่ไหนบอกได้เลย”

“ไม่…เบ็บ คุณไม่เข้าใจ Timmy ต้องกลับกับฉัน”

และก่อนสงคราม 2 ด้านจะเกิด เสียงอนุชัยก็ดังขึ้น “ฉันเลือกเอง….เราไปเปิดโรงแรมนอกเมืองนอนกันทั้ง 3 คนนี้ละ OK, You OK เบ็บบี้…นายละเดียรเนียล นาย OK ไหม”

ทั้งเบ็บบี้และชานนท์จ้องตากันไม่กระพริบสุดท้ายก็ต้องยอมตามมตินั้น….อนุชัยเลือกโรงแรมขนาดกลาง 2 ห้องนอนพร้อมกับโถงนั่งเล่นเล็กๆ ที่มีระเบียงเบวินโด้ออกไปด้านหน้า เมื่อรถยนต์ของเบ็บบี้จอดเข้าที่อนุชัยจึงให้ทั้งคู่เลือกห้อง เบ็บบี้เลือกห้องนอนด้านหน้า ขณะที่ดร.ชานนท์เลือกด้านหลังทุกอย่างจึงลงตัว….

“นุ เข้ามานอนกับฉันเถอะ” เสียงดร.ชานนท์กลับมาเป็นปกติหลังจากนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวเดินออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่เบ็บบี้กำลังถอดกางเกงยีนส์ อนุชัยหันไปมองเบ็บบี้สลับกับดร.ชานนท์แบบคนเบื่อหน่าย

“ฉันขออาบน้ำก่อนละกัน”  อนุชัยพูดพลางขยับไปดึงผ้าขนหนูติดมือมา 2 ผืน เขายื่นต่อให้เบ็บบี้ผืนหนึ่ง สีหน้าดร.ชานนท์สลดซ้ำเป็นรอบที่ 2

“Timmy เราอาบน้ำด้วยกันนะ นะ” เบ็บบี้ออดอ้อนอยู่ข้างแก้มกลิ่นแอลกอฮอล์บางๆ โชยแตะปลายจมูก…

“นายอาบก่อนแล้วกัน ฉันมีบางอย่างต้องจัดการนิดหน่อย”

“OK เสร็จแล้วรีบตามมาละ” เบ็บบี้ชายตาให้หวานๆ กระทั้งประตูห้องน้ำปิดลง ดร.ชานนท์จึงได้กระโจนเข้ามานั่งโอบพลางกกกอดเขาจากด้านข้างจนเนื้อตัวสั่นสะท้านราวกับแผ่นดินไหว

“นายกำลังร้องไห้เหรอ…คุณ คุณ เดียรเนียล นายเป็นอะไร”

“ฉัน ฉัน คิดถึงนายใจแทบขาด พอมีโอกาสจะได้อยู่ด้วยกัน นายกลับมีอีกคนเข้ามาแทรก นุ นุ นาย นาย”

อนุชัยนิ่งมึน…เรื่องราวเก่าๆ ในหัววิ่งวนเป็นลูกข่าง เขาจิ! ปากเชิดหน้าสูดลมเข้าปอดอึกใหญ่ก่อนจะผ่อนมันออกมาเบาๆ “ฉันทำไม่ได้หรอกคุณ นายมีเมีย นายมีลูก และเวลานี้นายก็สมบูรณ์แบบทุกอย่าง เรากลับไปเดินถนนสายเดิมไม่ได้อีกแล้ว” พร้อมกับตบปลอบหัวไหล่เปลือยเปล่าเบาๆ “ทางรอดเดียวของเราทั้งคู่คือมุ่งหน้าสู่วัยชราตามเส้นทางของใครของมัน….”

“นุ…..” ดร.ชานนท์อุทานชื่อเขาลอยๆ

“ฉันรักนาย… 15 ปีที่ไม่มีนาย ฉันก็ยิ่งคิดถึงนาย ฉันยิ่งรักนายมากกว่าวันที่ฉันสั่งทุบบ้าน Loft Love ทิ้งหลายร้อยเท่า แต่….”

“แต่อะไร นุ นุครับ…..”

“แต่ฉันอยากเห็นความสมบูรณ์แบบของนายบนทางคู่ขนานมากกว่า” อนุชัยหันไปเชิดใบหน้าเละเทะของดร.ชานนท์ขึ้นมาจ้องก่อนจะฝั่งจูบที่ริมฝีปากเดิม รสชาติเดิมๆ กระทั้ง…. “ฉันให้นายได้แค่นี้ชานนท์….นายต้องสมบูรณ์แบบ นายต้อง Perfect เพื่อฉัน นายทำได้ไหม…นายทำเพื่อฉันได้ไหม…ที่รัก…..”

ดร.ชานนท์ปล่อยเสียงโฮเงียบงันที่หน้าอกของอนุชัย….

“นายเข้าใจฉันนะ ถึงไม่เข้าใจก็ต้องเข้าใจ….และเวลานี้นายต้องพักผ่อนแล้วละพรุ่งนี้ต้องบินกลับช่วงบ่ายไม่ใช่หรือ”……

และคืนนั้นอนุชัยก็เลือกนอนกับเบ็บบี้ ปล่อยให้ดร.ชานนท์นอนกลิ้งจมความรู้สึกของตัวเองทั้งคืน

 

………สายลมดึก ช่วงซัมเมอร์ ยังเหน็บหนาว………

………เจ็บปวดร้าว รนราน ใจแทบสิ้น………

……..เขากอดเกย คางเคียงไหล่ ไม่ไหวติง………

…….ฉันกลอกกลิ้ง ว้าวุ่นวาย คล้ายหลงทาง………

 

9 โมงเช้าวันต่อมา….

ขณะที่อนุชัยกำลังทำธุระในห้องน้ำ เบ็บบี้ก็เข้าไปลากแขนดร.ชานนท์ออกไปคุยที่ระเบียง

“I อยากถามอะไร You หน่อย” เบ็บบี้เปิดประเด็น ขณะที่ดร.ชานนท์กระชับชุดนอนของโรงแรมให้แน่นขึ้น เขายิ้มแข็งๆ แทนใบเบิกทาง “วันก่อนที่แก๊สทาวน์ I เห็น You ยืนอยู่ด้านหลัง Timmy ความสัมพันธ์ของพวก You 2 คนเป็นแบบไหนกันแน่”

ดร.ชานนท์พ่นลมหายใจทิ้งพร้อมกับวางสายตาไว้กับเส้นขอบฟ้า เขาเล่าเรื่องราวในอดีตให้เบ็บบี้ฟังแบบไม่ปิดบัง จนเห็นเบ็บบี้แสยะยิ้มร้ายๆ

“ในเมื่อพวก You 2 คนไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว I ก็มิสิทธิ์นะซิ ฮึ ฮึ ฮึ”

“นายแยกเราไม่ได้หรอกเบ็บ” ดร.ชานนท์กดน้ำเสียงต่ำๆ พร้อมกับควักบุหรี่ยื่นให้ตัวหนึ่งเมื่อไฟแช็คจุดปลายบุหรี่จนติดเขาก็ใช้วิธีต่อไฟจากปลายบุหรี่ของกันและกันจนกระทั่งเห็นควันสีขาวถูกพ่นออกจากปาก “ฉันจะไม่ยอมเขาให้โดดเดียวอีกต่อไป”

“You มีเมีย มีลูกแล้วนะYou ควรจะปล่อย Timmy ได้แล้ว ที่ผ่านมา You ก็ปล่อยเขาทิ้ง แล้วทำไมพรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า หรือปีหน้า You จะไม่ทิ้งเขาอีก”

“เบ็บ!….” ดร.ชานนท์ตะคอกเสียงแข็ง

“I พอมีทางออกมาเสนอ You แล้วละ….” เบ็บบี้อัดควันบุหรี่ไว้ในปอดอึกใหญ่ก่อนจะเป่ามันทิ้งแรงๆ “ถ้า Timmy เลือกจะไม่กลับประเทศไทย I จะขอเขาแต่งงานเพื่อให้อยู่กับ I ที่นี้เป็นการถาวร…” เบ็บบี้เว้นระยะให้ความเงียบ “หรือหาก Timmy เลือกจะเดินทางกลับ ฉันก็จะปล่อย…หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของพวก You 2 คน….I ไม่อยากเจ็บปวดและไม่อยากทำให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะพิษรักอีกแล้ว”

ดร.ชานนท์ดับบุหรีที่กระบะต้นไม้และมองหน้าเบ็บบี้ในอีกมุม รอยยิ้มมิตรภาพจึงฉายให้เห็นก่อนจะยื่นมือขอจับเพื่อเป็นข้อตกลง

“ถ้า Timmy เลือก You, You ต้องเคลียร์เรื่องครอบครัวให้สะอาด ถ้าวันหนึ่งข้างหน้านายทำให้ Timmy กลับมาหาฉันอีกไอ้เบ็บไม่เอานายไว้แน่….จำคำฉันให้ขึ้นใจ”

ดร.ชานนท์ยิ้ม แต่ก็ยังเหลือความโลเลทิ้งไว้ในดวงตาอยู่ดี “ตกลง”

“Mom ต้อยเล่าเรื่องเขาให้ I ฟังหมดแล้ว Timmy ไม่มีใคร ถ้าเขาเลือก You, You อย่าทำให้เขาไม่เหลือใคร เดียรเนียล….”

line1 for timmy

ที่ “สวนเฟิร์นสันเขา” (Fern Ridge Park) ถนน 24 แลงเลย์ แวนคูเวอร์

อีกหลายวันต่อมาที่บ้านเล็กกลางป่าสน อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็นจนถึงระดัหนาวสำหรับแขกผู้มาเยือนจากประเทศในแถบร้อนชื้นอย่างประเทศไทย อนุชัยงัวเงียมองผ่านกลีบผ้าม่านสีเทาที่ปิดไม่สนิท ปลายสนสูงทิ่มขึ้นไปบนฟ้าโอนเอนราวกับมีพายุ ท้องฟ้าในยามนี้ก็คล้ายเคลือบด้วยสีดำมันกี่โมงกี่ยามกันแล้วน้อ…และนาฬิกาข้อมือที่วางอยู่ข้างๆก็บอกเวลาอีกไม่กี่นาทีจะเข้า 8 โมงเช้า

(นี้เราหลับลึกขนาดนี้เลยรึ!)  อนุชัยคิดและมองออกไปข้างนอกอีกครั้ง “ที่นี่คือบ้านเล็กกลางป่าสนและยังเป็นวันสุดท้ายแล้วด้วย…เสียเวลาหลับอยู่ได้ บ้าชิบ!” เขาอุทานก่อนจะดีดตัวผลักประตูตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่มีกาแฟร้อน กล้วยหอมและครัวซองวางไว้บนจานอย่างเป็นระเบียบ “คงเป็นแม่อีกตามเคย ปานนี้คงกำลังเก็บบลูเบอร์รี่อยู่ที่ฟาร์มพ่อไอ้เบ็บบี้แน่ๆ” เขาคว้าแจ็คเก๊ตสีดำที่แขวนไว้ข้างฝามาสวมทับชุดนอนแบบไม่ประณีตและไม่ลืมจะหยิบอาหารเช้ารวมทั้งกาแฟออกไปนั่งเช็คอีเมลที่ระเบียงหน้าบ้าน ปลายสนปลายต้นเมเปิ้ลไหวลู่ตามกระแสลมบน ไม่นานเม็ดฝนบางๆ ก็โปรยปลายลงมา บรรยากาศที่ล้ำลึกในแบบที่ไม่เคยสัมผัสทำให้เขายังนั่งมองทุกสรรพสิ่งอยู่ตรงนั้นและแว็บหนึ่งที่ปลายสนไหวโอนเอนภาพ อำเภอชิมะ จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น ในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัว

: วันนั้นฉันใส่เสื้อกิโมโนสีน้ำตาลดำทับเสื้อยืดตราห่านคู่สีขาว สวมกางเกงผ้ายืด 3 ส่วนสีเทา ขณะที่ไอ้คุณอายุเพิ่งจะ20ต้นๆ ก็ใส่ชุดคล้ายกัน นอนเอาหัวหนุนตัก พลางอ้อนฉันใช้คัตตอลบัตชุบแอลกอฮอลล์ล้างหูให้ ฉันไม่เคยปฏิเสธเพราะชอบมองเวลาเขาหลับแบบเดียวกับเด็กทารกในท่านี้ทุกๆ เช้า :

“ฉันจะคิดถึงนายทำไมเนี่ย” อนุชัยบ่นเสียงในโพลงปาก ในที่สุดเขาก็คว้าโทรศัพท์มือถือมานั่งไล่เช็คอีเมลไปทีละฉบับกระทั้งเห็นรถฮอนด้าแอคคอร์ดสีดำวิ่งตามถนนรูปลำตัวงูเข้ามาจอดหน้าบ้าน แม่กับป้าเปิดประตูรถได้ก็วิ่งเข้าสมทบ ป้าทักทายสั้นๆ ก่อนจะแยกไปยังบ้านอีกหลังที่อยู่ด้านใน สักครู่ก็ออกมาด้วยชุดใหม่และวิ่งกลับเข้าไปนั่งที่เดิมก่อนรถคันนั้นจะวิ่งออกไปอีกทาง

“เขาจะไปกาสิโนกัน” แม่บอก

“อ้าว! วันนี้ไม่เก็บบลูเบอร์รี่เหรอ” อนุชัยถามขณะสายตายังจ้องที่โทรศัพท์ไม่กะพริบ

“ฝนตก พ่อไอ้เบ็บบี้ไม่ให้เก็บ กลัวจะขายไม่ได้”

“อ้อ!….”

“ไหนๆ กำลังอ่านอะไรขอแม่ดูหน่อย อนุชัยจึงส่งโทรศัพท์มือถือให้ง่ายๆ ส่วนตัวเองก็ไม่ยอมเสียเวลากับอาหารเช้าตรงหน้าจนกระทั้ง

“Timmy หยุดได้แล้วนะ…ลืมไปแล้วรึไงว่าพ่อไอ้คุณร้ายกาจแค่ไหน…” แม่เสียงดังขณะที่ครัวซองยังค้างอยู่ในปากเกินครึ่ง “แม่ไม่อยากเห็นเธอกลับไปอยู่ในสภาพที่หนีไปอยู่ซิดนี่ย์เหมือนคราวก่อน แม่รับไม่ไหว”

“15 ปีมาแล้วนะแม่”

“ถึงจะเป็นร้อยปีฉันก็ลืมไม่ลง” แม่ขึ้นเสียงแข็ง….ก่อนจะหมุนตัวหายเข้าไปข้างใน ไม่ทันกลิ่นเหงื่อจะเบาบาง เธอก็เปิดประตูชะโงกใบหน้ากลมๆ ออกมาตะคอกใส่อีก “อย่าไปเจอไอ้คุณเด็ดขาด กลับประเทศไทยด้วยไฟท์เดิม….ไม่เช่นนั้นฉันจะจับเธอแต่งงานกับไอ้เบ็บบี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปข้างหนึ่ง…”

“แม่….”

“เธออย่ามาลองดีกับฉัน Timmy งานนี้ฉันเอาจริง”

อีกคนที่บ้านพักอาศัย 2 ชั้นบน ถนนวิลเลี่ยม ริชมอนด์….

“น้องหญิงคะ พี่ชายไม่อยากยกอาตี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ได้เค้า พี่ชายอยากจะได้เค้าเพราะว่าเค้ารักพี่ชาย ไม่ใช่เพราะปฏิเสธไม่ได้” ดร.ชานนท์ที่โดนหญิงรัดดาซักมาหลายชั่วโมงขึ้นเสียงดังๆ ใส่ จนหญิงรัดดาส่ายหน้าเอือมละอา….สักพัก

“ทำไมต้องให้ถึงมือหญิงทุกที”

“น้องหญิงจะทำอะไรคะ”

“พี่ชายกลับไปทำธุระให้คุณพ่อที่ฮ่องกงเถอะคะ ทางนี้หญิงจัดการเอง”

“น้องหญิง”

ทำ ตาม ที่ หญิง บอก…แล้วพี่นุจะกลับบ้าน Loft Love ก่อนที่พี่ชายจะถึงเมืองไทยซะอีก นะคะ นะคะ เชื่อใจหญิงเถอะ”

line1 for timmy

ที่สนามบินแวนคูเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต

อนุชัยบอกลาเบ็บบี้สั้นๆ การตัดสินใจบินกลับเมืองไทยทั้งๆ ที่เบ็บบี้เปิดทางว่าจะขอแต่งงานเพื่อเป็นหนทางให้ได้อยู่ในแวนคูเวอร์ระยะยาว แต่อนุชัยกลับเอ่ยขอบคุณโดยไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำ เหตุนี้ก็เท่ากับว่าอนุชัยได้เลือกเดียรเนียลและอยากจะกลับไปอยู่กับเดียรเนียลมากกว่าจะมาทำฟาร์มบลูเบอร์รี่กับเขา การบอกส่งจึงเต็มไปด้วยมิตรภาพมากกว่าความอาลัยอาวรณ์

“นายคือเพื่อนคนเดียวในแวนคูเวอร์ของฉันเบ็บบี้” อนุชัยกล่าวขณะกำลังจะลากกระเป๋าไปใส่ในรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวของนางฟ้าตัวกลม

“ถ้า You กลับมาแวนคูเวอร์อีกครั้ง You ควรจะเรียก I ว่า เบ็บ!…คำเดียวสั้นๆจบ เพราะ I ไม่ใช่เบ็บบี้ของ You อีกต่อไปแล้ว” เบ็บบี้ใช้สายตาประเมินอารมณ์ฝ่ายตรงข้าม “ความรักย่อมมาพร้อมๆ กับพิษรักเสมอ I เจ็บปวดมาเยอะ จนไม่อยากเข้าใกล้มันอีกแล้ว You เข้าใจนะ”

อนุชัยผงกหน้าพร้อมกับโอบกอดเขาอีกครั้ง “ฉันเข้าใจนายเบ็บ….โชคดีนะ”

“ควรเป็น I ที่จะต้องบอกส่ง You มากกว่า โชคดีนะ เดียรเนียลเป็นคนดี I เห็นเขาตาม You ตั้งแต่ที่แก๊สทาวน์แล้วละ”

“หา!…นาย นาย ว่าอะไรนะ”

“กลับไปหาเขาเถอะ แก่แล้วอย่าเล่นตัวให้มากเลยนะ นะ”

“ไอ้ ไอ้ เบ็บ ทำไมนายเพิ่งจะบอกฉัน”

“ก็ตอนนั้น I ลุ้นว่าจะได้เป็นเบ็บบี้ของ You ไง…” เบ็บบี้ จิ! ปากคิด “อันที่จริง I ก็ไม่มีสิทธิ์ลุ้นตั้งแต่นาทีแรก…เออ! ทำไม I ถึงไม่บอก You ตั้งแต่ I เห็นเขาตาม You ไปยืนร้องไห้ที่จัตุรัสเมเปิ้ลทรีนะ….ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่ก็ชั่งเถอะ You ไปเคลียร์กับเขาที่เมืองไทยแล้วกัน”

อนุชัยจ้องหน้าเบ็บบี้อยู่สักพัก เสียงแหลมๆ จนแสบแก้วหูก็ดังขึ้น

“ยังไม่ได้เสียกันอย่าเยอะนะเธอ….Timmy ไปๆ เดี๋ยวจะไม่ทันงานเลี้ยงส่ง”

“โชดดีนะ Timmy”

“ไปเมืองไทยเมื่อไรอย่าลืมโทรหาฉันนะ”

“OK I จะโทรหาเดียรเนียลเป็นคนแรก ฮ่า ฮ่า ฮ่า บาย โชคดีเพื่อนรัก”

ตามหาหัวใจ3

หญิงรัดดาเลือกไฟท์กลับซานฟรานซิสโก้ช้ากว่าอนุชัยบินกลับกรุงเทพฯ 1 ชั่วโมง แต่เธอก็เข้าไปรอเขาก่อนเวลาเคาน์เตอร์จะเปิด การเทียวเดินสอดส่ายมองหาชายเอเชียที่สนามบินแวนคูเวอร์อินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ตไม่ใช่เรื่องยาก เธอเดินไปสำรวจม้านั่งสำหรับผู้โดยสารที่ประตูรอขึ้นเครื่องหมายเลข 044 กับร้านค้าของฝากของที่ระลึกหลายรอบ กระนั้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่พี่ชายตัวเองวางแผนและเฝ้ารออนุชัยกว่า 15 ปี เรื่องแค่นี้จึงถือว่าจิ๊บจ๊อยมากๆ

และในที่สุดโลกก็เข้าข้าง เมื่อเธอสะดุดตาชายเอเชียผิวขาวใส่เสื้อยืดสีแดงสวมหมวกแก๊ปสีดำที่แขนมีเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ห้อยขณะเดินหิ้วตระกล้าซื้อของฝากอยู่ภายในร้านค้าปลอดภาษีข้างๆ ร้านรับแลกเงิน แรกๆ เธอก็ไม่แน่ใจเพราะเขาดูดีกว่าภาพในความทรงจำหลายเท่า เธอก้มๆ เงยๆ วนๆ เวียนๆ จนเกิน 10 นาที…

“ขอโทษคะ ใช่! เอ่อ ใช่พี่ นุ ใช่ไหมคะ” หญิงรัดดาพูดอย่างคนระมัดระวังตัว

อนุชัยเงยหน้าขึ้นสำรวจเร็วๆ และไม่ยอมพลาดจะยิ้มให้ก่อนเพราะไม่บ่อยนักจะพบคนไทยระหว่างการเดินทางเยี่ยงนี้ “เออ!…” เขาขมวดคิ้วเหมือนจะเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน “คุณ…”

“หญิงเองคะ หญิงรัดดาน้องสาวพี่ชายชานนท์ไงคะ จำได้ไหม” หญิงรัดดารายงานตัวพร้อมกับเอียงใบหน้าส่งยิ้มให้ในแบบที่คุ้นเคย

“น้องหญิงมาได้ไงครับ แล้วมากับใคร” อนุชัยขึ้นเสียงสูง จนหญิงรัดดาต้องใช้นิ้วจุ๊ๆ อนุชัยจ่ายเงินแบบรีบๆ ก่อนจะลากไปนั่งคุยบริเวณพักคอย เธอบอกว่ามาเลี้ยงลูกให้แครายที่ริชม่อน ระหว่างบินกลับไปทำธุระที่เมืองไทย เพราะเหตุนี้ ระหว่างซานฟรานซิสโกกับแวนคูเวอร์จึงเป็นบ้านของเธอทั้ง 2 ที่ พวกเขาคุยกันยาว หญิงรัดดาเล่าเรื่องของชานนท์ให้อนุชัยฟังตั้งแต่หลังคืนแต่งงานกระทั้ง….

“เป็นไปได้ไหม ถ้าพี่ 2 คน จะกลับไปอยู่ด้วยกันอีกนะคะ” หญิงรัดดายิงคำถามแรงพร้อมกับเอียงใบหน้าจ้องไปที่อนุชัยราวกำลังรอคำตอบ “คะพี่นุ ได้ไหม”

“มันเลยเวลานั้นมานานแล้วครับน้องหญิง พี่เริ่มชินกับการอยู่คนเดียวซะแล้วซิ”

“ก็ปรับตัวใหม่ซิคะ อยู่ด้วยกัน ดูแลกันไป หญิงจะได้หมดห่วง พี่ชายสุขภาพไม่ค่อยจะสู้ดีซะด้วย”

อนุชัยตัดสินใจเปิดกระเป๋าดึงไฟท์บินที่ชานนท์ซื้อให้มาโชว์ “ไอ้คุณจะให้พี่ไปเจอมันที่ฮ่องกง แต่พี่คงแวะไม่ได้แล้วเพราะวันจันทร์พี่นัดประชุมงาน”

“นี้แสดงว่า พี่นุ…..”

“น้องหญิง พี่รักเค้า และพี่ก็รักเค้าคนเดียวมาโดยตลอด” อนุชัยเผยความในใจจนหมดเปลือก

หญิงรัดดาผวาเข้ากอดแน่น “หญิงก็ว่าแล้วเชียว ขอบคุณคะ ขอบคุณพี่นุมากๆ คะ” เธอมีอาการเรรวนสักพักก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำ…. “พี่นุรอหญิงอยู่ตรงนี้นะคะอย่าเพิ่งไปไหน เรายังมีเวลาอีกหลายชั่วโมง รอหญิงแป๊บเดียว”

อนุชัยยิ้มมุมปากจนเกือบจะหลุดหัวเราะ

“คะ….”อนุชัยยกมือให้สัญญา…ระหว่างหญิงรัดดาหายเข้าห้องน้ำ เขาก็เร่งส่งอีเมลไปหาใครบางคน

……….e-mail……….

จาก : ทิมมี่

เรื่อง : ประชุมวันจันทร์

วันที่ : 22 กรกฎาคม 2017 เวลา : 00.45 น.

ถึง : เดียร์เนียล

ฉันมีประชุมงานวันจันทร์คงแวะฮ่องกงไม่ได้แล้ว แต่เอาเป็นว่า ใครถึงบ้าน Loft Love เป็นคนแรกจะได้อยู่ข้างบน

จากทิมมี่ นกป่า

……….e-mail……….

อนุชัยนั่งตาฉ่ำๆ สู้แสงไฟสักพักหญิงรัดดาก็เดินฉายยิ้มกว้างๆ กลับมาหา “หญิงซักอยากจะกลับไปอยู่บ้าน Loft Love กับพี่ชายทั้ง 2 คนแล้วละคะ”

“ใครเป็นคนบอกน้องหญิงครับ” อนุชัยถามปั้นหน้าแบบนักแสดง

“ใครไม่รู้ละ ชอบท้าทายกันพิเลนๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หญิงรัดดาหัวเราะเสียงดังก่อนจะกระซิบใกล้ๆ “พี่นุได้อยู่ข้างล่างแง๋แซะแล้วละคะ เพราะพี่ชายอยู่ฮ่องกงบินแค่ 3 – 4 ชั่วโมงก็ถึง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

….“แต่เที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ อาจจะเต็มทุกลำก็ได้  ใครจะไปรู้”

“ฮา ฮ่า ฮ่า…OK OK….หญิงต้องไปแล้วนะคะ กะจะหาซื้ออะไรไปฝากอาตี้สักหน่อย โตเป็นหนุ่มหล่อ หน้าตาเหมือนพี่นุ เปะ….แถมกรุ๊ปเลือดก็ยังเป็น  AB RH- ซะด้วย…หญิงไม่พูดมากแล้ว ให้ไปเคลียร์กันเองที่บ้านลอฟท์เลิฟก็แล้วกัน”

“น้องหญิง น้องหญิงรัดดา ว่าไงนะ หมาย หมายความว่า…..”

“……….” หญิงรัดดารีบรนยกมือปิดปาก….สักพัก “ไปรีดพิษกันไว้ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ละ แต่เป็นอันว่า อาตี้หน้าตาเหมือนพี่นุยังกับถอดพิมพ์เดียวกันมาก็แล้วกัน”

“น้องหญิง” อนุชัยสะดุ้งโหยง

“นี้ไงคะรูปอาตี้” หญิงรัดดาโชว์รูปหนุ่มน้อยวัย 15 จะย่างเข้า 16 ปีให้อนุชัยเห็น เขาปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน

“หมายความว่า…..”

“คะ….พี่ชายชานนท์รักพี่นุมาก….เขาเลือกจะอยู่กับพี่นุและเขาก็ได้อยู่กับพี่นุอีกคนมาโดยตลอด”

อนุชัยสะอึกดวงตาใสๆ กำลังเข้าสู่เฉดสีแดง…สักพักเขาก็ดึกช็อกโกแลตพร้อมกับน้ำเชื่อมจากต้นเมเปิ้ลส่งให้หญิงรัดดาทั้งหมด

“ฝากให้ลูกชายพี่ใช่ไหมคะ….ได้คะ พี่ชายเที่ยวสอนลูกให้รู้จักพี่นุจนอาตี้รู้จักพี่นุดีกว่าพ่อตัวเองซะอีก….หญิงไปนะคะ  เจอพี่ชายอย่าลืมฝากหอมแก้มด้วยละ บ๋าย บาย”

“พี่อยากเจอ……ลูก”

“คงเป็นช่วงปิดเทอมโน้นแหละคะ…..ฝากกอดอาตี้ไหม?” หญิงรัดดาพูดไม่ทันจบ อนุชัยก็โผเข้ากอดเธอแน่น

“กอดนี้สำหรับอาตี้…..บอกเขาว่าพ่อขอโทษ”

“ไม่เอาคะไม่ร้องไห้แล้ว….เร็วๆ นี้หญิงจะพาเค้ากลับไปหา” เธอผลักอนุชัยออก…..“พี่นุ นะแพ้พี่ชายตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้วละค่ะ ฮ่าๆๆ….หญิงไปนะคะ…”

…..หลังหญิงรัดดาจากไปแล้ว อนุชัยก็ตรงดิ่งไปยังประตูขึ้นเครื่องหมายเลข 044 และอยู่ๆ อีเมลจากคนที่ใช้นามแฝงว่า เดียร์เนียลก็เด้งขึ้นมา

……….e-mail……….

จาก : เดียร์เนียล

เรื่อง : ไฟท์บินกลับกรุงเทพฯเต็มหมด

วันที่ : 22 กรกฎาคม 2017 เวลา : 01.25 น.

ถึง : ทิมมี่

ฉันพยายามหาไฟท์บินกลับกรุงเทพฯ แต่เต็มทุกเที่ยวเลย ทำไงดีไม่อยากอยู่ข้างล่างนะ

ดร.ชานนท์ สายสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

……….e-mail……….

“เดียรเนียลนายแสบมาก….งานนี้ละ….นายเสร็จฉันแน่”

ตามหาหัวใจ3

จบ อนุชาย2 บทที่7 ตามหาหัวใจ3

อนุชาย2 บทที่4

อนุชาย2 บทที่4อนุชาย2 บทที่4 Loft Love House2

อนุชาย2 บทที่4

Loft Love House2

“ฮัลโหล…พี่ชายคะ”

(แครรี่กลับถึงแวนคูเวอร์แล้วเหรอคะ)

“3 วันแล้วคะ พี่ชายได้รับพัสดุรึยังคะ”

(อ๋อ! วางอยู่บนโต๊ะเป็นของฝากจากเมืองไทยใช่ไหม)

“เปล่าคะจากซิดนีย์ต่างหาก ฮิ ฮิ ฮิ”

(แครมีเวลาไปเที่ยวออสเตรเลียด้วยเหรอแล้วงานศพคุณอาผ่านไปด้วยดีนะคะ)

เสียงแกะกล่องพัสดุดังเข้ามาในสายโทรศัพท์ “เปล่าคะ…แครพาคุณพ่อไปอยู่กับแม่พรที่อำเภอหมวกเหล็กเสร็จแล้วก็กลับเลย มีใครบางคนไล่แครนะคะ”

(แครรี่ นี่ นี่มัน…)

“คะ ไม่ต้องให้แครบอกก็พอจะเดาออกนะคะว่าเป็นของใคร….เราเจอกันสั้นๆ สุดท้ายเขาก็หายไปราวกับปีศาจอีก แต่แครมีโอกาสคุยกับทนายอำพลเรื่องวันเปิดพินัยกรรมที่แครไม่ได้เข้าร่วมนะคะ…คุยกันเพลินเลยเสียมารยาทสืบข้อมูลภรรยาที่หายไปของพี่ชายมาให้ด้วย….อยู่ในซองสีขาวนะคะ เผื่อว่าจะเป็นกำลังใจในการเรียนได้บ้าง”

(แครรี่….)

“แครว่านุเขาจงใจจะฝากมาให้พี่ชายนะคะ แครอ่านลักษณะการวางนิ้วขณะนุวางหมวกแก๊ปสีดำลงหน้าแคร…นุเขายังรักพี่ชายมากๆนะคะ….เชื่อแครซิ”

(…….) ชานนท์หยิบหมวกใบนั้นมาสูดดมพร้อมกับกกกอดนิ่งๆ นาน….ก่อนนิ้วจะเขี่ยเปิดคลิปเสียงสนทนาที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์…….

“พี่ชายคะ พี่ชาย พี่ชายยัง Call อยู่ไหมเนี่ย……….เอ๋! เสียงอะไรเหรอคะ……

#นายนอนรึยัง——> อื้อ ฮึ…กำลังจะ——>ปิดไฟรึยัง——>อื้อ ฮึ—->ห่มผ้ารึยัง——>อื้อ ฮึ——>หลับตาซะ ฉันกำลังมุดเข้าผ้าห่มแล้วนะ——>อื้อ ฮึ—->ฉันนอนข้างๆ นายแล้วนะ——>อื้อ ฮึ—->ขอจูบหน่อย——>ครับ——->ฝันดีนะนายนกป่าของฉัน#

“ในที่สุดพี่ชายกับนุก็มีลูกด้วยกัน…ครอบครัวพี่ชายใกล้จะสมบูรณ์แบบแล้วละคะแครรี่…”

ชานนท์ใช้เวลา 4 ปีเต็มในการเรียนปริญญาโทและปริญญาเอก ในที่สุดวันเดินทางกลับเมืองไทยก็มาถึง เขาแวะไปหาแครรายที่ถนนวิลเลี่ยม ริชมอนด์ สั้นๆ ก่อนจะตรงดิ่งไปยังสนามบินนานาชาติแวนคูเวอร์ขณะที่เหลือเวลาขึ้นเครื่องกว่า 5 ชั่วโมง เก้าอี้รอบๆ ในรัศมี 50 เมตรยังไม่ปรากฏผู้โดยสารแม้แต่คนเดียว จะเที่ยงคืนแล้วโทรศัพท์มือถือก็กำลังฉายวิดีโอความน่ารักของลูกชายวัย 4 ขวบจนเวลา 5 ชั่วโมงแสนสั้นราวกับแค่ 5 นาทีในความรู้สึกเวลานั้น….

(ปะป๋า ปะป๋า….) จากวันแรกที่เพิ่งหัดพูด…กระทั้งอาตี้พูดได้คล่อง เรียกพ่อได้ชัด (…คุณพ่อจะกลับมาหาอาตี้เมื่อไรครับ อาตี้คิดถึงคุณพ่อชาย….คุณพ่อชายครับอาตี้อยากได้โลบอทตัวใหญ่ๆ คุณพ่อซื้อมาฝากอาตี้ด้วยนะครับ—-รักคุณพ่อไหมครับ [เป็นเสียงป้าสมใจพยาบาลปลดเกษียณที่คุณหญิงพวงพรให้มาเลี้ยงอาตี้ตั้งแต่แรกเกิด]—คิดถึง คิดถึง อาตี้คิดถึงพ่อชาย พ่อชายครับกลับมาหาอาตี้เร็วๆ นะครับอาตี้จะรอ)

ชานนท์ปาดน้ำตาบางๆ ก่อนจะผงกหัวให้โทรศัพท์มือถือเร็วๆ “ครับ ครับลูก….ดวงตาของลูก รอยยิ้มของลูกซิได้พ่อนุมาครบจริงๆ….อาตี้ อาตี้ครับอีกไม่ถึง 20 ชั่วโมงเราจะได้เจอกันตัวเป็นๆ แล้วนะครับ รอพ่อชายนะลูก”

แดดใกล้เที่ยงของวันต่อมาที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เด็กชายผิวขาวยิ้มเก่งกำลังวิ่งวนไปรอบๆ ชายหญิงร่างท้วมแต่งตัวภูมิฐานสมวัย 50 ปลายๆ ความซุกซนทำให้คุณหญิงพวงพรต้องติดสายจูงยาวแบบเด็กฝรั่ง เขาจะโผล่หน้ามาหัวเราะใส่ ดร.ชวนนท์ หลังกลุ่มคนที่เดินไป-มาเป็นระยะๆ และเสียงปรามเบาๆ จากคุณหญิงพวงพรก็จะดังให้ได้ยินเป็นระยะเช่นกัน

“ปีใหม่ครับ….ปีใหม่ครับ” เป็นเสียงของคุณหญิงพวงพร

แต่อาตี้มักจะชอบเกาะแข้งเกาะขาวนไปรอบๆ ดร.ชวนนท์ มากกว่า “คุณพ่อชายมาถึงรึยังครับคุณปู่”

ดร.ชวนนท์ ขยี้ผมที่ยาวสลวยสีดำสนิท “ใกล้แล้วครับ…ปีใหม่หล่อรึยัง ให้คุณย่าดูซิ”

“คุณย่าครับ….”

“หล่อแล้วลูก หล่อที่สุดแล้ว” คุณหญิงพวงพรพูดและกำลังจะก้มหอมแก้ม เด็กชายตัวน้อยก็วิ่งหายไปอีก คุณหญิงพวงพรยิ้มบางๆ ไล่ตามหลังพลางปล่อยสายจูงตามเด็กไปเรื่อยๆ

“คุณๆ นั้นๆ ตาชาย”

“เห็นแล้ว ต่อจากนี้ต้องเรียกเขาว่า ดร.ชานนท์ นะคุณ” ดร.ชวนนท์แนะภรรยาแบบภาคภูมิใจเป็นพิเศษ

“ชายจ๊ะ ชาย ทางนี้ลูก ทางนี้….” เสียงคุณหญิงพวงพรดังข้ามหัวฝรั่งหลายคนจนชานนท์ที่สวมหมวกแก๊ปสีดำมีตราสัญลักษณ์เมืองซิดนีย์หันมายิ้มกว้างๆ ให้เห็น เขาถอดแว่นกันแดดตรงดิ่งเข้าสวมกอดคุณหญิงพวงพรแน่น “สวัสดีครับคุณพ่อ” เขาพูดจากหัวไหล่คุณหญิงพวงพร ดร.ชวนนท์ ยิ้มรื่นๆ พร้อมกับเปิดอ้อมแขนรับลูกชายสั้นๆ ก่อนเสียง ชานนท์จะดังขึ้นอีก

“อาตี้ไม่มาด้วยรึคะคุณแม่”

คุณหญิงพวงพรจึงส่งสายจูงให้ ชานนท์หน้าตื่นๆ เขารับสายจูงแบบคนไม่เข้าใจพร้อมกับจ้องคุณหญิงพวงพรสลับ ดร.ชวนนท์ ไปมา… “เขาอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ปลายเชือกเส้นนี้แหละจ้ะ” คุณหญิงพวงพรบอกขณะ ดร.ชวนนท์ เกือบน้ำตาจะไหลจึงดึงเธอเข้ามาโอบหลวมๆ แก้เก้อ “ไปเลยตาชาย ตาปีใหม่รออยู่”

คุณหญิงพวงพรซับหางตาด้วยกระดาษซับหน้าบางๆ แดดที่ส่องผ่านผนังกระจกเกือบจะเป็นสีขาว ชานนท์ ค่อยๆ สาวเส้นเชือกเดินตามเส้นเชือกไปเรื่อยๆ กระทั้งเห็นแผ่นหลังเด็กน้อยในชุดทักซิโด้กำลังยืนเหม่อจ้องอะไรสักอย่างเพียงลำพัง เขาช่างได้กิริยาของอนุชัยมาครบถ้วนจนชานนท์แทบจะฟูมฟายตั้งแต่นาทีนั้น เขาปาดน้ำตาทิ้งไปทีหนึ่งก่อนจะนั่งคุกเข่าจ้องเด็กน้อยตัวสูงระดับเข่าแบบคนไม่เคยเห็น กระทั้งอาตี้หันกลับมายิ้มให้ ภาพเก่าๆ ของอนุชัยที่เคยใช้หัวใจยิ้มแทนริมฝีปากจึงทับซ้อนกันจนแยกไม่ออก

“นุ…นุ อนุชัย อนุชายยยยยย ฮื้อๆ ฮื้อๆ อนุชาย อนุชายยยย” ชานนท์ระเบิดอารมณ์ทิ้งแบบไม่สนใจใคร อาตี้ยืนจ้องเขาในระยะ 2 เมตรและค่อยๆ เอียงคอสงสัย สุดท้ายรอยยิ้มกว้างๆ ก็พุ่งเข้ามากอด

“คุณพ่อ คุณพ่อชาย”

“นุ อนุชัย….อนุชายยยย” ชานนท์ยังไม่หลุดจากฝัน เขาสวมกอดหอมอาตี้ไปทุกๆ ส่วน “ดวงตาของลูกเหมือนดวงตาพ่อนุ ริมฝีปากรูปกระจับก็ได้พ่อนุ ผิวขาวสะอาดตัดกับทักซิโด้สีน้ำตาลเปลือกไม้ก็ยังเป็นสีที่พ่อนุชอบ” ชานนท์พร่ำ ขณะที่อาตี้ในอ้อมแขนจ้องหน้าชานนท์แบบเอาเป็นเอาตาย

“พ่อนุ เป็นใครครับคุณพ่อชาย”

“ครับอาตี้เดี๋ยวพ่อชายจะเล่าให้ฟัง…”

“อ้าวๆ เจอกันสักที สมานเข็นสัมภาระไปขึ้นรถ ไปๆ คุณหญิงไม่ต้องร้องไห้แล้ว พ่อลูกเขาสื่อสารกันด้วยหัวใจ เราไปกันเถอะ”

“ตาชาย…ตาปีใหม่ กลับบ้านเราลูก”

“คะ คะ คุณแม่….”

จากประโยคนั้น…อาตี้จ้องชานนท์ไม่กระพริบอีก….“เอ้!….คุณพ่อครับ คุณพ่อเป็นผู้ชายทำไม่พูด คะ กับคุณย่าด้วยครับ” อาตี้ถามขณะชานนท์อุ้มไปตามโถงทางเดินที่ยาวสุดสายตา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า …..คุณครูที่โรงเรียนลูกสอนรึครับ”

“ครับผม….ผู้ชายต้องขานรับว่า ครับ ไม่ใช่ คะ ครับคุณพ่อ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณพ่อก็ใช้เฉพาะคุณย่า อาหญิงรัดดากับอาแคร เท่านั้นแหละครับ…ฉลาดจังเลยนะอนุชัยน้อย”

“แล้วอนุชัยละครับคุณพ่อ เขาเป็นใคร ทำไม ทำไม คุณพ่อถึงพูดถึงบ่อยจัง” อาตี้ถามต่อพลางจ้องหน้าชานนท์ราวกับจะเร่งขอคำตอบเร็วๆ “คุณพ่อชายครับ อนุชัย เป็นใครกันครับ”

ชานนท์บรรจงจูบที่หน้าผากฟอดใหญ่ก่อนจะวางเขาลงกับพื้นจ้องนัยน์ตาของอาตี้ไม่กระพริบ “อาตี้ได้ทุกอย่างของพ่ออนุชัย ดวงตาก็เหมือนพ่ออนุชัย ผิวขาวก็เหมือนพ่ออนุชัย ริมฝีปากก็เหมือนพ่ออนุชัย และกรุ๊ปเลือดก็ยังเป็น AB RH- เหมือนพ่ออนุชัยอีก”……ชานนท์ปล่อยให้อาตี้สงสัยต่อสักพัก

“ทำไม ทำไม อาตี้เหมือนพ่ออนุชัยทุกอย่างเลยละครับคุณพ่อ”

“ก็เพราะว่าอาตี้คือลูกชายของพ่ออนุชัย….อาตี้คือลูกชายของพ่อนุและอาตี้ก็ยังเป็นลูกชายสุดที่รักของพ่อชายอีกด้วย อาตี้เข้าใจไหมครับ”

เด็กน้อยทำหน้างงๆ….สักพักเขาก็โผเข้ากอดรอบคอชานนท์ “กลับถึงบ้านคุณพ่อช่วยเล่าเรื่องพ่อนุให้อาตี้ฟังอีกนะครับ”

“OK….ได้เลย พ่อจะเล่าเรื่องพ่ออนุชัยให้ลูกฟังทุกอย่าง…ไปเราตามคุณปู่คุณย่าให้ทันเถอะ”

“คุณพ่อชายครับ เรามาวิ่งแข่งกันไหม….”

“ได้ๆ…..”

“เดี๋ยวอาตี้จะนับ 1 ถึง 3 นะครับ…1 2 3…….”

แล้วเสียงหัวเราะของพ่อลูกก็ดังลั่นโถงผู้โดยสารขาเข้า อาคารสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ จึงอบอุ่นอบอวนไปด้วยรอยยิ้มของผู้โดยสารที่นั่งๆ นอนๆ เดินลากกระเป๋าผ่านไปผ่านมา….หลายคนถึงกับตั้งกล้องถ่ายรูปพวกเขาอย่างเป็นจริงเป็นจัง….

“อาตี้ครับ รอพ่อชายด้วย”

“คุณพ่อครับเร็วๆ ตามอาตี้ให้ทัน….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

บ้านสายสกุล

ชานนท์กลับมาอยู่บ้านสายสกุลไม่ถึงเดือนเขาก็โทรเข้ามือถืออาจารย์พิชัยแจ้งเรื่องจะสร้างบ้าน Loft Love ขึ้นมาอีกครั้ง อาจารย์พิชัยจึงต่อสายเข้าบริษัทเอเชี่ยนกรุ๊ปเพื่อวางแผนงานก่อสร้าง วันเซ็นสัญญาอาจารย์พิชัยกับเกรียงศักดิ์นัดชานนท์ที่บ้านสายสกุล เมื่อถึงเวลา 10 นาฬิกาอันเป็นเวลานัดหมายรถ BMW สีดำของอาจารย์พิชัยก็แล่นเข้ามาจอดภายในบ้านทรงสเปน 3 ชั้นในซอยพหลโยธิน 24 สมานนำทั้งคู่ไปรอชานนท์ในเรือนรับรอง สักเด็กชายผิวขาวผมบ็อบก็วิ่งนำหน้าชานนท์เข้ามาภายใน

“หวัดดีครับอาตี้…ยิ่งโต ก็ยิ่งหล่อเหมือนพ่อนะครับ” อาจารย์พิชัยทักก่อนชานนท์จะสาวเท้าตามเข้ามาทัน

“อาตี้ครับหวัดดีลุงพิชัยกับลุงเกรียงรึยังครับลูก” ชานนท์บอก

“สวัสดีครับคุณลุงพิชัย สวัสดีครับคุณลุงเกรียง” เด็กน้อยอาตี้ยืนตรงไหว้ทั้งคู่จนอดเอ็นดูไม่ได้

“เขาเหมือนพ่อเขามากๆ เลยว่าไหมดอกเตอร์” อาจารย์พิชัยพูดขณะที่สายตายังสำรวจเด็กน้อยอาตี้ที่ยืนยิ้มอยู่กลางห้องไม่กระพริบ กระทั้งป้าสมใจคนดูแลตามเข้ามา

“สวัสดีคะอาจารย์ สวัสดีคะคุณเกรียง ไป ไปอาตี้ เราไปนั่งเล่นโลบอทในห้องใหญ่ดีกว่าครับผม”

“อาตี้ไปรอคุณพ่อที่ห้องนั่งเล่นนะลูก คุณพ่อคุยธุระกับลุงๆ เสร็จจะตามไปเล่นด้วย”

“ครับ….”

“ไปคะอาตี้….อาตี้ รอป้าด้วย”

ทั้ง 3 มองตามเด็กน้อยที่วิ่งตัดสนามหญ้าสีเขียวกระทั้งหายเข้าไปในบ้านเสียงอาจารย์พิชัยจึงดังขึ้นมาอีก

“เขาเหมือนพ่อเขามากๆ ดอกเตอร์ว่าไหมครับ”

เกรียงศักดิ์มองพิชัยทีหนึ่งก่อนจะมองชานนท์สลับไปมาคล้ายกับคนตามไม่ทัน จนชานนท์สังเกตเห็น

“อ๋อ! ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับคุณเกรียง ภรรยาผมเป็นผู้ชายนะครับ” พูดจบชานนท์ก็นั่งลงตรงหน้า “เรามาเริ่มเรื่องของเรากันเถอะ”

“อะ…อะ…อ๋อ อ๋อ…ครับๆ เรามาเริ่มต้นกันเลย”

“คือดอกเตอร์ชานนท์อยากสร้างบ้าน Loft Love ขึ้นมาใหม่….” อาจารย์พิชัยนำเปิดประเด็น

“ครับ ผมอยากสร้างตำแหน่งเดิมให้เหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน ทุกคนคงพอจำได้ใช่ไหมครับ” ชานนท์แจ้งความประสงค์ต่อ

“ครับคุณชาย ทีมงานเรามี File งานเก่าอยู่แล้วเลยง่ายขึ้น” เกรียงศักดิ์บอก

“เราคุยกันและได้เข้าไปขุดสำรวจพร้อมกับให้ทีมวิศวกรเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างใต้ดินทั้งหมดแล้วปรากฏว่ายังสามารถใช้งานได้ดี หากดอกเตอร์ไม่ติดใจ ดอกเตอร์จะประหยัดงบประมาณส่วนนี้ไปได้เยอะมากๆ” อาจารย์พิชัยพูดพร้อมกับยื่นหนังสือรับรองจากทีมวิศวกรให้ ชานนท์รับมานั่งอ่านคร่าวๆ

“ถ้าเสาเข็มเดิมยังใช้ได้ผมก็ไม่ติดใจ ดีซะอีกตำแหน่งจะได้ไม่ผิดเพี้ยน”

แล้วทั้ง 3 ก็คุยกันต่อในรายละเอียดกระทั้ง 2 ชั่วโมงผ่านไปชานนท์จึงลุกขึ้นขอจับมือ

“แล้วจะลงมือก่อสร้างได้เมื่อไรครับ” ชานนท์ถาม

“เวลานี้ทีมงานส่วนหนึ่งอยู่ที่ Site งานแล้ว เราเริ่มงานได้ทันทีครับดอกเตอร์” เกรียงศักดิ์แจ้ง ชานนท์จึงอดหัวเราะไม่ได้

“คุณเกรียง อาจารย์ครับ ต่อไปอย่าเรียกผมว่าดอกเตอร์อีกนะครับมันทะแม่งๆ อย่างไรไม่รู้”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรียกชาย หรือคุณชานนท์อย่างเดิมจะไม่ทะแม่งๆ กว่ารึดอกเตอร์” อาจารย์พิชัยแซวตามหลังบ้าง

“เอานะ เรียกผมว่าชายเฉยๆ นะดีแล้วขอบคุณมากครับ” ชานนท์บอกส่ง ทั้ง 3 จึงได้แยกย้าย

ในระหว่างงานก่อสร้างเกือบ 8 เดือน เป็น 8 เดือนที่ทีมงานของเกรียงศักดิ์ต้องปวดหัวกับชานนท์ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะทุกครั้งที่เข้าไปตรวจงาน เขาจะใช้วิธีหลับตาดึงภาพจากความทรงจำแล้วใช้ฝ่ามือลูบไปตามผนัง Loft ทีละด้าน ทีละแผง ถ้าส่วนไหน ตรงไหนสะดุด เขาก็จะสั่งทุบทิ้งอยู่เรื่อยๆ แต่เมื่อมีอาจารย์พิชัยคอยไกล่เกลี่ยทุกอย่างจึงผ่านไปได้…..

เช้าวันอาทิตย์เดือนกุมภาพันธ์ แดดแรกสีวะนิลาก็ทาทับบ้าน Loft Love อีกคราหนึ่ง ชานนท์หลับตาสลับสำรวจบ้านปูนเปลือยไปทีละด้าน ทีละส่วนแม้กระทั้งป้ายหินแกรนิตสีน้ำตาลดำแกะกัดกรดลึกเป็นอักษรภาษาอังกฤษสไตล์โรมันลงสีโอโรส ด้านข้างประดับด้วยกุหลาบขาวที่พัวพันกันไปมาก็ยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน…เขายืนเหม่อๆ มองบ้านตัวเองอย่างไม่รู้จักอิ่มกระทั้งแดดสีวะนิลาเคลื่อนเข้าสู่เฉดสีขาว เขาจึงค่อยๆ ยกมือขึ้นปิดปากก่อนน้ำตาจะล้นให้เห็น

“เหมือนฉันเพิ่งจะกลับจากชิมะพร้อมๆ กับนายเลยเลยนุ…..”

ต่อมาไม่นานเมื่อทุกอย่างเข้าที่ ชานนท์กับอาตี้ก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน Loft Love คุณหญิงพวงพรเป็นห่วงหลานจึงให้สมใจสาวพยาบาลโสดอยู่ตัวคนเดียวย้ายตามมาช่วยดูแล ส่วน ดร.ชวนนท์ เป็นคนหาทีม รปภ. ทุกอย่างจึงได้ลงตัว

“คุณพ่อครับ อาตี้อยากได้เปียโนสักหลัง”

“อาตี้เล่นได้แล้วเหรอครับลูก” ชานนท์ถามพลางขยี้หัวแรงๆ

“เล่นได้แล้วครับ โรงเรียนอาตี้มีสอนด้วย นะครับคุณพ่อนะครับ อาตี้จะได้เล่นให้คุณพ่อฟังไงครับ”

“แล้วจะวางตรงไหนดีเอ่ย…….”

อาตี้วิ่งวนไปรอบๆ โถงรวมเพดานสูง เขาหันซ้ายแลขวาๆ คล้ายจะสำรวจสักพักก็กางแขนออกกว้างๆ บอกตำแหน่ง “ตรงนี้ครับพ่อ ตรงนี้เลย อาตี้ชอบตรงนี้ครับ”

ชานนท์นั่งยิ้ม ภาพในหัวกลับเห็นเป็นอนุชัย….จนกระทั้ง

“คุณพ่อครับ คุณพ่อฟังอาตี้อยู่หรือเปล่า”

“ครับๆ แล้วโต๊ะทำงานพ่อนุกับพ่อชายละจะวางไว้ตรงไหนดี” ชานนท์แกล้งลูกชายต่อ

อาตี้จึงชี้มือไปยังตำแหน่งเดิมอย่างไม่ลังเล “ตรงนั้นครับ….ขอโต๊ะทำการบ้านให้อาตี้ 1 ที่นะครับ”

“ครับผม เดี๋ยวพ่อจัดการให้” และแล้วความสุขในบ้าน Loft Love ก็คล้ายจะกลับมาอีกครั้ง ขาดแต่เพียงกระดานชนวนกับกฎเขกกะโหลกเท่านั้นที่ชานนท์กำลังเสาะหามาติดผนัง Loft ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

หลังเลือกตั้งในปีเดียวกันพรรคพลังประชาไทยของอดีตนายกทักพงษ์ ชีวาวัฒนะ ก็เข้ามาที่ 1 ได้จัดตั้งรัฐบาลตามระเบียบ ชานนท์กับดาริกาซึ่งปัจจุบันเธอคือคุณหญิงดาริกายังต้องออกงานคู่กันเป็นประจำ ชานนท์ ถูก ดร.ทักพงษ์ ทาบทามให้เข้ามาช่วยงาน คุณหญิงดาริกาได้จังหวะจึงผลักดันอย่างออกหน้าออกตา ด้าน ดร.ชวนนท์ ผู้เป็นพ่อเองก็ออกแรงเกลี้ยกล่อมจนในที่สุดเขาก็ยินยอม ตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่หนุ่มที่สุดจึงอยู่ในมือเขา….

อีกคน…

หลังๆ เกรียงศักดิ์ เจ้าของบริษัทเอเชี่ยนกรุ๊ปมีปัญหา ทีมงานส่วนหนึ่งจึงได้แยกออกมาทำบริษัทเองและหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ อนุชัย ธารากรณ์ รวมอยู่ด้วย บริษัท APT Group จำกัดจึงได้ก่อตั้งขึ้น อนุชัยต้องกลับมาอยู่เมืองไทยนานกว่าปกติ เขาจึงตัดสินใจซื้อคอนโดเล็กๆบนถนนลาดพร้าวเป็นที่พักอาศัยแบบถาวรและชั่วคราวในบางฤดู

และขณะช่วงพักกลางวันในร้านอาหารบนถนนสุขุมวิท โทรทัศน์ก็เสนอข่าวการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลทักพงษ์3 และภาพหนุ่มสาวที่บรรดาผู้สื่อข่าวหลายๆ แขนงให้ความสนใจเห็นจะหนีไม่พ้นครอบครัวสายสกุล อนุชัยเงยหน้าจ้องทีวีแบบคนไม่เคยเห็น

#ดอกเตอร์ชานนท์คะ ท่านมีความรู้สึกอย่างไรกับการเข้ารับตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อันเป็นกระทรวงเก่าที่ดร.ชวนนท์นั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่หลายปีนะคะ#

ภาพซูมใบหน้าของชานนท์ขณะกำลังอมยิ้มที่มุมปาก ก่อนน้ำเสียงเล็กๆ แหลมๆ ของคุณหญิงดาริกาที่ยืนคล้องแขนสามีจะตอบนักข่าวแทน

#ก็บังเอิญดอกเตอร์จบด้านธุรกิจจากบริติชโคลัมเบียโดยตรงนะคะ คุณพ่อเลยเห็นว่าเหมาะสมในการขับเคลื่อนงานของประเทศเลยดึงเข้ามาร่วมทีมรัฐบาลในครั้งนี้#

#ครับ ผมต้องขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคทุกๆ ท่านนะครับที่ให้โอกาส# ชานนท์พูดหน้านิ่งๆ พลางโปรยยิ้มให้กล้องอย่างคนภาคภูมิใจเป็นพิเศษ ต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียงนักข่าวสายบันเทิงดังขึ้นอีก

#ดอกเตอร์กับคุณหญิงช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันเหลือเกิน ขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ด้วยนะคะ#

#ครับขอบคุณครับ# แล้วภาพก็ตัดไปที่ชานนท์กับดาริกาที่ยิ้มให้กันก่อนจะจุมพิตให้นักข่าวได้กดชัตเตอร์รัวๆ จนหน้าจอทีวีกระพริบวิบๆ วับๆ ราวกับแสงดาวนับล้านดวงในคืนมืดมิด….

อนุชัยนิ่งค้าง เขากินข้าวไม่ลงตั้งแต่คำแรก…

“อ้าว! นุ….”

“ผมทานไม่ลงครับพี่…ขอตัว…” อนุชัยตอบสั้นๆ ก่อนจะลุกเบือนใบหน้าซีดๆ พุงหายเข้าห้องน้ำ….ทำให้เพื่อนร่วมงานต่างมองหน้ากันสลับข่าวในทีวีแต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ชัดเจนสักคน

“ทำไมฉันลืมนายไม่ได้สักทีชานนท์…ทำไม ทำไม….ชานนท์ ชานนท์ ทำไมนายต้องทำให้ฉันเป็นบ้าอยู่คนเดียว ในขณะที่นายสมบูรณ์แบบทุกๆ อย่าง….ทำไมนายไม่ฆ่าฉันให้ตายชานนท์ ทำไมนายไม่ทำตามกฎเขกกะโหลก ทำไมไม่ฆ่าฉัน ทำไม ทำไม”

และอีกคน…..

ด้านดร.ชานนท์ สายสกุล…นาทีนี้การติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของอนุชัยจึงง่ายขึ้น เมื่อชานนท์รู้ว่าอนุชัยเปิดบริษัทร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ใช้ชื่อบริษัทว่า APT. Group เขาจึงแอบต่อสายไปตามบริษัทใหญ่ๆ ที่บริษัทของคนรักเข้าร่วมประกวดแบบหรือประมูลงาน ถึงจะเป็นแผนการที่ค่อนข้างสกปรกแต่ด้วยความสามารถของทีมงานในบริษัททุกอย่างจึงดูเนียนจนหลายฝ่ายจับพิรุธไม่ได้….

“นกป่าอย่างนายไม่คุ้นกับกรงแน่ๆ….นายทำให้ฉันเจ็บปวดตั้งแต่วันแรกที่หนีกระทั้งเดี๋ยวนี้ อนุชาย…นายยังรักฉันอยู่ไหมน้อ….โอกาสที่จะจับนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้จะมาถึงเมื่อไรกัน…ฉันรักนายคนเดียวอนุชายยยย” การแอบอยู่ด้านหลัง….มองคนรักอย่างห่วงๆ อยู่ห่างๆ ทำให้ชานนท์แทบหายใจไม่ออก แต่เมื่อกลับบ้าน Loft Love มาเจออาตี้ที่เสมือนตัวตายตัวแทนจึงช่วยให้เขาไม่ต้องคิดข้ามคืน

กระทั้งอาตี้อายุจะครบ 12 ขวบ ความเหมือนต่างเวลาก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น หลายครั้งที่คิดถึงอนุชัยเขาก็จะกลับบ้านมาดูอาตี้เล่นเปียโน จิตใจก็คล้ายมีพลังใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา จนมีวันหนึ่งเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการโรงเรียนของอาตี้โทรแจ้งเรื่องอาตี้เกือบจะถูกคนร้ายลักพาตัวในตอนเที่ยง คุณหญิงพวงพร กับ ดร.ชวนนท์ จึงตรงดิ่งไปยังบ้าน Loft Love ทันที

“ปีใหม่กลับมารึยัง” ทันทีที่ร่างท้วนๆ ของคุณหญิงพวงพรหมุนผ่านประตูเฉลียงเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีชานนท์นั่งจมเครียดอยู่กับหน้าโน๊ตบุ๊ค

“อาบน้ำอยู่บนห้องคะคุณแม่ ชายเพิ่งไปรับกลับ” ชานนท์บอก

“ปีใหม่เป็นไงบ้าง….” และเสียง ดร.ชวนนท์ ที่ตามหลังมาก็ตามขึ้นอีกคน “พ่อให้ทีมตำรวจสืบเรื่องนี้โดยด่วนแล้วละ…ถึงขนาดจะลักพาตัวในโรงเรียนพ่อรับไม่ได้จริงๆ” เขาข้ามคุณหญิงพวงพรมานั่งลงใกล้ๆ ลูกชาย

“คุณคะ เราต้องบอกเรื่องพินัยกรรมบ้านตระกูลเชาว์ให้ตาชายรู้แล้วละคะ ไม่อย่างนั้นดิฉันนอนไม่หลับแน่ๆ” คุณหญิงพวงพรพูดกับสามี ชานนท์ที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ก่อนแล้วก็เงยหน้าจากโน๊ตบุ๊คขึ้นมาจับจ้องคนทั้ง 2 ไม่กระพริบ….

“พินัยกรรมอะไรกันคะคุณแม่…” เมื่อคุณหญิงพวงพรยังปิดปากเงียบ “คุณพ่อครับ”

ดร.ชวนนท์ ซี๊ด!ปากเสียงดังพลางเป่าลมทิ้งจนปอดโล่ง “ชาย….ปีใหม่คือ…”

“ผู้ได้รับมรดกจากบ้านตระกูลเชาว์มากที่สุด” คุณหญิงพวงพรพูดต่อจนทำให้ชานนท์ถึงกับสะดุ้งราวกับเห็นผี…

“คุณแม่”

“เป็นความจริงตาชาย ปีใหม่คือทาญาติบ้านตระกูลเชาว์และเป็นผู้ได้รับมรดก 30 เปอร์เซ็นต์หลังจากอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์….”

“คุ คุณ คุณพ่อ…..” ชานนท์หน้าซีดจนใบหน้าเป็นสีกระดาษในแนวตั้ง

“ชาย….10 กว่าปีพ่อกับแม่หลับไม่เต็มตาเพราะเรื่องนี้เลยสักคืน”

“คุณแม่ทำไมเพิ่งจะมาบอกชายคะ คุณพ่อครับทำไมละครับ” ชานนท์ออกอาการโมโหอย่างเห็นได้ชัด “อาชาติรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ไหนคุณแม่บอกชายว่าจะเก็บเรื่องอาตี้เป็นความลับไงคะ”

“ตอนนั้นอาชาติทรุดหนักเรื่องอนุชัยหนีไป แม่แค่อยากให้เขาได้รับรู้เรื่องดีๆ บ้าง ชายอย่าโกรธแม่เลยนะลูก” คุณหญิงพวงพรเหมือนจะรู้ตัว เธอคว้ามือชานนท์มาลูบเบาๆ “อย่าโกรธแม่เลยนะชาย แม่พลาดเอง”

“มันผ่านไปแล้วคะคุณแม่…สำคัญนับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปต่างหาก”

“แม่ได้คุยกับพ่อมาหลายคืนและหลายปีแล้วด้วย”

“พ่ออยากส่งอาตี้ไปเรียนต่อที่ซานฟรานซิสโกกับหญิงรัดดา”

ชานนท์ชะงักค้างอีกรอบ “………..”

“ชาย ตอนที่แม่ส่งชายไปเรียนที่นั่นชายก็มีอายุเท่าๆ กับปีใหม่ ชายจำไม่ได้รึคะลูก” คุณหญิงพวงพรพยายามเสริมสามีให้ชานนท์คล้อยตาม

“แต่ตอนนั้นชายมีคุณแม่นี้คะถึงจะไปๆ กลับๆ ก็ตาม ถ้าอาตี้ไปอยู่กับน้องหญิงเพียงลำพังชายไม่ค่อยชัวคะคุณแม่” ชานนท์พูดจนคล้ายจะเห็นด้วยในเบื้องต้น

“คุณก็ลองต่อสายคุยกับหนูกุ๊งกิ้งดูก่อนซิ ถ้าเป็นอังกฤษผมก็ยัง OK นะ”

“อย่าไปรบกวนกิ๊งเขาเลยครับคุณพ่อ ชายมั่นใจซานฟรานซิสโกมากกว่าอังกฤษ เพราะอย่างไรเสียชายก็พอรู้จักอาจารย์ที่ไว้ใจได้หลายท่านและถ้าออกแบบนี้ชายก็จะยอมเป็นหุ่นให้เพื่อนที่กำลังเรียนแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับระบบสมองไปด้วยเลย…จะมีเรื่องบินไปดูอาตี้บ่อยๆ” ชานนท์เสริม

“ไม่บอกหนูกิ๊งไม่ได้หรอกลูก เพราะอย่างไรเสียเธอก็คือแม่ของตาปีใหม่” คุณหญิงพวงพรมองหน้าลูกชายนิ่งๆ “นะคะ เดี๋ยวคืนนี้แม่จะโทรคุยกับเธอเอง”

ชานนท์มองคุณหญิงพวงพรสลับดร.ชวนนท์สุดท้ายเขาก็ยอมพยักหน้าให้เห็น….

และคืนนั้นเอง…..

(คะ คุณหญิงแม่ขอบคุณมากๆ นะคะที่โทรบอกเรื่องนี้กับกิ๊ง บังเอิญแฟนกิ๊งก็กำลังหาที่เรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐฯ อยู่พอดี เดี๋ยวกิ๊งจะลองคุยกับเขา…ถ้าได้มหาวิทยาลัยในซานฟรานซิสโกทุกอย่างก็จะลงล็อค แต่คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ อย่างไรเสียกิ๊งก็ต้องเชียร์ให้เขาเลือกซานฟรานฯ อยู่แล้ว ยิ่งถ้าหญิงรัดดาเธอช่วยหามหาวิทยลัยดีๆ ให้และสนับสนุนอีกแรงกิ๊งเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมากๆ คะ)

“ถ้าเป็นแบบนั้นจะดีมากๆ แม่ลูกจะได้ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งด้วยกัน”

“กิ๊งก็ปรารถนาอย่างนั้นที่สุดคะ….ขอบคุณคุณหญิงแม่ที่โทรบอกกิ๊งอีกครั้ง กิ๊งเห็นโอกาสจะได้อยู่กับอาตี้แล้วกิ๊งจะไม่ยอมพลาดแน่นอน คุณหญิงแม่เตรียมอาตี้ให้ดีก็แล้วกันนะคะ”

“หนูกิ๊งจะส่งข่าวให้แม่รู้สักเมื่อไรคะ….”

“เดี๋ยวแฟนกิ๊งกลับมาเย็นๆ คงเป็นวันพรุ่งนี้สายๆ ของประเทศไทยนั้นแหละคะกิ๊งจะโทรบอก แต่รับรอง 90 เปอร์เซ็นต์ต้องเป็นข่าวดีแน่ๆ”

“ขอบใจนะหนูกิ๊ง แม่จะรอ…”

“กิ๊งต่างหากละคะที่ต้องขอบคุณ….ขอบคุณคุณหญิงแม่มากๆ นะคะ”

จบ อนุชาย2 บทที่4 Loft Love House2