บทที่5 มะลิสีชมพู

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง บทที่5 มะลิสีชมพู

บทที่5 มะลิสีชมพู

บทที่5 มะลิสีชมพู

นาฬิกาบนผนังบอกใกล้จะเข้า 2 ยามเข้าไปทุกขณะ แต่ภาพอุบัติเหตุของรถ BMW สีดำใกล้ๆ กับคอสะพานบนถนนที่ไหนสักแห่งก็ยังถูกวางเรียงต่อกันยาวบนโต๊ะเขียนหนังสือไม่หยุด บางจังหวะมันถูกหยิบสลับที่กันไปมาหลายรอบโดยอาศัยช่วงเวลาที่คาดเดาเป็นหลักวิเคราะห์ ทันทีที่คิดว่าลงตัว เอกสารในมือของเด็กหนุ่มที่ไม่ยอมลุกไปไหนนานหลายชั่วโมงก็สั่นพลับๆ ราวกับตีความหมายของอุบัติเหตุครั้งนั้นทะลุ

“…..” ชีตาห์ซี้ด! ปากเสียงดัง “มันคือแผนฆาตกรรมอำพรางชัดๆ ทำไมคุณปู่ถึงไม่ส่งมอบหลักฐานเหล่านี้ให้ตำรวจนะ” เขาตั้งคำถามพร้อมกับเคาะนิ้วระหว่างใช้ความคิด “มิน่าละคุณย่าถึงได้ห่วงแหนกล่องใบนี้เป็นนักเป็นหนา…ในเมื่อคุณปู่เป็นคนรวบรวมหลักฐานกับมือนั้นก็หมายความว่าตอนแรกคุณปู่เองก็ไม่ยอมแพ้….แต่ แต่….อะไรกันละที่ทำให้คุณปู่ถอย…” ชีตาห์คิด คิด กระทั้งเผลอฟุบหลับลงกับโต๊ะและความฝันของเด็กหนุ่มวัย 17 ปีก็วนกลับสู่จุดเริ่มต้นอีกวาระ

#“หลานมีตัวตน ชีตาห์ หลานมีพ่อ หลานมีแม่ และหลานก็คือหลานย่า เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกชายย่าแท้ๆ ที่ผ่านมาย่าขอโทษ และในจดหมายฉบับนั้นได้บอกรายละเอียดถึงสาเหตุที่ย่ากับปู่ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องของหลานไว้ครบถ้วน”—–“แต่คุณปู่เกลียดหนู….”—–“คุณปู่เป็นคนไปรับหนูมาจากโรงพยาบาลด้วยมือของตัวเอง คุณปู่รักหนูยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นเชื่อย่าซิ”—–“คุณย่าคะ….”#

เกือบตี 2 เมื่อหมอชิงชัยกลับมาถึงบ้านหลังจากออกเวรรอบดึก แสงโคมภายในห้องนอนชั้น 2 ก็เล็ดลอดผ่านรอยแยกประตูที่ปิดไม่สนิทฟ้องสถานะ (ไอ้เสือยังไม่นอนรึนี่…) เขาคิดและกำลังจะใช้หลังมือเคาะเรียก แต่เมื่อนึกถึงเวลาปัจจุบันจึงชะงักพร้อมกับค่อยๆ จับลูกบิดผลักเข้าสู่ภายใน ภาพหลานชายฟุบหลับอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือทำอะไรเขาไม่ได้ นอกจากเผลอถอนหายใจทิ้งยาวๆ

“อีกแล้วนะไอ้เสือ” เขาอุทานและภาระกิจซ้ำๆ ก็เกิดขึ้น เมื่อร่างของชีตาห์ไปอยู่บนที่นอนเรียบร้อยแล้ว มือที่กำลังจะเอื้อมปิดโคมไฟเหนือโต๊ะก็ต้องชะงักค้าง เมื่อภาพอุบัติเหตุที่ไม่เคยเห็นมาก่อนรวมทั้งเอกสารส่วนตัวของพี่ชายถูกวางเรียงต่อกันตามช่วงเวลาจนสามารถเฉลยเรื่องราวในอดีตได้อย่างสมบูรณ์ หมอชิงชัยต้องพยุงตัวเองด้วยการท้าวแขนกับพนักเก้าอี้ “นี่หมายความว่า….” เขาค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งแทนที่หลานชายก่อนแผ่นหลังจะค่อยๆ สะเทือนเพราะแรงสะอื้นจากข้างใน…. “สำนวนที่ตำรวจมีในมือล้วนไม่ใช่เรื่องจริง….พี่พลบเสียชีวิตเพราะแผนฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุ….พี่พลบ…คุณพ่อ คุณแม่ทำไมไม่บอกผมตั้งแต่แรก…” เขาสั่นตัวโคลงอยู่พักใหญ่ ก่อนแสงไฟทั้งบ้านจะดับพรึบสู่สีดำ การตัดสินใจครั้งสำคัญเหมือนจะได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว

“ในเมื่อมีหลักฐานใหม่ก็สามารถรื้อคดีกลับมาฟ้องใหม่ได้….เห็นทีงานนี้อาต้องลุยด้วยตัวเองแล้วละ” รัตติการก่อนฟ้าจะสางบีบให้หมอวัย 37 ปีหลับไม่ลง กระทั้งเช้าวันต่อมา ทันทีที่พาร่างสะโหลสะเหลเดินลงบันไดถึงครัวร้อนชั้นล่าง

“อาหมอฮะ…ข้าวต้มปลากะพงร้อนๆ สักถ้วยไหมฮะ” ชีตาห์ในชุดนักเรียนมัธยมปลายมีผ้ากันเปื้อนสีขาวแบบพ่อครัวใหญ่ถามขึ้น

“อื้อ! ดีเหมือนกัน” เขาบอกแบบคนสติยังไม่ตื่น เมื่อข้าวต้มถูกซดเข้าปาก สมองก็กลับมาเป็นปกติ “ไอ้เสือ….”

“ฮะ….” ชีตาห์เงยหน้ารอ ขณะช้อนในมือค้างในท่าเตรียมรับประทาน

“อา…จะลาออกไปสมัครเป็นหมอประจำตัวของท่านผู้หญิงพลอยชมพู”

ทันทีที่พูดจบช้อนในมือของชีตาห์ก็หล่นลงในชามข้าวต้ม ดวงตาของเขาเบิกค้างจ้องใบหน้าหมอชิงชัยไม่กระพริบ…. “อา อาหมอว่าอะไรนะฮะ”

“อาตัดสินใจแล้ว….ตามที่ได้ยินนั้นละ”

วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ…ในปีนี้ทางโรงเรียนได้คัดเลือกตัวแทนแต่ละชั้นปีขึ้นไปแสดงมุทิตาจิตต่อคุณแม่บนเวที ซึ่งในปีนี้ชั้นมัธยมปีที่ 5 ได้ตัวแทนนักเรียนชาย-หญิง 2 คนนั้นก็คือ น.ส.พลอยฟ้า รักสัตย์สกุล กับนาย ชีตาห์ ภัทรธารา ชีตาห์ใช้เวลาทั้งคืนประดิษฐ์ดอกมะลิเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ยิ่งนึกถึงคนที่เขาต้องไหว้ที่เป็นถึงท่านผู้หญิงสูงศักดิ์ แถมด้วยตำแหน่งภิริยารัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ดร.ธนเกียรติ รักสัตย์สกุล แล้วเขาก็ยิ่งคิดหนัก สุดท้ายดอกมะลิประดิษฐ์พวงย่อมๆ ที่ถือในมือก็ต่างจากดอกมะลิตามธรรมชาติโดยทั่วไป จากสีขาวสะอาดเป็นดอก มะลิสีชมพู แบบไม่เคยมีที่ไหนในโลก เขาต้องการจะสื่ออะไร ไม่มีใครล่วงรู้นอกจากตัวเองกับผู้รับ ซึ่งหมายถึงท่านผู้หญิงพลอยชมพูคนนั้น

แต่ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้น อยู่ๆ พลอยฟ้าก็ถือมาลัยมะลิสดเดินเข้ามากระซิบ “ชีตาห์หญิงแม่มาร่วมงานไม่ได้แล้วนะ อาจารย์นวลศรีจะขึ้นทำหน้าที่แทน”

ชีตาห์เก็บอาการนิ่งๆ ก่อนจะถามกลับด้วยกิริยาอ่านไม่ออก “ท่านผู้หญิงเป็นอะไร”

พลอยฟ้าซี้ด!ปากให้ได้ยิน “เค้าไม่รู้ แต่คุณแม่มักจะเป็นแบบนี้บ่อยๆ จนคุณพ่อต้องจ้างหมอประจำตัวมารักษาที่บ้าน…จบงานในช่วงบ่ายเรา….”

พลอยฟ้าพูดไม่ทันจบ ชีตาห์ก็แทรกเร็วๆ “ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงบ่ายหรอก เค้าว่าเราไปเยี่ยมท่านตอนนี้เลยแล้วกัน”

“แต่ว่า….”

“นั่งแท็กซี่ไปกับเค้าท่านผู้หญิงไม่ว่าแน่ๆ….” ซีตาห์ใช้แววตาจริงจังรับรอง พลอยฟ้าคิดไม่ตกสักพักเธอจึงพยักหน้าตามแบบหวาดๆ

“ก็ได้ ท่าจะสนุกดี อารมณ์ไม่ต่างจากหนีเที่ยวเลยสักนิด ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อย่าบอกนะว่าตัวเองเคย” ชีตาห์ถามขณะกลั้นหัวเราะ

“ไม่เคย…แต่เห็นในละครทีวีนะ…..”

“ฮ่า  ฮ่า ฮ่า….ตัวเองพร้อมจะบ้าไปกับเค้าสักวันหรือยัง”

“พร้อมดิ…ถ้าเป็นชีตาห์เค้าพร้อมเสมอ” พลอยฟ้าพูดแต่ก็แอบซ่อนความอายระดับหนึ่งเอาไว้ ชีตาห์ยิ้มจับหัวเขย่าในลักษณะผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก

“ไปกันยัง….”

“อื้อ!….”

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะหลุดจากประตูหลังโรงเรียน บรรพตคนขับรถที่จับตาดูคุณหนูพลอยฟ้าตลอดเวลาก็แสดงตัว

“คุณหนูครับ คุณหนูจะไปไหนครับ” เสียงก้องๆ แบบคนมีอำนาจดังจากด้านหลัง พลอยฟ้ากับชีตาห์สะดุ้งหันกลับไปทางต้นเสียง แต่เป็นพลอยฟ้าที่พูดขึ้นมาก่อน

“วันนี้วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันอะไรละ….”

“ถ้าคุณหนูจะไปเยี่ยมท่านผู้หญิง เชิญทางนี้ดีกว่าครับผมจะพาไปเอง” บรรพตก้มหน้าเสนอ

“ไม่เป็นไร วันนี้ชีตาห์ต้องไปด้วย”

“นั้นแหละครับยิ่งบรรลัยเลย….” เขาหยุดประเมิน “ว่าแต่คุณหนูรู้รึยังครับว่าเวลานี้ท่านผู้หญิงอยู่ที่ไหน” บรรพตถามในเชิงเป็นต่อ

“ก็ต้องที่บ้านนะซิ….มีอะไรเกิดขึ้นกับหญิงแม่อย่างนั้นรึ!” พลอยฟ้าถามกลับในลักษณะสงสัย บรรพตจิ! ปากคิดหนัก… “ว่าไงคะ เกิดอะไรขึ้นกับหญิงแม่กันแน่”

“ท่านผู้หญิงถูกย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนอร์ตกรุงเทพตั้งแต่เมื่อคืนแล้วละครับ” บรรพตรายงานไม่เต็มเสียง

พลอยฟ้าตกใจมือสั่น แต่ชีตาห์ก็โอบประคองเธอพร้อมกับตบปลอบเบาๆ “ท่านผู้หญิงไม่เป็นไรหรอกน่าใจเย็นๆ…คุณน้าฮะช่วยพาเราไปพบท่านทีนะฮะ เพราะวันนี้เป็นวันแม่ ท่านรัฐมนตรีต้องเห็นด้วยแน่นอน”

“นะคะ พาหญิงไปพบหญิงแม่ที แต่ไหนแต่ไรหญิงแม่ไม่เคยเป็นหนักขนาดนี้ นะคะ นะคะ”

“อื้อ!…เอ่อ!….” บรรพตลังเลสักครู “ถ้าอย่างนั้นตามผมไปที่รถเลยครับ ประตูหลังกับประตูหน้าคงออกไม่ได้แล้วละ ต้องใช้ประตูพิเศษด้านข้างแทน”

ที่โรงพยาบาลนอร์ตกรุงเทพ ถนนพระราม 4 อีก 2 ชั่วโมงต่อมา

ชีตาห์เด็กหนุ่มตัวสูงในชุดกางเกงนักเรียนสีฟ้าเสื้อขาวกำลังเร่งฝีเท้าตามชายวัยกลางคนหลังคล่อมไปติดๆ โดยมีหญิงสาววัยเดียวกันในชุดนักเรียนมัธยมปลายผูกโบร์สีฟ้าเดินเกาะแขนในลักษณะไม่เสถียร เมื่อปลายเล็บเผลอจิกเนื้อจนรู้สึกเจ็บ ชีตาห์จึงยกฝ่ามือที่มีพวงดอกมะลิสีชมพูตบปลอบจนพลอยฟ้าเห็นมันชัดๆ

“ตัวเองทำเองกับมือเลยเหรอ” พลอยฟ้าถามระหว่างโถงทางเดินภายใน ชีตาห์พยักหน้า “สวยจัง มะลิสีชมพู เค้าเพิ่งเคยเห็นวันนี้เอง”

“เค้าเองก็หวังว่าท่านผู้หญิงจะชอบ”

“ตัวเองใส่น้ำหอมด้วยเหรอ หอมเหมือนกลิ่นมะลิจริงๆ เลย”

“อื้อ!….เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เค้ากำลังเรียนนะ”

“รู้อย่างนี้เค้าให้ตัวเองทำเผื่อมั่งก็ดีหรอก….ดูของเค้าซิเริ่มจะช้ำแล้วด้วย”

………และ

“ท่านผู้หญิงอยู่ในห้องนี้ครับคุณหนู เชิญครับเดี๋ยมผมจะรออยู่ข้างนอก” บรรพตพูดเมื่อนำทางมาหยุดหน้าห้องพิเศษที่ไม่ต่างกับโรงแรม 5 ดาว เมื่อทั้งคู่ผลักประตูเข้าสู่ภายในห้องที่ตกแต่งราวกับเป็นห้องรับแขกสำหรับชนชั้นสูง พยาบาลสาว 2 คนหลังเคาน์เตอร์ก็กล่าวทักทาย

“สวัสดีคะ น่าจะเป็นคุณหนูพลอยฟ้าใช่ไหมคะ….” พยาบาลร่างอวบค่อนไปทางผอมเหลือน้อยเดินออกมากล่าวต้อนรับ แต่สายตาแหลมคมกลับไปตกอยู่ที่ชีตาห์

“อาหมออยู่ข้างในหรือเปล่าฮะ” ชีตาห์ถามเมื่อเห็นป้ายรายชื่อนายแพทย์ชิงชัย ภัทรธาราเสียบเหนือประตูทางเข้าห้องคนไข้

“พี่ก็นึกอยู่แล้วว่าต้องเป็นน้องเสือแน่ๆ….คุณหมอเพิ่งขึ้นประชุมเมื่อกี้เองคะ” พยาบาลอีกคนแทรกตอบจากหลังเคาน์เตอร์พร้อมกับเขย่าเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ

“ต้าย!….เผลอแป๊บเดียวโตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วเหรอ” พยาบาลร่างอวบค่อนไปทางผอมเหลือน้อยตามเร็วๆ “พี่ก็นึกอยู่แล้วเชียว”

เมื่อพลอยฟ้าทิ้งความสงสัยไปที่เขา “คือว่าอาหมอทำงานอยู่ที่นี่เค้าจึงคุ้นเคย เพราะพี่ๆไปเยี่ยมคุณย่าสมัยที่ท่านยังมีชีวิต”

“คุณหมอจบเฉพาะทางจากอเมริกาที่คุณพ่อเพิ่งจ้างเป็น….”

“อาแท้ๆ ของเค้าเอง” ชีตาห์บอก

“เวลานี้อาการของท่านผู้หญิงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วละคะ พักผ่อนอีกสัก 2-3 วันก็น่าจะกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ เชิญคุณหนูเข้าเยี่ยมท่านได้เลย….อ้อพี่ลืมไป ชีตาห์รออยู่ข้างนอกก่อน เข้าไปพร้อมกันเดี๋ยวรบกวนท่านผู้หญิงเปล่าๆ” พยาบาลร่างอวบค่อนไปทางผอมเหลือน้อยกำชับ

“ตัวเองเข้าไปกราบท่านก่อนเถอะ” ชีตาห์แนะ เมื่อพลอยฟ้าหายผ่านเข้าประตู อีกครึ่งชั่วโมงเธอก็เดินยิ้มระรื้นออกมาหา

“ชีตาห์หญิงแม่เรียก” น้ำเสียงของเธอสดใสผิดจากตอนที่เพิ่งมาถึงลิบลับ ชีตาห์นิ่ง จนพลอยฟ้าต้องเดินเข้าไปนั่งเขย่าแขนเรียก “ถึงเวลาตัวเองแล้ว เร็วเข้า” เธอยังโน้มกระซิบอีก “ไม่รู้หญิงแม่มีอะไรพิเศษถึงอยากเจอตัวเองขึ้นมา ฮิ ฮิ ฮิ”

“คงไม่มีอะไรหรอกน่า” ชีตาห์พูดคล้ายกับคนไม่มั่นใจ ก่อนจะลุกเดินผ่านประตูเข้าสู่ภายใน

ห้องพิเศษขนาดใหญ่ห้องนี้ดูเหมือนจะถูกตกแต่งขึ้นมาสำหรับท่านผู้หญิงพลอยชมพูโดยเฉพาะ จากรายละเอียดเริ่มตั้งแต่พรมปูพื้นที่สั่งนำเข้าจากเปอร์เชีย ม่านหลุยส์ โคมระย้ากลางห้อง และงานตกแต่งอื่นๆ ล้วนอยู่ในโทนสีชมพูทั้งสิ้น ชีตาห์เดินตรงไปยังเตียงพยาบาลที่ไม่ต่างอะไรกับเตียงนอนขนาดคิงส์ไซด์ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูยกตัวเองนั่งรอก็ยังแต่งกายด้วยชุดสีชมพูปกติที่ดูแพงลิบลิ้วรออยู่ เธอโปรยยิ้มให้เขาชุ่มฉ่ำตั้งแต่นาทีแรก แสงโคมดาวไลท์ทั้ง 8 ดวงสาดฉายไปตกอยู่ที่เธอ มันยิ่งเพิ่มคุณค่าให้งานปติมากรรมมีชีวิตชิ้นนี้ดูแพงขึ้นไปอีกหลายเท่า เมื่อชีตาห์หยุดระหว่างเก้าอี้นวม 2 ตัว เขาก็ปล่อยสีหน้าหดหู่ให้โดดเด่นเหนือท่านผู้หญิงสูงศักดิ์อย่างคนเสียมารยาท

“ฉันขอโทษด้วยนะ ที่ไม่สามารถทำตามสัญญาได้” น้ำเสียงพยายามสดใสดังขึ้นลอยๆ “นั่งคุยกับฉันก่อนซิ” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูพูด กระนั้นชีตาห์ก็ปรารถนาจะสำรวจผิวเนื้อสีน้ำผึ้งในส่วนที่ถูกปกปิดด้วยชุดสีชมพูให้มากกว่าที่ตาเห็น

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่ฮะ” เขาถามเหมือนจะรู้อะไรมา ท่านผู้หญิงพลอยชมพูสะดุ้งกับคำถามที่ไม่เหมาะกับวัย  เธอจ้องเขา จ้องเข้าไปดวงตาที่ลอยอยู่เหนือเธอราวกับคนต้องการอ่านทุกอย่างให้ทะลุ

(จะเป็นไปได้อย่างไร) เธอคิดและกำลังคิดไม่ตกกับประเด็นที่ทำให้สงสัย “เอ่อ….ชีตาห์นั่งลงก่อนเถอะ…มันเป็นเรื่องปกติสำหรับคนอย่างฉันแล้วละ”

(คนอย่างฉัน) ชีตาห์คิดทวนตามคำพูดของท่านผู้หญิงพลอยชมพูเมื่อครู่ก่อนจะทิ้งตัวหมดแรงลงบนเก้าอี้ เขาเบือนหน้าซ่อนความรู้สึกสักพักจึงหันกลับมายื่นพวงมะลิสีชมพูใส่ในมือ โอ้!….มันเป็นครั้งแรกที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสกับฝ่ามือของท่านผู้หญิงสูงศักดิ์ขณะที่สติยังครบถ้วน

ชีตาห์สั่นจนพูดอะไรไม่ออกหลายนาทีกระทั่งน้ำเสียงนุ่มๆ เตือนสติ “วันนี้วันแม่ มะลิควรเป็นสีขาวมิใช่หรือคะ”

“ท่านผู้หญิงฮะ….”

“เธอต้องการจะสื่ออะไรกับฉันกันแน่ชีตาห์” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูยกระดับน้ำเสียงถาม แต่เมื่อเจอเข้ากับสายตาราวกับเสือชีต้า “ฉัน ฉัน ไม่เข้าใจความหมายของมัน ชีตาห์ทำไมต้องเป็นมะลิสีชมพู ทำไมคะ….ทำไม…เธอ….”

“หนู…” เขาพูดไม่ออกจึงลุกโน้มตัวกระซิบ “หนูไม่อยากเชื่อ….ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณซ้ำๆ ตลอด 20 ปีจะเป็นเรื่องปกติ”

“ชีตาห์….” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูสะดุ้งโหยง

“มันไม่ใช่เรื่องปกติเพราะสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ทุกค่ำคืนเป็นเรื่องผิดปกติของมนุษย์….คุณจะทนคนซาดิสม์ไปอีกนานแค่ไหน”

“ชีตาห์ เธอ….” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูพูดไม่ทันจบ เด็กหนุ่มก็หลั่งน้ำตาที่อ่านไม่ออกให้เห็น….(เด็กหนุ่มคนนี้รู้อะไรมา เขาเป็นใคร ทำไมทุกอย่าง ทุกๆ เรื่องชั่งสอดคล้องราวกับเป็นเรื่องราวของฉันเองทั้งหมด) ท่านผู้หญิงพลอยชมพูคิด… “ฉันอยากให้สิ่งที่ฉันกำลังสงสัยเป็นเรื่องจริงนะชีตาห์ และอยากให้เรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นกับฉันเป็นแค่นิยายรักสี่เส้าเรื่องหนึ่งเท่านั้น”

“หนู…..”

“ชีตาห์…..”

ชีตาห์ยืดตัวตรงแบบคนตัดสินใจ “หนูเคยบอกคุณไปแล้วไงฮะ….” ชีตาห์โน้มจ้องใบหน้าท่านผู้หญิงใกล้ๆ “ริ้วรอยใดๆ ที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง

“ชีตาห์……” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูสะดุ้งเป็นครั้งที่ 2 เธอเผลอผลักเขาออกห่าง สุดท้ายก็ยังเป็นชีตาห์เสียเองที่ปีนขึ้นเตียงเข้าไปเปิดชายคอเสื้อสำรวจรอยแผลเป็นแบบคนเสียมารยาทเถือนดิบ

“เมื่อคืนก่อนหนูเคยบอกคุณไปแล้วไม่ใช่หรือฮะว่า….ริ้วรอยใดๆ ที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง

“มะ หมา หมายความว่า…..”

“ต่อให้ต้องเจออุปสรรคใหญ่กว่านี้ หนูก็ยังจะสัญญา”

“คืนนั้น….”

“ใช่ฮะ คุณไม่ได้ฝัน….แต่เป็นตัวหนูเองที่หักห้ามใจตัวเองไม่ไหว….หนู หนู….”

เพี้ย!…ท่านผู้หญิงพลอยชมพูตบหน้าชีตาห์สุดแรงส่งให้เขากลับไปนั่งลงที่เดิม แต่ชีตาห์ก็ยังยิ้มเกินวัยให้เธอเห็น “มะลิสีชมพูบอกคุณชัดเจนแล้วว่าหนูคิดอะไรอยู่” ชีตาห์พูดด้วยท่าทีผยอง พร้อมกับลุกยืนตรงๆ เป้ากางเกงนักเรียนสีฟ้าโค้งนูนจนกลัวว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในจะโดดเด้งออกมาทักทาย “คุณไม่ใช่แม่หนูและหนูก็ไม่ได้รักคุณแบบนั้น ท่านผู้หญิงฮะได้โปรดพอเถอะ 20 ปีนรกขุมนี้ให้ความสุขมากมายขนาดนั้นเลยรึ!….อย่าทำเพื่อคนรักที่ตายไปแล้วอีกเลยฮะ” ชีตาห์มองหน้าและขยับเป้ากางเกงใกล้เข้าไปอีก “…ทำตามหัวใจของตัวเองบ้างเถอะ….นะฮะ…”

“ชีตาห์…ชีตาห์…เธอ เธอ…”

ชีตาห์คว้ามือท่านผู้หญิงพลอยชมพูมาลูบแบบคนหน้าดาน-เดาใจจากแววตาหวานเยิ้ม…ท่านผู้หญิงพลอยชมพูเองก็สั่นเกินกว่าจะฝืนใจตัวเองชักมือกลับ “เห็นไหมฮะว่าคืนนั้นคุณไม่ได้ฝันและชีตาห์ชื่อนี้ไม่ได้ได้มาโดยบังเอิญ แต่เป็นแผนซ้อนแผนที่คุณแม่กับคุณพ่อสร้างขึ้น ท่านเสียสละเพื่อให้หนูกลับมาช่วยคุณ ช่วยคุณให้หลุดพ้นจากขุมนรก” ชีตาห์ปล่อยมือจากหลังมือสีน้ำผึ้ง กระนั้นท่านผู้หญิงสูงศักดิ์ยังลูบคลึงบีบคั้นเป้ากางเกงเด็กหนุ่มวัย 17 ปีพร้อมกับร้องไห้ออกมาราวกับไม่มีวันหยุดง่ายๆ

“ชิง ชิง เธอคือชิง ชิงของฉัน….”

“ริ้วรอยใดๆ ที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง” ชีตาห์ย้ำประโยคเดิม แววตาปรารถนารสสวาทจากสาวรุ่นแม่ทำให้นิ้วทั้ง 10 ของท่านผู้หญิงพลอยชมพูถึงกับสั่นระริก เขาโน้มตัวลงสู่ซอกคอระหง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากฝรั่งเศสเสริมให้อารมณ์หนุ่มแรกแตกกระเจิง “….คุณอยากจะกินมันแบบคืนนั้นอีกไหมฮะ หนูสัญญาว่าโรแมนติกจะนำทางคุณขึ้นสวรรค์แทนที่จะลงนรกไปพร้อมกับซาตานตนนั้น”

“…..ชีตาห์”

“ฮะ…หนูอนุญาต….ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองบ้างเถอะ รับรองภายในห้องนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวนเราแน่นอน”

 

………ก่อนหน้านั้น

“หญิงแม่คะ…ถ้าพลอยจะคบกับชีตาห์ หญิงแม่จะว่าอะไรไหมค่ะ” พลอยฟ้านั่งฟุบใบหน้ากับฝ่ามืออุ่นๆ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูนิ่ง เธอใช้ฝ่ามืออีกข้างลูบเส้นผมที่ยาวสลวยของบุตรสาวจนเข้าที่

“…ถ้าลูกหญิงกับชีตาห์เรียนมหาวิทยาลัยหญิงแม่จะไม่ห้าม…”

“หมายความว่า….หญิงแม่อนุญาต” พลอยฟ้าออกอาการดีใจ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูพยักหน้ายืนยันพลอยฟ้าจึงผวากอดเธอแน่น “ขอบคุณ ขอบคุณหญิงแม่มากๆ นะคะ”

………ระหว่างอยู่ภายในรถ

“ชีตาห์ หญิงแม่อนุญาตให้เราคบกันแล้วนะ…ต่อไปก็ไม่ต้องแอบมาทำการบ้านกับเค้าแล้วละ” พลอยฟ้าเกาะแขนชีตาห์พูดในลักษณะกำลังร่าเริงสุดขีด โดยมีสายตาบรรพตร่วมยินดีราวกับรู้กัน “ว่าแต่คืนนั้นตัวเองกลับกี่โมง”

ชีตาห์หันไปสบตากับบรรพตสั้นๆ… “ราวๆ ตี 2 คุณน้าไปส่ง….”

“ต่อไปก็ไม่ต้องแอบเข้าหลังบ้านอีกแล้วนะครับคุณชีตาห์ ท่านผู้หญิงเอ่ยปากอนุญาตแบบนี้รับรองทางสะดวกแน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

จบ บทที่5 มะลิสีชมพู

จุดสุดยอด

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง มะลิสีชมพู บทที่4 จุดสุดยอด

จุดสุดยอด

บทที่ 4 จุดสุดยอด

: ภายในห้องกรรมการผู้ปกครองโรงเรียนอีก 1 ชั่วโมงต่อมา ชีตาห์มาด้วยชุดนักเรียนมัธยมปลาย กางเกงขาสั้นสีฟ้ารัดตรึงเผยกล้ามเนื้อเป็นหมัดๆ ขนวัยหนุ่มแรกเหนือถุงเท้าสีขาวลามขึ้นสู่ต้นขาแข็งแกร่ง ยิ่งเสริมให้เขาดูน่าสนใจแบบไม่ธรรมดา ท่านผู้หญิงพลอยชมพูชะงักตาค้างเผลอสำรวจกึ่งแทะโลมเด็กหนุ่มวัย 17 ปีแบบคนเสียมารยาทตั้งแต่เขาผลักประตูกระจกเดินเข้ามาหยุดยืนโชว์เป้ากางเกงเด่นนูนต่อหน้า (ชิง ชิง) เธอละเมอในภวังค์ที่กระชากสติหญิงสูงศักดิ์ให้จมสู่ศีลธรรมต่ำตม น้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์บนเวทีเมื่อชั่วโมงผ่านมาพลันดังวนขึ้นในหัวราวกับเสียงเพลงจากกล่องดนตรีที่ไม่มีวันหยุด

#ผู้ปกครองทุกท่านครับ เพลงที่จะร้องต่อไปนี้เป็นเพลงลูกทุ่งเพลงเดียวที่คุณพ่อของผมใช้ร้องจีบผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อ 20 ปีก่อน…เพื่อเป็นการรำลึกถึงท่าน ผมจึงอยากจะร้องเพลงนี้ให้กับผู้หญิงคนนั้นที่บังเอิญมาร่วมงานในวันนี้ด้วย….#

…อีกฝ่ายก็ใช่ย่อยสายตาซุกซนของวัยอยากรู้อยากเห็นชำเลืองชอนไชโต้กลับอย่างคนไม่ยอมแพ้ จากร่องอกที่เห็นผ้าลูกไม้สีครีมกั้นบางๆ สู่ลำคอระหง ไล่นับไข่มุกสีชมพูทีละเม็ด ทีละเม็ดอ้อมสู่ต่างหูเม็ดงาม เขาหยุดสายตาอยู่ที่มันสั้นๆ ก่อนริ้วรอยจากแผลเป็นที่เครื่องสำอางปิดไม่มิดจะเรียกสติ ชีตาห์หลับตาซิ๊ด!ปากเชิดใบหน้าสู่เพดานราวกับตีความหมายของมันแตก….

“เธอ…” (เธอเป็นใคร….เธอหมายถึงใครบนเวที พ่อที่เธอหมายถึงใช่คนที่ฉันกำลัง…โอ้! ชีตาห์ เธอชั่งละม้ายคล้ายกับชิง ชิงของฉันเหลือเกิน เออ…แล้วเพลงบอกรักฝากใจ….เธอ เธอ จง ใจ ร้องให้ฉัน ผู้หญิงคนที่เธอหมายถึง คือฉัน….ใช่ไหม?) คำถามที่อยากถาม คำพูดที่อยากพูดหลุดจากปากให้เด็กหนุ่มได้ยินเพียงคำเดียว

“ท่านผู้หญิงฮะ ได้โปรด….” และสัญชาตญาณราวจะอ่านความในใจของท่านผู้หญิงพลอยชมพูทะลุก็ตามขึ้น

“ชีตาห์ เธอชื่อชีตาห์ใช่ไหม?”

“ฮะ….”

“เธอ….เธอ….ชีตาห์…ชีตาห์ เธอเป็นใคร….ทำไม?…ฉัน….”

“ให้หนูเปิดเผยในมุมที่หนูอยากเปิดเผย ได้โปรดเถอะฮะท่านผู้หญิง” ชีตาห์ก้มหน้าพูดนิ่งๆ

“ชีตาห์….”

“ขนาดตัวหนูแท้ๆ ยังไม่ชัวร์กับชีวิตที่ผ่านมา” ชีตาห์หยุดประเมินอารมณ์ตัวเอง “หนูจำเป็นต้องให้อีกคนยืนยัน….” และจงใจยิงสายตาแบบเดียวกับเสือชีต้าใส่เธอผู้สูงศักดิ์ตรงๆ

“ชี…ชีตาห์”

“เพียงแค่ท่านผู้หญิงรับปากในสิ่งที่หนูขอ แล้วเราจะกระจ่างเรื่องราวทั้งหมดไปพร้อมกัน…ท่านผู้หญิงฮะได้โปรดช่วยหนูด้วย”

ท่านผู้หญิงพลอยชมพูหลบสายตาที่ทำให้เธอไม่มั่นคงเพื่อไตร่ตรองคำพูดของเด็กหนุ่มรุ่นลูกและเธอก็ฉลาดพอจะเฉไฉไฟราคะที่กำลังครุกรุ่นสู่เรื่องที่ง่ายกว่า “เธอใช้คำแทนตัวเองได้น่ารักจัง….นั่งก่อนซิ” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูผายมือนำ “เธอสูงเท่าไร…ถ้าจะให้ฉันประเมิน….เออ…..”

ชีตาห์ชุ่มชื้นกับประโยคที่ท่านผู้หญิงพลอยชมพูโยนให้ เขาหมุนตัวทิ้งน้ำหนักเกือบ 80 กิโลกรัมลงบนเก้าอี้นวมตรงหน้า “186 เซ็นติเมตรครับท่านผู้หญิง….” ชีตาห์เว้นระยะหายใจพร้อมกับยืดตัวโชว์แผงหน้าอกกว้างๆ ให้เห็น “หนูถูกสอนให้ใช้คำๆ นี้จนชินปาก คิดว่าคงแก้ไม่หายแล้วละฮะ…”

“ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันรู้จักมากไปกว่านี้…”

“ไม่ใช่ฮะ….แต่เป็นเพราะเอ่อ!…แม้กระทั้งตัวหนูเองยังไม่ชัวร์….ท่านผู้หญิงฮะ หนูยังไม่ชัวร์กับเรื่องราวในอดีต หนู…หนูจำเป็นต้องมีอีกคนยืนยัน….” ชีตาห์จงใจยิงสายตาแบบเดียวกับเมื่อครู่หวังกระตุ้นให้จับทางได้…ซึ่งท่านผู้หญิงพลอยชมพูเองก็รับสัญญาณนั้นเร็ว เธอจ้องใบหน้าเขาแบบตั้งใจมากกว่าตอนแรก จนกระทั่ง…

“ถ้าคนยืนยันหมายถึงฉัน….”

“ท่านผู้หญิงฮะ….”

“ชีตาห์….ทำไมต้องเป็นฉัน เธอ เธอ เป็นใครที่ต้องให้ฉันยืนยัน ใช่! ใช่!คนที่ฉันคิดว่าใช่หรือเปล่า…ชีตาห์”

“หนู หนู หนู….”

เมื่ออารมณ์เด็กหนุ่มแสดงออกว่ายังไม่พร้อม “เอาละวันที่ 12 สิงหาคมเจอกัน….เรายังมีเวลาอีกเยอะ….” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูตัดบทพร้อมแสดงท่าทีคล้ายไม่ใส่ใจ กระนั้นเมื่อกิริยาของเด็กหนุ่มพนมมือไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อมมันกลับทำให้เธอไม่มั่นคงหนักขึ้นไปอีก “เออ…ใครอยู่ข้างนอกเรียกลูกหญิงเข้ามาหน่อย”

“เดี๋ยวหนูออกไปเรียกคุณพลอยให้ก็ได้ฮะ…” ชีตาห์อาสา ขณะเดียวกันที่ประตูพลอยฟ้าที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วก็ผลักประตูเดินเข้ามาคล้องแขนชีตาห์ที่กำลังลุก-ฉุดให้นั่งลงคู่กับเธออีก

“ขอบคุณหญิงแม่มากๆ นะคะ…ชีตาห์กลับบ้านพร้อมเค้านะ เดี๋ยวให้คนขับรถไปส่ง” พลอยฟ้าเสนอกึ่งบังคับ ชีตาห์ได้แต่ยิ้มละไมนิ่งๆ

“เค้ามีซ้อมดนตรี….คงค่ำๆ โน้นแหละ”

“โห!….Tiger Band ซ้อมทุกวันเลยเหรอ” พลอยฟ้าวางสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักพร้อมกับหันไปพูดกับท่านผู้หญิงพลอยชมพูอีกคน “หญิงแม่คะวันหลังให้ชีตาห์ไปทานอาหารค่ำที่บ้านเรานะคะ…ถ้าหญิงแม่เอ่ยปาก ชีตาห์ไม่กล้าปฏิเสธแน่ๆ….นะคะ นะคะ”

ท่านผู้หญิงพลอยชมพูกระอักกระอ่วนในพฤติกรรมที่แสดงออกเกินวัยของบุตรสาว สุดท้ายก็รีบรับปากนัยยะเพื่อต้องการแยกคนทั้งคู่ให้เร็วที่สุด  “คะ….ถ้าอย่างนั้น เอ่อ….ฉันควรใช้สรรพนามกับเธอว่าอะไรดีนะ…”

“เป็นความกรุณาอย่างยิ่ง…ขอบพระคุณท่านผู้หญิงมากๆ ฮะ”

“ต้าย! ดูใช้คำพูดคำจาเข้า….เรียก เออ….” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูหยุดใช้ความคิด แต่อยู่ๆ พลอยฟ้าก็เสนอเอง

“เรียกหญิงแม่เหมือนเค้าเลย…ได้ไหมคะหญิงแม่ นะคะ นะคะ”

ท่านผู้หญิงพลอยชมพูวางสีหน้าแบบคนจับต้นชนปลายไม่ถูก “จ้ะ….ได้จ้ะ…มันควรจะต้องเป็นเช่นนั้น” เธอไม่กล้าสบตากับเด็กหนุ่ม ไม่กล้าแม้กระทั้งจะมองเขาให้เต็มอิ่มขณะที่บุตรสาวคนเดียวยังขยับดันหน้าอกใส่หัวไหล่แบบจงใจให้เธอเห็น ความรู้สึกเย็นวูบขณะลุกจะเดินออกจากห้อง ไม่สมดุลในทุกๆ จังหวะก้าวขา ซีตาห์จ้องเธอไม่วางตา เมื่อกระเป๋าแบรนด์เนมถูกคล้องศอก “พลอยฟ้าจ้ะ…วันนี้คงต้องกลับบ้านพร้อมหญิงแม่แล้วละ เพราะบรรพตตามคุณพ่อเข้าสภาฯ”

“โห!….แล้วหาญละคะ…ไหนบอกว่าบรรพตเป็นคนขับรถส่วนตัวของหนูไง….คุณแม่ต้องเคลียร์เรื่องนี้กับคุณพ่อนะคะ ไม่อย่างนั้นพลอยไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

“จ้า…เราไปกันได้ยังจ้ะ ชีตาห์จะได้เป็นอิสระ….เจอกันวันที่ 12 สิงหาคมนะจ้ะชีตาห์”

“ท่านผู้หญิง….” ซีตาห์ลุกจ้องไปที่ด้านหลังราวปติมากรรม ท่านผู้หญิงพลอยชมพูชะงักพร้อมกับหันกลับมา

“เรียกแม่เฉยๆ ก็ได้….” เธอเว้นจังหวะรอเขา เมื่อชีตาห์เงียบ เธอจึงได้จังหวะแยกพลอยฟ้า “ลูกหญิงค่ะ” พร้อมกับเปิดวงแขนรอ

พลอยฟ้าออกอาการหงุดหงิดสักพัก…. “หญิงแม่นะ”

“ขอบพระคุณ….คุณ….แม่ มากๆ นะฮะ” ชีตาห์พูดตามหลัง จนเท้าข้างหนึ่งของท่านผู้หญิงพลอยชมพูถึงกับสะดุด แต่วุฒิภาวะในวัยเกือบ 40 ปีก็คุมสติไม่ให้แตกกระเจิง เมื่ออารมณ์เข้าที่เข้าทางจึงหันมาสำรวจเขาแบบเดียวกับครั้งแรกก่อนจะผงกศีรษะบอกลาแบบเดียวกับสาวญี่ปุ่น

“ตัวเองกลับถึงบ้านอย่าลืมไลน์หาเค้าด้วยละ” พลอยฟ้ากำชับ

ชีตาห์ยิ้ม แต่สายตากลับจ้องไปที่ท่านผู้หญิงพลอยชมพูไม่กระพริบ “เคร!…ถึงบ้านเดี๋ยวเค้าไลน์บอก”

ภายในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยชานเมือง กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2544

“พลบคะ ปานกับพูเพิ่งแวะไปรับรูปถ่ายจากที่ร้านมา”

“อะ อะ ชิง ชิง อยากเห็นแล้วละซิ!….” พลอยชมพูในชุดนักศึกษาปีสุดท้ายชูอัลบั้มรูปขนาดเท่าฝ่ามือให้เห็น “ชิง ชิงหล่อมากทั้ง 2 ภาพเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ยัยพูเบาเสียงหน่อยนี้ห้องสมุดนะยะ!” ปานดาวปรามเสียงต่ำ กระนั้นชิงพลบที่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยังไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ให้เห็น….สีหน้าใช่!บอกพยายามร่าเริงแต่ขัดแย้งกับแววตาราวฟ้ากับสะดือมหาสมุทร…

“พลบคะ…..” ปานดานกระตุ้น จนพลอยชมพูที่นั่งอยู่คู่กันต้องลุกเดินอ้อมไปนั่งโอบลูบแผ่นหลังปลอบ

“ชิง ชิงคะทุกปัญหามีทางออกเสมอ…พูพอจะเข้าใจในธุรกิจของคุณพ่อ แต่มันก็ดีไม่ใช่หรือคะ อย่างน้อยปัญหาก็ได้พาชิง ชิงมาเจอปานกับพูในวันนี้”

“ใช่คะพลบ ไม่อย่างนั้นคนที่นั่งข้างๆ อาจจะเป็นสาวฝรั่งผมบลอนคนใดคนหนึ่งในออสเตรเลียแน่ๆ…ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ปานดาวสั่นเสียงหัวเราะในลำคอ จนเห็นสีหน้าชิงพลบดีขึ้น

“ชิง ชิง ยิ้มได้แล้ว เรามาดูรูปที่ถ่ายเมื่อ2 อาทิตย์กัน ที่ร้านพูเห็นแค่แว๊บๆ ยังไม่สะใจเลย” พลอยชมพูพูดมือก็ไล่เปิดภาพไปทีละหน้าจนกระทั้งภาพถ่ายของคนทั้ง 3 จำนวน 2 ภาพที่มีปานดาวกับพลอยชมพูยืนสลับที่กันถูกวางลงตรงกลาง ปานดาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองไม่ชัดจึงลุกเดินอ้อมมานั่งลงอีกฝั่ง

“ดูพลบซิคะ หล่อจริงๆ…”

“นั้นนะซิ ชิง ชิงของฉันหล่อที่สุดในโลกเลย…”

“ปานว่าแววตาพลบที่ยิงใส่กล้อง….อื่อ!…..”

“ดุมาก ดุราวกับดวงตาของเสือชีต้าเลยละ….”

“ฮา ฮ่า ฮ้า ใช่ๆ….เสือชีต้า….ฮ่า ฮ่า ฮ่า….ถ้าปานมีลูกชายปานจะตั้งชื่อให้เขาว่า ชีตาห์ เป็นไงคะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ชิง ชิงละคะชอบไหม….” พลอยชมพูถาม ชิงพลบบีบริมฝีปากพยักหน้ารับ….

“ปานให้พลบเลือกก่อนว่าจะเก็บภาพไหนไว้เป็นที่ระลึก….”

“ใช่! อีกภาพเจ้าของ Project จะได้เก็บไว้เพ้อยามคิดถึงซะเอง ใช่ไหมละยัยปาน ใช่ไหม? ฉันเดาใจแกถูกต้องใช่เปล่า….ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พลอยชมพูกระซิบข้ามไหล่ ชิงพลบหยิบรูปทั้งอัลบั้มมาดูใกล้ๆ สักพักก็วางมันลงที่เดิมพร้อมกับหันไปมองหน้าพลอยชมพูสลับกับปานดาวในอารมณ์ที่ทั้งคู่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“พลบคะ….”

“ชิง ชิง เกิดอะไรขึ้น”

“ถ้าจะให้เค้าเลือกภาพใดภาพหนึ่ง เค้าคงเลือกไม่ได้” ชิงพลบเงียบราวกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก “ไม่ใช่ว่าเค้าเป็นผู้ชายโลเล 2 ใจ หรือจับปลา 2 มือหรอกนะ….แต่ว่า….”

“พลบหมายความว่า….”

“ชิง ชิง…..”

“ตัวเอง 2 คนเก็บภาพถ่ายไว้คนละใบเถอะ ส่วนเค้า…..” ชิงพลบนิ่งอีกรอบก่อนจะค่อยๆ ลุกถอยออกไปยืนห่างประมาณ 2 ก้าว “เค้าขอเก็บตัวเองทั้งคู่ไว้ในใจแทนรูปถ่ายก็แล้วกัน….”

2 สาวนิ่งแบบคนคาดไม่ถึง พวกเธอมองหน้ากันไปมาราวกับตุ๊กตา 2 ตัว….

“เค้า เค้า…..” ชิงพลบพยายามจะพูดต่อให้จบ สุดท้ายก็หมุนตัวเดินตรงไปยังประตูทางออก ทิ้งปริศนาให้สาวๆ คิด กระทั้งภาพถ่าย 2 ใบถูกพลอยชมพูและปานดาวดึงออกจากซองพลาสติกไปเก็บไว้คนละภาพ

“พู….”

“ฉันเข้าใจ ถ้าชิง ชิงเลือกภาพถ่ายใบนี้” พลอยชมพูชูต่อหน้าเพื่อนรัก “ชิง ชิง ต้องเลือกภาพถ่ายใบนั้นด้วย….”

“ยะ ยัย ยัยพู” ปานดาวอึ้งไปพักใหญ่ๆ “และถ้าเลือกผู้หญิงที่ชื่อปานดาว ชิงพลบก็ต้องเลือกผู้หญิงอีกคนที่ชื่อ พลอยชมพูด้วยเช่นกันอย่างนั้นหรือ…” ทั้งคู่สบตากันแบบไม่เคยเป็น กระทั้งภายในห้องสมุดกลางปรากฏผู้หญิง 2 คนกอดกันแน่นหลายนาที….

“ใช่!…ถ้า ชิง ชิงเลือกฉัน ชิง ชิงก็ต้องเลือกแกด้วย ไม่อย่างนั้นผู้หญิงที่ชื่อพลอยชมพูยอมไม่ได้เด็ดขาด”

“ยัยพู….”

“ไม่เป็นไรยัยปาน….ชิง ชิงสรุปชัดเจนแล้ว….”

“….ฉัน ฉัน ฉัน กลัว” ปานดาวพยายามเค้นความในใจให้เพื่อนเห็น แต่พลอยชมพูก็ดักทางไว้ก่อน

“3 หัว…3 คน…อบอุ่นจะตาย เวลาฉันกับชิง ชิงทะเลาะกัน ฉันก็ยังมีแก”

“และถ้าฉันเกิด….”

“เอานะ…ไหนๆก็ไหนๆ ละ….เราไปหาที่ฉลองในโอกาสจะเริ่มต้นเป็นครอบครัวกันเถอะ”

“ยัยบ้า….”

“เร็วเข้า” พลอยชมพูลุกพร้อมกับฉุดแขนปานดาวให้ลุกตาม “เราต้องรีบไปบอกเรื่องนี้กับชิง ชิง…ไม่อย่างนั้นแกจะได้ลูกชายชื่ออื่น ไม่ใช่ ชีตาห์ แน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ยัยบ้า….”

………เสียงจากอดีตทำให้ท่านผู้หญิงพลอยชมพูที่นอนตะแคงดูรูปถ่ายใบเก่าๆ สีซีดจางขอบเหลืองบนเตียงนอนสีชมพูเข้าใกล้เฉดสีโอโรส ในภาพใบนั้นปรากฏบุคคล 2 คนที่เธอรักแต่ก็ยังถูกเธอทบทวนความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนานหลายชั่วโมง แสงโคมจากไฟดาวไล้ท์สีครีมอาบเรียวขาลามสู่สะโพกกลมกลึงใต้ชุดนอนบางพลิ้วสีเนื้อ ทุกสัดส่วนของสาววัยใกล้ 40 ยังคงน่าหลงใหล ขอขยายความเพิ่มอีกนิด…เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของเธอกับสามี หมายถึง ดร.ธนเกียรติ รักสัตย์สกุล ไม่ตรงกันห้องนอนของคนทั้ง 2 จึงจำเป็นต้องแยกตั้งแต่บ้านหลังนี้เริ่มออกแบบ โดยมีห้องมืดสำหรับกิจกรรมทางเพศขั้นระหว่างห้องนอนทั้งคู่ เธอทิ้งตัวนอนแผ่หลาในท่าที่สบายที่สุด ภาพถ่ายยังอยู่ที่เดิม ในขณะที่ดวงตาเบิกโพรงกำลังจับจ้องที่เพดานราวกับคนกำลังใช้ความคิด สักพัก…

“เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด….” เธอละเมอหลังยกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตขึ้นมาทบทวน “ชีตาห์….ปานดาว ชิง ชิง….เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้…” สักพักก็หยิบภาพใบนั้นขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ “แต่ทำไมเด็กหนุ่มชีตาห์ถึงคล้ายกับชิง ชิงของฉันเหลือเกินละ ชีตาห์ เธอเป็นใครกันแน่ ปาฏิหาริย์มีจริงอย่างนั้นหรือ…ชีตาห์ ชีตาห์” เธอหมุนตัวนอนคล่ำหน้าพิจารณารูปถ่ายจากไฟหัวเตียงชัดๆ “…ดูแววตาของเธอ 2 คนซิ!….ชิง ชิง เป็นคุณที่กลับมาเพื่อฉันใช่ไหม…ชิง ชิง ขา…ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน”

ไฟจากดรีมเมอร์กำลังลดระดับลงเรื่อยๆ

ปลายนิ้วที่กำลังหมดแรงข้างหนึ่งเกาะกุมไว้ที่เนินนม อีกข้างกำลังไล่วนอยู่กับเม็ดพู “ชิง ชิง ขา” ….ทันทีที่เงารัตติกาลเข้าครอบคลุมทุกอย่างจึงค่อยๆ สงบลง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นยังคลางเบาๆ ราวกับบทเพลงใช้กล่อมยามห้วงนิทราเข้าครอบคลุมทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์

#…..ชิง ชิง ขา….ร่างกำยำเปลือยเปล่าขาวเป็นแผ่นกระดาษกำลังเดินยิ้มรื่นๆ ใกล้เข้ามาหลังจากชั่วโมงโรแมนติกวูบวาบผ่านไป เหลือค้างเพียงความกระสันอยากดิ้นตุบๆ รอเวลา พลอยชมพูกับเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นติดตัวก็รออยู่ในท่าทีคำนวณอารมณ์ตัวเองไม่ถูก แสงโคมมัวขุ่นๆ อาบร่างสีน้ำผึ้งละเอียดโดดเด้งราวกำลังลอยตัวเหนือผ้าปูสีขาว เธอพิจารณารูปร่างแข็งแกร่งน่าหลงใหลของคนรักตั้งแต่กางเกงชั้นในชิ้นสุดท้ายหลุดจากตัวช่องท้องวูบวาบปั่นปวนราวกับเผลอกลืนเครื่องบดเนื้อลงไปทั้งเครื่อง โอ้! ใช่!…นี้คือการตัดสินใจมีเซ็กส์ครั้งแรกในชีวิตของเธอ…เป็นครั้งแรกราวกำลังเอมอิ่มกับรสชาติของอาหารทิพย์จากสรวงสวรรค์ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มเมื่อคนรักระบายยิ้มคลานขึ้นบนเตียงใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาอีก…ชิง ชิง…เป็นคำเดียวในช่วงเวลานี้ที่หลุดออกมาจากสมอง…ชิง ชิง…ทันทีที่ชายหนุ่มแทรกตัวเข้าถึงทรวงอก ยกทรงสีกุหลาบชิ้นสุดท้ายก็ถูกริมฝีปากอิ่มๆ ของคนรักดึงหลุดจากร่างจนเธอต้องใช้ฝ่ามือปิดเนินนมด้วยความเขินอายสุดชีวิต….เลือดสาวแรกกำลังวิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง…ชิง ชิง….ชิง ชิงขา….เขาพยายามลากปลายลิ้นแทรกผ่านง่ามมือชอนไชให้ถึงผิวเนื้อชั้นใน….ใช่รสสัมผัสชั่งวาบวาบสุดลิ่ม….มันลึกล้ำเกินอารมณ์จะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้สมบูรณ์ กระทั้งแรงปรารถนาบอกให้เธอปล่อยเปิดพร้อมกับโอบรัดเส้นผมสีดำมันวาวเอาไว้แนบอก เธอไล่ปลายนิ้วราวจะนับมันให้ครบทุกเส้น….โอ้!….ชิง ชิง….ที่รัก ฉัน ฉัน….เธอหลับตาพริ้มหลุดเข้าไปยังห้วงที่ไม่เคยไป นิ้วทั้ง 10 กดหัวเขาให้จมสะดือ….ชิง ชิง….ชิง ชิง…ฉับพลันเสียงกว้างๆ ก็สะท้อนขึ้นมาจากตำแหน่งนั้น—-ริ้วรอยจากใดๆ ที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง—-โอ้! โอ้!….ไม่ ไม่ ชิ ชี ชีตาห์ ชีตาห์—-รอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มวัย 17 ปีปรากฏขึ้นมาแทนที่คนรัก ใบหน้ารูปไข่สะอาดสะอ้านไร้จุดด่างดำค่อยๆ เคลื่อนเลื่อนตัวขึ้นมาเทินทับเสมอกับใบหน้าที่กำลังหวาดผวาของท่านผู้หญิงพลอยชมพูคนปัจจุบัน…ชีตาห์—เธอละเมอแต่ส่วนล่างของทั้งคู่กลับดิ้นตุบๆ แทรกลึก-บีบรัดราวกับหอยนางฟ้ากำลังกลืนกินงูตัวเขือง….ชีตาห์ ไม่ ไม่นะชีตาห์—เด็กหนุ่มยิ้ม ยิ้มด้วยท่าทีไม่ต่างจากชิง ชิงในคืนเดียวกัน ช่วงล่างของคนทั้งคู่ไม่ยอมนิ่ง รอยยิ้มไร้เดียงสาผสานเข้ากับกลิ่นกายของวัยหนุ่มแรก ใช่! มันกำลังจะทำให้หญิงสูงศักดิ์เป็นบ้า—หนูเกิดมาเพื่อท่านผู้หญิง จะเป็นทุกอย่างให้ท่านผู้หญิง เพียงแต่…..ชีตาห์—-เพียงแต่…..—-ชีตาห์ โอ้ โอ้ โอ้…..ชีตาห์ ชีตาห์ ชีตาห์#………………………

ท่านผู้หญิงพลอยชมพูสะดุ้งตื่นกลางดึกจุดสุดยอดที่ไม่เคยพบพานกว่า 20 ปีเปียกเยิ้มจนผ้าปูที่นอนสัมผัสได้ถึงความเย็นชื้นจากลาวาสีขาว ขณะที่ทุกส่วนในร่างกายกำลังวูบวาบ มือสั่น แขนสั่น หัวนมสีชมพูชูชั้นแข็งเป็นไตแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต “ชิง ชิง …” เธอเผลออุทานเสียงหลง เมื่อสมองประคองสติได้ระดับหนึ่ง “ชีตาห์ ชีตาห์….โอ้ ไม่ ไม่ ไม่มีทาง ไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด….”

#ริ้วรอยจากใดๆที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง# พลันน้ำเสียงกว้างๆจากความฝันถูกทบทวนอีกรอบ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูก็กรีดร้องในห้องที่มืดสนิท ดังก้องกังวานในความเงียบงันอีกวาระ….. “ชีตาห์ ชีตาห์ ไม่ ไม่ ม่ายยย”

….พี่ เอารักมาฝาก
เป็นความรักจาก ชายคนหนึ่งส่งถึงทรามวัย
ขอ ฝากหัวใจเอาไว้
ในห้องหอหัวใจ ของเจ้าที่เขาบูชา…..

“ริ้วรอยจากใดๆ ที่เกิดจากเค้า หนูจะรักษามันด้วยปลายลิ้นของหนูเอง…เขาเป็นคนพูดหรือฉันคิดไปเองกันแน่…ชีตาห์ ชีตาห์….ไม่ ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ มันต้องไม่เกิดขึ้น….ชิง ชิงขา ช่วยพูด้วย…” ในห้วงนิทราก่อนฟ้าจะสาง เสียงเพลงรักฝากใจที่เกิดขึ้นบนเวทีเมื่อวานกลับดังขึ้นในความฝันครั้งสุดท้าย หญิงสูงศักดิ์วัยใกล้ 40 ปีถึงกับบีบตัวนอนดิ้นเร่าๆ จนจุดสุดยอดเกิดขึ้นกับเธอเป็นรอบที่เท่าไรแล้วไม่อาจจะนับถ้วน….

“โอ้!…ชีตาห์ ทำไมเธอถึงมีอิทธิพลเหนือฉันเช่นนี้….ชีตาห์ ชีตาห์ พ่อเสือชีต้าของฉัน”

จบ บทที่4 มะลิสีชมพู จุดสุดยอด

เปิดตัว

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง มะลิสีชมพู บทที่ 3 เปิดตัว

เปิดตัว

บทที่ 3 เปิดตัว

“ชีตาห์….” เสียงหมอชิงชัยดังขึ้นหลังจากจบการสนทนาเบื้องแรก เด็กหนุ่มวัย 16 ปีที่กำลังจะลุกกลับก็หันไปถลึงตารอ “ไปยกกล่องพลาสติกสีน้ำตาลในห้องนอนคุณย่าขึ้นมาให้อาที”

ถึงจะไม่ค่อยกระจ่างในรายละเอียด แต่เขาก็ผงกหัวและคิดไตร่ตรอง “ฮะ…เป็นกล่องยาหรือเปล่าฮะ”

“ไม่ใช่!…อีกใบที่ใหญ่กว่า”

เมื่อเดินลงบันไดจนถึงจุดหมาย ความสงสัยประกอบกับกล่องใบดังกล่าวยังเป็นกล่องที่คุณย่าห่วงแหนไม่ให้ใครเข้าใกล้ เขายกลงจากชั้นเหนือหัวตั้งบนเตียงนอนที่เคยเป็นของหญิงชรา ดวงตาทั้ง 2 ข้างไล่อ่านรายละเอียดภายนอก เสียงจิ! ปากดังซ้ำๆ กระทั้งใจสั่งมือเปิดฝาครอบวางไว้ข้างๆ สิ่งของที่เรียงไว้อย่างเป็นระเบียบก็เผยอยู่ตรงหน้า….

“มีเม้าออแกนด้วยเหรอ…” ชีตาห์อุทานขณะหย่อนก้นลงนั่งพร้อมกับหยิบมันขึ้นมาพิจารณา ทีละชิ้น ที่ละอัน จนไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนมายืนพิงวงกบประตูจ้องเขาอยู่นานเท่าไรแล้ว

“ทั้งหมดเป็นสมบัติของพี่พลบ พ่อของหลาน อาว่ามันถึงเวลาแล้วละที่หลานควรจะรู้เรื่องเค้าแบบจริงๆ จังๆ สักที” หมอชิงชัยพูดลอยๆ

ชีตาห์หยิบเม้าออแกน เทปคาสเซ็ท และกระดาษปึกหนึ่งหันมาชูให้เห็น “ทั้งหมดคือตัวตนของเค้าเหรอฮะ”

“ไม่ใช่เค้าชีตาห์….พี่พลบเป็นพ่อของหลาน”

“โน้ตดนตรี เนื้อเพลง รวมทั้งเทปคาสเซ็ท ล้วนเป็นเพลง บอกรักฝากใจ ของอา สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ทั้งนั้น…เขา เออ…คุณพ่อชอบเพลงนี้มากเลยเหรอฮะ….” ชีตาห์ถาม หมอชิงชัยจึงได้จังหวะเดินเข้าไปหยิบกระดาษปึกนั้นมาไล่อ่านที่ละแผ่น…

“ไม่นะ…เท่าที่อารู้พี่พลบชอบฟังเพลงสากล โดยเฉพาะแนวคันทรี่ตะวันตก อาได้ยินเขาร้องเป็นประจำ….” หมอชิงชัยพูดพร้อมกับเคาะนิ้วคิด…. “ช่วงที่เกิดเรื่องเป็นช่วงที่อากำลังเรียนแพทย์ปี 3….เพลงบอกรักฝากใจอาจจะเป็นเพลงที่พี่พลบใช้จีบผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง พี่ปานดาว หรือไม่ก็…”

“ท่านผู้หญิงพลอยชมพู ใช่ๆ….ท่านผู้หญิงพลอยชมพูต้องชอบเพลงนี้เป็นพิเศษแน่ๆ เพราะไม่ว่าเธอจะออกงานที่ไหนก็จะมีนักร้องมาร้องเพลงนี้เปิดงานให้เธอเป็นประจำ…คุณอาฮะ” ชีตาห์ถลึงตาถามแบบคนบรรลุ

หมอชิงชัยที่ยังตามเกมไม่ทันได้แต่ปั้นหน้างงๆ รอประโยคถัดไป…

“ทั้งหมดนี้ เป็นของหนูใช่ไหมฮะ”

“….น่าจะเป็นเช่นนั้น หลานควรจะรู้จักตัวตนของตัวเอง โดยมีเค้า….อาหมายถึงพี่พลบพ่อของหลานเป็นคนนำทาง”

“ขอบคุณมากฮะคุณอา….ขอบคุณฮะ”

1 ปีต่อมา ที่ชมรมดนตรีสากลโรงเรียนมัธยมดังในกรุงเทพฯ

เกือบจะ 16.00 น. ——“มึงเมากิมจิมารึไงวะ!ไอ้เสือ”

“ให้ตายกูก็ไม่ยอมเล่นเพลงนี้…บอกรักฝากใจ ลูกทุ่งรุ่นปู่ โบราณโคตร….”

“ยกเว้นแต่ว่า…”

“ไอ้แจ๊ก!….” ทุกเสียงในห้องกว่า 10 ชีวิตหันไปอุทานแบบคาดไม่ถึงใส่เพื่อนตี๋สวมแว่นตัวสูงโปร่งพอๆ กัน

“ยกเว้นแต่ว่าอะไรวะ!….”

“ใช่! มึงเป็นหัวหน้าชมรม บุคลิกไอที 5G โคตร หวังว่าจะไม่เล่นด้วยกับไอ้เสือชีต้าหรอกนะ…”

“นั้นดิ….เว้นแต่ว่าอะไรท่านแจ๊กผู้ฆ่ามด”

“พูดไร ให้เกียรติกันหน่อยดิมึง ที่ยืนหัวโด่อยู่เนี่ย หัวตอนะโว้ย ไม่ใช่หัวหน้า”

“เอ้ย!…พูดผิด….เอ้ย!…ถูกแล้ว….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“พวกมึงพอเลย กูอยากรู้ว่าไอ้แจ๊กจะพูดอะไร” ชีตาห์หอบโน้ตเพลงก้าวเข้าไปหา “จะพูดได้ยัง”

เด็กหนุ่มตี๋อินเตอร์ยกแผ่นหลังที่พิงอยู่กับผนังปูน ยืดชุดนักเรียนมัธยมปลายเข้าไปเทียบรัศมีโดยมีสายตาทุกคนในห้องรอลุ้นอย่างหนัก “ยกเว้นแต่มึงจะใช้เพลงนี้ไปจีบคุณหนูพลอยฟ้าจนเธอยอมไปทานข้าวเที่ยงด้วย”

เฮๆ….. “ใช่ๆ….” เสียงสนับสนุนจนมติในที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ “พวกกูให้เวลา 1 อาทิตย์ ถ้าคุณหนูพลอยฟ้ายอมไปทานข้าวเที่ยงด้วยถึงจะยอมเล่น….เพลงเหี้ยไร แค่ชื่อก็โบร้าณ โบราณ….”

“ไหนๆ….ขอดูหน่อย…” เด็กหนุ่มรูปร่างกะทัดรัดแย่งเนื้อเพลงจากมือชีตาห์ไปได้แผ่นหนึ่ง “บอกรักฝากใจ…..โอ้ยกูจะบ้าตาย”

“เอาน่า!…ตกลงตามนี้….ว่าแต่มึงเถอะกล้าพอหรือเปล่า….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ชีตาห์แสยะยิ้ม เขายกนาฬิกาข้อมือดูเวลาสั้นๆ ก่อนจะโยนปึกกระดาษที่เหลือใส่หน้าอกแจ๊กแรงๆ… “ฝากไว้แป๊บ!….”

“เฮ้ๆ….นั้นนะคุณหนูห้องคิงส์ 1 ลูกสาวคนเดียวของ…..โถ่!โว้ย…พวก พวก มึง ไม่ ไม่…อ้าว!ไอ้เสือ ไอ้เสือ ชีต้า ไอ้ชีต้า มึงจะไปไหนวะ” เพื่อนตัวอ้วนที่นิ่งมาโดยตลอดตะโกนตามหลัง

“งานนี้ซวยทั้งชมรมแน่ๆ…ท้าใครไม่ท้าดันไปท้าไอ้เสือ…หล่อๆ อย่างมัน ถ้าได้เอ่ยปากชอบใครมีเหรอสาวๆ จะไม่โอเคร!….”

“ลูกสาวรัฐมนตรีก็ลูกสาวรัฐมนตรีเถอะ….ไอ้แจ๊ก งานนี้มึงซวยแน่…”

“มันไม่กล้าหรอก….เชื่อหัวไอ้แจ๊กเถอะน่า!….” แจ๊กพูดข่มขวัญและปลอบใจตัวเองขณะเดียวกันสายตาเป็นกังวลก็ไล่ตามหลังเพื่อนจนลับมุมห้อง ไม่นาน เมื่อเวลาบอกถึงช่วงพักและเลิกเรียนของรุ่นน้องมัธยมต้น เสียงอาจารย์ประชาสัมพันธ์ส่วนกลางก็ดังขึ้น

            #สวัสดียามเย็นนักเรียนที่น่ารักทุกคน กราบเรียนอาจารย์และขออนุญาตประชาสัมพันธ์หมายกำหนดการช่วงเย็นของวันนี้อีกครั้งนะครับ เวลา 16.30 น. กราบเรียนอาจารย์หัวหน้าแผนก รองหัวหน้าแผนก รวมทั้งอาจารย์ที่เป็นคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกันที่ห้องประชุมหมายเลข 1542 ขอบคุณครับ…และก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน ครูมีสิ่งดีๆ มาฝาก นักร้องนำวง Tiger Band มาเสนอตัวขับกล่อมส่งพวกเราถึงที่ไม่เชิญไม่ได้แล้วว่าไหม? อ้าว! พบกับเขาเลยครับ นายเสือชีต้า คิงส์ 5/3…..#

แดดสุดท้ายกำลังเข้าใกล้เฉดสีวะนิลา เด็กสาวในชุดนักเรียนหญิงมัธยมปลายผมยาวสลวยผูกโบว์สีฟ้ากำลังเดินปะปนเขย่าเสียงหัวเราะไปตามถนนคอนกรีตหน้าอาคารสูง สนามบาสเกตบอลทางซ้ายกำลังถูกแดดสีดังกล่าวลามเลียมากกว่า 60% เงาต้นสนปลายแหลมทิ่มแทงข้ามสู่สนามฟุตบอลที่ยังว่างเปล่า เสียงหัวเราะของพวกเธอไต่ระดับสดใสจนเผลอนึกถึงบรรดานางฟ้าที่กำลังเริงร่าสุดขีด แต่เมื่อเสียงนุ่มๆ ดังมาจากหอกระจายข่าว….ทั้งขบวนก็เงียบ-หยุดและชะงัก

            #ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน กระผมนายชีตาห์ ภัทรธารา มัธยม 5 คิงส์ 3 อยากจะมาร้องเพลงๆ หนึ่งให้กับ…เอ่อ….เอาเป็นว่าหากเอ่ยชื่อเพลงขึ้นมา เธอคนที่ผมหมายถึงก็จะรู้ตัวอัตโนมัติ… ถึงจะเป็นแค่เพลงลูกทุ่งเก่าๆ โบราณๆ ของอาสดใส รุ่งโพธิ์ทอง…..

 ที่ชมรมดนตรี….

“เฮ้ยไอ้เสือแม่งบ้าไปแล้ว….”—- “ฟังมัน ฟังมัน…”—– “ฮ่า ฮ่า ฮ่า งานนี้เราต้องหันมาซ้อมเพลงลูกทุ่งแน่ๆ….”—- “ลูกบ้ามันเยอะ….เหี้ยเอ้ย! ไม่น่าท้าไอ้เชี่ย! นี้เลย”

ขณะที่สาวๆ ท่วมกลางแดดสีวะนิลาเข้มๆ หุ่นปั้นรูปนางฟ้ากลุ่มใหญ่ก็ยังชะงักค้างรอในท่าเดิม….

            …..เพลงนี้มีความสำคัญกับผม รวมทั้งผู้หญิงอีกคน…บอกรักฝากใจ เชิญรับฟังครับ….

….พี่ เอารักมาฝาก
เป็นความรักจาก ชายคนหนึ่งส่งถึงทรามวัย
ขอ ฝากหัวใจเอาไว้
ในห้องหอหัวใจ ของเจ้าที่เขาบูชา…..

เสียงนุ่มๆ มีเอกลักษณ์ไร้ดนตรีทำเอาสาวๆ ถึงกับกรี๊ด! ลั่น สนามบาสเกตบอลวุ่นวายทันทีทันใด….พวกเธอต่างหอบกระเป๋าหนังสีดำวิ่งกลับไปยังอาคารประชาสัมพันธ์ที่อยู่ข้างเสาธงประจำโรงเรียน มีเพียงเด็กสาวผิวขาวผมยาวสลวยที่ปอยผมผูกด้วยโบว์สีฟ้าเท่านั้นยังนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด จนเพื่อนตัวใหญ่วิ่งกลับมากระชากแขนเรียกสติ

“ยายพลอย….”

“เร็วเข้า…” สาวร่างผอมสูงโย่งสวมแว่นตาหนาเตอะเร่ง “เสือชีต้าแห่ง Tiger Band เชียวนะแก กรี๊ด! ฉันไปก่อนไม่รอแล้วนะ…แฟนฉัน เสือชีต้าแฟนฉัน….”

พี่ เอารักมาส่ง
จากชายซื่อตรงคงคำมั่นไม่ผันวาจา
รัก กว่าน้ำดินและฟ้า
หญิงทั่วทั้งโลกา ไม่ปรารถนาใครเลย

ชีตาห์ยืนร้องเพลงหน้ากระจกบานเลื่อนยาวถึงพื้น ภาพตรงหน้าคือบรรดานักเรียนสาว ทั้งสาวแท้สาวเทียมรุ่นพี่รุ่นน้องกำลังแออัดยัดเยียดจนลานดาวกระจายแน่นขนัด เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของพวกเธอสร้างกำลังใจจนเด็กหนุ่มวัย 17 ปีต้องยกมือโบกทักทายแบบเดียวกับศิลปินดังบนเวทีคอนเสิร์ต นั้นก็ยิ่งเพิ่มระดับเสียงกรี๊ด! คลั่ง ดังขึ้นไปอีกหลายเท่า จนคณะครูอาจารย์ที่กำลังเตรียมตัวเข้าประชุมบนระเบียงชั้น 5 ต้องออกมายืนมองสังเกตการณ์เป็นแถวยาว

ชีตาห์โยนความรู้สึกจากบทเพลงข้ามแฟนคลับไปยังลานโล่งโดยมีเด็กสาวสูงศักดิ์ยืนโดดเด่นอยู่ตรงนั้น เธอคือเป้าหมาย  เขาเปลี่ยนจากไมล์ตั้งโต๊ะเป็นไมล์ลอยระหว่างท่อนกลาง ก่อนจะเลื่อนประตูก้าวออกไปข้างนอก ลำนำ-สำเนียงซึ้งๆ ผ่านแฟนคลับ แหวกสัมผัสมือที่กำลังคลั่งไคล้ที่ละส่วน…ทีละคน ทีละกลุ่ม

รักหนักอก จนเก็บเอาไว้ไม่ไหว
ต้องบอกให้รู้ความนัยน์ ข่มใจตัดความเก้อเขิน
ฟังนะเจ้า รักนงเยาว์เหลือเกิน
จะกินจะนอนจะเดิน ก็ยังคิดถึงร่ำไป

พี่ นำรักมาสู่ ใช่มาหยามหลู่
เพราะมีคู่คลั่งไคล้ทรามวัย
เขา กลุ้มเหมือนดังเป็นไข้
ช่วยรับรักษาใจ ให้เขารอดตายเถิดหนา

เธอผู้สูงศักดิ์ เธอที่มีลักษณะคล้ายเขา ดวงตาดุดันแบบเดียวกับแม่เสือสาว สูงพอๆ กัน มีเสน่ห์เหลือล้นแบบไม่มีใครบนลานดาวกระจายเทียบเคียง เธอผู้กำลังกำลังเปิดเผยรอยยิ้ม แดดสีวะนิลาไต่ระดับความหวานสุดปลายลิ้น กระทั้งท่อนกลางจบ เสียงของเขาก็เงียบ ชีตาห์เงียบจ้องไปที่แก้มสีชมพูระเรื้อ เธอผู้โดดเด่นหลบเร้นซ่อนความรู้สึกตัวเองพัลวัน …ชีตาห์เองก็ยังจ้องเธอ จ้องเธอในแบบเดียวกับเสือชีต้า…สักพักเสียงนุ่มๆ ยาวๆ ทีละคำก็สะกดเธอจนอยู่หมัด

พี่….. นำ   รัก   มา   สู่   ใช่   มา   หยาม   หลู่
เพราะ   มี   คู่   คลั่ง   ไคล้   ทราม   วัย
เขา    กลุ้ม   เหมือน   ดัง   เป็น   ไข้
ช่วย   รับ   รัก   ษา   ใจ    ให้   เขา   รอด   ตาย   เถิด   หนา……..

“กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ…….”

เสียงกรีดร้องไม่หยุด ชีตาห์ย่อตัวคลุกเข่าลงต่อหน้า เธอยังโดดเด่นแบบคนไม่รู้เหนือรู้ใต้ จนกระทั้งเสียงกรี๊ด! ของบรรดาแฟนคลับค่อยๆ เพลาลง

“เค้าชื่อชีตาห์….ยินดีที่ได้รู้จัก”

(ชีต้า…ชีต้า) ชีตาห์อ่านริมฝีปากบางๆ ของเธอได้แบบนั้นก่อนเสียงเรียกชื่อทั้งคู่ราวกับลำนำวนไม่รู้จบจะดังกึกก้องบริเวณ… #พลอยฟ้า-ชีตาห์ พลอยฟ้า-ชีตาห์ พลอยฟ้า-ชีตาห์ ”

ชีตาห์ลุกยืนเสมอกับเธออีกครั้ง เขามองหน้าเธอ จ้องหน้าเธอราวกับไม่เคยเห็นมาในชีวิต

“เค้าชื่อชีตาห์…”

“เค้า เค้า….รู้แล้ว” พลอยฟ้าพูดทีละคำ จนใบหน้าชีตาห์แดงระเรื่อขึ้นมาซะเอง

            #พลอยฟ้า-ชีตาห์ พลอยฟ้า-ชีตาห์ พลอยฟ้า-ชีตาห์ พลอยฟ้า-ชีตาห์….เฮๆๆๆ”

ที่ชมรมดนตรี….

“กูยอมมันจริงๆ….”

“เอาโน้ตมาแผ่นหนึ่ง….แม่งความฝันจะเป็นนักร้องบอยแบลนด์ต้องจบที่เพลงลูกทุ่งโบราณ”

“เอานะ ไหนๆ ไอ้เสือมันก็บ้าไปแล้ว เรามาบ้าไปพร้อมกับมันกันเถอะ…”

“แต่นั้นนะ คุณหนูพลอยฟ้า ลูกสาวท่านผู้หญิงพลอยชมพูกับดอกเตอร์ธนเกียรติ รักสัตย์สกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชียวนะมึง…ตายกูตายแน่…”

“เอานะ…ถ้ามึงตายกูรับรองว่าไอ้เสือชีต้าตายก่อนมึงชัวร์!”

“ยังจะมาตลกอีก…ไปๆ ซ้อมเพลง กลับบ้านต้องให้ปู่เทรนให้รึเปล่าวะเนี่ย! โอ้ย…ไอ้แจ๊กนะไอ้แจ๊ก”

อีกมุมบนระเบียงชั้น 5

เสียงผู้อำนวยการโรงเรียนที่ยืนมองรวมอยู่กับคณะครูก็ดังขึ้น

“ผมได้ไอเดียวันเปิดประชุมผู้ปกครองประจำปีแล้วละ….”

“ไม่แน่ใจว่าไอเดียของดิฉันกับ ผอ.จะตรงกันรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูที่ตอบตกลงจะมาร่วมงานชื่นชอบเพลงนี้เป็นพิเศษ…..”

“บอกรักฝากใจ ผมก็ชอบครับท่าน…แหมๆ น้ำเสียงของเด็กคนนี้มีเสน่ห์เหลือเกิน…ท่านว่าไหม”

“ขนาดดิฉันแก่คราวแม่ยังอดเคลิ้มตามไม่ได้เลยคะ…ฮิ ฮิ ฮิ”

“ว่าแต่เรามีมติตรงกันแล้วนะ….อย่างนั้นวันนี้เลิกประชุมได้”

“ผอ……”

“อาจารย์แผนกดนตรีสากลช่วยจัดการต่อให้ที….”

“ครับท่าน…ชีตาห์เป็นเด็กหัวเร็วซ้อมร่วมกับดนตรีไม่กี่วันก็ขึ้นโชว์ได้แล้วละ”

“อาจารย์แผนกคหกรรมรับผิดชอบเสื้อผ้าหน้าผมไป ผมอยากให้เขาดูหล่อเป็นพิเศษ…งานนี้ใครจะหาว่าผมอวยท่านผู้หญิงพลอยชมพูเพื่อหวังจะได้เงินสนับสนุนเข้าโรงเรียนก็ต้องยอมละ….อ้าวๆ…ตกลงตามนี้ เลิกประชุมได้”

สายๆ วันอังคารอาทิตย์ถัดมา แดดสีครีมกำลังจางเข้าสู่เฉดสีขาว อุณหภูมิที่มาพร้อมกันก็ทะยานสูงตามไปด้วย รถยนต์ส่วนตัวของบรรดาผู้ปกครองนักเรียนจอดเรียงรายเต็มพื้นที่ภายใน กระทั้งล้นออกไปลานจอดเอกชนด้านนอกที่ทางโรงเรียนเช่าพื้นที่ไว้รองรับเป็นประจำทุกปี มีเพียงช่องจอดพิเศษหน้าหอประชุมใหญ่เท่านั้นที่ยังว่างรอรถยนต์ของประธานผู้ปกครองคนปัจจุบัน ดอกชบาสีแดงช่อใหญ่เบ่งบานสะกดทุกสายตาที่เดินผ่าน ผู้ปกครองที่มาพร้อมบุตรสาว-บุตรชายในชุดนักเรียนมัธยมต่างอดหยุดถ่ายรูปกลางดงดอกไม้นานาสารพัดเหล่านั้นไม่ได้ หลายแชะ! หลายมุมกำลังเพิ่มสีสรรค์ให้วันประชุมปีนี้ไม่เคร่งเกร็งมากนัก นั้นก็อาจจะพอประมวลได้ว่าจำนวนเงินที่จะได้รับการสนับสนุนเข้าสู่โรงเรียนน่าจะสูงตามไปด้วย บรรดาครูสาวอาจารย์หนุ่มต่างยืนตอนรับด้วยชุดผ้าไหมสวยงาม อัพใบหน้าหลายชั่วโมงก็หวังจะได้รับคำชื่นชม โดยเฉพาะไม้เด็ดบนเวทีในปีนี้ ชีตาห์ ภัทรธารา ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนส่งรถไปรับตัวถึงบ้านตั้งแต่ยังไม่ตีห้าดี หมอชิงชัยจึงต้องขับรถตามมาคนเดียว เขาถูกบรรดาช่าง ช่าง ช่าง จับแต่งนั้นลองนี้กระทั้งทุกสิ่งทุกอย่างสรุปเป็นเสียงเดียวกันว่าเฟอร์เฟค ชีตาห์จึงถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ…ภายในห้องกระจกชั้น 2 เมื่อมองจากตรงนี้จะเห็นทางเข้าสู่หอประชุมชัดเจน

“ชีตาห์ดื่มนมรองท้องไปก่อน ใกล้ถึงเวลาละ…” อาจารย์สาวแก่คณะคหกรรมที่รับผิดชอบถือนมแก้วใหญ่เข้ามายื่นให้ เธอสำรวจเขาก่อนจะโปรยเสน่ห์แทะโลมลามไปถึงเป้ากางเกงสเล็คที่โก่งนูนได้รูปแบบคนไม่ระวังตัว “เธอมีเสน่ห์มากๆ เลยรู้ตัวไหม?”

“ขอบคุณฮะอาจารย์” ชีตาห์ยังแก้คำพูดแทนตัวเองไม่หาย…

“เสื้อสูทกับเนคไทพร้อมนะ” เธอหันใบหน้าที่เริ่มกระจายสีชมพูแก้เก้อไปยังอาจารย์สาวอีกคนทั้งๆ ที่เธอเป็นคนจัดการเองกับมือ

“เรียบร้อยคะอาจารย์ นั้นๆ รถท่านผู้หญิงพลอยชมพูแล่นผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาแล้ว” อาจารย์สาวที่เพิ่งบรรจุใหม่วัย 24 ปีพูดต่อด้วยอาการตื่นเต้น เธอและอีกหลายคนก้าวไปยืนมอง ชีตาห์เองเริ่มประหม่าจนลืมว่านมแก้วใหญ่ในมือกำลังสั่น

รถเบนซ์สีดำรุ่นพิเศษแล่นตามถนนคอนกรีตเลี้ยวเข้าไปจอดส่งหน้าหอประชุม แดดสีขาวบอกรายละเอียดที่กำลังดำเนินอยู่ด้านล่างชัดแจ้ง ทันทีที่รถจอดเข้าที่ บอดี้การ์ดร่างยักษ์คล้ายทหารก็ลงจากประตูหน้ามาเปิดประตูหลังให้ ลำขาเรียวยาวหุ้มด้วยถุงหน่องสีดำพารองเท้าส้นสูงเกิน 4 นิ้วพาดออกมาให้เห็นเป็นอย่างแรก ชายกระโปร่งย้วยสีครีมระดับเข่าทำให้แก้วนมในมือไม่เสถียร และทันทีที่ผมทรงฟาร่ายาวสลวยสีมะฮอกกานีพ้นขอบประตูรถ ความโดดเด่นระหงของเธอก็ทำให้หัวใจเด็กหนุ่มวัย 17 เต้นแรงผิดปกติ แดดที่พาดผ่านเผยรายละเอียดของผ้าลูกไม้ราคาแพงลิบลับ เอ็สเซสเซอรี่เป็นชุดมุกสีชมพูทั้งคอ แขนและต่างหู มันชั่งกลมกลืนกับผิวสีน้ำผึ่งละเอียดซะเหลือเกิน ไม่ทันที่พลอยฟ้าบุตรสาวของเธอในชุดนักเรียนหญิงมัธยมปลายจะนำดอกลินลี่สีชมพูช่อใหญ่เดินเข้าถึงตัว แก้วนมในมือของชีตาห์ก็หลุดหล่นกระแทกพื้น #เพล้ง!….#

“สวยจัง” กระนั้นเสียงละเมอลอยๆ ก็บอกคณะครูว่าสติของเค้ายังไม่กลับมา

“อ้า!…ชีตาห์…”

“ไม่เป็นไรนะ….ครูห่วงแต่ชุดนั้นแหละ ไปๆ สวมสูทผูกไทให้เรียบร้อย งานจบค่อยขึ้นมาหาอะไรกิน ทางนี้ครูจัดการเอง”

มันเป็นครั้งแรกที่เขาล่องลอยจนลืมปัจจุบัน ชีตาห์ทำหน้าแหยๆ แทนคำขอโทษ แต่ก็ถูกบรรดาครูสาวจับเขาหมุนซ้าย หมุนขาวจนสูทสีดำอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น

“เธอดูหล่อมากๆ….” ครูสาวคนเดิมชมเป็นครั้งที่ 2

“สมาธิชีตาห์ เพื่อนๆ ของเธอพร้อมบนเวทีเรียบร้อยแล้ว…เธอโอเครนะ พร้อมนะ”

“ฮะ…”

“ดูใช้คำพูดเข้า น่ารักซะไม่มี ไปๆ….ได้เวลาแล้วพ่อรูปหล่อ”

ภายในหอประชุม…

เมื่อประธานผู้ปกครองนักเรียนเข้าที่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบนเวทีก็กล่าวนำเปิดการประชุม….

“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ก่อนที่จะเรียนเชิญประธานผู้ปกครองนักเรียนขึ้นสู่เวที เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในรอบปี กระผมมีการแสดงเล็กๆน้อยๆ มาขั้นเวลา ผมไม่บอกว่าคืออะไร แต่อยากให้ทุกท่านร่วมลุ้นไปพร้อมกัน….เชิญพิธีกรฝ่ายบันเทิงครับ”

พิธีกรที่เป็นรุ่นพี่มัธยม 6 ชายหญิงหน้าตาดีเปิดตัวจากการแสดงของรุ่นน้องมัธยมต้น 2 ชุด ต่อด้วยมัธยมปลายอีก 2 ชุด ยอดเงินบริจาคบนกระดานอิเล็กทรอนิกส์ทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้ง…..

“และสิ่งที่รอคอยก็มาถึง….ท่านผู้ปกครองนักเรียนทุกท่านคะ—-(พิธีกรชายพูดต่อ) โรงเรียนของเราไม่เด่นเฉพาะด้านฟ้อนรำเท่านั้น วงดนตรีของโรงเรียนก็เด่นไม่แพ้กัน พบกับพวกเขาเลยครับ Tiger Band….”

ท่านผู้หญิงพลอยชมพูที่อยู่ในห้องกระจกกำลังวุ่นวายรวมอยู่กับคณะกรรมการหลายคนจนกระทั้ง…น้ำเสียงนุ่มๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังขึ้นหลังผ้าม่านที่กำลังเลื่อนเปิดให้เห็นนักดนตรีที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วทีละคน

“ผู้ปกครองทุกท่านครับ เพลงที่จะร้องต่อไปนี้เป็นเพลงลูกทุ่งเพลงเดียวที่คุณพ่อของผมใช้ร้องจีบผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อ 20 ปีก่อน…เพื่อเป็นการรำลึกถึงท่าน ผมจึงอยากจะร้องเพลงนี้ให้กับผู้หญิงคนนั้นที่บังเอิญมาร่วมงานในวันนี้ด้วย….” เสียงปรบมือ เสียงโห่ร้องดังลั่นฮอลล์…. “บอกรักฝากใจ ของคุณอาสดใส รุ่งโพธิ์ทอง หวังว่าเธอคงจะชอบ….” เสียงกรี๊ด! กร๊าด! เพิ่มระดับดังขึ้นไปอีกหลายเท่า….และทันทีที่ชื่อเพลงถูกกล่าวให้ได้ยิน ท่านผู้หญิงพลอยชมพูถึงกับช็อก! นิ่ง! อยู่กับที่….เธอเงยหน้ายืดตัวหันไปจ้องเด็กหนุ่มตัวสูงบนเวทีที่กำลังโปรยยิ้มทักทาย แสงไฟขับให้เขาดูดีขึ้นไปอีก จนริมฝีปากสีชมพูบางๆ ของเธอขยับไม่มีเสียง

“ชิง ชิง…”

เสียงดนตรีนำขึ้นก่อน ความทรงจำก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภาพเด็กหนุ่มวัย 17 ถูกซ้อนทับด้วยภาพอดีตคนรัก จนร่างสูงระหงพาผมทรงฟาร่ายาวสลวยย้ายกลับมาหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้นวมประจำตำแหน่งอีกวาระ

….พี่ เอารักมาฝาก
เป็นความรักจาก ชายคนหนึ่งส่งถึงทรามวัย
ขอ ฝากหัวใจเอาไว้
ในห้องหอหัวใจ ของเจ้าที่เขาบูชา…..

“ชิง ชิง….” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูละเมอกระทั้งวงแขนของพลอยฟ้าบุตรสาวเข้ามาสอดกอดพิงศีรษะไว้กับหัวไหล่ของเธอ

“เขาชื่อชีตาห์คะหญิงแม่” พลอยฟ้ากระซิบบอก

พี่ เอารักมาส่ง
จากชายซื่อตรงคงคำมั่นไม่ผันวาจา
รัก กว่าน้ำดินและฟ้า
หญิงทั่วทั้งโลกา ไม่ปรารถนาใครเลย

“และเรา….” พลอยฟ้าชะงักเมื่อฝ่ามือท่านผู้หญิงพลอยชมพูประกบลูบวนหลังมือเพื่อแสดงว่ารับรู้ “พลอยกับชีตาห์มีบางอย่างจะขอร้อง”

ท่านผู้หญิงพลอยชมพูผงกหัว แต่สายตาก็ยังจับอยู่ที่เขาบนเวที….ยอดเงินบริจาคหยุดชะงักชั่วคราว กระทั้งเสียงดนตรีเงียบ—-ปล่อยเฉพาะน้ำเสียงนุ่มๆ มีเอกลักษณ์ให้เป็นอิสระ

พี่….. นำ   รัก   มา   สู่   ใช่   มา   หยาม   หลู่
เพราะ   มี   คู่   คลั่ง   ไคล้   ทราม   วัย
เขา    กลุ้ม   เหมือน   ดัง   เป็น   ไข้
ช่วย   รับ   รัก   ษา   ใจ    ให้   เขา   รอด   ตาย   เถิด   หนา…

“ชีตาห์ไม่มีแม่ค่ะ ในวันแม่ที่จะมาถึงในเดือนหน้า เขาจึงอยากจะให้หญิงแม่เป็นแม่ให้เขาด้วย…หญิงแม่คะ”

เสียงเพลงจบไปแล้ว แต่ทุกคนในฮอลล์เพดานสูงยังเงียบกริบ เมื่อมีเสียงปรบมือเรียกสติจากหลังห้อง เสียงปรบมือโห่ร้องชุดใหญ่ก็ตามมาราวกับไม่มีท่าทีจะจบง่ายๆ ยอดเงินบริจาคเข้าโรงเรียนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะสถิติสูงสุดที่ทางโรงเรียนเคยทำได้

“พาเขาไปพบหญิงแม่ในห้องกรรมการโรงเรียน….” ท่านผู้หญิงพลอยชมพูหลับตาปิดความทรงจำสั้นๆ “หญิงแม่อยากคุยกับเขาเพียงลำพัง”

“คะ คะ ขอบคุณหญิงแม่มากๆ ค่ะ…”

จบ บทที่3 มะลิสีชมพู เปิดตัว

สวรรค์ของซาตาน

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง มะลิสีชมพู บทที่ 2 สวรรค์ของซาตาน

สวรรค์ของซาตาน

บทที่ 2 สวรรค์ของซาตาน

ภายในห้องสี่เหลี่ยมปิดทึบที่กรุฉนวนกันเสียงทั้ง 5 ด้าน ผนัง 4 บวกฝ้าเพดานอีก 1 ทำให้นึกถึงกล่องโพมขนาดใหญ่ขึ้นมาในหัว ภายในยังถูกแบ่งย่อยๆ เป็น 5 ห้อง 5 ส่วนประกอบด้วย ห้องนอนสีชมพู ห้องแต่งตัว-เสื้อผ้าตู้เซรามิค ห้องน้ำเปิดโล่งที่มีเพียงผนังกระจกใสสลับพ่นทรายกั้นแยกจากโถงเพดานสูงสีดำสนิทที่เห็นเครื่องออกกำลังกายนานาชนิดตั้งเรียงเป็นแถวยาวไปทางทิศตะวันตก สุดท้ายก็จะเป็นห้องมืดทางทิศใต้ที่ได้ยินเสียงร้องโอดครวญโหยหวนของหญิงสาวสลับเสียงเพลง “บอกรักฝากใจ” ของคุณสดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องชื่อดังเล็ดลอดออกมาเสมือนคอรัส(Chorus) ราวกับทั้ง 2 สำเนียงถูกสร้างขึ้นมาคู่กันในความหมายแตกต่าง-ขัดแย้งที่ลงตัว

พี่ เอารักมาฝาก
เป็นความรักจาก ชายคนหนึ่งส่งถึงทรามวัย
ขอ ฝากหัวใจเอาไว้
ในห้องหอหัวใจ ของเจ้าที่เขาบูชา
………….

เสียงแส้หนังแวกอากาศก่อนกระทบวัตถุ #ฟิ๊ดด ฟาบ ฟิ๊ดด ฟาบ # เสียงโอดโอยสลับหัวเราะของชายในลักษณะสะใจสุดขีดราวกับซาตานในคราบคอนดักเตอร์ของวงออร์เคสตราอันมีวิมานฉิมพลีเป็นเวทีก็กำลังดำเนินอย่างต่อเนื่อง

“โอ้ย!…นาย!…อ้า อ๊ากกก….โอ้ยยย….โอ้ย! โอ้ย…ท่าน…ท่านขา ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นังกากี….ร่านนักใช่ไหม มึงร่านมากใช่ไหม กระหรี่ กระหรี่ อี กระหรี่…”

พี่ เอารักมาส่ง
จากชายซื่อตรงคงคำมั่นไม่ผันวาจา
รัก กว่าน้ำดินและฟ้า
หญิงทั่วทั้งโลกา ไม่ปรารถนาใครเลย

#เชี๊ย!….เชี๊ยบ….ฟาบ ฟาบ ฟาบ….# โอ้ย….โอยยย โอ้ย!…อ่า…แรงอีก แรงอีกสิ! โอ้ย!….นา นายท่าน”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….ขอฝากหัวใจเอาไว้ ในห้องหอหัวใจ ของเจ้าที่เขาบูชา ชา ชา ชา….ฮ่า ฮ่า ฮ่า….วิมานฉิมพลีสำหรับกระหรี่กากีร่านรักอย่างมึงต้องเจออีแร้ง…. ดอก…อีดอกทอง….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“โอ้ย! โอ้ยยยย….ฉันอยากเหลือเกิน พาฉันขึ้นสวรรค์ที พากูขึ้นวิมานด้วยสัด! สาด! ไอ ไอ้นรก…โอ้ยยยย….โอ้ย…..อ๊ากกกกกก”

รักหนักอก จนเก็บเอาไว้ไม่ไหว
ต้องบอกให้รู้ความนัยน์ ข่มใจตัดความเก้อเขิน
ฟังนะเจ้า รักนงเยาว์เหลือเกิน
จะกินจะนอนจะเดิน ก็ยังคิดถึงร่ำไป

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….กระหรี่…อีดอกทอง….กากีร่านนักใช่ไหม ได้ ได้….แล้วจะได้รู้ว่าวิมานฉิมพลีของกูสวยงามเพียงใด….”

แต่ภายในห้องนอนสีชมพูติดกันหญิงวัยเกือบจะ 40 ปีผิวสีน้ำผึ้งละเอียดกำลังนั่งแต่งหน้าโชว์แผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยพาดผ่านไขว้กันไปมาจนนับจำนวนไม่ได้ เธอสะดุ้งโหนกแก้มในกระจกเงากระตุกไปพร้อมๆ เสียงโอดครวญของหญิงสาวในห้องมืด ชุดน้อยชิ้นประดับเพชรราคาสูงลิบสะท้อนแสงสีขาวจากโคมดาวไลน์ระยิบระยับ ใช่! ประกายแพรวพราวเพริดพริ้งแห่งแดนสวรรค์ชั่งขัดแย้งกับกิริยาหวาดผวาประหนึ่งกำลังนั่งบนเตาไฟในขุมนรกก็ไม่ปาน เธอจ้องตัวเองผ่านกระจก สำรวจเนินหน้าอกและลำคอระหงที่สามีซาดิสม์หวงแหนไว้สำหรับแอกเซสเซอรี่-บารมีที่ชอบบังคับให้เธอสวมใส่ในโอกาสสำคัญๆ พื้นที่ดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเดียวในเรือนร่างที่คนทั้งคู่พอจะคุยกันรู้เรื่อง….

“ฟังนะเจ้า รักนงเยาว์เหลือเกิน—-จะกินจะนอนจะเดิน ก็ยังคิดถึงร่ำไป…..” เสียงเพลงรักจากปากซาตานรุกคืบใกล้เข้ามา….แววตากลมโตใต้ขนคิ้วงอนยาวที่เพิ่งจบจากมาสคาร่ากำลังเต้นระริก เธอคล้ายจะร้องไห้แต่ก็ต้องการให้ภาระกิจซ้ำๆ กว่า 20 ปีผ่านพ้นไปโดยเร็ว….

“อ๊าก!….” เธอร้องหลงเมื่อสามีเดินมากระชากเหวี่ยงเธอไปยังเตียงนอนขนาดคิงส์ไซส์ “อย่าล็อกคอ ฉันต้องออกงานกับคุณวันพรุ่งนี้เดี๋ยวจะเป็นรอยช้ำ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….แม่กระต่ายน้อย….” เขาทิ้งบ่วงหนังแต่หันไปดึงกุญแจมือโลหะมันวาวแบบของตำรวจมาล็อกโยงเธอไว้กับหัวเตียง “ร้องให้ดัง กรีดร้องให้ดังๆ ซิคุณหญิง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อย่า อย่า อย่า……” เมื่อด้านบนถูกพันธนาการจนดิ้นไม่หลุด เขาจึงคว้าเส้นหนังสีน้ำตาลมาแหกแยกขาทั้ง 2 ข้างยึดโยงกับมุมเตียง ลักษณะของเธอในเวลานี้จึงไม่ต่างอะไรกับดาวที่สวยงามดวงหนึ่งในจักวาล “จะทำอะไร ก็รีบลงมือ ทำมันให้จบๆ ทำกับฉันให้จบเร็วๆ….อ๊าก อ้า อากกกกก”

“ดูเพชรของคุณหญิงเม็ดนี้ชิ! น้ำงามเหลือเกิน….”

“เราตกลงกันแล้วไง….” เสียงเธอสูงลิ่ว เมื่อสามีเปลือยเปล่าหยิบแส้หนังที่ซ่อนมาด้วยโชว์ให้เห็น “อย่าทำนะดอกเตอร์….ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ยอมออกงานด้วยแน่ๆ”

“ทีเดียวน่าคุณหญิง….”

“ผู้หญิงที่ฉันหามาให้ยังไม่สะใจรึไงกัน…..อย่า อย่า….”

“ผมจะฟาดเฉพาะด้านหลัง แล้วเราจะได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วยกัน…รึว่าคุณไม่ชอบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อย่า….”—- #ฟาบ เชี๊ย!…..# — “โอ้ย!….คุณมันบ้า บ้าไปแล้ว….โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย อ๊ากกกกกกกก”

“เป็นไง ผมพอจะสู้แฟนเก่าคุณได้ไหม?….” พลันแววตาอบอุ่นก็เปลี่ยนเป็นอาฆาตแบบซาตานกระหายเลือด “….กูพอจะสู้ผัวเก่ามึงได้ไหม….นังร่าน นังกระหรี่….ร่านนักใช่ไหม ได้เลย ได้เลย….แล้วจะได้รู้ว่าสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเคียง ไม่มีผู้ใดจะเทียบรัศมีได้เป็นเช่นไร…” เซียะ!…วาป! ฟาบ! เชียบ! เชียบ!….

“โอ้ย! อ่า! อ๊ากกกกก….ฆ่าฉัน ฆ่าฉันให้ตาย ไอ้บ้า ไอ้บ้า อัยบ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

พี่ นำรักมาสู่ ใช่มาหยามหลู่
เพราะมีคู่คลั่งไคล้ทรามวัย
เขา กลุ้มเหมือนดังเป็นไข้
ช่วยรับรักษาใจ ให้เขารอดตายเถิดหนา

ชุดน้อยชิ้นที่ประดับเพชรถูกกระชากทิ้ง จนร่างที่พันธนาการดิ้นเร่าบนเตียงไม่เหลืออะไรห่อหุ้ม “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงสะใจดังสลับกับเสียงกรีดร้องแหลมสูงทะลุเพดาน ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เธอกรีดร้องเช่นนั้น ยิ่งกรีดร้องดังเท่าไร โหยหวนจนโลกของซาตานสะเทือน วิมานฉิมพลีดีดดิ้นเร่าๆ ภารกิจเยี่ยงสัตว์นรกก็จะผ่านพ้นเร็วเท่านั้น….

“สัด เหี้ย ไอ้เหี้ย….ไอ้สารเลว โอ โอ้ย โอ้ยยย!……อ๊ากกกกกกกก” หลังจากเสียงเพลงรอบที่ 9 จบลง ทุกสรรพเสียงที่เกิดขึ้นภายในห้องก็สงบ เมื่อสามีซาดิสม์ปลดล็อกพันธนาการให้ เธอก็ลุกเดินไปหยิบเสื้อคลุมสีขาวมาสวมแบบลวกๆ ใบหน้าบิดเบี้ยวเละเทะไปด้วยเครื่องสำอางและตัวอสุจินับล้านก็ทำได้แค่ยืนมองสามีที่หมดสภาพนอนแผ่หราอยู่บนเตียง ดวงตาที่อ่านไม่ออกยังคงจมอยู่ที่เขาไม่กระพริบ กระทั้งนาทีที่ 30 เธอก็หมุนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

“ชิง ชิง คะ….” เธอละเมอแผ่วเบาทันทีที่สายน้ำจากฝ้าเพดานกระทบพื้น “ชิง ชิง คุณอยู่ไหน…ช่วยฉันที ช่วยฉันด้วย” ปลายนิ้วเรียวยาวลากผ่านเนินนมสีชมพูเกือบคล้ำคลึงฐานสีขาวสามสี่รอบก่อนจะผ่านลงสู่ท้องน้อยที่กำลังโหยหาความโรแมนติกจากอดีต ภาพเก่าจากชายคนรักถูกขุดขึ้นมาใช้งาน “ชิง ชิง ของฉัน…ที่รักของฉัน ชิง ชิงขา…” ผักบัวจากฝ้าเพดานดูจะไม่เพียงพอกับอารมณ์ที่กำลังครุสุมทรวง เธอจึงกดปุ่ม Shower Wall รอบๆ ห้องกระตุ้น ทันทีที่ความแรงของเส้นน้ำกระแทกกระทั้นทุกทิศทาง ทุกซอกทุกมุมของเรือนร่างสีน้ำผึ้งก็กระตุกจนปลายนิ้วที่สอดลึกจมมิดในร่องเร้นรักไม่อาจทนนิ่ง ดวงตาจึงหลับพริ้มเชิดสู้กับหยาดน้ำเหนือหัว “ชิง ชิงขา ฉันต้องการคุณเหลือเกิน ที่รัก…ที่รักขา ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วย” เสียงพร่ำเพ้อโหยหาอดีตสั่นกระเส่าดำเนินต่อเนื่องพร้อมกับมืออีกข้างเทียวขย่ำฐานเนินนมแรงขึ้น แรงขึ้นจนเนื้อสะโพกกลมกลึงกระตุกสั่น “ชิง ชิง โอ้ยยยยย โอ้! ชิง ชิงขา ชิง ชิงของฉัน…….” ในที่สุดกิจกามซ้ำๆ ตลอด 20 ปีก็จบลง….เมื่อเธอโยนสติจ้องหญิงสาววัยไม่ถึง 25 ที่เสียมารยาทยืนเปลือยเกายมองกิจกามของเธอตั้งแต่เริ่มจนจบ…น้ำเสียงนิ่งๆ แผ่วเบาจึงเอ่ยราวกับเป็นเรื่องปกติของเธอทั้งคู่

“ท่านผู้หญิงคะ…”

“……(โรส)” เธอขยับริมฝีปากเรียกชื่อแต่ไม่มีเสียง กระทั้งหญิงสาวคราวลูกพุ่งเข้าสวมกอด

“ท่านคะ ถึงดิฉันจะเป็นมาโซดิสม์ แต่ดิฉันก็ทนดอกเตอร์ไม่ไหวแล้วละคะ”

“….โ ร ส….เธอหมายความว่า”

“ดิฉันเห็นใจ และเข้าใจท่านผู้หญิงเป็นอย่างมาก….แต่…..แต่….”

“เธอจะทิ้งฉันไม่ได้นะ….ฉันรับมือกับดอกเตอร์คนเดียวไม่ไหวแน่ๆ…โรส เธออยากได้อะไรบอกฉัน ฉันหาให้เธอได้ทุกอย่าง ขอละ”

“…..ท่านผู้หญิงคะ ดิฉันต้องการชีวิตคืน….ขอโทษ ดิฉันขอโทษ” เธอสั่นสะอื้นในอ้อมอก สายน้ำยังทิ่มแทงคนทั้งคู่จากรอบทิศ เรื่อนร่างเปลือยเปล่าก็กำลังโลมถูไถกันไปมา

“ฉันช่วยเธอได้…โรส ฉันยอมเป็นของเธอ…ฉันช่วยให้เธอมีความสุขได้ ขออย่างเดียว อย่าทิ้งฉัน”

“แต่รอยแผลเป็นที่แผ่นหลังของท่าน มัน มันกำลังจะเกิดขึ้นกับดิฉัน ท่านผู้หญิงขา ได้โปรด….”

“ฉันช่วยเธอให้มีความสุขได้….ฉันทำได้ทุกอย่าง เหมือนกับที่ทำให้เธอทุกครั้ง” ฝ่ามือไล่ผ่านร่องสะโพกราวกำลังกระตุ้น “เมื่อเธอเห็นรอยแผลเป็นที่แผ่นหลังฉัน ก็ได้โปรดเวทนา ฉันจะเป็นที่รักให้เธอ….แบบนี้” ปลายนิ้วเรียวยาวสอดใส่พร้อมกับกระตุกตามจังหวะของสายน้ำที่เปลี่ยนไป “ฉันช่วยเธอได้โรส ขออย่างเดียว อย่าทิ้งฉันเผชิญหน้ากับซาตานเพียงลำพัง”

“ดิฉันขอโทษคะ….” แล้วเธอก็ถอยฉากไปยืนติดกระจก สายน้ำกับน้ำตาแยกกันไม่ออกในเวลานี้ “ดิฉันเพียงต้องการชีวิตปกติคืนแค่นั้นคะ…”

“โรส…โรส” เธอตามเข้าสวมกอดจากด้านหลัง…ขณะหญิงสาวกำลังจะก้าวข้ามประตูกระจกใส “ได้โปรด….”

“ดิฉันจะหาคนมาแทน….เพราะดิฉันเองก็ไม่กล้าทิ้งท่านผู้หญิงเผชิญหน้ากับดอกเตอร์เพียงลำพังเช่นกัน” น้ำเสียงของหญิงสาวนิ่งจนอ่านได้ถึงความตั้งใจแน่วแน่

“หมายความว่า….”

“ดิฉันวางแผนเรื่องนี้นานพอสมควร ดิฉันไม่ใช่เลสเบี้ยน…เพียงแต่ดอกเตอร์ไม่เคยพาดิฉันถึงสวรรค์เลย สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราจึงเป็นแค่อารมณ์ที่คั่งค้างเช่นเดียวกับที่ท่านผู้หญิงดึงภาพคนรักรักเก่ามาใช้งาน….ดิฉันเข้าใจดี และท่านก็น่าจะเข้าใจดิฉันด้วย…ได้โปรดปล่อยดิฉันไปเถอะค่ะ”

“โรส….” เธอเรียกชื่อ หญิงสาวค่อยๆ แกะมือแล้วหันหน้ากลับมาก่อนจะค่อยๆ ไล่ปลายนิ้วจากร่องสวาทลากขึ้นสู่เนินนมแบบไม่รีบร้อน เธอไล้วนฐานสีขาวไปมาก่อนน้ำเสียงราวกระดิ่งจะดังขึ้น

“ท่านผู้หญิงยังสาวและสวยงามราวปติมากรรม เชื่อใจเถอะคะ” เธอก้มลงใช้ปลายลิ้นกับมันสักพัก “ดิฉันไม่ใจร้ายพอจะให้ใครมาทำลายปติกรรมที่ดิฉันรักและเทิดทูนอย่างอย่างท่านผู้หญิงแน่นอน อีก 2 วันจะพาเธอมาแนะนำ ได้โปรดไว้ใจดิฉัน”

“โรส….”

“คะ….ดิฉันจะย้ายไปอยู่อังกฤษกับแฟน บางทีโรแมนติกแบบฝรั่งอาจจะเปลี่ยนมาโซดิสม์ของดิฉันได้”

“เธอ เธอ โรส…”

“อีก 2 อาทิตย์คะท่าน….”

“ฉัน ฉัน ฉันกลัว”

หญิงสาวเข้าสวมกอด น้ำตาหยดสุดท้ายก็หลั่งรดรอยแผลเป็นที่ปรากฏชัดตรงหน้า ปลายนิ้วก็อดไล้สัมผัสมันไม่ได้… “บอกแล้วไง….ดิฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายปติมากรรมที่สวยงามอย่างท่านผู้หญิงแน่ๆ อีก 3 วันดิฉันจะพาเธอมาแนะนำ เธอสวยไม่แพ้ดิฉัน ขาวไม่แพ้ดิฉัน….แต่เธอไม่ใช่เลสเบี้ยนนะคะ…”

“ฮะ ฮะ ฮะ…ฉันเองก็ไม่ใช่….เพียงแต่ที่ผ่านมาเราต่างช่วยเหลือกันและกันเท่านั้นเองใช่ไหม”

“คะ คะ ขอบพระคุณทุกอย่างที่กรุณาต่อดิฉันและครอบครัว ชาตินี้ทั้งชาติ ดิฉันจะไม่ลืมพระคุณ”

“ฉันจะภาวนาขอให้เธอเจอกับคนดี โรแมนติกจะต้องเปลี่ยนเธอได้ ถึงตรงนี้ฉันเองคงไม่รั้งเธอไว้อีกแล้วละ โรส เธอต้องมีชีวิตของเธอ…”

“ดิฉันจะไม่มีวันลืมท่านผู้หญิงที่ชื่อพลอยชมพู….ท่านจะอยู่ในใจตลอดไป ขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับทุกๆ สิ่งที่ผ่านมา และดิฉันขอกราบลาท่านอย่างไม่เป็นทางการเวลานี้เลย…”

เมื่อเสียงสายน้ำสงบ เสียงผู้หญิง 2 คนก็จบลง  วันพรุ่งนี้ที่เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงใกล้เข้ามา แสงวันใหม่บอกพวกเธอให้เดินหน้าต่อไป กระนั้นอดีตที่เลวร้ายก็ยังตามหลอกหลอนเป็นระยะๆ…ท่านผู้หญิงพลอยชมพูในชุดนอนบางเบาสีชมพูอ่อนกำลังลงไนท์ครีมรอบสุดท้ายภายในห้องแต่งตัว ใบหน้าและแววตากังวลกำลังจมคิด น้ำเสียงของหญิงสูงศักดิ์ที่เธอเรียกว่าคุณหญิงแม่พลันดังขึ้นในหัว….

            #ลูกหญิงคะ ตระกูลเราเป็นตระกูลผู้ดีเก่า มีหน้ามีตา มีเชื้อมีสาย คนในสังคมให้การความเคารพนับถือ ทุกคนกำลังจับจ้องมาที่ครอบครัวเรา ลูกหญิงคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยตระกูลเราให้พ้นจากวิกฤติในครั้งนี้ไปได้ ลูกหญิงคนเดียวเท่านั้น แต่งงานกับลูกชายท่านรองเถอะนะคะ ถือว่าทำเพื่อหญิงแม่ก็แล้วกัน——-แต่คุณหญิงแม่คะ——-ไม่มีตงไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นนี้คือคำสั่ง ครอบครัวรักสัตย์สกุลร่ำรวยติดอันดับต้นๆของประเทศ ถึงพวกเขาจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน แต่ด้านการเงินพวกเขาช่วยเราได้ อีกประการถ้าลูกหญิงแต่งาน อนาคตหนูพลอยชมพูของแม่ก็จะมียศมีศักดิ์ไม่น้อยหน้าหญิงแม่หรืออาจจะเหนือกว่าทุกคนที่กำลังรอเหยียบย้ำซ้ำเติมเราอยู่…เชื่อมือหญิงแม่เถอะ ตำแหน่งสตรีหมายเลข 1 เป็นท่านผู้หญิงของนายกรัฐมนตรีคนต่อไปอยู่ในมือลูกหญิงอย่างแน่นอน#

มันดังวนอยู่ในหัวของเธอหลายรอบกระทั้งเวลาของวันใหม่เดินทางมาถึง แสงไฟในห้องแต่งตัวจึงดับพรึบลง ตู้เสื้อผ้าเซรามิคสีขาวอมชมพูหม่นเกือบมืด อนาคตต่อจากนาทีนี้คงฝากไว้กับความฝันเพียงอย่างเดียวเข้าแล้ว

“ราตรีสวัสดิ์คะชิง ชิง….”

อีกคน

ชีตาห์ขยับหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่กองรวมกันอยู่กับโต๊ะกลางในห้องรับแขก อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเขาก็จะเรียนจบมัธยมปีที่ 3 การหาที่เรียนต่อในปีการศึกษาต่อไปถึงอาหมอชิงชัยจะวางแผนไว้ให้เรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเองอยู่ดี เขาหยิบหนังสือพิมพ์รายวันที่ปรากฏภาพครอบครัว “รักสัตย์สกุล” ซึ่งประกอบไปด้วย ท่านรัฐมนตรีดร.ธนเกียรติ-ภรรยาพร้อมกับบุตรสาวในวัยเดียวกับตัวเองขึ้นมาพิจารณา…นาทีนั้นเสียงจากความทรงจำก็ดังขึ้น

            # ชีตาห์เอ้ย…ที่หนูรอดมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านผู้หญิงพลอยชมพูที่เป็นเพื่อนรักของปานดาวแม่ของหลาน ถึงอีกนัยน์หนึ่งท่านผู้หญิงจะแต่งานเพราะความง่อนแง่นทางการเงินของครอบครัว แต่ย่ามั่นใจว่าจุดประสงค์หลักที่เธอยอมตกนรกทั้งเป็นก็เพราะเธออยากให้หลานกับแม่มีชีวิตอยู่ต่อ ท่านผู้หญิงทำทุกอย่างเพื่อหลาน หากอาหมอไม่กลับมา ท่านผู้หญิงพลอยชมพูเป็นคนเดียวที่หลานจะพึ่งพาอาศัยได้…ไปหาเธอ เล่าเรื่องราวของหลานให้เธอฟัง ชีตาห์…——-คุณย่าคะ——-ทันทีที่ท่านผู้หญิงพลอยชมพูรู้ว่าปานดาวกำลังตั้งท้อง เธอก็ไม่ลังเลจะตอบตกลงแต่งงานกับครอบครัวนักการเมืองที่มีแต่เรื่องเลวร้ายลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่วันทันที ทั้งหมดก็เพื่อเปิดทางให้ปานดาวหลบหนี หนีไปพร้อมกับชายที่เธอรักมากที่สุด….จากแววตาของเธอที่ย่าเห็นในเวลานั้น ท่านผู้หญิงพลอยชมพูรักและเป็นห่วงหลานยิ่งกว่าชีวิตของเธอซะอีก…ถ้าอาหมอไม่กลับมา ไปหาเธอ…ซีตาห์ ไปหาท่านผู้หญิงพลอยชมพู เล่าทุกอย่างให้เธอฟัง แล้วหลานจะไม่โดดเดี่ยว เชื่อย่านะ#

“สวยจัง….” เด็กหนุ่มวัย 16 ปีละเมอ ขณะมือก็ลูบวนอยู่กับรูปท่านผู้หญิงพลอยชมพูก่อนจะไปจบที่เด็กสาวยืนอยู่ตรงกลาง…. “พลอยฟ้า…เธอสวยได้แม่ สวยเหมือนท่านผู้หญิงพลอยชมพูไม่ผิดเพี้ยน….” เขาละเมอต่อพลางพลิกอ่านรายละเอียดหน้ากลาง ไม่ถึง 10 นาทีก็วางมันลงพร้อมกับลุกเดินข้ามห้องและไม่ยอมเคาะประตูไปนั่งลงตรงหน้าชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งทำรายงานอยู่กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

“อาหมอฮะ”

“หึ! ว่าไง”

“ปีการศึกษาหน้าหนูอยากเรียนต่อที่เตรียมอุดมฯ…..”

พี่ นำรักมาสู่ใช่มาหยามหลู่
เพราะมีคู่คลั่งไคล้ทรามวัย
เขา กลุ้มเหมือนดังเป็นไข้
ช่วยรับรักษาใจ ให้เขารอดตายเถิดหนา

* ลิขสิทธิ์เพลง บอกรักฝากใจ เป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จุดประสงค์ของผู้เขียนนิยายเรื่องนี้คือเพื่อโปรโมตเพลงของศิลปินเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และไม่สนับสนุนการ แจกเพลง ดาวน์โหลด โหลดเพลง ริงโทน และ mp3 เถื่อนใดๆทั้งสิ้น หากชื่นชอบในเพลง กรุณาซื้อแต่ของถูกลิขสิทธิ์ เพื่อให้ศิลปินยังคงสร้างสรรค์ผลงานดีๆให้ทุกท่านได้ฟังต่อไป ขอบคุณครับ

จบ บทที่2 มะลิสีชมพู สวรรค์ของซาตาน

มะลิสีชมพู โดดเดี่ยว

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง มะลิสีชมพู โดดเดี่ยว

มะลิสีชมพู โดดเดี่ยว

บทที่ 1 โดดเดี่ยว

ปลายปี พ.ศ. 2544 ณ สตูดิโอ ของภาควิชาภาพยนตร์ ภายในมหาวิทยาลัยชานเมืองของกรุงเทพฯ 

“ผมโชคดีมากๆ คุณว่าไหม….”

“คัท!….พลบคะปานขอเพิ่มระดับเสียงอีกนิด นิดเดียวก็พอโอเคร! นะคะ”

“ดูซิ! ชิง ชิงของฉันหน้ามันหมดแล้ว”

“ใช่ๆ พูซับหน้าให้พระเอกหน่อย กล้องจะละลายอยู่ละ”

“ยินดีคะคุณเพื่อน….”

“เติมลิปมันอีกนิดท่าจะเวิร์ก”

“โห!…กะจะแต่งหน้าเค้าให้เป็นกระเทยควายเลยรึไง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….เอาน่าแป๊บเดี๋ยวจำบทได้นะคะ…..พร้อมนะ”

“โอเคร!”

“นักแสดงพร้อม ไฟพร้อม กล้องพร้อม…แอ๊คชั่น!”

“ผมชื่อชิงพลบครับ ผมเป็นคนโชคดีมากๆ คุณว่าไหม? ทันทีที่ย้ายกลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมก็มีแฟนสาวสวยใสพร้อมกันถึง 2 คน”

“คัท!…พลบคะสีหน้าท่าทางผ่านแล้วคะ แต่ปานอยากให้เว้นจังหวะและเน้นคำว่า สาว – สวย – ใสอีกนิดเดียว เวลาตัดเข้าโปรดักส์ คนดูจะได้รู้ว่ากำลังสื่ออะไร อีกครั้งเดียวขอเน้นๆ…พร้อมนะคะ”

“โอเคร!ได้ครับ….”

“นักแสดงพร้อม ไฟพร้อม กล้องพร้อม…แอคชั่น!”

“ผมชื่อชิงพลบครับ ผมเป็นคนโชคดีมากๆ คุณว่าไหม? ทันทีที่ย้ายกลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมก็มีแฟนสาว-สวย-ใสพร้อมกันถึง 2 คน”

“คัท!……ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีมาก ดีมากๆ….ขอบใจพลบมากๆ ที่เสียสละมาช่วยงานปาน…ดีมากๆ ทั้งสีหน้าและแววตาอันดุดันครบองค์จริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ชิง ชิง ของฉัน…..ปาน ปาน ยายปาน ทิ้งสเลทมาถ่ายรูปด้วยกันหน่อยรู้สึกว่าเรา 3 คนยังไม่เคยร่วมเฟรมกันเลย วัฒน์ วัฒนาคะเป็นตากล้องให้หน่อย ชิง ชิง ยืนกอดอกนิ่งๆ ดีแล้วคะ ยายปานอย่าเกาะหลังฉัน ย้ายไปทางซ้ายของชิง ชิงด่วนเลย….”

“พร้อมแล้วนะ….”

“ขอเกาะแขนพลบหน่อย อุ๋ย!…อุ่นจัง”

“ใช่!ต้นแขนชิง ชิงทั้งใหญ่ ทั้งแข็งแรงและอบอุ่นเสมอ…ใช่ไหมคะ ชิง ชิง ขา”

“พร้อมแล้วนะ 1 – 2 – 3 -แช๊ะ!…..สวยมาก ขออีกรูปกันเสีย คราวนี้สลับให้ปานไปยืนด้านขวามั่ง พูย้ายที่ด่วน….1 – 2 – 3 – แช๊ะ!….พระเอกก็หล่อ นางเอก 2 คนก็สวย สวยมากๆ เลย”

17 ปีต่อมา

กลางเดือนมิถุนายน กลมอุตุนิยมวิทยาแจ้งข่าวเรื่องพายุ “ชันชิล” กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกคาดว่ากลางดึกของคืนนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนตกครอบคลุมพื้นที่กว่า 80% กระนั้นเด็กชายที่เพิ่งจะเริ่มต้นใช้คำนำหน้าว่า “นาย” อันหมายถึงวัยหนุ่มแรกก็ยังไม่ใส่ใจเท่าบัตรประจำตัวประชาชนในมือ ดวงตาราวกับเสือชีต้าค่อยๆ ไล่อ่านรายละเอียดที่ปรากฏในบัตรใบเล็กสีขุ่นอมเขียวทีละส่วน

“เป็นนายมากี่วันแล้วเนี้ย…1-2-3-4-…17 วันพอดี” เขาพึมพำ โคมไฟจากหลอดนีออนสาดแสงสีขาวสม่ำเสมอไปยังโต๊ะเขียนหนังสือที่ปรากฏจอคอมพิวเตอร์เปิดเล่นเพลงสากลจาก Youtube คลอเป็นเพื่อนภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้านปูนทรงร่วมสมัยขนาดพอเหมาะกึ่งเก่ากึ่งใหม่ 2 ชั้น อันเป็นสมบัติจากชายชราที่เกลียดเขาโดยไม่ยอมบอกเหตุผล แต่ชายชราที่เรียกว่าปู่ก็ได้จากไป 3 ปีแล้ว ส่วนห้องนอนชั้นล่างที่มีเพียงห้องเดียวถูกหญิงชราที่เดินเหินไม่คล่องจับจอง เธอคือ “คุณย่า” ที่เลี้ยงดูเขาตั้งแต่แรกเกิด ไม่ใช่แม่แต่ก็ใกล้เคียงกับคำว่าแม่มากที่สุดและยังเป็นคนเดียวที่มีในขณะนี้ ด้วยวัยเลย 80 ปีของเธอ เด็กหนุ่มที่ใช้ชื่อเดียวกับเสือชีต้าจึงไม่อยากจะนับมันเพิ่ม เพราะลึกๆ แล้วตัวเลขที่สูงขึ้นทำให้เขาหวาดกลัว…กลัวว่าบ้านหลังดังกล่าวจะเหลือแค่เขาอาศัยเพียงลำพัง หากวันนั้นมาถึง ยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่า จะทนอยู่กับความโดดเดี่ยวได้หรือไม่….

ขณะที่สายลมจากพายุชันซิลวูบแรกขยับบานหน้าต่างไม้จนเกิดเสียงดัง กึกๆ ลัวๆ ลันตามๆ กันไปจบที่หน้าต่างห้องนอนของอาหมอ ซึ่งขณะนี้กำลังเรียนแพทย์เฉพาะทางที่อเมริกา สายตาปักหมุดที่บัตรประจำตัวประชาชนก็ชำเลืองมองตามเสียงที่เกิดขึ้น ท้องฟ้าทางทิศใต้แดงฉานได้กระตุกขึ้นสู่ความหวาดหวั่นอย่างฉับพลัน… #ถ้าฟ้าต้นฤดูเป็นสีแดงนั้นหมายถึงพายุลูกใหญ่กำลังจะมา#

“โห!….คุณย่า”  เขาอุทานแบบคนลืมตัว เสื้อนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เพิ่งสวมเป็นวันแรกถูกถอดแขวนไว้ข้างตู้ไม้อัดสีเบจ ชุดติดตัวจึงเหลือเพียงกางเกงนักเรียนขาสั้นสีน้ำเงินกับถุงเท้าสีขาวเท่านั้น ซึ่งมันก็เป็นชุดปกติหลังเลิกเรียนที่คุ้นชินมาตั้งแต่เป็นเด็ก เพียงแต่เวลานี้เขาไม่ใช่เด็กชายเหมือนเมื่อก่อน แผงหน้าอกกับแผ่นหลังบอกความกำยำของวัยหนุ่มแรกชัดเจน ขนรักแร้-หนวด-เครา-ร่องอกและในที่ลับเพิ่งจะเป็นอุยสีเทาบางๆ กระนั้นเมื่อตัดกับสีผิวที่ขาวราวกับแผ่นกระดาษมันก็ยังดูเข้มเป็นสีดำอยู่ดี ยิ่งโครงหน้าได้รูป-จมูกโด่งรับริมฝีปากสีชมพูรูปกระจับด้วยแล้วยิ่งเพิ่มเสน่ห์แบบไม่มีที่ติ หากแววตาไม่ดุดันราวกับเสือชีตาห์ เขาจะกลายเป็นหนุ่มหล่อเนื้อหอมที่หาตัวจับยากคนหนึ่งเลยทีเดียว…

#ดวงตาของหลานดุดันราวกับเสือชีต้า นี้จึงเป็นที่มาของชื่อหลานไงละ ชีตาห์#

#วู้ วู่ วู…วู้ ๆ —-ปัง! ปัง!….# เสียงลมกระแทกบานหน้าต่างที่เผลอเปิดค้างเรียกสติได้อีกครั้ง ชีตาห์กระโจนลงจากเตียงไปปิด ขณะที่ประตู

#ก๊อกๆ ก๊อกๆ—ชีตาห์ เสือชีต้า# เสียงน้าพรสาวแก่วัย 40 ต้นๆ ข้างบ้านเรียก เธอมักจะมาช่วยดูแลคุณย่าระหว่างเขาไปเรียนเสมอ

“ฮะ….” ชีตาห์ขานรับก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้ “ฮะน้า….มีอะไรหรือฮะ”

เธอยิ้มจ้องสำรวจเขาราวกับไม่เคยเห็น “โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หล่อซะด้วย” เธอใช้สายตาแทะโลมตั้งแต่ใบหน้าเลื้อยลามลงตามลำคอขาวยาวๆ กระทั่งหยุดที่หัวนมสีชมพู ไรขนบางๆ ตรงกลางหน้าอกเสริมพลังให้หนุ่มแรกโดดเด่น จนเห็นเธอเผลอกลืนน้ำลายหลายอึก…. “เอ่อ…คุณย่าเรียกนะ และน้าก็กำลังจะกลับไปเตรียมอาหารเย็นพอดี…อายุเท่าไรแล้วเนี่ย ผิดหูผิดตาจากเมื่อวานลิบลับเลยนะเรา ฮิ ฮิ ฮิ”

“หนูเพิ่งไปรับบัตรประชาชนบ่ายนี้เองฮะ” ซีตาห์บอก

“เหรอ ไหนๆ ขอดูหน่อยเพราะน้าไปทำบัตรทีไรรูปไม่สวยทุกที” เธอยืนพูดอยู่ที่เดิมกระทั้งรับรับบัตรประจำตัวประชาจนจากมือชีตาห์ไปพิจารณา “นายชีตาห์ ภัทรธารา(พัด-ทา-รา) เป็นนายแล้ว โห! ดูหล่อเชียว”

“อ่านว่า พัด-ทะ-ระ-ทา-รา ครับน้าพรอย่างแซวซิ! หนูเขิน”

“ฮิ ฮิ ฮิ ไปๆ คุณย่ารออยู่ อาหารเย็นไม่ต้องทำ เดี๋ยวน้าจะทำเผื่อในโอกาสฉลองความเป็นหนุ่ม”

“ครับ…ขอบคุณฮะน้าพร” ชีตาห์พูดขณะเดินตามหลังลงบันได….เมื่อถูกสะกิดอารมณ์วัยหนุ่มแรกก็แปรปวน สายตาที่เคยวางเฉยกับเธอถูกกระตุ้นให้จ้องตามสะโพกกลมกลึงโยกย้ายตามกลีบกระโปรงสีบานเย็นย้วยยาวเลยหัวเข่า จนมวลกล้ามท้องปั่นปวน ยิ่งเมื่อกลิ่นผู้หญิงโชยแตะจมูกอารมณ์ยิ่งวูบวาบไม่เสถียรหนักเข้าไปอีก….

“คุณย่ารออยู่ในห้อง น้าต้องรีบเข้าครัวก่อนน้าชายจะถึงบ้าน ไม่อย่างนั้นตาแก่บ้าโมโหหิวด่าบ้านแตกแน่ ๆ….” น้าพรพูดขณะหันหลังให้ที่ประตู

“ครับน้า…ขอบคุณสำหรับอาหารเย็น”

“อุ้ย!….แค่ 2 ปาก อีกอย่างคุณย่าของหนูเป็นคนจ่ายตัง ไม่ต้องเกรงใจ เราก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ถึงไม่ใช่ญาติ แต่น้าก็รักเหมือนลูกเหมือนหลาน คุณย่าเองก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ของน้านั้นแหละ…เข้าไปหาคุณย่าได้แล้ว ไม่รู้มีเรื่องอะไร ถามหาตั้งแต่บ่าย”

“ขอบคุณฮะน้า”

“เล็กน้อยน่า…ทำอาหารเสร็จจะโฟนเรียก”

ทันทีที่ประตูไม้อัดสีครีมถูกผลักเข้าไปด้านใน ชีตาห์มักจะเสียมารยาทเช่นนี้กับหญิงชราที่เขาเรียกเธอว่าย่าเสมอ ซึ่งย่าเองก็ไม่ได้ติดใจ ในเมื่อบ้านหลังนี้ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย แสงฟ้าแล๊บ แปล๊บๆ วูบวาบเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ชีตาห์เห็นร่างของหญิงชรานอนนิ่งอยู่บนเตียงแค่วูบเดียว แต่เป็นวูบเดี่ยวที่…

“คุณย่า…..” ชีตาห์อุทานแบบคนผวาพร้อมกับไล่เปิดสวิทซ์ไฟทุกดวง ทันทีที่แสงนิออนกับไฟดาวไลท์ทั้ง 4 จุดสว่าง สายระโยงระยางพร้อมกับถังอ๊อกซิเจนสีเขียวกับเครื่องมือแพทย์ครบชุดก็ทำให้เขาตกใจหนักเข้าไปอีก “คุณย่าเกิดอะไรขึ้นคะ”

“ชีตาห์ มานั่งใกล้ย่าหน่อย….ไม่ต้องปิดม่าน ย่าอยากนอนดูฝนตกซะหน่อย” เสียงหญิงชราสั่นระรัวตามแผ่นหลัง

“เกิดอะไรขึ้นคะ หนู หนูไม่สบายใจ” ชีตาห์ไล่มือสั่นระริกสำรวจเครื่องมือเหล่านั้น กระทั้งไปจบที่จมูกและหน้าอกที่ไม่เหลืออะไรให้เพลิดเพลิน

“นั่งลงชีตาห์ นั่งลงก่อน ย่ามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง”  เธอพูดพร้อมกับเอื้อมไปหยิบอะไรบางอย่างที่ซ่อนไว้ใต้หมอนยื่นให้เขา… “รับไปซิ!….ในนี้เป็นเรื่องราวทั้งหมดของหลาน ย่าขอโทษที่ไม่ได้เล่าให้ฟังตั้งแต่แรก”

“จดหมาย….อะไร มันคืออะไรกันคะหนูไม่เข้าใจ” ชีตาห์ถูกฝึกให้ใช้คำพูดราวกับเด็กผู้หญิงและเขาก็ใช้เฉพาะเธอ ชีตาห์หย่อนก้นนั่งพร้อมกับล้มตัวนอนข้างๆ แบบที่เคยทำ….

“ชีตาห์ของย่าเป็นหนุ่มซะที….15 ปีแล้วใช่ไหม” เธอถาม ชีตาห์จึงล้วงบัตรประจำตัวประชาชนยื่นให้….

“คะ….เลยมา 17 วันแล้ว หนูเพิ่งแวะไปรับหลังจากเลิกเรียนวันนี้เอง”

หญิงชรารับไปพิจารณาใกล้ๆ สักครู่ก็ยกมือเหี่ยวย่นลูบเส้นผมของหลานชายให้เข้าที่…..

“คุณย่ายังไม่ตอบหนูเลยว่าเกิดอะไรขึ้น….คุณย่าคะ” ชีตาห์ทวง พร้อมกับใช้สายตาชี้นำ

“เป็นเรื่องปกติของคนแก่…อาหมอให้ทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลมาตรวจสุขภาพ ทั้งหมดจึงมาพร้อมพวกเขาอย่าตกใจไปเลยลูกเอ้ย เกิด-แก่-เจ็บ-ตายเป็นเรื่องปกติ….ว่าแต่จะไม่เปิดจดหมายดูเหรอว่าข้างในมีอะไร” หญิงชรากระตุ้น ชีตาห์จึงลุกนั่งเพียงครึ่งตัว เมื่อซองจดหมายถูกเปิด สิ่งที่อยู่ข้างในแน่นอนมันคือจดหมายและอีกสิ่งคือรูปถ่ายเก่าๆ ที่ปรากฏสาวสวยในชุดนักศึกษารูปร่างดียืนขนาบข้างชายหนุ่มที่โครงสร้างโดยรวมคล้ายคลึงกับตัวเอง….

“มะ…หมายความว่า…”

“ย่าเสียใจ….”

“คุณย่าคะ….” ชีตาคลีจดหมายดูแต่ยังไม่มีท่าทีจะอ่าน สายตากำลังจมความสงสัยจ้องไปที่หญิงชราไม่กระพริบ “ที่เคยบอกว่าหนู….”

“หลานมีตัวตน ชีตาห์ หลานมีพ่อ หลานมีแม่ และหลานก็คือหลานย่า เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกชายย่าแท้ๆ ที่ผ่านมาย่าขอโทษ และในจดหมายฉบับนั้นได้บอกรายละเอียดถึงสาเหตุผลที่ย่ากับปู่ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องของหลานไว้ครบถ้วน”

“แต่คุณปู่เกลียดหนู….”

“คุณปู่เป็นคนไปรับหนูมาจากโรงพยาบาลด้วยมือของตัวเอง คุณปู่รักหนูยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นเชื่อย่าซิ”

“คุณย่าคะ….” ชีตาห์ยกรูปถ่ายในมือขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ เสียงยานๆ ของหญิงชราจึงดังขึ้น

“ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางคือลูกชายคนโตของย่า เขาคือพ่อแท้ๆ ของหลาน พ่อหนูชื่อชิงพลบ ชีตาห์ หนูไม่เคยโดดเดี่ยวและไม่มีวันโดดเดี่ยว หนูมีที่มา หนูลองพิจารณาใบหน้าของชายคนในรูปเทียบกับใบหน้าหนูดูซิ! ว่ามีส่วนคล้ายคลึงกันมากแค่ไหน ยิ่งดวงตาดุดันเป็นประกายราวกับเสือชีต้าด้วยแล้ว หนูถอดแบบมาจากพ่อจนบางครั้งย่าหลงคิดว่าหนูคือชิงพลบซะอีก”

“เล่าเรื่องพวกเขาให้หนูฟังที”

ฝ่ามือเหี่ยวๆ ลูบเส้นผมเด็กหนุ่มทั้งๆ ที่มันสั้นเกือบจะติดหนังหัว กระนั้นเธอก็ยังต้องการให้เสือชีต้าดูหล่อขึ้นอีกหน่อย ชีตาห์ค่อยๆ เลือนตัวลงนอนข้างๆ ในท่าเดิม น้ำเสียงยานสั่นระรัวก็ดังขึ้นสลับเสียงฟิตจากเครื่องมือแพทย์ที่ตั้งอยู่ด้านใน…… “เดิมทีชิงพลบเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ช่วงเกิดวิกฤตการณ์การเงินเอเชียปี 2540 หรือที่เรียกว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง ธุรกิจบ้านจัดสรรของคุณปู่ไปไม่รอด ชิงพลบจึงต้องย้ายกลับมาเรียนปีสุดท้ายที่เมืองไทย และเขาก็ได้พบสาวสวย 2 คนในรูปที่มหาวิทยาลัยแห่งนั้น แรกๆ ชิงพลบบอกย่าว่า เธอทั้งคู่เป็นแค่เพื่อน แต่เมื่อพิจารณาพฤติกรรม ย่าไม่เคยเชื่อในเรื่องนี้…กระนั้นย่าก็ยังปล่อยให้ทั้ง 3 ขลุกอยู่ด้วยกันอย่างอิสระโดยไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด”

“พวกเขาเป็นแฟนกันรึคะ”

“ใช่!…พวกเขา 3 คนเป็นแฟนกัน เป็นแฟนกันอย่างเปิดเผยโดยที่สาวสวย 2 คนรู้เรื่องนี้ดีที่สุด เพราะเธอ 2 คนเป็นเพื่อนรักกันก่อนจะเจอชิงพลบซะอีก” หญิงชราใช้กิริยาเชื่องช้าขยับยันตัวเองนั่งแล้วช้อนศีรษะหลานชายเทินไว้บนตัก สายตาที่กำลังพล่ามัวมองนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าที่แดงคล้ำจมดำทางทิศใต้บอกอีกไม่ช้าไม่นานฝนเม็ดแรกต้องมาให้เห็นแน่นอน….. “สาวสวยที่ยืนอยู่ทางซ้ายมือ เธอชื่อปานดาวเป็นแม่ของหลานเอง…ชีตาห์หลานมีแม่เหมือนทุกๆ คนนะคะ หลานไม่ได้ออกมาจากกระบอกไม้ไผ่อย่างที่คนเค้าพูด ผู้หญิงผิวขาวสะอาดเหมือนกับหลาน เธอคือแม่แท้ๆ ของหลาน….”

ชีตาห์จ้องไปที่เธอคนนั้นไม่กระพริบ “……….” กระนั้นเขาก็ยังไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ให้หญิงชราจับได้

“แม่ของหลานเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน….ส่วนอีกคนที่ผิวคล้ำใบหน้าคมได้รูปเธอคือ….”

“คล้ายๆ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูเลยคะ คุณย่า….”

“ใช่! เธอคือท่านผู้หญิงพลอยชมพูปัจจุบัน ผู้หญิงที่ยอมเสียสละทุกอย่าง ยอมตกขุมนรกเพื่อแลกกับอิสระภาพของแม่หนู….”

“เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่คะคุณย่า”

“ทั้งพลอยชมพูและปานดาวเป็นผู้หญิงที่สวย สวยกันคนละแบบดังนั้นจึงเป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ โดยเฉพาะพลอยชมพูครอบครัวของเธอมีเชื้อมีสายมาจากตระกูลผู้ดีเก่า ซ้ำยังมีชื่อเสียง ฐานะก็ดี จึงเป็นที่หมายปองของใครหลายๆ คน ทั้งไฮโช ไฮซ้อรุมจีบเธอไม่เว้นกระทั้งลูกชายนักการเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคาสโนวา เจ้าชู้ตัวพ่อ แถมยังมีข่าวว่าเป็นซาดิสม์ เคยกระทำกับผู้หญิงเยี่ยงสัตว์ป่า ในวงการเขารู้เรื่องนี้ดี”

“ใช่ ดร.ธนเกียรติรัฐมนตรีการคลังสามีปัจจุบันของเธอหรือเปล่าคะคุณย่า”

หญิงชราพยักหน้า “ใช่!…อดีตของชายคนนี้ไม่ธรรมดา เดิมทีธนเกียรติถูกตาต้องใจกับปานดาวแม่ของหลาน แต่ผู้ใหญ่ฝั่งท่านผู้หญิงพลอยชมพูทาบทามให้ทั้งคู่แต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง ดังนั้น….จึงเกิดเรื่องราววุ่นวายของรัก 4 เส้าระหว่าง ดร.ธนเกียรติ-ปานดาว-ชิงพลบและพลอยชมพูขึ้นมา โดยมีบ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในสนามรักที่ไม่ลงตัว ชีตาห์….ชีตาห์…..ชีตาห์” หญิงชราเรียกกระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังไม่ขยับ “ชีตาห์เอ้ย…” ลมหายใจกระตุกไม่เสถียรราวจะบอกว่าห้วงนิทราลึกของเขากำลังเดินเข้าสู่โหมดฝันร้าย เสือชีตาห์ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใครเห็น แต่ในเวลาเช่นนี้หญิงชราต้องดึงชายผ้าห่มขึ้นมาซับให้ “ชีตาห์ ไอ้เสือชีต้าของย่า”

#….ถึงคุณพ่อคุณคุณที่เคารพ….ปานมีเรื่องที่ต้องรบกวนเป็นครั้งสุดท้าย คืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 22.35 น. มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นที่โรงพยาบาลติดชายแดนกัมพูชาของจังหวัดสระแก้ว ดวงตาของเขาดุดันแข็งกร้าวราวกับเสือชีต้าเช่นเดียวกับดวงตาของชิงพลบไม่ผิดเพี้ยน ปานจึงตั้งชื่อเขาไว้ว่า “ชีตาห์” ปานไม่มีปัญญาพาลูกไปด้วย ได้โปรดไปรับเขา ได้โปรดเถอะคะปานไม่เหลือใครให้หวังอีกต่อไป คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ปานขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถ้าปานยังมีบุญพอจะได้เห็นหน้าลูก ปานจะกลับมารับเขาภายหลัง ได้โปรดเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่เช่นนั้น ชีตาห์จะไม่ปลอดภัยอีกคน ได้โปรดช่วยเราด้วย ได้โปรดช่วยลูกเสือชีต้าด้วย….คุณแม่คะ คุณพ่อคะ ฝากชีตาห์ บอกเมื่อเขาโตว่าปานไม่ได้ทิ้งเขา แต่ปานทำดีที่สุดได้แค่นี้ เมื่อปานข้ามชายแดนเข้าสู่กัมพูชาปลอดภัยเมื่อไร ปานจะติดต่อกลับอีกครั้ง ลูกของปานชื่อว่า ด.ช.ชีตาห์ ภัทรธารา : ติดต่อรับตัวกับแพทย์หญิงสายพิณ เวชชยะกรณ์ โรงพยาบาลอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ปานจะไม่มีวันลืมพระคุณในครั้งนี้ ฝากชีตาห์ด้วย ฝากเขาด้วย คุณพ่อคะ คุณแม่คะ….ฝากลูกชายของเราด้วย….#

เด็กหนุ่มวัยไม่ถึง 16 ปี สวมสูทเนื้อดีสีดำสนิทนั่งนิ่งอ่านความทรงจำ อันเป็นเรื่องราวของตัวเองเพียงลำพัง (เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาทั้ง 3 คน) คำถามซ้ำๆ ทำให้เขาคิดไม่ตกหน้ารูปหญิงชราในกรอบไม้สักสีดำหน้าหน้าโลงศพที่มีไฟกระพริบราวหมู่ดาวตั้งแต่พระสวดอภิธรรมคืนสุดท้ายจบลง  ใบหน้าและแววตาไม่มีใครอ่านออกปักหมุดอยู่กับภาพถ่ายเก่าๆ ในมือพร้อมซองจดหมายสอดแนบไว้ด้านล่าง

#….ชีตาห์หากอาหมอไม่กลับมาหรือกลับมาไม่ทันให้หลานไปหาผู้หญิงที่ยืนอยู่ทางขวามือ หลานคงจะรู้ชื่อ-รู้จักเธอผ่านสื่อสารเป็นอย่างดีอยู่แล้ว….#

“ท่านผู้หญิงพลอยชมพู” เขาอุทานจากน้ำเสียงที่ไม่ได้ใช้งานหลายชั่วโมง..

 #….ใช่เธอคือท่านผู้หญิงพลอยชมพู รักสัตย์สกุล บอกเธอว่าหลานเป็นใคร ผู้หญิงคนนี้จะช่วยหลานได้ ชีตาห์หลานไม่ได้โดดเดี่ยว หลานมีครบทุกอย่างเท่าที่เด็กคนหนึ่งพึงจะมี….หลานมีที่มา หลานมีทั้งพ่อ มีทั้งแม่ มีย่า มีปู่และมีอาหมอชิงชัยที่รักหลานยิ่งกว่าลูกในไส้ หลานไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ จงจำคำที่ย่าพูดให้ขึ้นใจ…ไปหาเธอ ไปตามหาเธอแล้วเล่าที่มาของหลานให้ฟัง เธอจะช่วยหลานได้…#  เสียงกลืนน้ำลายขณะเวลากำลังเดินเข้าสู่ 23.00 น. ดังยิ่งกว่าเสียงลมผ่านช่องโหว่เหนือหลังคาทรงสูง กระนั้นร่างเด็กหนุ่มที่นั่งนิ่งราวกับหุ่นหินสีดำก็ยังไม่ขยับ….

#เกิด-แก่-เจ็บ-ตายเป็นเรื่องปกติ ชีตาห์หลานเป็นคนอ่อนนอกแข็งในเช่นเดียวกับแม่ แต่ดวงตาที่ดุดันราวราวกับเสือชีต้า หลานได้จากพ่อมาครบ….เสือชีต้าไม่มีวันหลั่งน้ำตาให้กับเหยื่อ ชีตาห์แม่ของหลานมองเห็นเรื่องนี้ในตัวหลาน ฉะนั้นแม่ของหลานเองก็ไม่เคยจากหลานไปไหน….หลานของย่าเข้มแข็ง และจำเป็นต้องเข้มแข็งเมื่อเดินทางต่อเพียงลำพัง….#  น้ำเสียงสั่นระรัวๆ ดังขึ้นในหัว จิตใจเวลานี้ย่ำแย่จนไม่รู้จะเริ่มต้นพูดด้วยภาษาอะไรดี เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา แต่พอมโนเห็นภาพบ้านปูนขนาดกลางกึ่งเก่ากึ่งใหม่ไม่เหลือใครให้กลับไปหา เขาจึงเลือกจะนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไปเรื่อย ๆ แต่ขณะที่เข็มนาฬิกากำลังเดินเข้าสู่เที่ยงคืน เสียงรองเท้าเดินมาจากด้านหลังทำให้พอเดาได้ว่าคงเป็นลุงเฝ้าศาลามาไล่ให้กลับไปนอนที่บ้านเช่นเดียวกับ 2 คืนก่อนแน่ ๆ….แต่อยู่ๆ มันก็แตกต่าง เมื่อปรากฏวงแขนกว้างๆ โอบรวบตัวเขาจากด้านหลัง….แรงสั่นเกร็งบวกเสียงสะอื้นบอกเป็นชาย ถึงจะแปลกใจแต่นาทีที่ต้องสกัดไม่ให้น้ำตาของเสือชีต้าทะลักก็จำเป็น….

“อารู้แล้วว่าทำไมปานดาวจึงตั้งชื่อหลานว่าชีตาห์ เสือชีต้า ไอ้เสือชีต้า ฮื้อๆ อา อาขอโทษ” น้ำเสียงใหญ่ๆ ไม่เรียบทำให้พอเดาออก….ชีตาห์วาดสายตาลอยๆ ไร้ความรู้ไปที่รูปของหญิงชราก่อนจะแกะมือและยอมหันหน้าไปเผชิญ

“อาหมอ….” เสียงพูดไม่เต็มคำดังออกจากปากเพียง 50%

“ดูดวงตาของหลานซิ….เหมือนกับเสือชีต้าไม่ผิดเพี้ยน หลาน หลานเข้มแข็งกว่าอาอีกรู้ไหม” หมอชิงชัยที่เพิ่งลงจากรถแท็กซี่พูดพร้อมกับใช้ฝ่ามือเชิดใบหน้าหนุ่มน้อยพิจารณาใกล้ๆ

“เพราะหนูไม่มีใครให้ร้องไห้ต่างหาก”

“ชีตาห์ ไอ้เสือชีต้า…” หมอชิงชัยอุทานตกใจสุดขีด เมื่อผ่านจุดวิกฤติเขาก็พุ่งเข้าสวมกอด…. “ร้องออกมาชีตาห์ ไม่มีกติกาว่าเสือชีต้าจะร้องไห้ไม่ได้ ร้องกับอา ร้องไห้กับอา….ชีต้า….ชีต้า”

“อาหมอฮะ หนู หนู หนู……”

“อาอยู่นี้ อาจะไม่ไปไหนอีก อาสัญญา….”

“อาฮะ อาหมอฮะ อย่าทิ้งหนู อย่างทิ้งหนู อ๊ากกกกก ฮื้อ ๆ….อาหมออย่าทิ้งหนู หนูอยู่คนเดียวไม่ได้….หนูอยู่คนเดียวไม่ไหว อ๊ากกกกก…….” ในที่สุดชีตาห์ก็ร้องไห้จนสลบ…กำลังสุดท้ายของเสือวัยหนุ่มแรกหมดลงแล้วโดยสิ้นเชิง….

“ชีตาห์ ชีต้า ไอ้เสือชีต้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ…….”

จบ บทที่1 มะลิสีชมพู โดดเดี่ยว

มะลิสีชมพู

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง มะลิสีชมพู

มะลิสีชมพู

สมัยที่ผู้เขียนกำลังเรียนมหาวิทยาลัย มุมมองของคู่รักต่างวัย : ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝงเป็นเมนหลัก ถ้าชายสูงวัยแต่งงานกับสาวรุ่นลูก มันคือนิยายของ ตาเฒ่าหัวงูกับเด็กสาวผู้หวังมรดกชัด ๆ หรือหากสาวแก่รุ่นแม่ดันไปตกหลุมรักเด็กหนุ่มรุ่นลูก ดอก!นี้ยิ่งไปกันใหญ่ ไก่แก่แม่ปลาช่อนช้อนรักแมงดาวัยกระเตาะ น่าจะเป็นเช่นนั้น ผู้เขียนไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าความรักบริสุทธิ์จะเกิดขึ้นกับคนสองวัยนี้ได้ No, No way…ถ้าไม่มีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง ไม่มีทาง

รักต่างวัย

ในเมื่อ “รักต่างวัย” เป็นเรื่องท้าทาย-ละเอียดอ่อน-ขัดศีลธรรม-วัฒนธรรมความเชื่อของโลกตะวันออกก็ไม่ส่งเสริม คำถาม : แล้วทำไมผู้เขียนจึงอยากเขียนนิยายเรื่อง “มะลิสีชมพู” …เขียนเพื่อให้คนอ่านด่าเล่นๆ-ได้รองเท้าหลายเบอร์เป็นรางวัล-ได้คำสาปแช่งสารพัดตอบแทน…ยิ่งเป็นนิยายแนวอีโรติก-ดราม่าแล้ว ไม่ทันเริ่มเขียน บางคน-บางท่านก็อยากกระทืบจมธรณีแล้ว…คุณว่าไหม? แต่ลองมองอีกมุม ถ้าผู้เขียน-เขียนแล้วมีคนลุ้น-คนเชียร์-ให้กำลังใจนางเอกรุ่นแม่-เอาใจช่วยพระเอกวัยกระเตาะละอะไรจะเกิดขึ้น…เออ! น่าคิด

เมื่อท้าทายผู้เขียนจึงตัดสินใจเดินหน้าต่อ….ดังนั้นความรักของท่านผู้หญิงพลอยชมพูกับเด็กหนุ่มอายุไม่ถึง 18 ปีที่ชื่อ ชีตาห์ จึงเกิดขึ้น….คำถาม : ความรักของคนทั้งคู่เกิดขึ้นได้อย่างไร? เส้นทางของคน 2 วัยไม่น่าจะมาเจอกันง่ายๆ ยิ่งเป็นท่านผู้หญิงของรัฐมนตรีจากตระกูลดังยิ่งไปกันใหญ่….ส่วนเด็กหนุ่มชีตาห์ เป็นเพราะความโดดเดี่ยวตั้งแต่แรกเกิดหรือเปล่า จึงทำให้เขาแยกแยะความน่าอาย-น่าขยะแขยงออกจากความรัก-ความอบอุ่นไม่ได้ หรือเป็นเพราะเลือดหนุ่มแรกเมื่อเจอรสสวาทของไก่แก่ชำนาญรัก-โลกไร้เดียงสาของตัวเองจึงจบลงที่เธอ….

ใช้นามปากกา กุหลาบสีเบจ

ครับหากท่านใดติดตามงานเขียนของ Timmy Buto จะเห็นว่างานแต่ละชิ้นแต่ละเรื่องไม่ซ้ำแนวกันเลยเพราะอะไร? ก็เพราะว่าผู้เขียนไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ แต่เป็นนักเขียนที่ต้องการเขียนเพื่อการพักผ่อนสนองอารมณ์ที่แปรปวนของตัวเองเท่านั้น สำหรับนิยายอีโรติก-ดราม่าเรื่องนี้และนิยายแนวนี้ในอนาคต ผู้เขียนจะขอใช้นามปากกาว่า “กุหลาบสีเบจ” เพื่อเป็นการแยกงานเขียนแต่ละแนวออกจากกัน ขอชี้แจงประมาณนี้นะครับ

เอาละ…วกมาที่นิยายเรื่อง “มะลิสีชมพู” อีกหน่อย งานเขียนแนวอีโรติก-ดราม่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? แน่นอนเกิดจากความลามกส่วนตัว ผู้เขียนเป็นคนพูด-เขียนออกมาจากจุดเดียวกับความรู้สึก ไม่ได้เสแสร้ง ยิงตรงๆ รับได้ก็รับ-รับไม่ได้ปิดจ๊อบ! จบ….อีกประการเกิดจากการอ่าน-ดูละคร-ดูซีรี่ย์ทั้งไทยและเทศ ส่วนใหญ่พระเอก-นางเอกจะถูกสร้างขึ้นมาให้ดูดี-สมดุล พระเอกหล่อ-นางเอกสวยเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองกับใบหยก….ถ้าผู้เขียนสร้างตัวละครประมาณที่ว่า พลิกแพลง-หักมุมนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว ถามว่า : นิยายของผู้เขียนจะสู้ชาวบ้านได้ไหม? ถ้าถูกตีพิมพ์สุดท้ายคงหนีไม่พ้นชั่งกิโลขาย ขอบอกตรงนี้เลยนะครับว่า ผู้เขียน-เขียนเพียงเพื่อตอบสนองตัวเองเท่านั้น ลองอ่านดู ถ้าชอบก็อ่านต่อ ไม่ชอบ-ยี้!….อีแก่ร่านสวาทกินเด็ก ภาษาห่วยแตกหรือเขียนผิดๆ ถูกๆ ตกๆ หล่นๆ รับไม่ได้ก็หยุด! แฟร์กันทั้ง 2 ฝ่าย โอเคร!

ส่วนภาษาที่จะใช้จำเป็นต้องติดเรท 18+ เพราะนิยายแนวอีโรติกถ้าภาษาไม่ถึงแก่น ภาษาไม่สามารถทะลุทะลวงกำแพงกระดูกดำชั้นลึกสุดก็อย่าหวังจะดึงอารมณ์คนอ่านให้เคลิบเคลิ้ม ฉะนั้นชาว 18+ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้ตั้งแต่เนินๆ แต่ผู้เขียนสัญญาจะระมัดระวังไม่ให้ภาษาอีโรติกกระโดดข้ามเส้นคุณธรรมสู่เรื่องสั้นประสบการณ์เสียวอย่างแน่นอน รอติดตามบทที่ 1 “โดดเดี่ยว” เร็วๆ นี้ ขอบคุณและสวัสดีครับ