สวรรค์ของซาตาน

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง มะลิสีชมพู บทที่ 2 สวรรค์ของซาตาน

สวรรค์ของซาตาน

บทที่ 2 สวรรค์ของซาตาน

ภายในห้องสี่เหลี่ยมปิดทึบที่กรุฉนวนกันเสียงทั้ง 5 ด้าน ผนัง 4 บวกฝ้าเพดานอีก 1 ทำให้นึกถึงกล่องโพมขนาดใหญ่ขึ้นมาในหัว ภายในยังถูกแบ่งย่อยๆ เป็น 5 ห้อง 5 ส่วนประกอบด้วย ห้องนอนสีชมพู ห้องแต่งตัว-เสื้อผ้าตู้เซรามิค ห้องน้ำเปิดโล่งที่มีเพียงผนังกระจกใสสลับพ่นทรายกั้นแยกจากโถงเพดานสูงสีดำสนิทที่เห็นเครื่องออกกำลังกายนานาชนิดตั้งเรียงเป็นแถวยาวไปทางทิศตะวันตก สุดท้ายก็จะเป็นห้องมืดทางทิศใต้ที่ได้ยินเสียงร้องโอดครวญโหยหวนของหญิงสาวสลับเสียงเพลง “บอกรักฝากใจ” ของคุณสดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องชื่อดังเล็ดลอดออกมาเสมือนคอรัส(Chorus) ราวกับทั้ง 2 สำเนียงถูกสร้างขึ้นมาคู่กันในความหมายแตกต่าง-ขัดแย้งที่ลงตัว

พี่ เอารักมาฝาก
เป็นความรักจาก ชายคนหนึ่งส่งถึงทรามวัย
ขอ ฝากหัวใจเอาไว้
ในห้องหอหัวใจ ของเจ้าที่เขาบูชา
………….

เสียงแส้หนังแวกอากาศก่อนกระทบวัตถุ #ฟิ๊ดด ฟาบ ฟิ๊ดด ฟาบ # เสียงโอดโอยสลับหัวเราะของชายในลักษณะสะใจสุดขีดราวกับซาตานในคราบคอนดักเตอร์ของวงออร์เคสตราอันมีวิมานฉิมพลีเป็นเวทีก็กำลังดำเนินอย่างต่อเนื่อง

“โอ้ย!…นาย!…อ้า อ๊ากกก….โอ้ยยย….โอ้ย! โอ้ย…ท่าน…ท่านขา ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นังกากี….ร่านนักใช่ไหม มึงร่านมากใช่ไหม กระหรี่ กระหรี่ อี กระหรี่…”

พี่ เอารักมาส่ง
จากชายซื่อตรงคงคำมั่นไม่ผันวาจา
รัก กว่าน้ำดินและฟ้า
หญิงทั่วทั้งโลกา ไม่ปรารถนาใครเลย

#เชี๊ย!….เชี๊ยบ….ฟาบ ฟาบ ฟาบ….# โอ้ย….โอยยย โอ้ย!…อ่า…แรงอีก แรงอีกสิ! โอ้ย!….นา นายท่าน”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….ขอฝากหัวใจเอาไว้ ในห้องหอหัวใจ ของเจ้าที่เขาบูชา ชา ชา ชา….ฮ่า ฮ่า ฮ่า….วิมานฉิมพลีสำหรับกระหรี่กากีร่านรักอย่างมึงต้องเจออีแร้ง…. ดอก…อีดอกทอง….ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“โอ้ย! โอ้ยยยย….ฉันอยากเหลือเกิน พาฉันขึ้นสวรรค์ที พากูขึ้นวิมานด้วยสัด! สาด! ไอ ไอ้นรก…โอ้ยยยย….โอ้ย…..อ๊ากกกกกก”

รักหนักอก จนเก็บเอาไว้ไม่ไหว
ต้องบอกให้รู้ความนัยน์ ข่มใจตัดความเก้อเขิน
ฟังนะเจ้า รักนงเยาว์เหลือเกิน
จะกินจะนอนจะเดิน ก็ยังคิดถึงร่ำไป

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….กระหรี่…อีดอกทอง….กากีร่านนักใช่ไหม ได้ ได้….แล้วจะได้รู้ว่าวิมานฉิมพลีของกูสวยงามเพียงใด….”

แต่ภายในห้องนอนสีชมพูติดกันหญิงวัยเกือบจะ 40 ปีผิวสีน้ำผึ้งละเอียดกำลังนั่งแต่งหน้าโชว์แผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยพาดผ่านไขว้กันไปมาจนนับจำนวนไม่ได้ เธอสะดุ้งโหนกแก้มในกระจกเงากระตุกไปพร้อมๆ เสียงโอดครวญของหญิงสาวในห้องมืด ชุดน้อยชิ้นประดับเพชรราคาสูงลิบสะท้อนแสงสีขาวจากโคมดาวไลน์ระยิบระยับ ใช่! ประกายแพรวพราวเพริดพริ้งแห่งแดนสวรรค์ชั่งขัดแย้งกับกิริยาหวาดผวาประหนึ่งกำลังนั่งบนเตาไฟในขุมนรกก็ไม่ปาน เธอจ้องตัวเองผ่านกระจก สำรวจเนินหน้าอกและลำคอระหงที่สามีซาดิสม์หวงแหนไว้สำหรับแอกเซสเซอรี่-บารมีที่ชอบบังคับให้เธอสวมใส่ในโอกาสสำคัญๆ พื้นที่ดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเดียวในเรือนร่างที่คนทั้งคู่พอจะคุยกันรู้เรื่อง….

“ฟังนะเจ้า รักนงเยาว์เหลือเกิน—-จะกินจะนอนจะเดิน ก็ยังคิดถึงร่ำไป…..” เสียงเพลงรักจากปากซาตานรุกคืบใกล้เข้ามา….แววตากลมโตใต้ขนคิ้วงอนยาวที่เพิ่งจบจากมาสคาร่ากำลังเต้นระริก เธอคล้ายจะร้องไห้แต่ก็ต้องการให้ภาระกิจซ้ำๆ กว่า 20 ปีผ่านพ้นไปโดยเร็ว….

“อ๊าก!….” เธอร้องหลงเมื่อสามีเดินมากระชากเหวี่ยงเธอไปยังเตียงนอนขนาดคิงส์ไซส์ “อย่าล็อกคอ ฉันต้องออกงานกับคุณวันพรุ่งนี้เดี๋ยวจะเป็นรอยช้ำ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….แม่กระต่ายน้อย….” เขาทิ้งบ่วงหนังแต่หันไปดึงกุญแจมือโลหะมันวาวแบบของตำรวจมาล็อกโยงเธอไว้กับหัวเตียง “ร้องให้ดัง กรีดร้องให้ดังๆ ซิคุณหญิง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อย่า อย่า อย่า……” เมื่อด้านบนถูกพันธนาการจนดิ้นไม่หลุด เขาจึงคว้าเส้นหนังสีน้ำตาลมาแหกแยกขาทั้ง 2 ข้างยึดโยงกับมุมเตียง ลักษณะของเธอในเวลานี้จึงไม่ต่างอะไรกับดาวที่สวยงามดวงหนึ่งในจักวาล “จะทำอะไร ก็รีบลงมือ ทำมันให้จบๆ ทำกับฉันให้จบเร็วๆ….อ๊าก อ้า อากกกกก”

“ดูเพชรของคุณหญิงเม็ดนี้ชิ! น้ำงามเหลือเกิน….”

“เราตกลงกันแล้วไง….” เสียงเธอสูงลิ่ว เมื่อสามีเปลือยเปล่าหยิบแส้หนังที่ซ่อนมาด้วยโชว์ให้เห็น “อย่าทำนะดอกเตอร์….ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ยอมออกงานด้วยแน่ๆ”

“ทีเดียวน่าคุณหญิง….”

“ผู้หญิงที่ฉันหามาให้ยังไม่สะใจรึไงกัน…..อย่า อย่า….”

“ผมจะฟาดเฉพาะด้านหลัง แล้วเราจะได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วยกัน…รึว่าคุณไม่ชอบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“อย่า….”—- #ฟาบ เชี๊ย!…..# — “โอ้ย!….คุณมันบ้า บ้าไปแล้ว….โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย อ๊ากกกกกกกก”

“เป็นไง ผมพอจะสู้แฟนเก่าคุณได้ไหม?….” พลันแววตาอบอุ่นก็เปลี่ยนเป็นอาฆาตแบบซาตานกระหายเลือด “….กูพอจะสู้ผัวเก่ามึงได้ไหม….นังร่าน นังกระหรี่….ร่านนักใช่ไหม ได้เลย ได้เลย….แล้วจะได้รู้ว่าสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเคียง ไม่มีผู้ใดจะเทียบรัศมีได้เป็นเช่นไร…” เซียะ!…วาป! ฟาบ! เชียบ! เชียบ!….

“โอ้ย! อ่า! อ๊ากกกกก….ฆ่าฉัน ฆ่าฉันให้ตาย ไอ้บ้า ไอ้บ้า อัยบ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

พี่ นำรักมาสู่ ใช่มาหยามหลู่
เพราะมีคู่คลั่งไคล้ทรามวัย
เขา กลุ้มเหมือนดังเป็นไข้
ช่วยรับรักษาใจ ให้เขารอดตายเถิดหนา

ชุดน้อยชิ้นที่ประดับเพชรถูกกระชากทิ้ง จนร่างที่พันธนาการดิ้นเร่าบนเตียงไม่เหลืออะไรห่อหุ้ม “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงสะใจดังสลับกับเสียงกรีดร้องแหลมสูงทะลุเพดาน ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เธอกรีดร้องเช่นนั้น ยิ่งกรีดร้องดังเท่าไร โหยหวนจนโลกของซาตานสะเทือน วิมานฉิมพลีดีดดิ้นเร่าๆ ภารกิจเยี่ยงสัตว์นรกก็จะผ่านพ้นเร็วเท่านั้น….

“สัด เหี้ย ไอ้เหี้ย….ไอ้สารเลว โอ โอ้ย โอ้ยยย!……อ๊ากกกกกกกก” หลังจากเสียงเพลงรอบที่ 9 จบลง ทุกสรรพเสียงที่เกิดขึ้นภายในห้องก็สงบ เมื่อสามีซาดิสม์ปลดล็อกพันธนาการให้ เธอก็ลุกเดินไปหยิบเสื้อคลุมสีขาวมาสวมแบบลวกๆ ใบหน้าบิดเบี้ยวเละเทะไปด้วยเครื่องสำอางและตัวอสุจินับล้านก็ทำได้แค่ยืนมองสามีที่หมดสภาพนอนแผ่หราอยู่บนเตียง ดวงตาที่อ่านไม่ออกยังคงจมอยู่ที่เขาไม่กระพริบ กระทั้งนาทีที่ 30 เธอก็หมุนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

“ชิง ชิง คะ….” เธอละเมอแผ่วเบาทันทีที่สายน้ำจากฝ้าเพดานกระทบพื้น “ชิง ชิง คุณอยู่ไหน…ช่วยฉันที ช่วยฉันด้วย” ปลายนิ้วเรียวยาวลากผ่านเนินนมสีชมพูเกือบคล้ำคลึงฐานสีขาวสามสี่รอบก่อนจะผ่านลงสู่ท้องน้อยที่กำลังโหยหาความโรแมนติกจากอดีต ภาพเก่าจากชายคนรักถูกขุดขึ้นมาใช้งาน “ชิง ชิง ของฉัน…ที่รักของฉัน ชิง ชิงขา…” ผักบัวจากฝ้าเพดานดูจะไม่เพียงพอกับอารมณ์ที่กำลังครุสุมทรวง เธอจึงกดปุ่ม Shower Wall รอบๆ ห้องกระตุ้น ทันทีที่ความแรงของเส้นน้ำกระแทกกระทั้นทุกทิศทาง ทุกซอกทุกมุมของเรือนร่างสีน้ำผึ้งก็กระตุกจนปลายนิ้วที่สอดลึกจมมิดในร่องเร้นรักไม่อาจทนนิ่ง ดวงตาจึงหลับพริ้มเชิดสู้กับหยาดน้ำเหนือหัว “ชิง ชิงขา ฉันต้องการคุณเหลือเกิน ที่รัก…ที่รักขา ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วย” เสียงพร่ำเพ้อโหยหาอดีตสั่นกระเส่าดำเนินต่อเนื่องพร้อมกับมืออีกข้างเทียวขย่ำฐานเนินนมแรงขึ้น แรงขึ้นจนเนื้อสะโพกกลมกลึงกระตุกสั่น “ชิง ชิง โอ้ยยยยย โอ้! ชิง ชิงขา ชิง ชิงของฉัน…….” ในที่สุดกิจกามซ้ำๆ ตลอด 20 ปีก็จบลง….เมื่อเธอโยนสติจ้องหญิงสาววัยไม่ถึง 25 ที่เสียมารยาทยืนเปลือยเกายมองกิจกามของเธอตั้งแต่เริ่มจนจบ…น้ำเสียงนิ่งๆ แผ่วเบาจึงเอ่ยราวกับเป็นเรื่องปกติของเธอทั้งคู่

“ท่านผู้หญิงคะ…”

“……(โรส)” เธอขยับริมฝีปากเรียกชื่อแต่ไม่มีเสียง กระทั้งหญิงสาวคราวลูกพุ่งเข้าสวมกอด

“ท่านคะ ถึงดิฉันจะเป็นมาโซดิสม์ แต่ดิฉันก็ทนดอกเตอร์ไม่ไหวแล้วละคะ”

“….โ ร ส….เธอหมายความว่า”

“ดิฉันเห็นใจ และเข้าใจท่านผู้หญิงเป็นอย่างมาก….แต่…..แต่….”

“เธอจะทิ้งฉันไม่ได้นะ….ฉันรับมือกับดอกเตอร์คนเดียวไม่ไหวแน่ๆ…โรส เธออยากได้อะไรบอกฉัน ฉันหาให้เธอได้ทุกอย่าง ขอละ”

“…..ท่านผู้หญิงคะ ดิฉันต้องการชีวิตคืน….ขอโทษ ดิฉันขอโทษ” เธอสั่นสะอื้นในอ้อมอก สายน้ำยังทิ่มแทงคนทั้งคู่จากรอบทิศ เรื่อนร่างเปลือยเปล่าก็กำลังโลมถูไถกันไปมา

“ฉันช่วยเธอได้…โรส ฉันยอมเป็นของเธอ…ฉันช่วยให้เธอมีความสุขได้ ขออย่างเดียว อย่าทิ้งฉัน”

“แต่รอยแผลเป็นที่แผ่นหลังของท่าน มัน มันกำลังจะเกิดขึ้นกับดิฉัน ท่านผู้หญิงขา ได้โปรด….”

“ฉันช่วยเธอให้มีความสุขได้….ฉันทำได้ทุกอย่าง เหมือนกับที่ทำให้เธอทุกครั้ง” ฝ่ามือไล่ผ่านร่องสะโพกราวกำลังกระตุ้น “เมื่อเธอเห็นรอยแผลเป็นที่แผ่นหลังฉัน ก็ได้โปรดเวทนา ฉันจะเป็นที่รักให้เธอ….แบบนี้” ปลายนิ้วเรียวยาวสอดใส่พร้อมกับกระตุกตามจังหวะของสายน้ำที่เปลี่ยนไป “ฉันช่วยเธอได้โรส ขออย่างเดียว อย่าทิ้งฉันเผชิญหน้ากับซาตานเพียงลำพัง”

“ดิฉันขอโทษคะ….” แล้วเธอก็ถอยฉากไปยืนติดกระจก สายน้ำกับน้ำตาแยกกันไม่ออกในเวลานี้ “ดิฉันเพียงต้องการชีวิตปกติคืนแค่นั้นคะ…”

“โรส…โรส” เธอตามเข้าสวมกอดจากด้านหลัง…ขณะหญิงสาวกำลังจะก้าวข้ามประตูกระจกใส “ได้โปรด….”

“ดิฉันจะหาคนมาแทน….เพราะดิฉันเองก็ไม่กล้าทิ้งท่านผู้หญิงเผชิญหน้ากับดอกเตอร์เพียงลำพังเช่นกัน” น้ำเสียงของหญิงสาวนิ่งจนอ่านได้ถึงความตั้งใจแน่วแน่

“หมายความว่า….”

“ดิฉันวางแผนเรื่องนี้นานพอสมควร ดิฉันไม่ใช่เลสเบี้ยน…เพียงแต่ดอกเตอร์ไม่เคยพาดิฉันถึงสวรรค์เลย สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราจึงเป็นแค่อารมณ์ที่คั่งค้างเช่นเดียวกับที่ท่านผู้หญิงดึงภาพคนรักรักเก่ามาใช้งาน….ดิฉันเข้าใจดี และท่านก็น่าจะเข้าใจดิฉันด้วย…ได้โปรดปล่อยดิฉันไปเถอะค่ะ”

“โรส….” เธอเรียกชื่อ หญิงสาวค่อยๆ แกะมือแล้วหันหน้ากลับมาก่อนจะค่อยๆ ไล่ปลายนิ้วจากร่องสวาทลากขึ้นสู่เนินนมแบบไม่รีบร้อน เธอไล้วนฐานสีขาวไปมาก่อนน้ำเสียงราวกระดิ่งจะดังขึ้น

“ท่านผู้หญิงยังสาวและสวยงามราวปติมากรรม เชื่อใจเถอะคะ” เธอก้มลงใช้ปลายลิ้นกับมันสักพัก “ดิฉันไม่ใจร้ายพอจะให้ใครมาทำลายปติกรรมที่ดิฉันรักและเทิดทูนอย่างอย่างท่านผู้หญิงแน่นอน อีก 2 วันจะพาเธอมาแนะนำ ได้โปรดไว้ใจดิฉัน”

“โรส….”

“คะ….ดิฉันจะย้ายไปอยู่อังกฤษกับแฟน บางทีโรแมนติกแบบฝรั่งอาจจะเปลี่ยนมาโซดิสม์ของดิฉันได้”

“เธอ เธอ โรส…”

“อีก 2 อาทิตย์คะท่าน….”

“ฉัน ฉัน ฉันกลัว”

หญิงสาวเข้าสวมกอด น้ำตาหยดสุดท้ายก็หลั่งรดรอยแผลเป็นที่ปรากฏชัดตรงหน้า ปลายนิ้วก็อดไล้สัมผัสมันไม่ได้… “บอกแล้วไง….ดิฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายปติมากรรมที่สวยงามอย่างท่านผู้หญิงแน่ๆ อีก 3 วันดิฉันจะพาเธอมาแนะนำ เธอสวยไม่แพ้ดิฉัน ขาวไม่แพ้ดิฉัน….แต่เธอไม่ใช่เลสเบี้ยนนะคะ…”

“ฮะ ฮะ ฮะ…ฉันเองก็ไม่ใช่….เพียงแต่ที่ผ่านมาเราต่างช่วยเหลือกันและกันเท่านั้นเองใช่ไหม”

“คะ คะ ขอบพระคุณทุกอย่างที่กรุณาต่อดิฉันและครอบครัว ชาตินี้ทั้งชาติ ดิฉันจะไม่ลืมพระคุณ”

“ฉันจะภาวนาขอให้เธอเจอกับคนดี โรแมนติกจะต้องเปลี่ยนเธอได้ ถึงตรงนี้ฉันเองคงไม่รั้งเธอไว้อีกแล้วละ โรส เธอต้องมีชีวิตของเธอ…”

“ดิฉันจะไม่มีวันลืมท่านผู้หญิงที่ชื่อพลอยชมพู….ท่านจะอยู่ในใจตลอดไป ขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับทุกๆ สิ่งที่ผ่านมา และดิฉันขอกราบลาท่านอย่างไม่เป็นทางการเวลานี้เลย…”

เมื่อเสียงสายน้ำสงบ เสียงผู้หญิง 2 คนก็จบลง  วันพรุ่งนี้ที่เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงใกล้เข้ามา แสงวันใหม่บอกพวกเธอให้เดินหน้าต่อไป กระนั้นอดีตที่เลวร้ายก็ยังตามหลอกหลอนเป็นระยะๆ…ท่านผู้หญิงพลอยชมพูในชุดนอนบางเบาสีชมพูอ่อนกำลังลงไนท์ครีมรอบสุดท้ายภายในห้องแต่งตัว ใบหน้าและแววตากังวลกำลังจมคิด น้ำเสียงของหญิงสูงศักดิ์ที่เธอเรียกว่าคุณหญิงแม่พลันดังขึ้นในหัว….

            #ลูกหญิงคะ ตระกูลเราเป็นตระกูลผู้ดีเก่า มีหน้ามีตา มีเชื้อมีสาย คนในสังคมให้การความเคารพนับถือ ทุกคนกำลังจับจ้องมาที่ครอบครัวเรา ลูกหญิงคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยตระกูลเราให้พ้นจากวิกฤติในครั้งนี้ไปได้ ลูกหญิงคนเดียวเท่านั้น แต่งงานกับลูกชายท่านรองเถอะนะคะ ถือว่าทำเพื่อหญิงแม่ก็แล้วกัน——-แต่คุณหญิงแม่คะ——-ไม่มีตงไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นนี้คือคำสั่ง ครอบครัวรักสัตย์สกุลร่ำรวยติดอันดับต้นๆของประเทศ ถึงพวกเขาจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน แต่ด้านการเงินพวกเขาช่วยเราได้ อีกประการถ้าลูกหญิงแต่งาน อนาคตหนูพลอยชมพูของแม่ก็จะมียศมีศักดิ์ไม่น้อยหน้าหญิงแม่หรืออาจจะเหนือกว่าทุกคนที่กำลังรอเหยียบย้ำซ้ำเติมเราอยู่…เชื่อมือหญิงแม่เถอะ ตำแหน่งสตรีหมายเลข 1 เป็นท่านผู้หญิงของนายกรัฐมนตรีคนต่อไปอยู่ในมือลูกหญิงอย่างแน่นอน#

มันดังวนอยู่ในหัวของเธอหลายรอบกระทั้งเวลาของวันใหม่เดินทางมาถึง แสงไฟในห้องแต่งตัวจึงดับพรึบลง ตู้เสื้อผ้าเซรามิคสีขาวอมชมพูหม่นเกือบมืด อนาคตต่อจากนาทีนี้คงฝากไว้กับความฝันเพียงอย่างเดียวเข้าแล้ว

“ราตรีสวัสดิ์คะชิง ชิง….”

อีกคน

ชีตาห์ขยับหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่กองรวมกันอยู่กับโต๊ะกลางในห้องรับแขก อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเขาก็จะเรียนจบมัธยมปีที่ 3 การหาที่เรียนต่อในปีการศึกษาต่อไปถึงอาหมอชิงชัยจะวางแผนไว้ให้เรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเองอยู่ดี เขาหยิบหนังสือพิมพ์รายวันที่ปรากฏภาพครอบครัว “รักสัตย์สกุล” ซึ่งประกอบไปด้วย ท่านรัฐมนตรีดร.ธนเกียรติ-ภรรยาพร้อมกับบุตรสาวในวัยเดียวกับตัวเองขึ้นมาพิจารณา…นาทีนั้นเสียงจากความทรงจำก็ดังขึ้น

            # ชีตาห์เอ้ย…ที่หนูรอดมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านผู้หญิงพลอยชมพูที่เป็นเพื่อนรักของปานดาวแม่ของหลาน ถึงอีกนัยน์หนึ่งท่านผู้หญิงจะแต่งานเพราะความง่อนแง่นทางการเงินของครอบครัว แต่ย่ามั่นใจว่าจุดประสงค์หลักที่เธอยอมตกนรกทั้งเป็นก็เพราะเธออยากให้หลานกับแม่มีชีวิตอยู่ต่อ ท่านผู้หญิงทำทุกอย่างเพื่อหลาน หากอาหมอไม่กลับมา ท่านผู้หญิงพลอยชมพูเป็นคนเดียวที่หลานจะพึ่งพาอาศัยได้…ไปหาเธอ เล่าเรื่องราวของหลานให้เธอฟัง ชีตาห์…——-คุณย่าคะ——-ทันทีที่ท่านผู้หญิงพลอยชมพูรู้ว่าปานดาวกำลังตั้งท้อง เธอก็ไม่ลังเลจะตอบตกลงแต่งงานกับครอบครัวนักการเมืองที่มีแต่เรื่องเลวร้ายลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่วันทันที ทั้งหมดก็เพื่อเปิดทางให้ปานดาวหลบหนี หนีไปพร้อมกับชายที่เธอรักมากที่สุด….จากแววตาของเธอที่ย่าเห็นในเวลานั้น ท่านผู้หญิงพลอยชมพูรักและเป็นห่วงหลานยิ่งกว่าชีวิตของเธอซะอีก…ถ้าอาหมอไม่กลับมา ไปหาเธอ…ซีตาห์ ไปหาท่านผู้หญิงพลอยชมพู เล่าทุกอย่างให้เธอฟัง แล้วหลานจะไม่โดดเดี่ยว เชื่อย่านะ#

“สวยจัง….” เด็กหนุ่มวัย 16 ปีละเมอ ขณะมือก็ลูบวนอยู่กับรูปท่านผู้หญิงพลอยชมพูก่อนจะไปจบที่เด็กสาวยืนอยู่ตรงกลาง…. “พลอยฟ้า…เธอสวยได้แม่ สวยเหมือนท่านผู้หญิงพลอยชมพูไม่ผิดเพี้ยน….” เขาละเมอต่อพลางพลิกอ่านรายละเอียดหน้ากลาง ไม่ถึง 10 นาทีก็วางมันลงพร้อมกับลุกเดินข้ามห้องและไม่ยอมเคาะประตูไปนั่งลงตรงหน้าชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งทำรายงานอยู่กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

“อาหมอฮะ”

“หึ! ว่าไง”

“ปีการศึกษาหน้าหนูอยากเรียนต่อที่เตรียมอุดมฯ…..”

พี่ นำรักมาสู่ใช่มาหยามหลู่
เพราะมีคู่คลั่งไคล้ทรามวัย
เขา กลุ้มเหมือนดังเป็นไข้
ช่วยรับรักษาใจ ให้เขารอดตายเถิดหนา

* ลิขสิทธิ์เพลง บอกรักฝากใจ เป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จุดประสงค์ของผู้เขียนนิยายเรื่องนี้คือเพื่อโปรโมตเพลงของศิลปินเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และไม่สนับสนุนการ แจกเพลง ดาวน์โหลด โหลดเพลง ริงโทน และ mp3 เถื่อนใดๆทั้งสิ้น หากชื่นชอบในเพลง กรุณาซื้อแต่ของถูกลิขสิทธิ์ เพื่อให้ศิลปินยังคงสร้างสรรค์ผลงานดีๆให้ทุกท่านได้ฟังต่อไป ขอบคุณครับ

จบ บทที่2 มะลิสีชมพู สวรรค์ของซาตาน

มะลิสีชมพู โดดเดี่ยว

นิยายอ่านฟรีจบเรื่อง มะลิสีชมพู โดดเดี่ยว

มะลิสีชมพู โดดเดี่ยว

บทที่ 1 โดดเดี่ยว

ปลายปี พ.ศ. 2544 ณ สตูดิโอ ของภาควิชาภาพยนตร์ ภายในมหาวิทยาลัยชานเมืองของกรุงเทพฯ 

“ผมโชคดีมากๆ คุณว่าไหม….”

“คัท!….พลบคะปานขอเพิ่มระดับเสียงอีกนิด นิดเดียวก็พอโอเคร! นะคะ”

“ดูซิ! ชิง ชิงของฉันหน้ามันหมดแล้ว”

“ใช่ๆ พูซับหน้าให้พระเอกหน่อย กล้องจะละลายอยู่ละ”

“ยินดีคะคุณเพื่อน….”

“เติมลิปมันอีกนิดท่าจะเวิร์ก”

“โห!…กะจะแต่งหน้าเค้าให้เป็นกระเทยควายเลยรึไง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า….เอาน่าแป๊บเดี๋ยวจำบทได้นะคะ…..พร้อมนะ”

“โอเคร!”

“นักแสดงพร้อม ไฟพร้อม กล้องพร้อม…แอ๊คชั่น!”

“ผมชื่อชิงพลบครับ ผมเป็นคนโชคดีมากๆ คุณว่าไหม? ทันทีที่ย้ายกลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมก็มีแฟนสาวสวยใสพร้อมกันถึง 2 คน”

“คัท!…พลบคะสีหน้าท่าทางผ่านแล้วคะ แต่ปานอยากให้เว้นจังหวะและเน้นคำว่า สาว – สวย – ใสอีกนิดเดียว เวลาตัดเข้าโปรดักส์ คนดูจะได้รู้ว่ากำลังสื่ออะไร อีกครั้งเดียวขอเน้นๆ…พร้อมนะคะ”

“โอเคร!ได้ครับ….”

“นักแสดงพร้อม ไฟพร้อม กล้องพร้อม…แอคชั่น!”

“ผมชื่อชิงพลบครับ ผมเป็นคนโชคดีมากๆ คุณว่าไหม? ทันทีที่ย้ายกลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมก็มีแฟนสาว-สวย-ใสพร้อมกันถึง 2 คน”

“คัท!……ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีมาก ดีมากๆ….ขอบใจพลบมากๆ ที่เสียสละมาช่วยงานปาน…ดีมากๆ ทั้งสีหน้าและแววตาอันดุดันครบองค์จริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ชิง ชิง ของฉัน…..ปาน ปาน ยายปาน ทิ้งสเลทมาถ่ายรูปด้วยกันหน่อยรู้สึกว่าเรา 3 คนยังไม่เคยร่วมเฟรมกันเลย วัฒน์ วัฒนาคะเป็นตากล้องให้หน่อย ชิง ชิง ยืนกอดอกนิ่งๆ ดีแล้วคะ ยายปานอย่าเกาะหลังฉัน ย้ายไปทางซ้ายของชิง ชิงด่วนเลย….”

“พร้อมแล้วนะ….”

“ขอเกาะแขนพลบหน่อย อุ๋ย!…อุ่นจัง”

“ใช่!ต้นแขนชิง ชิงทั้งใหญ่ ทั้งแข็งแรงและอบอุ่นเสมอ…ใช่ไหมคะ ชิง ชิง ขา”

“พร้อมแล้วนะ 1 – 2 – 3 -แช๊ะ!…..สวยมาก ขออีกรูปกันเสีย คราวนี้สลับให้ปานไปยืนด้านขวามั่ง พูย้ายที่ด่วน….1 – 2 – 3 – แช๊ะ!….พระเอกก็หล่อ นางเอก 2 คนก็สวย สวยมากๆ เลย”

17 ปีต่อมา

กลางเดือนมิถุนายน กลมอุตุนิยมวิทยาแจ้งข่าวเรื่องพายุ “ชันชิล” กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกคาดว่ากลางดึกของคืนนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนตกครอบคลุมพื้นที่กว่า 80% กระนั้นเด็กชายที่เพิ่งจะเริ่มต้นใช้คำนำหน้าว่า “นาย” อันหมายถึงวัยหนุ่มแรกก็ยังไม่ใส่ใจเท่าบัตรประจำตัวประชาชนในมือ ดวงตาราวกับเสือชีต้าค่อยๆ ไล่อ่านรายละเอียดที่ปรากฏในบัตรใบเล็กสีขุ่นอมเขียวทีละส่วน

“เป็นนายมากี่วันแล้วเนี้ย…1-2-3-4-…17 วันพอดี” เขาพึมพำ โคมไฟจากหลอดนีออนสาดแสงสีขาวสม่ำเสมอไปยังโต๊ะเขียนหนังสือที่ปรากฏจอคอมพิวเตอร์เปิดเล่นเพลงสากลจาก Youtube คลอเป็นเพื่อนภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้านปูนทรงร่วมสมัยขนาดพอเหมาะกึ่งเก่ากึ่งใหม่ 2 ชั้น อันเป็นสมบัติจากชายชราที่เกลียดเขาโดยไม่ยอมบอกเหตุผล แต่ชายชราที่เรียกว่าปู่ก็ได้จากไป 3 ปีแล้ว ส่วนห้องนอนชั้นล่างที่มีเพียงห้องเดียวถูกหญิงชราที่เดินเหินไม่คล่องจับจอง เธอคือ “คุณย่า” ที่เลี้ยงดูเขาตั้งแต่แรกเกิด ไม่ใช่แม่แต่ก็ใกล้เคียงกับคำว่าแม่มากที่สุดและยังเป็นคนเดียวที่มีในขณะนี้ ด้วยวัยเลย 80 ปีของเธอ เด็กหนุ่มที่ใช้ชื่อเดียวกับเสือชีต้าจึงไม่อยากจะนับมันเพิ่ม เพราะลึกๆ แล้วตัวเลขที่สูงขึ้นทำให้เขาหวาดกลัว…กลัวว่าบ้านหลังดังกล่าวจะเหลือแค่เขาอาศัยเพียงลำพัง หากวันนั้นมาถึง ยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่า จะทนอยู่กับความโดดเดี่ยวได้หรือไม่….

ขณะที่สายลมจากพายุชันซิลวูบแรกขยับบานหน้าต่างไม้จนเกิดเสียงดัง กึกๆ ลัวๆ ลันตามๆ กันไปจบที่หน้าต่างห้องนอนของอาหมอ ซึ่งขณะนี้กำลังเรียนแพทย์เฉพาะทางที่อเมริกา สายตาปักหมุดที่บัตรประจำตัวประชาชนก็ชำเลืองมองตามเสียงที่เกิดขึ้น ท้องฟ้าทางทิศใต้แดงฉานได้กระตุกขึ้นสู่ความหวาดหวั่นอย่างฉับพลัน… #ถ้าฟ้าต้นฤดูเป็นสีแดงนั้นหมายถึงพายุลูกใหญ่กำลังจะมา#

“โห!….คุณย่า”  เขาอุทานแบบคนลืมตัว เสื้อนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เพิ่งสวมเป็นวันแรกถูกถอดแขวนไว้ข้างตู้ไม้อัดสีเบจ ชุดติดตัวจึงเหลือเพียงกางเกงนักเรียนขาสั้นสีน้ำเงินกับถุงเท้าสีขาวเท่านั้น ซึ่งมันก็เป็นชุดปกติหลังเลิกเรียนที่คุ้นชินมาตั้งแต่เป็นเด็ก เพียงแต่เวลานี้เขาไม่ใช่เด็กชายเหมือนเมื่อก่อน แผงหน้าอกกับแผ่นหลังบอกความกำยำของวัยหนุ่มแรกชัดเจน ขนรักแร้-หนวด-เครา-ร่องอกและในที่ลับเพิ่งจะเป็นอุยสีเทาบางๆ กระนั้นเมื่อตัดกับสีผิวที่ขาวราวกับแผ่นกระดาษมันก็ยังดูเข้มเป็นสีดำอยู่ดี ยิ่งโครงหน้าได้รูป-จมูกโด่งรับริมฝีปากสีชมพูรูปกระจับด้วยแล้วยิ่งเพิ่มเสน่ห์แบบไม่มีที่ติ หากแววตาไม่ดุดันราวกับเสือชีตาห์ เขาจะกลายเป็นหนุ่มหล่อเนื้อหอมที่หาตัวจับยากคนหนึ่งเลยทีเดียว…

#ดวงตาของหลานดุดันราวกับเสือชีต้า นี้จึงเป็นที่มาของชื่อหลานไงละ ชีตาห์#

#วู้ วู่ วู…วู้ ๆ —-ปัง! ปัง!….# เสียงลมกระแทกบานหน้าต่างที่เผลอเปิดค้างเรียกสติได้อีกครั้ง ชีตาห์กระโจนลงจากเตียงไปปิด ขณะที่ประตู

#ก๊อกๆ ก๊อกๆ—ชีตาห์ เสือชีต้า# เสียงน้าพรสาวแก่วัย 40 ต้นๆ ข้างบ้านเรียก เธอมักจะมาช่วยดูแลคุณย่าระหว่างเขาไปเรียนเสมอ

“ฮะ….” ชีตาห์ขานรับก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้ “ฮะน้า….มีอะไรหรือฮะ”

เธอยิ้มจ้องสำรวจเขาราวกับไม่เคยเห็น “โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หล่อซะด้วย” เธอใช้สายตาแทะโลมตั้งแต่ใบหน้าเลื้อยลามลงตามลำคอขาวยาวๆ กระทั่งหยุดที่หัวนมสีชมพู ไรขนบางๆ ตรงกลางหน้าอกเสริมพลังให้หนุ่มแรกโดดเด่น จนเห็นเธอเผลอกลืนน้ำลายหลายอึก…. “เอ่อ…คุณย่าเรียกนะ และน้าก็กำลังจะกลับไปเตรียมอาหารเย็นพอดี…อายุเท่าไรแล้วเนี่ย ผิดหูผิดตาจากเมื่อวานลิบลับเลยนะเรา ฮิ ฮิ ฮิ”

“หนูเพิ่งไปรับบัตรประชาชนบ่ายนี้เองฮะ” ซีตาห์บอก

“เหรอ ไหนๆ ขอดูหน่อยเพราะน้าไปทำบัตรทีไรรูปไม่สวยทุกที” เธอยืนพูดอยู่ที่เดิมกระทั้งรับรับบัตรประจำตัวประชาจนจากมือชีตาห์ไปพิจารณา “นายชีตาห์ ภัทรธารา(พัด-ทา-รา) เป็นนายแล้ว โห! ดูหล่อเชียว”

“อ่านว่า พัด-ทะ-ระ-ทา-รา ครับน้าพรอย่างแซวซิ! หนูเขิน”

“ฮิ ฮิ ฮิ ไปๆ คุณย่ารออยู่ อาหารเย็นไม่ต้องทำ เดี๋ยวน้าจะทำเผื่อในโอกาสฉลองความเป็นหนุ่ม”

“ครับ…ขอบคุณฮะน้าพร” ชีตาห์พูดขณะเดินตามหลังลงบันได….เมื่อถูกสะกิดอารมณ์วัยหนุ่มแรกก็แปรปวน สายตาที่เคยวางเฉยกับเธอถูกกระตุ้นให้จ้องตามสะโพกกลมกลึงโยกย้ายตามกลีบกระโปรงสีบานเย็นย้วยยาวเลยหัวเข่า จนมวลกล้ามท้องปั่นปวน ยิ่งเมื่อกลิ่นผู้หญิงโชยแตะจมูกอารมณ์ยิ่งวูบวาบไม่เสถียรหนักเข้าไปอีก….

“คุณย่ารออยู่ในห้อง น้าต้องรีบเข้าครัวก่อนน้าชายจะถึงบ้าน ไม่อย่างนั้นตาแก่บ้าโมโหหิวด่าบ้านแตกแน่ ๆ….” น้าพรพูดขณะหันหลังให้ที่ประตู

“ครับน้า…ขอบคุณสำหรับอาหารเย็น”

“อุ้ย!….แค่ 2 ปาก อีกอย่างคุณย่าของหนูเป็นคนจ่ายตัง ไม่ต้องเกรงใจ เราก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ถึงไม่ใช่ญาติ แต่น้าก็รักเหมือนลูกเหมือนหลาน คุณย่าเองก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ของน้านั้นแหละ…เข้าไปหาคุณย่าได้แล้ว ไม่รู้มีเรื่องอะไร ถามหาตั้งแต่บ่าย”

“ขอบคุณฮะน้า”

“เล็กน้อยน่า…ทำอาหารเสร็จจะโฟนเรียก”

ทันทีที่ประตูไม้อัดสีครีมถูกผลักเข้าไปด้านใน ชีตาห์มักจะเสียมารยาทเช่นนี้กับหญิงชราที่เขาเรียกเธอว่าย่าเสมอ ซึ่งย่าเองก็ไม่ได้ติดใจ ในเมื่อบ้านหลังนี้ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย แสงฟ้าแล๊บ แปล๊บๆ วูบวาบเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ชีตาห์เห็นร่างของหญิงชรานอนนิ่งอยู่บนเตียงแค่วูบเดียว แต่เป็นวูบเดี่ยวที่…

“คุณย่า…..” ชีตาห์อุทานแบบคนผวาพร้อมกับไล่เปิดสวิทซ์ไฟทุกดวง ทันทีที่แสงนิออนกับไฟดาวไลท์ทั้ง 4 จุดสว่าง สายระโยงระยางพร้อมกับถังอ๊อกซิเจนสีเขียวกับเครื่องมือแพทย์ครบชุดก็ทำให้เขาตกใจหนักเข้าไปอีก “คุณย่าเกิดอะไรขึ้นคะ”

“ชีตาห์ มานั่งใกล้ย่าหน่อย….ไม่ต้องปิดม่าน ย่าอยากนอนดูฝนตกซะหน่อย” เสียงหญิงชราสั่นระรัวตามแผ่นหลัง

“เกิดอะไรขึ้นคะ หนู หนูไม่สบายใจ” ชีตาห์ไล่มือสั่นระริกสำรวจเครื่องมือเหล่านั้น กระทั้งไปจบที่จมูกและหน้าอกที่ไม่เหลืออะไรให้เพลิดเพลิน

“นั่งลงชีตาห์ นั่งลงก่อน ย่ามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง”  เธอพูดพร้อมกับเอื้อมไปหยิบอะไรบางอย่างที่ซ่อนไว้ใต้หมอนยื่นให้เขา… “รับไปซิ!….ในนี้เป็นเรื่องราวทั้งหมดของหลาน ย่าขอโทษที่ไม่ได้เล่าให้ฟังตั้งแต่แรก”

“จดหมาย….อะไร มันคืออะไรกันคะหนูไม่เข้าใจ” ชีตาห์ถูกฝึกให้ใช้คำพูดราวกับเด็กผู้หญิงและเขาก็ใช้เฉพาะเธอ ชีตาห์หย่อนก้นนั่งพร้อมกับล้มตัวนอนข้างๆ แบบที่เคยทำ….

“ชีตาห์ของย่าเป็นหนุ่มซะที….15 ปีแล้วใช่ไหม” เธอถาม ชีตาห์จึงล้วงบัตรประจำตัวประชาชนยื่นให้….

“คะ….เลยมา 17 วันแล้ว หนูเพิ่งแวะไปรับหลังจากเลิกเรียนวันนี้เอง”

หญิงชรารับไปพิจารณาใกล้ๆ สักครู่ก็ยกมือเหี่ยวย่นลูบเส้นผมของหลานชายให้เข้าที่…..

“คุณย่ายังไม่ตอบหนูเลยว่าเกิดอะไรขึ้น….คุณย่าคะ” ชีตาห์ทวง พร้อมกับใช้สายตาชี้นำ

“เป็นเรื่องปกติของคนแก่…อาหมอให้ทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลมาตรวจสุขภาพ ทั้งหมดจึงมาพร้อมพวกเขาอย่าตกใจไปเลยลูกเอ้ย เกิด-แก่-เจ็บ-ตายเป็นเรื่องปกติ….ว่าแต่จะไม่เปิดจดหมายดูเหรอว่าข้างในมีอะไร” หญิงชรากระตุ้น ชีตาห์จึงลุกนั่งเพียงครึ่งตัว เมื่อซองจดหมายถูกเปิด สิ่งที่อยู่ข้างในแน่นอนมันคือจดหมายและอีกสิ่งคือรูปถ่ายเก่าๆ ที่ปรากฏสาวสวยในชุดนักศึกษารูปร่างดียืนขนาบข้างชายหนุ่มที่โครงสร้างโดยรวมคล้ายคลึงกับตัวเอง….

“มะ…หมายความว่า…”

“ย่าเสียใจ….”

“คุณย่าคะ….” ชีตาคลีจดหมายดูแต่ยังไม่มีท่าทีจะอ่าน สายตากำลังจมความสงสัยจ้องไปที่หญิงชราไม่กระพริบ “ที่เคยบอกว่าหนู….”

“หลานมีตัวตน ชีตาห์ หลานมีพ่อ หลานมีแม่ และหลานก็คือหลานย่า เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกชายย่าแท้ๆ ที่ผ่านมาย่าขอโทษ และในจดหมายฉบับนั้นได้บอกรายละเอียดถึงสาเหตุผลที่ย่ากับปู่ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องของหลานไว้ครบถ้วน”

“แต่คุณปู่เกลียดหนู….”

“คุณปู่เป็นคนไปรับหนูมาจากโรงพยาบาลด้วยมือของตัวเอง คุณปู่รักหนูยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นเชื่อย่าซิ”

“คุณย่าคะ….” ชีตาห์ยกรูปถ่ายในมือขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ เสียงยานๆ ของหญิงชราจึงดังขึ้น

“ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางคือลูกชายคนโตของย่า เขาคือพ่อแท้ๆ ของหลาน พ่อหนูชื่อชิงพลบ ชีตาห์ หนูไม่เคยโดดเดี่ยวและไม่มีวันโดดเดี่ยว หนูมีที่มา หนูลองพิจารณาใบหน้าของชายคนในรูปเทียบกับใบหน้าหนูดูซิ! ว่ามีส่วนคล้ายคลึงกันมากแค่ไหน ยิ่งดวงตาดุดันเป็นประกายราวกับเสือชีต้าด้วยแล้ว หนูถอดแบบมาจากพ่อจนบางครั้งย่าหลงคิดว่าหนูคือชิงพลบซะอีก”

“เล่าเรื่องพวกเขาให้หนูฟังที”

ฝ่ามือเหี่ยวๆ ลูบเส้นผมเด็กหนุ่มทั้งๆ ที่มันสั้นเกือบจะติดหนังหัว กระนั้นเธอก็ยังต้องการให้เสือชีต้าดูหล่อขึ้นอีกหน่อย ชีตาห์ค่อยๆ เลือนตัวลงนอนข้างๆ ในท่าเดิม น้ำเสียงยานสั่นระรัวก็ดังขึ้นสลับเสียงฟิตจากเครื่องมือแพทย์ที่ตั้งอยู่ด้านใน…… “เดิมทีชิงพลบเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ช่วงเกิดวิกฤตการณ์การเงินเอเชียปี 2540 หรือที่เรียกว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง ธุรกิจบ้านจัดสรรของคุณปู่ไปไม่รอด ชิงพลบจึงต้องย้ายกลับมาเรียนปีสุดท้ายที่เมืองไทย และเขาก็ได้พบสาวสวย 2 คนในรูปที่มหาวิทยาลัยแห่งนั้น แรกๆ ชิงพลบบอกย่าว่า เธอทั้งคู่เป็นแค่เพื่อน แต่เมื่อพิจารณาพฤติกรรม ย่าไม่เคยเชื่อในเรื่องนี้…กระนั้นย่าก็ยังปล่อยให้ทั้ง 3 ขลุกอยู่ด้วยกันอย่างอิสระโดยไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด”

“พวกเขาเป็นแฟนกันรึคะ”

“ใช่!…พวกเขา 3 คนเป็นแฟนกัน เป็นแฟนกันอย่างเปิดเผยโดยที่สาวสวย 2 คนรู้เรื่องนี้ดีที่สุด เพราะเธอ 2 คนเป็นเพื่อนรักกันก่อนจะเจอชิงพลบซะอีก” หญิงชราใช้กิริยาเชื่องช้าขยับยันตัวเองนั่งแล้วช้อนศีรษะหลานชายเทินไว้บนตัก สายตาที่กำลังพล่ามัวมองนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าที่แดงคล้ำจมดำทางทิศใต้บอกอีกไม่ช้าไม่นานฝนเม็ดแรกต้องมาให้เห็นแน่นอน….. “สาวสวยที่ยืนอยู่ทางซ้ายมือ เธอชื่อปานดาวเป็นแม่ของหลานเอง…ชีตาห์หลานมีแม่เหมือนทุกๆ คนนะคะ หลานไม่ได้ออกมาจากกระบอกไม้ไผ่อย่างที่คนเค้าพูด ผู้หญิงผิวขาวสะอาดเหมือนกับหลาน เธอคือแม่แท้ๆ ของหลาน….”

ชีตาห์จ้องไปที่เธอคนนั้นไม่กระพริบ “……….” กระนั้นเขาก็ยังไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ให้หญิงชราจับได้

“แม่ของหลานเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน….ส่วนอีกคนที่ผิวคล้ำใบหน้าคมได้รูปเธอคือ….”

“คล้ายๆ ท่านผู้หญิงพลอยชมพูเลยคะ คุณย่า….”

“ใช่! เธอคือท่านผู้หญิงพลอยชมพูปัจจุบัน ผู้หญิงที่ยอมเสียสละทุกอย่าง ยอมตกขุมนรกเพื่อแลกกับอิสระภาพของแม่หนู….”

“เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่คะคุณย่า”

“ทั้งพลอยชมพูและปานดาวเป็นผู้หญิงที่สวย สวยกันคนละแบบดังนั้นจึงเป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ โดยเฉพาะพลอยชมพูครอบครัวของเธอมีเชื้อมีสายมาจากตระกูลผู้ดีเก่า ซ้ำยังมีชื่อเสียง ฐานะก็ดี จึงเป็นที่หมายปองของใครหลายๆ คน ทั้งไฮโช ไฮซ้อรุมจีบเธอไม่เว้นกระทั้งลูกชายนักการเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคาสโนวา เจ้าชู้ตัวพ่อ แถมยังมีข่าวว่าเป็นซาดิสม์ เคยกระทำกับผู้หญิงเยี่ยงสัตว์ป่า ในวงการเขารู้เรื่องนี้ดี”

“ใช่ ดร.ธนเกียรติรัฐมนตรีการคลังสามีปัจจุบันของเธอหรือเปล่าคะคุณย่า”

หญิงชราพยักหน้า “ใช่!…อดีตของชายคนนี้ไม่ธรรมดา เดิมทีธนเกียรติถูกตาต้องใจกับปานดาวแม่ของหลาน แต่ผู้ใหญ่ฝั่งท่านผู้หญิงพลอยชมพูทาบทามให้ทั้งคู่แต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง ดังนั้น….จึงเกิดเรื่องราววุ่นวายของรัก 4 เส้าระหว่าง ดร.ธนเกียรติ-ปานดาว-ชิงพลบและพลอยชมพูขึ้นมา โดยมีบ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในสนามรักที่ไม่ลงตัว ชีตาห์….ชีตาห์…..ชีตาห์” หญิงชราเรียกกระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังไม่ขยับ “ชีตาห์เอ้ย…” ลมหายใจกระตุกไม่เสถียรราวจะบอกว่าห้วงนิทราลึกของเขากำลังเดินเข้าสู่โหมดฝันร้าย เสือชีตาห์ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใครเห็น แต่ในเวลาเช่นนี้หญิงชราต้องดึงชายผ้าห่มขึ้นมาซับให้ “ชีตาห์ ไอ้เสือชีต้าของย่า”

#….ถึงคุณพ่อคุณคุณที่เคารพ….ปานมีเรื่องที่ต้องรบกวนเป็นครั้งสุดท้าย คืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 22.35 น. มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นที่โรงพยาบาลติดชายแดนกัมพูชาของจังหวัดสระแก้ว ดวงตาของเขาดุดันแข็งกร้าวราวกับเสือชีต้าเช่นเดียวกับดวงตาของชิงพลบไม่ผิดเพี้ยน ปานจึงตั้งชื่อเขาไว้ว่า “ชีตาห์” ปานไม่มีปัญญาพาลูกไปด้วย ได้โปรดไปรับเขา ได้โปรดเถอะคะปานไม่เหลือใครให้หวังอีกต่อไป คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ปานขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถ้าปานยังมีบุญพอจะได้เห็นหน้าลูก ปานจะกลับมารับเขาภายหลัง ได้โปรดเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่เช่นนั้น ชีตาห์จะไม่ปลอดภัยอีกคน ได้โปรดช่วยเราด้วย ได้โปรดช่วยลูกเสือชีต้าด้วย….คุณแม่คะ คุณพ่อคะ ฝากชีตาห์ บอกเมื่อเขาโตว่าปานไม่ได้ทิ้งเขา แต่ปานทำดีที่สุดได้แค่นี้ เมื่อปานข้ามชายแดนเข้าสู่กัมพูชาปลอดภัยเมื่อไร ปานจะติดต่อกลับอีกครั้ง ลูกของปานชื่อว่า ด.ช.ชีตาห์ ภัทรธารา : ติดต่อรับตัวกับแพทย์หญิงสายพิณ เวชชยะกรณ์ โรงพยาบาลอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ปานจะไม่มีวันลืมพระคุณในครั้งนี้ ฝากชีตาห์ด้วย ฝากเขาด้วย คุณพ่อคะ คุณแม่คะ….ฝากลูกชายของเราด้วย….#

เด็กหนุ่มวัยไม่ถึง 16 ปี สวมสูทเนื้อดีสีดำสนิทนั่งนิ่งอ่านความทรงจำ อันเป็นเรื่องราวของตัวเองเพียงลำพัง (เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาทั้ง 3 คน) คำถามซ้ำๆ ทำให้เขาคิดไม่ตกหน้ารูปหญิงชราในกรอบไม้สักสีดำหน้าหน้าโลงศพที่มีไฟกระพริบราวหมู่ดาวตั้งแต่พระสวดอภิธรรมคืนสุดท้ายจบลง  ใบหน้าและแววตาไม่มีใครอ่านออกปักหมุดอยู่กับภาพถ่ายเก่าๆ ในมือพร้อมซองจดหมายสอดแนบไว้ด้านล่าง

#….ชีตาห์หากอาหมอไม่กลับมาหรือกลับมาไม่ทันให้หลานไปหาผู้หญิงที่ยืนอยู่ทางขวามือ หลานคงจะรู้ชื่อ-รู้จักเธอผ่านสื่อสารเป็นอย่างดีอยู่แล้ว….#

“ท่านผู้หญิงพลอยชมพู” เขาอุทานจากน้ำเสียงที่ไม่ได้ใช้งานหลายชั่วโมง..

 #….ใช่เธอคือท่านผู้หญิงพลอยชมพู รักสัตย์สกุล บอกเธอว่าหลานเป็นใคร ผู้หญิงคนนี้จะช่วยหลานได้ ชีตาห์หลานไม่ได้โดดเดี่ยว หลานมีครบทุกอย่างเท่าที่เด็กคนหนึ่งพึงจะมี….หลานมีที่มา หลานมีทั้งพ่อ มีทั้งแม่ มีย่า มีปู่และมีอาหมอชิงชัยที่รักหลานยิ่งกว่าลูกในไส้ หลานไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ จงจำคำที่ย่าพูดให้ขึ้นใจ…ไปหาเธอ ไปตามหาเธอแล้วเล่าที่มาของหลานให้ฟัง เธอจะช่วยหลานได้…#  เสียงกลืนน้ำลายขณะเวลากำลังเดินเข้าสู่ 23.00 น. ดังยิ่งกว่าเสียงลมผ่านช่องโหว่เหนือหลังคาทรงสูง กระนั้นร่างเด็กหนุ่มที่นั่งนิ่งราวกับหุ่นหินสีดำก็ยังไม่ขยับ….

#เกิด-แก่-เจ็บ-ตายเป็นเรื่องปกติ ชีตาห์หลานเป็นคนอ่อนนอกแข็งในเช่นเดียวกับแม่ แต่ดวงตาที่ดุดันราวราวกับเสือชีต้า หลานได้จากพ่อมาครบ….เสือชีต้าไม่มีวันหลั่งน้ำตาให้กับเหยื่อ ชีตาห์แม่ของหลานมองเห็นเรื่องนี้ในตัวหลาน ฉะนั้นแม่ของหลานเองก็ไม่เคยจากหลานไปไหน….หลานของย่าเข้มแข็ง และจำเป็นต้องเข้มแข็งเมื่อเดินทางต่อเพียงลำพัง….#  น้ำเสียงสั่นระรัวๆ ดังขึ้นในหัว จิตใจเวลานี้ย่ำแย่จนไม่รู้จะเริ่มต้นพูดด้วยภาษาอะไรดี เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา แต่พอมโนเห็นภาพบ้านปูนขนาดกลางกึ่งเก่ากึ่งใหม่ไม่เหลือใครให้กลับไปหา เขาจึงเลือกจะนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไปเรื่อย ๆ แต่ขณะที่เข็มนาฬิกากำลังเดินเข้าสู่เที่ยงคืน เสียงรองเท้าเดินมาจากด้านหลังทำให้พอเดาได้ว่าคงเป็นลุงเฝ้าศาลามาไล่ให้กลับไปนอนที่บ้านเช่นเดียวกับ 2 คืนก่อนแน่ ๆ….แต่อยู่ๆ มันก็แตกต่าง เมื่อปรากฏวงแขนกว้างๆ โอบรวบตัวเขาจากด้านหลัง….แรงสั่นเกร็งบวกเสียงสะอื้นบอกเป็นชาย ถึงจะแปลกใจแต่นาทีที่ต้องสกัดไม่ให้น้ำตาของเสือชีต้าทะลักก็จำเป็น….

“อารู้แล้วว่าทำไมปานดาวจึงตั้งชื่อหลานว่าชีตาห์ เสือชีต้า ไอ้เสือชีต้า ฮื้อๆ อา อาขอโทษ” น้ำเสียงใหญ่ๆ ไม่เรียบทำให้พอเดาออก….ชีตาห์วาดสายตาลอยๆ ไร้ความรู้ไปที่รูปของหญิงชราก่อนจะแกะมือและยอมหันหน้าไปเผชิญ

“อาหมอ….” เสียงพูดไม่เต็มคำดังออกจากปากเพียง 50%

“ดูดวงตาของหลานซิ….เหมือนกับเสือชีต้าไม่ผิดเพี้ยน หลาน หลานเข้มแข็งกว่าอาอีกรู้ไหม” หมอชิงชัยที่เพิ่งลงจากรถแท็กซี่พูดพร้อมกับใช้ฝ่ามือเชิดใบหน้าหนุ่มน้อยพิจารณาใกล้ๆ

“เพราะหนูไม่มีใครให้ร้องไห้ต่างหาก”

“ชีตาห์ ไอ้เสือชีต้า…” หมอชิงชัยอุทานตกใจสุดขีด เมื่อผ่านจุดวิกฤติเขาก็พุ่งเข้าสวมกอด…. “ร้องออกมาชีตาห์ ไม่มีกติกาว่าเสือชีต้าจะร้องไห้ไม่ได้ ร้องกับอา ร้องไห้กับอา….ชีต้า….ชีต้า”

“อาหมอฮะ หนู หนู หนู……”

“อาอยู่นี้ อาจะไม่ไปไหนอีก อาสัญญา….”

“อาฮะ อาหมอฮะ อย่าทิ้งหนู อย่างทิ้งหนู อ๊ากกกกก ฮื้อ ๆ….อาหมออย่าทิ้งหนู หนูอยู่คนเดียวไม่ได้….หนูอยู่คนเดียวไม่ไหว อ๊ากกกกก…….” ในที่สุดชีตาห์ก็ร้องไห้จนสลบ…กำลังสุดท้ายของเสือวัยหนุ่มแรกหมดลงแล้วโดยสิ้นเชิง….

“ชีตาห์ ชีต้า ไอ้เสือชีต้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ…….”

จบ บทที่1 มะลิสีชมพู โดดเดี่ยว