อนุชาย2 บทที่7

อนุชาย2 บทที่7อนุชาย2 บทที่7 ตามหาหัวใจ3

อนุชาย2 บทที่7 ตามหาหัวใจ3

อ นุ ช า ย   อ นุ ช า ย ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้ นายได้ยินไหม…ฉัน ชานนท์ สายสกุล ไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้….” ดร.ชานนท์วนรถ BMW สีดำเข้าไปในอุทยานสแตนเลย์พาร์ค สนสูงใบหนาเขียวทึบๆ ยังสงบนิ่งมีเพียงใบเมเปิ้ลสีม่วงเท่านั้นค่อยๆ จมสู่สีดำไปพร้อมๆ กับแสงสุดท้ายหลัง 3 ทุ่ม โซนที่จอดรถ Vancouver Seawall หรือกำแพงทะเลแห่งแวนคูเวอร์ก็กำลังจะร้างผู้คน ชายเอเชียตัวสูงสวมเสื้อโค้ทสีดำตัวใหญ่ยาวเลยหัวเข่าค่อยๆ เดินอย่างคนหมดอาลัยตายอยากลงไปตามขั้นบันไดธรรมชาติสู่ถนนออกกำลังกายที่ประกอบไปด้วยทางจักรยานและลู่วิ่งรอบเกาะธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ…ช้าๆ…ช้าๆ จนแดดสีชาจีนเข้มๆ พุ่งตรงๆ อาบใบหน้าที่ยากจะเข้าใจ เขายืนนิ่งตรงขอบปูนกว้างประมาณ 1 ฟุตฝั่งอ่าวแวนคูเวอร์…สโมสรเรือยอชต์ที่อยู่ระดับผิวน้ำทะเลยังสงบนิ่ง…ไร้เงานกนางนวลอย่างที่ควรจะเป็น เขามองข้ามไปยังฝั่งดาวทาวน์เห็นตึกสูงราวกับกำแพงเสาหินหลายๆ ชั้น ใช่! มันเสมือนกำแพงเสาหินเพื่อกีดกั้นไม่ให้เขาเข้าไปในแก๊สทาวน์ที่เห็นแสงไฟอยู่ลิบๆ ลมทะเลโบกสะบัดชายเสื้อโค้ทเบาๆ-เงาแห่งเขาทางเบื้องหลังก็เต้นระบำช้าๆ

ฉัน ไม่ ได้ เกิด มา เพื่อ แพ้ นายได้ยินไหม นายได้ยินฉันไหมอนุชาย” เสียงละเมอหลุดจากปาก เขาเพ่งสายตาข้ามไปยังแก๊สทาวน์อย่างตั้งใจ…ในขณะที่น้ำตาไหลพรากเลยตามเลย “อนุชาย ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้” เขาหลุดเสียงเบาๆ อีก พลางปลดกระดุมเสื้อให้เป็นอิสระ ชายเสื้อโค้ทก็ปลิวไสวตั้งแต่นาทีนั้น เงาแห่งเขาทางเบื้องหลังก็ยิ่งเริงระบำเกินขีดจำกัด หลังจากดึงปกเสื้อซับน้ำตาบางๆ แล้วมือ 2 ข้างก็ยกขึ้นป้องปากตะโกนเสียงจากหัวใจเน่าๆไปยังแก๊สทาวน์ดังๆ ว่า….

อ นุ ช า ย   อ นุ ช า ย ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้ นายได้ยินไหม…ฉัน ชานนท์ สายสกุล ไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้….อ๊าก!…นายได้ยินเสียงฉันไหม นายได้ยินเสียงเดียรเนียลของนายหรือเปล่า Timmy Timmy

line1 for timmy

คืนต่อมาที่มุมถนนเดวี่ย์ (Davie ST) เมืองแวนคูเวอร์……….

เกือบจะ 5 ทุ่ม นักท่องราตรีในดาวทาวน์กำลังจับกลุ่มพูดคุย-ยอกล้อ-ต่อบุหรี่ กระจายเป็นจุดๆ ตามหน้าอาคารที่เห็นชายฝรั่งร่างยักษ์คอยยืนคุมตรวจบัตรและอื่นๆ นานๆ จะได้ยินเสียงหัวเราะโห่ฮาตามประสาวัยรุ่นเสริมบรรยากาศให้นักท่องราตรีคึกคักมากขึ้น เบ็บบี้กับอนุชัยหลังจากออกมาจากบาร์เครื่องดื่มทั้งคู่ก็เดินเกาะไหล่ขนานกันไปช้าๆ เบ็บบี้ดูจะมีความสุขที่สุดผิดกับอีกคนที่เอาแต่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจ้องราวกับรอบางอย่าง และขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนเดวี่ย์รถแท็กซี่ที่เปิดไฟสว่างทั้งคันก็เลี้ยวผ่านทั้งคู่และจอดดักด้านหน้าเอาไว้ อนุชัยจ้องเข้าไปข้างในรถจนผิดธรรมชาติของแขกผู้มาเยือนเมืองนี้เพียงลำพัง และชั่วอึดใจก็ปรากฏรอยยิ้มฉ่ำๆ ฉายออกมาให้อีกคนเห็น

“You เป็นอะไร Timmy” เบ็บบี้ถามพร้อมกับมองตามสายตาของคู่สนทนา เมื่อปะเข้ากับดร.ชานนท์ที่มาด้วยชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำสนิท เขาก็หยุดชะงักค้างคิดแบบคนมีบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวแบบปัจจุบันทันด่วน

“เบ็บบี้…ฉันอยากแนะนำให้นายรู้จักคนๆ หนึ่ง” อนุชัยพูดอย่างคนร่าเริง พลางฉุดแขนเกร็งๆ ให้ตามเขา “เดียรเนียล เดียรเนียล ฉันอยู่ทางนี้”

เบ็บบี้จ้องดร.ชานนท์ไม่กระพริบ สักครู่ดวงตาก็ลุกโพลงแต่อนุชัยก็ยังไม่สังเกตเห็น

“เบ็บบี้นี้คือเดียรเนียล เขามาจากประเทศไทยเหมือนฉัน” เขาเว้นจังหวะรออีกคน….“เดียรเนียลนี้คือเบ็บบี้เพื่อนใหม่ของฉันที่นี่….ถ้านายมาช้ากว่านี้แบตเตอร์รี่โทรศัพท์มีสิทธิ์หมด เราอาจจะไม่ได้เจอกันก็ได้” อนุชัยบอกเร็วๆ

“เพื่อนนายชื่ออะไรนะ” ดร.ชานนท์ถามซ้ำราวกับเสียงรัตติกาลทำให้เขาพลาด

เบ็บบี้จ้องชานนท์ไม่กระพริบพลางจิ! ปากเสียงดังๆ 2 ที “นายเรียกฉันว่าเบ็บสั้นๆ พอเดียรเนียล”

“เอ้!…เมื่อครู่นุยังบอกฉันว่านายชื่อเบ็บบี้อยู่เลยนิ” ดร.ชานนท์แย้งราวจะหาเรื่อง

“นั้นนะสำหรับเขาคนเดียว” เบ็บบี้ชายตากระชากน้ำเสียงห้วนๆ พลางวางหางตาไปตกที่อนุชัย

“Hi…. Happy night Guy” และนั่นก็เป็นเสียงของอนุชัยทักทายเด็กฝรั่งที่เข้ามาขอแปะมือ

“I ว่า……อื่อๆๆๆ…. เพิ่งจะเจอ You เมื่อ….” เบ็บบี้กำลังจะถอดภาพจากความทรงจำ แต่ดร.ชานนท์ก็ลากแขนอนุชัยกระชับเข้าหาตัวเองซะก่อน

“ฉันอยากดื่มอะไรเย็นๆ หน่อย….” ดร.ชานนท์พูดพร้อมกับชายตาไปตกยังร้าน SOPPERS24 ฝั่งตรงข้าม “นายจะไปกับเราไหม”

“I ขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน Timmy, I จะเข้าห้องน้ำ You จะไปกับ I ไหม” เบ็บบี้ถามเร็วๆ

“ไม่ละ ถ้าอย่างนั้นพวกฉันจะเข้าไปรอในร้าน OK ไหม” อนุชัยมองหน้าที่ไม่ค่อยสบายใจของดร.ชานนท์สั้นๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้อีกคนเห็น

“OK อย่างนั้นพวก You เข้าไปรอ I ในร้านก็แล้วกัน”

“แล้วเจอกันเบ็บ…” ดร.ชานนท์บอกส่งพร้อมกับฉุดแขนอนุชัยวิ่งข้ามถนน ทั้งคู่สั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บางๆ คนละแก้วก่อนดร.ชานนท์จะลากไปนั่งในมุมที่มีคนน้อยที่สุด

และเมื่อทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ….อยู่ๆ เสียงทุ้มๆ ของดร.ชานนท์ก็ดังขึ้น “เขาหน้าตาดีนะ”

“ฮึ!…นายหมายถึงใคร” อนุชัยถามกลับเร็วๆ

“เบ็บบี้ของนายไง” ดร.ชานนท์พูด เขาจิบเครื่องดื่มสีเขียวบางๆ ขณะที่สายตาขุ่นๆ ลอยออกไปนอกร้านไม่เห็นจุดตก

“คุณ….” อนุชัยชะงักในคำพูดที่กำกวม “ทำไมต้องเบ็บบี้ของฉัน”

“เปล่าๆ….เราอย่าเริ่มต้นด้วยอารมณ์นี้เลยนะ ไหนเล่าให้ฉันฟังหน่อยดิ รู้จักเขาที่ไหน ทำไมเบ็บบี้ถึงพูดไทยได้คล่องและพวกนาย 2 คนก็รู้สึกว่าสนิทสนมกันเร็วกว่าปกติด้วย…”

“ไอ้คุณ…15 ปีสมองนายเปลี่ยนไปน้อยมากเลยนะ อย่างลืมซิตอนนี้เรา 2 คนอายุเท่าไร อีกไม่กี่ปีก็จะ 40 ปีกันแล้วนะ” อนุชัยร่ายยาว สักครู่ “ว่าแต่เรื่องของนายเถอะ…มีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังหรือเปล่า”

ดร.ชานนท์ดึงมือข้างหนึ่งของอนุชัยขึ้นมาวางคล่ำบนโต๊ะและใช้นิ้วชี้ไล้ท์วนเป็นวงกลมแบบไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด “นุ….ฉัน”

“นายมาเจอฉันตามสัญญาก็ดีละ…พรุ่งนี้นายบินกลับประเทศไทยกี่โมง” อนุชัยถามเปิดๆ แต่ดร.ชานนท์ที่ยังใช้ปลายนิ้วไล้ท์วนหลังมือก็หลุดอุทานขึ้นมาอีก

“ฉัน…..”

อนุชัยที่พออ่านอาการออก…จึงจิ! ปากรำคาญพร้อมกับชักมือไปหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ “เบ็บบี้เป็นลูกชายเจ้าของฟาร์มบลูเบอร์รี่ที่แม่ฉันไปทำงานด้วย แม่เบ็บบี้เป็นคนไทยจึงพูดไทยได้ นายอยากรู้อะไรอีกไหม”

“นายกับ….”

“No No ฉันไม่ได้ร่านเท่าความลามกในหัวนายหรอก” อนุชัยพพูดปลงๆ เขาปล่อยเวลาผ่านๆ อีกช่วง ก่อนจะจับใบหน้าหมองๆ ของดร.ชานนท์ให้มองหน้าตัวเอง “ว่าแต่นายเถอะเป็นไงบ้าง ฉันเห็นนายในทีวี ฉันก็อดดีใจไม่ได้…นายเป็นพ่อคน นายมีครอบครัวที่อบอุ่น นายสมบูรณ์แบบแค่นี้ฉันก็ดีใจแล้วละ”

ดร.ชานนท์สะอึกแทบสำลัก

เขาอ่านดวงตาของอนุชัยสักพัก “ใช่ 15 ปี ฉันพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ และฉันก็หวังว่านายจะชอบและรักมันสุดชีวิต” ดร.ชานนท์นึกถึงดวงตาของอาตี้ขึ้นมาทับซ้อนดวงตาที่อยู่ตรงหน้า “และเวลานี้มันใกล้จะเป็นจริงแล้ว นุ นาย นาย….” และก็สะดุดอารมณ์ตัวเองอีกครั้ง เขาไม่อยากบอกเรื่องอาตี้เพื่อให้ได้อนุชัยกลับมา…ไม่อยากเอาเรื่องลูกมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้พ่อนกป่าปีกสีน้ำตาลเปลือกไม้กลับรัง Loft Love  แต่เขาปรารถนามิติรักเนื้อแท้จากก้นบึ้งหัวใจเพื่อความสมบูรณ์แบบที่วางแผนไว้ “รอเพียงนายเท่านั้น”

“รอฉัน…รอฉันเรื่องอะไรมิทราบครับท่านรอง” อนุชัยขึ้นเสียงดังๆ และนาทีเดียวกันเบ็บบี้ก็วางแก้วเครื่องดื่มลงข้างๆ พร้อมกับเกยคางไว้บนหลังไหล่อนุชัยจนริมฝีปากเกือบจะชนแก้มอยู่มะลอมมะล่อ

“นั้นดิ…You รอ Timmy ทำไมกันครับเดียรเนียล”

ดร.ชานนท์ขยับหันหน้าหนีแล้วพ่นลมหายใจทิ้งแรงๆ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั้นนะซิ ฉันอาจจะคิดไปเอง เป็นบ้าไปเองคนเดียวก็ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ไม่เอาน่า เรามาเที่ยวนะ ต้องสนุกให้เต็มที่มันถึงจะถูก You ว่าไหม Timmy แล้วคุณละเดียรเนียล You OK,”

ดร.ชานนท์ยกแก้วดื่มจนหมด “Yeah! Ya Ya I’m OK”

“Good ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ I จะนำพวก You สนุกให้ลืมโลกเน่าๆ เลยเป็นไง ฮ่า ฮ่า ชนแก้วหน่อยที่รัก” เบ็บบี้ชนแก้วกับอนุชัย ขณะที่แก้วของดร.ชานนท์เพิ่งจะหมด โลกของเขาจึงเดียวดายต่ออีกวาระ

(นายมันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิด อนุชาย) ดร.ชานนท์จ้องใบหน้ารื่นเริงของอนุชัยขณะที่มีริมฝีปากของอีกคนขยับไปมาใกล้ๆ ติ่งหู

“Are you ready-ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ค่ำคืนแห่งสีสันในแวนคู่เวอร์ผ่านไปแบบทรมานดร.ชานนท์อย่างที่สุด เขาเอาแต่นั่งอัดเบียร์กระป๋องลงสู่กระเพาะในขณะที่อีกคนเริงร่าไม่ยอมห่างจากวงแขนของเบ็บบี้ พวกเขาคลอเคลียทั้งต่อหน้าและลับหลังจนกระทั้งเวลาของนักท่องราตรีสิ้นสุดลง

“นุ นุ นายต้องกลับโรงแรมกับฉาน” เสียงดร.ชานนท์ยืดๆ ยานๆ ร่างกายก็โงนเงนไม่สมดุล

“เมื่อคืน You หลับสบายบนเตียงของฉันมิใช่หรือ Timmy เรากลับกันเถอะ” เบ็บบี้ยิงสายตาไปที่ดร.ชานนท์ “แล้ว You ละ เดียรเนียล จะให้ I ไปส่งที่ไหนบอกได้เลย”

“ไม่…เบ็บ คุณไม่เข้าใจ Timmy ต้องกลับกับฉัน”

และก่อนสงคราม 2 ด้านจะเกิด เสียงอนุชัยก็ดังขึ้น “ฉันเลือกเอง….เราไปเปิดโรงแรมนอกเมืองนอนกันทั้ง 3 คนนี้ละ OK, You OK เบ็บบี้…นายละเดียรเนียล นาย OK ไหม”

ทั้งเบ็บบี้และชานนท์จ้องตากันไม่กระพริบสุดท้ายก็ต้องยอมตามมตินั้น….อนุชัยเลือกโรงแรมขนาดกลาง 2 ห้องนอนพร้อมกับโถงนั่งเล่นเล็กๆ ที่มีระเบียงเบวินโด้ออกไปด้านหน้า เมื่อรถยนต์ของเบ็บบี้จอดเข้าที่อนุชัยจึงให้ทั้งคู่เลือกห้อง เบ็บบี้เลือกห้องนอนด้านหน้า ขณะที่ดร.ชานนท์เลือกด้านหลังทุกอย่างจึงลงตัว….

“นุ เข้ามานอนกับฉันเถอะ” เสียงดร.ชานนท์กลับมาเป็นปกติหลังจากนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวเดินออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่เบ็บบี้กำลังถอดกางเกงยีนส์ อนุชัยหันไปมองเบ็บบี้สลับกับดร.ชานนท์แบบคนเบื่อหน่าย

“ฉันขออาบน้ำก่อนละกัน”  อนุชัยพูดพลางขยับไปดึงผ้าขนหนูติดมือมา 2 ผืน เขายื่นต่อให้เบ็บบี้ผืนหนึ่ง สีหน้าดร.ชานนท์สลดซ้ำเป็นรอบที่ 2

“Timmy เราอาบน้ำด้วยกันนะ นะ” เบ็บบี้ออดอ้อนอยู่ข้างแก้มกลิ่นแอลกอฮอล์บางๆ โชยแตะปลายจมูก…

“นายอาบก่อนแล้วกัน ฉันมีบางอย่างต้องจัดการนิดหน่อย”

“OK เสร็จแล้วรีบตามมาละ” เบ็บบี้ชายตาให้หวานๆ กระทั้งประตูห้องน้ำปิดลง ดร.ชานนท์จึงได้กระโจนเข้ามานั่งโอบพลางกกกอดเขาจากด้านข้างจนเนื้อตัวสั่นสะท้านราวกับแผ่นดินไหว

“นายกำลังร้องไห้เหรอ…คุณ คุณ เดียรเนียล นายเป็นอะไร”

“ฉัน ฉัน คิดถึงนายใจแทบขาด พอมีโอกาสจะได้อยู่ด้วยกัน นายกลับมีอีกคนเข้ามาแทรก นุ นุ นาย นาย”

อนุชัยนิ่งมึน…เรื่องราวเก่าๆ ในหัววิ่งวนเป็นลูกข่าง เขาจิ! ปากเชิดหน้าสูดลมเข้าปอดอึกใหญ่ก่อนจะผ่อนมันออกมาเบาๆ “ฉันทำไม่ได้หรอกคุณ นายมีเมีย นายมีลูก และเวลานี้นายก็สมบูรณ์แบบทุกอย่าง เรากลับไปเดินถนนสายเดิมไม่ได้อีกแล้ว” พร้อมกับตบปลอบหัวไหล่เปลือยเปล่าเบาๆ “ทางรอดเดียวของเราทั้งคู่คือมุ่งหน้าสู่วัยชราตามเส้นทางของใครของมัน….”

“นุ…..” ดร.ชานนท์อุทานชื่อเขาลอยๆ

“ฉันรักนาย… 15 ปีที่ไม่มีนาย ฉันก็ยิ่งคิดถึงนาย ฉันยิ่งรักนายมากกว่าวันที่ฉันสั่งทุบบ้าน Loft Love ทิ้งหลายร้อยเท่า แต่….”

“แต่อะไร นุ นุครับ…..”

“แต่ฉันอยากเห็นความสมบูรณ์แบบของนายบนทางคู่ขนานมากกว่า” อนุชัยหันไปเชิดใบหน้าเละเทะของดร.ชานนท์ขึ้นมาจ้องก่อนจะฝั่งจูบที่ริมฝีปากเดิม รสชาติเดิมๆ กระทั้ง…. “ฉันให้นายได้แค่นี้ชานนท์….นายต้องสมบูรณ์แบบ นายต้อง Perfect เพื่อฉัน นายทำได้ไหม…นายทำเพื่อฉันได้ไหม…ที่รัก…..”

ดร.ชานนท์ปล่อยเสียงโฮเงียบงันที่หน้าอกของอนุชัย….

“นายเข้าใจฉันนะ ถึงไม่เข้าใจก็ต้องเข้าใจ….และเวลานี้นายต้องพักผ่อนแล้วละพรุ่งนี้ต้องบินกลับช่วงบ่ายไม่ใช่หรือ”……

และคืนนั้นอนุชัยก็เลือกนอนกับเบ็บบี้ ปล่อยให้ดร.ชานนท์นอนกลิ้งจมความรู้สึกของตัวเองทั้งคืน

 

………สายลมดึก ช่วงซัมเมอร์ ยังเหน็บหนาว………

………เจ็บปวดร้าว รนราน ใจแทบสิ้น………

……..เขากอดเกย คางเคียงไหล่ ไม่ไหวติง………

…….ฉันกลอกกลิ้ง ว้าวุ่นวาย คล้ายหลงทาง………

 

9 โมงเช้าวันต่อมา….

ขณะที่อนุชัยกำลังทำธุระในห้องน้ำ เบ็บบี้ก็เข้าไปลากแขนดร.ชานนท์ออกไปคุยที่ระเบียง

“I อยากถามอะไร You หน่อย” เบ็บบี้เปิดประเด็น ขณะที่ดร.ชานนท์กระชับชุดนอนของโรงแรมให้แน่นขึ้น เขายิ้มแข็งๆ แทนใบเบิกทาง “วันก่อนที่แก๊สทาวน์ I เห็น You ยืนอยู่ด้านหลัง Timmy ความสัมพันธ์ของพวก You 2 คนเป็นแบบไหนกันแน่”

ดร.ชานนท์พ่นลมหายใจทิ้งพร้อมกับวางสายตาไว้กับเส้นขอบฟ้า เขาเล่าเรื่องราวในอดีตให้เบ็บบี้ฟังแบบไม่ปิดบัง จนเห็นเบ็บบี้แสยะยิ้มร้ายๆ

“ในเมื่อพวก You 2 คนไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว I ก็มิสิทธิ์นะซิ ฮึ ฮึ ฮึ”

“นายแยกเราไม่ได้หรอกเบ็บ” ดร.ชานนท์กดน้ำเสียงต่ำๆ พร้อมกับควักบุหรี่ยื่นให้ตัวหนึ่งเมื่อไฟแช็คจุดปลายบุหรี่จนติดเขาก็ใช้วิธีต่อไฟจากปลายบุหรี่ของกันและกันจนกระทั่งเห็นควันสีขาวถูกพ่นออกจากปาก “ฉันจะไม่ยอมเขาให้โดดเดียวอีกต่อไป”

“You มีเมีย มีลูกแล้วนะYou ควรจะปล่อย Timmy ได้แล้ว ที่ผ่านมา You ก็ปล่อยเขาทิ้ง แล้วทำไมพรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า หรือปีหน้า You จะไม่ทิ้งเขาอีก”

“เบ็บ!….” ดร.ชานนท์ตะคอกเสียงแข็ง

“I พอมีทางออกมาเสนอ You แล้วละ….” เบ็บบี้อัดควันบุหรี่ไว้ในปอดอึกใหญ่ก่อนจะเป่ามันทิ้งแรงๆ “ถ้า Timmy เลือกจะไม่กลับประเทศไทย I จะขอเขาแต่งงานเพื่อให้อยู่กับ I ที่นี้เป็นการถาวร…” เบ็บบี้เว้นระยะให้ความเงียบ “หรือหาก Timmy เลือกจะเดินทางกลับ ฉันก็จะปล่อย…หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของพวก You 2 คน….I ไม่อยากเจ็บปวดและไม่อยากทำให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะพิษรักอีกแล้ว”

ดร.ชานนท์ดับบุหรีที่กระบะต้นไม้และมองหน้าเบ็บบี้ในอีกมุม รอยยิ้มมิตรภาพจึงฉายให้เห็นก่อนจะยื่นมือขอจับเพื่อเป็นข้อตกลง

“ถ้า Timmy เลือก You, You ต้องเคลียร์เรื่องครอบครัวให้สะอาด ถ้าวันหนึ่งข้างหน้านายทำให้ Timmy กลับมาหาฉันอีกไอ้เบ็บไม่เอานายไว้แน่….จำคำฉันให้ขึ้นใจ”

ดร.ชานนท์ยิ้ม แต่ก็ยังเหลือความโลเลทิ้งไว้ในดวงตาอยู่ดี “ตกลง”

“Mom ต้อยเล่าเรื่องเขาให้ I ฟังหมดแล้ว Timmy ไม่มีใคร ถ้าเขาเลือก You, You อย่าทำให้เขาไม่เหลือใคร เดียรเนียล….”

line1 for timmy

อนุชาย2 บทที่7

ที่ “สวนเฟิร์นสันเขา” (Fern Ridge Park) ถนน 24 แลงเลย์ แวนคูเวอร์

อีกหลายวันต่อมาที่บ้านเล็กกลางป่าสน อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็นจนถึงระดัหนาวสำหรับแขกผู้มาเยือนจากประเทศในแถบร้อนชื้นอย่างประเทศไทย อนุชัยงัวเงียมองผ่านกลีบผ้าม่านสีเทาที่ปิดไม่สนิท ปลายสนสูงทิ่มขึ้นไปบนฟ้าโอนเอนราวกับมีพายุ ท้องฟ้าในยามนี้ก็คล้ายเคลือบด้วยสีดำมันกี่โมงกี่ยามกันแล้วน้อ…และนาฬิกาข้อมือที่วางอยู่ข้างๆก็บอกเวลาอีกไม่กี่นาทีจะเข้า 8 โมงเช้า

(นี้เราหลับลึกขนาดนี้เลยรึ!)  อนุชัยคิดและมองออกไปข้างนอกอีกครั้ง “ที่นี่คือบ้านเล็กกลางป่าสนและยังเป็นวันสุดท้ายแล้วด้วย…เสียเวลาหลับอยู่ได้ บ้าชิบ!” เขาอุทานก่อนจะดีดตัวผลักประตูตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่มีกาแฟร้อน กล้วยหอมและครัวซองวางไว้บนจานอย่างเป็นระเบียบ “คงเป็นแม่อีกตามเคย ปานนี้คงกำลังเก็บบลูเบอร์รี่อยู่ที่ฟาร์มพ่อไอ้เบ็บบี้แน่ๆ” เขาคว้าแจ็คเก๊ตสีดำที่แขวนไว้ข้างฝามาสวมทับชุดนอนแบบไม่ประณีตและไม่ลืมจะหยิบอาหารเช้ารวมทั้งกาแฟออกไปนั่งเช็คอีเมลที่ระเบียงหน้าบ้าน ปลายสนปลายต้นเมเปิ้ลไหวลู่ตามกระแสลมบน ไม่นานเม็ดฝนบางๆ ก็โปรยปลายลงมา บรรยากาศที่ล้ำลึกในแบบที่ไม่เคยสัมผัสทำให้เขายังนั่งมองทุกสรรพสิ่งอยู่ตรงนั้นและแว็บหนึ่งที่ปลายสนไหวโอนเอนภาพ อำเภอชิมะ จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น ในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัว

: วันนั้นฉันใส่เสื้อกิโมโนสีน้ำตาลดำทับเสื้อยืดตราห่านคู่สีขาว สวมกางเกงผ้ายืด 3 ส่วนสีเทา ขณะที่ไอ้คุณอายุเพิ่งจะ20ต้นๆ ก็ใส่ชุดคล้ายกัน นอนเอาหัวหนุนตัก พลางอ้อนฉันใช้คัตตอลบัตชุบแอลกอฮอลล์ล้างหูให้ ฉันไม่เคยปฏิเสธเพราะชอบมองเวลาเขาหลับแบบเดียวกับเด็กทารกในท่านี้ทุกๆ เช้า :

“ฉันจะคิดถึงนายทำไมเนี่ย” อนุชัยบ่นเสียงในโพลงปาก ในที่สุดเขาก็คว้าโทรศัพท์มือถือมานั่งไล่เช็คอีเมลไปทีละฉบับกระทั้งเห็นรถฮอนด้าแอคคอร์ดสีดำวิ่งตามถนนรูปลำตัวงูเข้ามาจอดหน้าบ้าน แม่กับป้าเปิดประตูรถได้ก็วิ่งเข้าสมทบ ป้าทักทายสั้นๆ ก่อนจะแยกไปยังบ้านอีกหลังที่อยู่ด้านใน สักครู่ก็ออกมาด้วยชุดใหม่และวิ่งกลับเข้าไปนั่งที่เดิมก่อนรถคันนั้นจะวิ่งออกไปอีกทาง

“เขาจะไปกาสิโนกัน” แม่บอก

“อ้าว! วันนี้ไม่เก็บบลูเบอร์รี่เหรอ” อนุชัยถามขณะสายตายังจ้องที่โทรศัพท์ไม่กะพริบ

“ฝนตก พ่อไอ้เบ็บบี้ไม่ให้เก็บ กลัวจะขายไม่ได้”

“อ้อ!….”

“ไหนๆ กำลังอ่านอะไรขอแม่ดูหน่อย อนุชัยจึงส่งโทรศัพท์มือถือให้ง่ายๆ ส่วนตัวเองก็ไม่ยอมเสียเวลากับอาหารเช้าตรงหน้าจนกระทั้ง

“Timmy หยุดได้แล้วนะ…ลืมไปแล้วรึไงว่าพ่อไอ้คุณร้ายกาจแค่ไหน…” แม่เสียงดังขณะที่ครัวซองยังค้างอยู่ในปากเกินครึ่ง “แม่ไม่อยากเห็นเธอกลับไปอยู่ในสภาพที่หนีไปอยู่ซิดนี่ย์เหมือนคราวก่อน แม่รับไม่ไหว”

“15 ปีมาแล้วนะแม่”

“ถึงจะเป็นร้อยปีฉันก็ลืมไม่ลง” แม่ขึ้นเสียงแข็ง….ก่อนจะหมุนตัวหายเข้าไปข้างใน ไม่ทันกลิ่นเหงื่อจะเบาบาง เธอก็เปิดประตูชะโงกใบหน้ากลมๆ ออกมาตะคอกใส่อีก “อย่าไปเจอไอ้คุณเด็ดขาด กลับประเทศไทยด้วยไฟท์เดิม….ไม่เช่นนั้นฉันจะจับเธอแต่งงานกับไอ้เบ็บบี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปข้างหนึ่ง…”

“แม่….”

“เธออย่ามาลองดีกับฉัน Timmy งานนี้ฉันเอาจริง”

อีกคนที่บ้านพักอาศัย 2 ชั้นบน ถนนวิลเลี่ยม ริชมอนด์….

“น้องหญิงคะ พี่ชายไม่อยากยกอาตี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ได้เค้า พี่ชายอยากจะได้เค้าเพราะว่าเค้ารักพี่ชาย ไม่ใช่เพราะปฏิเสธไม่ได้” ดร.ชานนท์ที่โดนหญิงรัดดาซักมาหลายชั่วโมงขึ้นเสียงดังๆ ใส่ จนหญิงรัดดาส่ายหน้าเอือมละอา….สักพัก

“ทำไมต้องให้ถึงมือหญิงทุกที”

“น้องหญิงจะทำอะไรคะ”

“พี่ชายกลับไปทำธุระให้คุณพ่อที่ฮ่องกงเถอะคะ ทางนี้หญิงจัดการเอง”

“น้องหญิง”

ทำ ตาม ที่ หญิง บอก…แล้วพี่นุจะกลับบ้าน Loft Love ก่อนที่พี่ชายจะถึงเมืองไทยซะอีก นะคะ นะคะ เชื่อใจหญิงเถอะ”

line1 for timmy

ที่สนามบินแวนคูเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต

อนุชัยบอกลาเบ็บบี้สั้นๆ การตัดสินใจบินกลับเมืองไทยทั้งๆ ที่เบ็บบี้เปิดทางว่าจะขอแต่งงานเพื่อเป็นหนทางให้ได้อยู่ในแวนคูเวอร์ระยะยาว แต่อนุชัยกลับเอ่ยขอบคุณโดยไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำ เหตุนี้ก็เท่ากับว่าอนุชัยได้เลือกเดียรเนียลและอยากจะกลับไปอยู่กับเดียรเนียลมากกว่าจะมาทำฟาร์มบลูเบอร์รี่กับเขา การบอกส่งจึงเต็มไปด้วยมิตรภาพมากกว่าความอาลัยอาวรณ์

“นายคือเพื่อนคนเดียวในแวนคูเวอร์ของฉันเบ็บบี้” อนุชัยกล่าวขณะกำลังจะลากกระเป๋าไปใส่ในรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวของนางฟ้าตัวกลม

“ถ้า You กลับมาแวนคูเวอร์อีกครั้ง You ควรจะเรียก I ว่า เบ็บ!…คำเดียวสั้นๆจบ เพราะ I ไม่ใช่เบ็บบี้ของ You อีกต่อไปแล้ว” เบ็บบี้ใช้สายตาประเมินอารมณ์ฝ่ายตรงข้าม “ความรักย่อมมาพร้อมๆ กับพิษรักเสมอ I เจ็บปวดมาเยอะ จนไม่อยากเข้าใกล้มันอีกแล้ว You เข้าใจนะ”

อนุชัยผงกหน้าพร้อมกับโอบกอดเขาอีกครั้ง “ฉันเข้าใจนายเบ็บ….โชคดีนะ”

“ควรเป็น I ที่จะต้องบอกส่ง You มากกว่า โชคดีนะ เดียรเนียลเป็นคนดี I เห็นเขาตาม You ตั้งแต่ที่แก๊สทาวน์แล้วละ”

“หา!…นาย นาย ว่าอะไรนะ”

“กลับไปหาเขาเถอะ แก่แล้วอย่าเล่นตัวให้มากเลยนะ นะ”

“ไอ้ ไอ้ เบ็บ ทำไมนายเพิ่งจะบอกฉัน”

“ก็ตอนนั้น I ลุ้นว่าจะได้เป็นเบ็บบี้ของ You ไง…” เบ็บบี้ จิ! ปากคิด “อันที่จริง I ก็ไม่มีสิทธิ์ลุ้นตั้งแต่นาทีแรก…เออ! ทำไม I ถึงไม่บอก You ตั้งแต่ I เห็นเขาตาม You ไปยืนร้องไห้ที่จัตุรัสเมเปิ้ลทรีนะ….ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่ก็ชั่งเถอะ You ไปเคลียร์กับเขาที่เมืองไทยแล้วกัน”

อนุชัยจ้องหน้าเบ็บบี้อยู่สักพัก เสียงแหลมๆ จนแสบแก้วหูก็ดังขึ้น

“ยังไม่ได้เสียกันอย่าเยอะนะเธอ….Timmy ไปๆ เดี๋ยวจะไม่ทันงานเลี้ยงส่ง”

“โชดดีนะ Timmy”

“ไปเมืองไทยเมื่อไรอย่าลืมโทรหาฉันนะ”

“OK I จะโทรหาเดียรเนียลเป็นคนแรก ฮ่า ฮ่า ฮ่า บาย โชคดีเพื่อนรัก”

line1 for timmy

หญิงรัดดาเลือกไฟท์กลับซานฟรานซิสโก้ช้ากว่าอนุชัยบินกลับกรุงเทพฯ 1 ชั่วโมง แต่เธอก็เข้าไปรอเขาก่อนเวลาเคาน์เตอร์จะเปิด การเทียวเดินสอดส่ายมองหาชายเอเชียที่สนามบินแวนคูเวอร์อินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ตไม่ใช่เรื่องยาก เธอเดินไปสำรวจม้านั่งสำหรับผู้โดยสารที่ประตูรอขึ้นเครื่องหมายเลข 044 กับร้านค้าของฝากของที่ระลึกหลายรอบ กระนั้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่พี่ชายตัวเองวางแผนและเฝ้ารออนุชัยกว่า 15 ปี เรื่องแค่นี้จึงถือว่าจิ๊บจ๊อยมากๆ

และในที่สุดโลกก็เข้าข้าง เมื่อเธอสะดุดตาชายเอเชียผิวขาวใส่เสื้อยืดสีแดงสวมหมวกแก๊ปสีดำที่แขนมีเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ห้อยขณะเดินหิ้วตระกล้าซื้อของฝากอยู่ภายในร้านค้าปลอดภาษีข้างๆ ร้านรับแลกเงิน แรกๆ เธอก็ไม่แน่ใจเพราะเขาดูดีกว่าภาพในความทรงจำหลายเท่า เธอก้มๆ เงยๆ วนๆ เวียนๆ จนเกิน 10 นาที…

“ขอโทษคะ ใช่! เอ่อ ใช่พี่ นุ ใช่ไหมคะ” หญิงรัดดาพูดอย่างคนระมัดระวังตัว

อนุชัยเงยหน้าขึ้นสำรวจเร็วๆ และไม่ยอมพลาดจะยิ้มให้ก่อนเพราะไม่บ่อยนักจะพบคนไทยระหว่างการเดินทางเยี่ยงนี้ “เออ!…” เขาขมวดคิ้วเหมือนจะเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน “คุณ…”

“หญิงเองคะ หญิงรัดดาน้องสาวพี่ชายชานนท์ไงคะ จำได้ไหม” หญิงรัดดารายงานตัวพร้อมกับเอียงใบหน้าส่งยิ้มให้ในแบบที่คุ้นเคย

“น้องหญิงมาได้ไงครับ แล้วมากับใคร” อนุชัยขึ้นเสียงสูง จนหญิงรัดดาต้องใช้นิ้วจุ๊ๆ อนุชัยจ่ายเงินแบบรีบๆ ก่อนจะลากไปนั่งคุยบริเวณพักคอย เธอบอกว่ามาเลี้ยงลูกให้แครายที่ริชม่อน ระหว่างบินกลับไปทำธุระที่เมืองไทย เพราะเหตุนี้ ระหว่างซานฟรานซิสโกกับแวนคูเวอร์จึงเป็นบ้านของเธอทั้ง 2 ที่ พวกเขาคุยกันยาว หญิงรัดดาเล่าเรื่องของชานนท์ให้อนุชัยฟังตั้งแต่หลังคืนแต่งงานกระทั้ง….

“เป็นไปได้ไหม ถ้าพี่ 2 คน จะกลับไปอยู่ด้วยกันอีกนะคะ” หญิงรัดดายิงคำถามแรงพร้อมกับเอียงใบหน้าจ้องไปที่อนุชัยราวกำลังรอคำตอบ “คะพี่นุ ได้ไหม”

“มันเลยเวลานั้นมานานแล้วครับน้องหญิง พี่เริ่มชินกับการอยู่คนเดียวซะแล้วซิ”

“ก็ปรับตัวใหม่ซิคะ อยู่ด้วยกัน ดูแลกันไป หญิงจะได้หมดห่วง พี่ชายสุขภาพไม่ค่อยจะสู้ดีซะด้วย”

อนุชัยตัดสินใจเปิดกระเป๋าดึงไฟท์บินที่ชานนท์ซื้อให้มาโชว์ “ไอ้คุณจะให้พี่ไปเจอมันที่ฮ่องกง แต่พี่คงแวะไม่ได้แล้วเพราะวันจันทร์พี่นัดประชุมงาน”

“นี้แสดงว่า พี่นุ…..”

“น้องหญิง พี่รักเค้า และพี่ก็รักเค้าคนเดียวมาโดยตลอด” อนุชัยเผยความในใจจนหมดเปลือก

หญิงรัดดาผวาเข้ากอดแน่น “หญิงก็ว่าแล้วเชียว ขอบคุณคะ ขอบคุณพี่นุมากๆ คะ” เธอมีอาการเรรวนสักพักก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำ…. “พี่นุรอหญิงอยู่ตรงนี้นะคะอย่าเพิ่งไปไหน เรายังมีเวลาอีกหลายชั่วโมง รอหญิงแป๊บเดียว”

อนุชัยยิ้มมุมปากจนเกือบจะหลุดหัวเราะ

“คะ….”อนุชัยยกมือให้สัญญา…ระหว่างหญิงรัดดาหายเข้าห้องน้ำ เขาก็เร่งส่งอีเมลไปหาใครบางคน

……….e-mail……….

จาก : ทิมมี่

เรื่อง : ประชุมวันจันทร์

วันที่ : 22 กรกฎาคม 2017 เวลา : 00.45 น.

ถึง : เดียร์เนียล

ฉันมีประชุมงานวันจันทร์คงแวะฮ่องกงไม่ได้แล้ว แต่เอาเป็นว่า ใครถึงบ้าน Loft Love เป็นคนแรกจะได้อยู่ข้างบน

จากทิมมี่ นกป่า

……….e-mail……….

อนุชัยนั่งตาฉ่ำๆ สู้แสงไฟสักพักหญิงรัดดาก็เดินฉายยิ้มกว้างๆ กลับมาหา “หญิงซักอยากจะกลับไปอยู่บ้าน Loft Love กับพี่ชายทั้ง 2 คนแล้วละคะ”

“ใครเป็นคนบอกน้องหญิงครับ” อนุชัยถามปั้นหน้าแบบนักแสดง

“ใครไม่รู้ละ ชอบท้าทายกันพิเลนๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หญิงรัดดาหัวเราะเสียงดังก่อนจะกระซิบใกล้ๆ “พี่นุได้อยู่ข้างล่างแง๋แซะแล้วละคะ เพราะพี่ชายอยู่ฮ่องกงบินแค่ 3 – 4 ชั่วโมงก็ถึง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

….“แต่เที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ อาจจะเต็มทุกลำก็ได้  ใครจะไปรู้”

“ฮา ฮ่า ฮ่า…OK OK….หญิงต้องไปแล้วนะคะ กะจะหาซื้ออะไรไปฝากอาตี้สักหน่อย โตเป็นหนุ่มหล่อ หน้าตาเหมือนพี่นุ เปะ….แถมกรุ๊ปเลือดก็ยังเป็น  AB RH- ซะด้วย…หญิงไม่พูดมากแล้ว ให้ไปเคลียร์กันเองที่บ้านลอฟท์เลิฟก็แล้วกัน”

“น้องหญิง น้องหญิงรัดดา ว่าไงนะ หมาย หมายความว่า…..”

“……….” หญิงรัดดารีบรนยกมือปิดปาก….สักพัก “ไปรีดพิษกันไว้ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ละ แต่เป็นอันว่า อาตี้หน้าตาเหมือนพี่นุยังกับถอดพิมพ์เดียวกันมาก็แล้วกัน”

“น้องหญิง” อนุชัยสะดุ้งโหยง

“นี้ไงคะรูปอาตี้” หญิงรัดดาโชว์รูปหนุ่มน้อยวัย 15 จะย่างเข้า 16 ปีให้อนุชัยเห็น เขาปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน

“หมายความว่า…..”

“คะ….พี่ชายชานนท์รักพี่นุมาก….เขาเลือกจะอยู่กับพี่นุและเขาก็ได้อยู่กับพี่นุอีกคนมาโดยตลอด”

อนุชัยสะอึกดวงตาใสๆ กำลังเข้าสู่เฉดสีแดง…สักพักเขาก็ดึกช็อกโกแลตพร้อมกับน้ำเชื่อมจากต้นเมเปิ้ลส่งให้หญิงรัดดาทั้งหมด

“ฝากให้ลูกชายพี่ใช่ไหมคะ….ได้คะ พี่ชายเที่ยวสอนลูกให้รู้จักพี่นุจนอาตี้รู้จักพี่นุดีกว่าพ่อตัวเองซะอีก….หญิงไปนะคะ  เจอพี่ชายอย่าลืมฝากหอมแก้มด้วยละ บ๋าย บาย”

“พี่อยากเจอ……ลูก”

“คงเป็นช่วงปิดเทอมโน้นแหละคะ…..ฝากกอดอาตี้ไหม?” หญิงรัดดาพูดไม่ทันจบ อนุชัยก็โผเข้ากอดเธอแน่น

“กอดนี้สำหรับอาตี้…..บอกเขาว่าพ่อขอโทษ”

“ไม่เอาคะไม่ร้องไห้แล้ว….เร็วๆ นี้หญิงจะพาเค้ากลับไปหา” เธอผลักอนุชัยออก…..“พี่นุ นะแพ้พี่ชายตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้วละค่ะ ฮ่าๆๆ….หญิงไปนะคะ…”

…..หลังหญิงรัดดาจากไปแล้ว อนุชัยก็ตรงดิ่งไปยังประตูขึ้นเครื่องหมายเลข 044 และอยู่ๆ อีเมลจากคนที่ใช้นามแฝงว่า เดียร์เนียลก็เด้งขึ้นมา

……….e-mail……….

จาก : เดียร์เนียล

เรื่อง : ไฟท์บินกลับกรุงเทพฯเต็มหมด

วันที่ : 22 กรกฎาคม 2017 เวลา : 01.25 น.

ถึง : ทิมมี่

ฉันพยายามหาไฟท์บินกลับกรุงเทพฯ แต่เต็มทุกเที่ยวเลย ทำไงดีไม่อยากอยู่ข้างล่างนะ

ดร.ชานนท์ สายสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

……….e-mail……….

“เดียรเนียลนายแสบมาก….งานนี้ละ….นายเสร็จฉันแน่”

จบ อนุชาย2 บทที่7 ตามหาหัวใจ3

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...